วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เลือกตั้งเพื่อเลือกข้าง

เลือกตั้งเพื่อเลือกข้าง

โดย สายล่อฟ้า
6 ก.พ. 2562 09:06 น.
  • Share:

ไม่ออกหมู่ ก็ต้องออกจ่า

การเมืองมันก็เป็นอย่างนี้ คือมีทางรอดออกมาให้เห็นเสมอๆ หรือจะพูดว่าการเมืองไม่มีทางตัน...ว่างั้นเถอะ

ขนาดว่ากฎกติกาที่กำหนดเอาไว้อย่างเข้มข้น แต่สุดท้ายก็หาทางออกเพื่อไปสู่เป้าหมายด้วยการปรับกระบวนปรับทัพกันใหม่

ที่เห็นเปลี่ยนชื่อเปลี่ยนนามในวันลงสมัครเลือกตั้งก็ยังทำกันเลย นับประสาอะไร เมื่อมีผู้สมัครหลายคนได้ใช้ชื่อ “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” ตามที่เปลี่ยนมา

คงได้เห็นกระจ่างตากันแล้ว

ไม่ต่างกับที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันว่า การเมือง ณ คาบนี้จะออกมาในลักษณะใด แม้จะตัวแทนพรรค ผู้นำพรรค ในพรรคการเมืองใหญ่ก็ยังคงเป็นไปได้เพียงแค่ “นอมินี” ทางการเมืองเท่านั้น ไม่สามารถที่จะวางบทบาทการนำได้

แม้แต่รายชื่อตัวแทนพรรคในบัญชีนายกฯก็ไม่ต่างกัน

คำถามเลยมีว่าการเมืองวันนี้ในสนามเลือกตั้งใครคือคู่ต่อสู้ซึ่งกันและกัน แม้จะมีชื่อหัวหน้าพรรคของแต่ละพรรคกลับมีบทสรุปว่าเป็นการต่อสู้ของคน 2 คนเท่านั้น

1. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่พรรคพลังประชารัฐจะเสนอชื่อให้เป็นนายกฯ

2. นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และเจ้าของพรรคเพื่อไทยและเครือข่าย

แม้นายทักษิณจะไม่ได้ประกาศตัวอย่างชัดเจน เพราะเกรงว่าจะผิดกฎหมายเลือกตั้งในการครอบงำพรรค

แต่สังเกตให้ดีด้วยพฤติกรรมต่างๆที่ผ่านมา ซึ่งจะดำเนินการในลักษณะอ้อมๆ และยังจัดรายการวิเคราะห์ปัญหาของประเทศไทยในด้านต่างๆ

“ยิงอ้อม แต่หวังผลทางตรง”

พรรคเพื่อไทยนั้นเป็นพรรคการเมืองหลัก โดยมีพรรคไทยรักษาชาติ พรรคเพื่อชาติ เป็นดาวกระจายเพื่อหวังผลในระบบปาร์ตี้ลิสต์

“เพื่อไทย” มี 3 รายชื่อที่จะเสนอให้เป็นนายกฯ คือ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และนายชัยเกษม นิติสิริ

พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ไม่ถูกเสนอชื่อ

ก็แปลกๆอย่างนี้แหละ...

อีกฟากหนึ่งคือพรรคพลังประชารัฐแม้จะพรรคใหม่ที่มุ่งเน้นสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ หลังเลือกตั้ง

ด้วยกระบวนคิดและการวางแผนต่างๆในลักษณะที่ว่าถ้าไม่รวมหัวกันทำพรรคการเมืองแล้วใครจะแก้ปัญหาของประเทศ

จะปล่อยให้เป็นไปอย่างนั้นก็เท่ากับ “เสียของ” แน่!!!

พลังประชารัฐจะเสนอบัญชีชื่อนายกฯ 3 คน คือ พล.อ.ประยุทธ์ นายอุตตม สาวนายน นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์

เมื่อจับพลัดจับผลูแล้วก็กลายเป็น “คู่ชนช้างสำคัญ” ไปโดยปริยาย ทำนองว่าจะเอา “ประยุทธ์” หรือเอา “ทักษิณ”

ยกระดับไปอีกนิดก็คือจะเอา “เผด็จการ” หรือ “ประชาธิปไตย”

สุดท้ายก็กลายเป็นความชัดที่แคมเปญอยู่ในลักษณะนี้โดยปริยาย เรื่องนโยบายอะไรต่างๆแทบจะไม่มีประโยชน์อันใดต่อการเรียกคะแนนนิยม

ว่าไปแล้วการเลือกตั้งครั้งนี้ถึงที่สุดแล้วก็คือการเลือกนายกรัฐมนตรีเป็นประเด็นหลัก จะชอบใครก็เลือกพรรคการเมืองที่ส่งชื่อผู้นั้น

พรรคการเมืองจึงเป็นแค่ตัวประกอบที่จะสนับสนุนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้น.

“สายล่อฟ้า”

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้