Thairath Logo
กีฬา

แม่น้ำโขงสะอื้น เขื่อน-ทุนจีนรุกหนัก

Share :

ช่วงต้นปีนี้ “แม่น้ำโขง” อยู่ในสถานการณ์ที่เรียกได้ว่าโกลาหล ด้วยสารพัดความเคลื่อนไหวรุมเร้าอย่างหนัก โดยเฉพาะการเข้ามาของทุนภาคเอกชนจีนและเขื่อน

เพียรพร ดีเทศน์ ผู้อำนวยการฝ่ายรณรงค์ประเทศไทย องค์กรแม่น้ำนานาชาติ International Rivers เล่าให้ฟังว่า เมื่อต้นเดือนมกราคมชาวเชียงราย โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำโขง ได้ร่วมเวทีรับฟังความคิดเห็นกรณีโครงการปรับปรุงร่องน้ำเพื่อการเดินเรือแม่น้ำล้านช้าง แม่น้ำโขง หรือที่รู้จักกันว่า “ระเบิดแก่งแม่น้ำโขง” ซึ่งกรมเจ้าท่าได้ทำจดหมายแจ้งว่าจะจัดเวทีในอำเภอต่างๆริมแม่น้ำโขง ในจังหวัดเชียงราย คือ...อำเภอเวียงแก่น เชียงของ เชียงแสน ในทุกเวทีที่บริษัทจีนร่วมกับบริษัท ทีมคอนซัลติ้งฯ นำเสนอผลการศึกษา ชาวบ้านทั้ง 3 อำเภอ ต่างแสดงความคิดเห็นตรงกันว่า...“ไม่ต้องการโครงการดังกล่าว”

ชาวเชียงของต่างรู้กันดีว่า เมื่อปลายปี 2559 บริษัทจีน CCCC Second Habor ได้มาขอพบกลุ่มท้องถิ่นที่โฮงเฮียนแม่น้ำของ อ.เชียงของ จ.เชียงราย เพื่ออธิบายแผนการสำรวจออกแบบการปรับปรุงร่องน้ำโขงเพื่อการเดินเรือ และอีกเพียงไม่กี่วันต่อมา คณะรัฐมนตรีไทยก็มีมติรับรองให้มีการรื้อฟื้นการสำรวจและออกแบบโครงการนี้ ท่ามกลางความงุนงงของประชาชนริมโขง เนื่องจากโครงการนี้ถูกรัฐบาลไทยชะลอมาไม่น้อยกว่าสิบปีแล้ว โดยเฉพาะที่พรมแดนไทยลาว เนื่องจากข้อกังวลเรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อม นับรวมถึงความมั่นคง

เกือบสองทศวรรษแล้วที่ข้อตกลงการเดินเรือเสรีบนแม่น้ำโขงได้ถูกลงนามระหว่างจีน พม่า ลาว และไทย โดยตกลงให้มีการเดินเรือขนาด 500 DWT ระหว่างภาคใต้ของจีน จากท่าเรือซือเหมา มณฑลยูนนาน มาถึงพรมแดนไทยลาว ลงไปถึงหลวงพระบาง...จากการลงนามครั้งนี้ ซึ่งตามมาด้วยการปรับปรุงร่องน้ำเพื่อการเดินเรือ

ข้อมูลระบุว่า สุดท้ายแล้ว...“แม่น้ำโขง” จะถูกทำให้เป็นเพียงคลองเดินเรือ

ซึ่งโครงการนี้ดำเนินการมาได้ถึงเพียงพรมแดนไทย ที่ “สามเหลี่ยมทองคำ”

บริษัท ทีมคอนซัลติ้งฯได้สัมภาษณ์ครัวเรือนในพื้นที่ศึกษา 474 ราย ถึงความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการปรับปรุงร่องน้ำทางเดินเรือในแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง ซึ่งจะมีทั้งการระเบิด การขุดลอก และการก่อสร้างเขื่อน กันการพังทลายของเกาะ ผลสรุปพบว่า...ประชาชนส่วนใหญ่มีความวิตกกังวลในประเด็นดังนี้

1.ด้านสิ่งแวดล้อม...สภาพแวดล้อม เช่น มลพิษทางอากาศ มลพิษทางเสียง 2.เสียงและความสั่นสะเทือนจากการปรับปรุงร่องน้ำ 3.ผลกระทบต่อระบบนิเวศ เช่น ปริมาณสัตว์น้ำในแม่น้ำโขงอาจจะลดน้อย...สูญหาย (สาหร่ายไก) 4.วิถีชีวิตของคนในชุมชนอาจเกิดการเปลี่ยนแปลง 5.ผลกระทบต่อการประกอบอาชีพของคนในชุมชน 6.การเปลี่ยนแปลงทางเดินของน้ำ ความเร็วของกระแสน้ำ ปริมาณน้ำ ระดับน้ำ

7.การกัดเซาะเกินการควบคุม การกัดเซาะ...การพังทลายของตลิ่ง 8.ผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนและพื้นที่การเกษตรตลอดแนวแม่น้ำโขง 9.ความมั่นคงตามแนวชายแดน...การเปลี่ยนแปลงแนวเขตแดนระหว่างประเทศ 10.ผลกระทบที่จะตามมาภายหลังหากมีการปรับปรุงร่องน้ำทางเดินเรือ

11.การชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ 12.ผลประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับจากการปรับปรุงร่องน้ำ 13.ผลกระทบต่อคุณภาพน้ำในแม่น้ำโขง จากคราบน้ำมัน ขยะจากเรือ 14.อาจเกิดปัญหาแรงงานต่างด้าว ยาเสพติด 15.ผลกระทบต่อทัศนียภาพ แหล่งท่องเที่ยวโบราณสถาน

16.ผลกระทบจากการเดินเรือขนาดใหญ่ต่อเรือขนาดเล็ก การค้า บริเวณจุดผ่อนปรน 17.ความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยกับผู้ประกอบการจีน

“ผลสรุประบุว่า คนส่วนใหญ่เห็นว่าโครงการไม่มีประโยชน์ต่อชุมชน จังหวัดเชียงรายและประเทศไทย แต่มีประโยชน์ต่อนายทุนมากกว่า ในอนาคตประเทศไทยอาจเป็นเพียงทางผ่าน รัฐบาลไม่ค่อยปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ” เพียรพร ว่า “หลายปีมานี้แม่น้ำโขงที่จังหวัดเชียงรายเปลี่ยนแปลงและเสียหายทางระบบนิเวศมาก หลังจากมีการก่อสร้างเขื่อนในแม่น้ำโขงทางตอนบน ซึ่งปัจจุบันสร้างไปแล้วอย่างน้อย 10 เขื่อน โดยเขื่อนจิงหง ตั้งอยู่ใกล้ชายแดนไทยมากที่สุดราว 340 กิโลเมตรเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีโครงการเขื่อนตอนล่างแห่งที่สามคือเขื่อนปากแบง สร้างกั้นแม่น้ำโขงในแขวงอุดมไซ สปป.ลาว ห่างจากชายแดนไทยลงไปราว 90 กิโลเมตร”

ในฐานะชาวแม่น้ำโขงทำงานนี้มาเป็นทศวรรษที่สองเห็นความวุ่นวายของผลกระทบจากโครงการต่างๆที่เกิดขึ้นต่อแม่น้ำและประชาชนนับล้านๆคน...

เห็นการเข้ามาของบริษัทจีน ที่พยายามมีการพูดคุย เสมอเหมือนแค่เป็นเพียงการ “แจ้งเพื่อทราบ”...ว่าจะมีโครงการต่างๆเท่านั้นไม่ได้อยู่บนฐานของความเข้าใจร่วมกันว่า ทุกฝ่ายจะมองแม่น้ำโขงเป็นฐานทรัพยากรร่วมซึ่งต้องบริหารจัดการร่วมกัน

และ...เมื่อกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมานี้เอง เกิดเหตุการณ์ “น้ำโขงท่วม” กลางฤดูแล้งที่ภาคอีสานโดยที่ฝนไม่ตก (อีกแล้ว) ระดับแม่น้ำโขงสูงขึ้นอย่างผิดฤดูกาล ตั้งแต่อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ไปถึงจังหวัดริมแม่น้ำโขงในภาคอีสาน สร้างความเสียหายมากมายแก่แปลงเกษตรริมฝั่งโขง...สูญเสียรายได้ หลายพันครัวเรือน

หลายคนตั้งข้อสังเกตว่าเป็นน้ำจากเขื่อนจีนส่วนหนึ่ง และเพิ่มด้วยปริมาณน้ำที่ระบายจากเขื่อนลำน้ำสาขาในลาว ประเด็นสำคัญมีว่า...พื้นที่เกษตรริมน้ำ เป็นแหล่งรายได้ แหล่งอาหาร ที่ประชาชนลุ่มน้ำโขงหลายล้านครัวเรือนสามารถเข้าถึงได้ แม้จะไม่มีเอกสารสิทธิ เนื่องจากเป็นพื้นที่เกิดขึ้นตามฤดูกาล แต่เป็นพื้นที่ใช้ประโยชน์ร่วมกัน เป็น “พื้นที่หน้าหมู่” หรือในทางสากลรู้จักกันว่า “the commons”

ขณะนี้หลายฝ่าย ทั้งนักกฎหมาย นักสิ่งแวดล้อม นักวิชาการ ได้พยายามผลักดัน “ความรับผิดชอบข้ามพรมแดน” หรือ “Extra– territorial Obligations (ETOs)” เพื่อให้ผู้กระทำผิดหรือละเมิดสิทธิ ต้องรับผิดชอบแม้ความเสียหายจะอยู่นอกประเทศของตน

...เป็นที่ทราบกันว่าในอีกไม่กี่เดือน เมื่อโครงการเขื่อนไซยะบุรี จะเริ่มผลิตไฟฟ้า ชาวบ้านริมโขง ที่ อ.เชียงคาน จ.เลย และอีกหลายจังหวัดทางภาคอีสาน อาจต้องเตรียมรับมือความผันผวนของแม่น้ำโขง ที่น่ากังวลคือเขื่อนนี้มีการลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งไม่ได้ทำการศึกษาผลกระทบข้ามพรมแดนและขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนไทย เป็นคดีที่อยู่ในการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด...

“รัฐบาลไทยไม่เคยแสดงถึงความตระหนักหากเกิดความเสียหายแก่แม่น้ำโขงและประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำโขงในราชอาณาจักรไทย จึงไม่มีระบบในการแจ้งเตือนหรือให้ข้อมูลที่จำเป็นในลุ่มน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่มีการเตือนภัยแก่ชุมชนริมโขง...จึงไม่มีการกำหนดมาตรการชดเชย เยียวยาผลกระทบที่เกิดขึ้น”

ชาวบ้านที่เจ็บก็เจ็บกันต่อไป จินตนา เกตุพิมล เกษตรกรที่ จ.บึงกาฬ บอกว่า ได้ฟังเสียงของคุณยายผ่านหนึ่งในเกษตรกรหลายหมื่นคนที่ทำเกษตรริมโขง แกบอกว่า “ผักยายไปเบิ้ดละ” คุณยายเฝ้าทะนุถนอมฮดน้ำเช้าค่ำ ที่เว้าบอกเห็นสภาพน้ำโขงขึ้นสูงท่วมผักท่วมพืชการเกษตรหลายอย่างของพี่น้องบ้านข้อย คือเหตุการณ์ซ้ำๆทุกแล้งทุกปี...ยามเดือนมกรา กุมภา มีนา เมษา น้ำโขงค่อยๆลงและเป็นหาด แต่มันกะเข้าเหตุการณ์เก่าตลอดเวลา...

ข้อยอธิบายบ่ได้ เพราะยายถามข้อยว่า “เขาคือปล่อยน้ำมาลูก น้ำมาจากไส?” นี่คือคำถามที่คาคอข้อยจ่อล่อ...นี่เบาะวิถีชีวิตที่จะยั่งยืนเลี้ยงลูกหลานไปหน้า คาดเดาหยังกะบ่ถึก เพราะคนปล่อยเขาบ่ได้บอกชาวบ้านเลย...ใจสิขาดนำยาย ซึ่งจนวันนี้ก็ยังไม่มีใครออกมาตอบได้ว่า เป็นการระบายน้ำจากเขื่อนจีน เขื่อนไซยะบุรี หรือเขื่อนตามลำน้ำสาขาต่างๆทั้งในไทยและลาว...

การเยือน สปป.ลาวของผู้นำไทยเมื่อปลายปีมีการหารือเรื่องการรับซื้อไฟฟ้าราคาถูกจาก สปป.ลาว ซึ่งแทบทั้งหมดมาจากเขื่อนบนแม่น้ำโขงและลำน้ำสาขาที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมรุนแรงชัดเจน ในขณะที่ไทยเองก็มีปริมาณไฟฟ้าสำรองมหาศาลอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ผู้ใช้ไฟฟ้าไทย...ย่อมมีสิทธิที่จะถามว่า จะใช้ทรัพยากรโดยไม่คำนึงถึงคนรุ่นต่อๆไปในอนาคตบ้างเลยหรือ?

อ่านเพิ่มเติม...
สกู๊ปหน้า1แม่น้ำโขงเขื่อนจีนนายทุนจีนทรัพยากรธรรมชาติ