วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
"จอมอึดบุญถึง-ปอดเหล็กเคนยา" ซิวแชมป์บุรีรัมย์ มาราธอน 2019

"จอมอึดบุญถึง-ปอดเหล็กเคนยา" ซิวแชมป์บุรีรัมย์ มาราธอน 2019

  • Share:

บุญถึง ศรีสังข์ ปอดเหล็กทีมชาติไทย คว้ารางวัล Best of thailand ประเภทมาราธอน ครองตำแหน่งแชมป์คนไทย 3 สมัยติดต่อกัน ในการแข่งขันวิ่ง “บุรีรัมย์ มาราธอน 2019” เช่นเดียวกับ รุ่นน้องทีมชาติไทย "สัญชัย นามเขต" นักวิ่งทีมชาติไทย ได้แชมป์คนไทยประเภทฮาล์ฟมาราธอน เป็นสมัยที่ 3 เช่นกัน ขณะที่ปอดเหล็กเคนยาสุดแกร่ง พาเหรดกวาดแชมป์ทั้งมาราธอนและฮาล์ฟมาราธอน ท่ามกลางกองเชียร์ของชาวบุรีรัมย์ ที่รอต้อนรับกว่า 5 พันคน ตลอดเส้นทางวิ่ง บรรยากาศสุดอบอุ่นประทับใจ...

วันที่ 10 ก.พ. 62 การแข่งขันวิ่ง “บุรีรัมย์ มาราธอน 2019” ครั้งที่ 3 ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 1,650,000 บาท โดยออกสตาร์ตที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ และเข้าเส้นชัยที่บุรีรัมย์ คาสเซิล ซึ่งรายการนี้เป็นงานวิ่งมาราธอนมาตรฐานระดับโลกยิ่งใหญ่ที่สุดในเมืองไทย และในปีนี้การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ร่วมจัดการแข่งขันและสนับสนุนอย่างเป็นทางการ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “YOUR ULTIMATE DESTINATION – สวรรค์ของนักวิ่ง” จัดขึ้นเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน ท่ามกลางนักวิ่งเต็มโควตา 24,000 คน โดยมีนายธีรวัฒน์ วุฒิคุณ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธานเปิดการแข่งขัน ร่วมด้วย ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย     

สำหรับการแข่งขันแบ่งเป็น 4 ระยะทาง ประกอบด้วย มาราธอน 42.195 กิโลเมตร, ฮาล์ฟ มาราธอน กิโลเมตร, มินิ มาราธอน 10 กิโลเมตร และฟันรัน 7 กิโลเมตร ผลการแข่งขันปรากฏว่า ประเภทมาราธอน 42.195 กิโลเมตร ผู้ที่เข้าเส้นชัยคนแรก ได้แก่ อาร์มอน เคไม จากเคนยา ทำเวลาได้ 2.17.49 ชั่วโมง อันดับ 2 วิลลี่ กีบอร์ คอยติเล่ (เคนยา) ทำเวลาได้ 2.18.03 ชั่วโมง อันดับ 3 เดวิด ทารัส (เคนยา) 2.18.45 ชั่วโมง ส่วนนักกีฬาไทยที่เข้าเส้นชัยคนแรก ได้แก่ บุญถึง ศรีสังข์ ปอดเหล็กทีมชาติไทย ซึ่งเป็นคนไทยที่เข้าเส้นชัยคนแรก 3 ปีติดต่อกัน ทำเวลาได้ 2.36.01 ชั่วโมง ส่วนอันดับ 2 สุพิศ จันทรัตน์ 2.44.13 ชั่วโมง และอันดับ 3 ส.ท.ธนาทิพย์ ดีฉิม 2.45.32 ชั่วโมง

ขณะที่นักกีฬาหญิง ผู้เข้าเส้นชัยคนแรกคือ อันดับ 1 พอลลีน เอ็นเจอรี คาเฮนยา (เคนยา) 2.38.36 ชั่วโมง อันดับ 2 หลี่ จือซวน จาก จีน 2.44.03 ชั่วโมง อันดับ 3 อเมเลเวิร์ค ฟิกาดู โบโช (เอธิโอเปีย) 2.44.42 ชั่วโมง ส่วนนักกีฬาสาวไทยที่เข้าเส้นชัยคนแรก ได้แก่ ลินดา จันทะชิต 3.03.35 ชั่วโมง อันดับ 2 สายปัญญา ตันวิไล 3.35.08 ชั่วโมง อันดับ 3 ภชพร ลัญฉนวัฒน์ 3.36.29 ชั่วโมง ส่วนรางวัล Best of thailand ประเภทมาราธอน ฝ่ายชายได้แก่ บุญถึง ส่วนฝ่ายหญิงได้แก่ ลินดา

ประเภทฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กิโลเมตร นักกีฬาชายที่เข้าเส้นชัยคนแรก ได้แก่ โรทิช เคนเนทเคมบอย (เคนยา) 1.07.26 ชั่วโมง อันดับ 2 เดวิด กีเบ็ต (เคนยา) 1.09.34 ชั่วโมง อันดับ 3 สัญชัย นามเขต นักกีฬาทีมชาติไทย ดีกรีเหรียญทองแดงซีเกมส์ที่มาเลเซีย ซึ่งเป็นนักกีฬาไทยที่เข้าเส้นชัยคนแรก และคว้าแชมป์คนไทยเป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน ทำเวลาได้ 1.09.50 ชั่วโมง ส่วนนักกีฬาไทย ที่ได้อันดับ 2 โยธิน ยาปะจันทร์ 1.12.40 ชั่วโมง อันดับ 3 ชยพล บุญอุปละ 1.16.24 ชั่วโมง สำหรับนักกีฬาหญิง โอเวอร์ออลและแชมป์คนไทย ได้แก่ ณัฐธยาน์ ธนรณวัฒน์ 1.28.21 ชั่วโมง ที่ 2 อาภัสรา ปราสาทหินพิมาย 1.30.19 ชั่วโมง อันดับ 3 อรนุช เอี่ยมเทศ 1.32.57 ชั่วโมง 

ประเภทมินิมาราธอน 10 กิโลเมตร นักกีฬาหญิง ผู้เช้าเส้นชัยคนแรก ลอดแก้ว อินทคุ้มมาน (ลาว) 38.20 นาที อันดับ 2 วรพรรณ นวลศรี 40.32 นาที เป็นคนไทยที่เข้าเส้นชัยคนแรก อันดับ 3 สุณีกา ปรีชาโปร่ง ทำเวลาได้ 41.08 นาที เป็นคนไทยที่เข้าเส้นชัยเป็นคนที่ 2 อันดับ 4 สุวารี ธนาเอกนิธิวัฒน์ 42.24 นาที เป็นคนไทยที่เข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 3 42.24 นาที ส่วนนักกีฬาชายที่เข้าเส้นชัยคนแรก ได้แก่ ณัฐวุฒิ อินนุ่ม 32.51 นาที อันดับ 2 อิทธิพล โคตรชา 34.58 นาทีอันดับ 3 ร.ต.ท.ปฏิการ เพชรศรีชา 35.48 นาที

สำหรับ “บุรีรัมย์ มาราธอน 2019” ได้รับการรับรองการจัดการแข่งขันโดย สมาพันธ์กรีฑานานาชาติ (IAAF) สหพันธ์กรีฑาเอเชีย (AAA) สมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (AAT) มีเส้นทางวิ่งผ่านเส้นทางประวัติศาสตร์ และเส้นทางธรรมชาติ พร้อมเสียงเชียร์ให้กำลังใจจากชาวท้องถิ่นทุก 500 เมตร บนความปลอดภัยสูงสุดตามมาตรฐานสากลด้วยการปิดการจราจร 100% พร้อมด้วยจุดปฐมพยาบาลตลอดเส้นทางถึง 29 จุด และรถพยาบาลคอยเตรียมพร้อมให้บริการอีก 24 คัน และในครั้งนี้มีกองเชียร์เจ้าบ้านมากกว่า 5,000 คนมาให้กำลังใจตั้งแต่ก่อนปล่อยตัว จนกว่านักวิ่งคนสุดท้ายจะเข้าเส้นชัย.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้