วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แข่งกันสร้างอาวุธนิวเคลียร์อีกแล้ว (2)

แข่งกันสร้างอาวุธนิวเคลียร์อีกแล้ว (2)

  • Share:

1 กุมภาพันธ์ 2562 รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯประกาศถอนตัวจากการเป็นภาคีของสนธิสัญญาอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลางหรือไอเอ็นเอฟ กับรัสเซีย นายกรัฐมนตรีรัสเซียก็ประกาศว่ารัฐบาลรัสเซียพร้อมจะสนับสนุนการพัฒนาอาวุธใหม่ๆ และบอกว่าเสถียรภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศจะย่ำแย่ลง รัสเซียจะตอบโต้สหรัฐฯอย่างสมน้ำสมเนื้ออย่างแน่นอน

เมื่อวานผมรับใช้ผู้อ่านท่านที่เคารพว่า โลกจะกลับไปตึงเครียดเหมือนยุคก่อนการผ่อนคลายความตึงเครียด ซึ่งการผ่อนคลายความตึงเครียดเป็นการผ่อนคลายระหว่าง 2 มหาอำนาจ สหรัฐฯกับสหภาพ โซเวียต ระหว่าง พ.ศ.2512-2522 ผู้นำของ 2 ประเทศในยุคนั้นคิดว่าการแผ่อิทธิพลและการสะสมอาวุธนิวเคลียร์เป็นเรื่องที่จะทำให้โลกแย่ลง จึงพยายามหันมาจับมือกันทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การค้า และวัฒนธรรม

ผู้อ่านท่านคงจะเคยได้ยินคำว่า Peaceful Co-existence นะครับ เป็นคำที่นายนีกีตา เซรเกเยวิช ครุชชอฟ ผู้นำโซเวียตประกาศหลักการอยู่ร่วมกันโดยสันติเพื่อให้ฝ่ายทุนนิยมและฝ่ายคอมมิวนิสต์อยู่ร่วมกันโดยไม่จำเป็นต้องทำสงครามต่อกันอีกต่อไป หลักการนี้ล่ะครับ ทำให้โซเวียตหันมาผ่อนปรนกับรัฐบริวารทั้งหลายของตัวเอง

เมื่อโซเวียตมีท่าทีอย่างนั้น ฝ่ายสหรัฐฯก็ตอบสนองหลักการอยู่ร่วมกันโดยสันติ สิ่งที่เห็นได้ชัดก็คือ สหรัฐฯเริ่มเปลี่ยนนโยบายไม่สกัดกั้นการขยายตัวของคอมมิวนิสต์ นอกจากนั้น ก็ยังจำกัดการใช้อาวุธนิวเคลียร์เพื่อสกัดกั้นการขยายตัวของสหภาพโซเวียต โลกเย็นลงมากครับในตอนนั้น นอกจากผู้นำประเทศมหาอำนาจแล้ว ผู้นำประเทศอื่นๆก็ถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน โลกเปลี่ยนจากยุคเผชิญหน้ามาเป็นยุคแห่งการเจรจา

ในยุคของโอบามาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯทุกอย่างราบรื่นเหมือนยุคครุชชอฟกับนิกสัน แม้แต่อิหร่านซึ่งเป็นศัตรูคู่อาฆาตกับสหรัฐฯมาตั้งแต่สมัยโคไมนีโค่นพระเจ้าชาห์ และทำลายผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในอิหร่านลงอย่างเหี้ยนเต้ โอบามาก็ยังมีท่าทีโอนอ่อนผ่อนตามทำให้บรรยากาศความสัมพันธ์ระหว่างประเทศต่างๆดีมาก

แต่พอทรัมป์ชนะเลือกตั้งเมื่อ พ.ศ.2559 แกก็อาละวาดฟาดงวงฟาดงา โยนข้อหาสารพันไปให้รัสเซีย และบั้นปลายท้ายที่สุดก็ประกาศถอนตัวจากสนธิสัญญาอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลางหรือไอเอ็นเอฟ เมื่อสหรัฐฯประกาศถอน รัสเซียก็เอาบ้าง รัสเซียประกาศถอนบ้างยังไม่พอ ยังประกาศสนับสนุนการค้นคว้าวิจัยด้านอาวุธและนิวเคลียร์ เอาสิครับ ต่อไปนี้โลกก็แข่งกันสร้างอาวุธ และก็ใช้อาวุธมาห้ำหั่นกัน

ประเทศที่ยังไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ก็โดนกลุ่มประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์อยู่แล้วห้ามค้นคว้าวิจัยและผลิตอาวุธนิวเคลียร์ ส่วนพวกที่มีอาวุธมากอยู่แล้วก็ผลิตได้มากเพิ่มขึ้น ประเทศที่ไม่มีก็จะกลายเป็นผู้ที่ต้องยอมสยบประเทศที่มีอาวุธยุทโธปกรณ์และมีอาวุธนิวเคลียร์อยู่ตลอดไป

ทรัมป์เป็นคนทำให้โลกร้อนขึ้น ประเทศอื่นๆที่ไม่มีทางสู้อย่างตรงไปตรงมา เพราะอาวุธไม่ดีพอหรือไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ที่จะใช้ขู่กัน พวกนี้ก็ต้องหันไปหาการก่อการร้าย ต้องลอบสู้ ลอบฆ่า เพราะสู้ซึ่งหน้าไม่ไหว โลกเราก็คงจะวุ่นวายมากยิ่งขึ้น

สมัยก่อนมีคำต่างๆที่ทำให้โลกเย็นลงเยอะครับ เช่น CMB’s หรือ Confidence Building Measures ที่หมายถึง มาตรการการสร้างความมั่นใจ ที่เป็นความร่วมมือกันระหว่างยุโรปตะวันตก (ที่เป็นเสรีประชาธิปไตย) และยุโรปตะวันออก (ที่เป็นคอมมิวนิสต์)

ในอดีต มหาอำนาจแก้ปัญหาเรื่องเบอร์ลินไม่ตก พอสหรัฐฯ กับโซเวียตได้ผู้นำที่มีบุคลิกภาพไม่แข็งกร้าวก็มีการชักชวนกันไปลงนามใน The Quadripartite Agreement หรือข้อตกลง จตุรภาคี มีสหรัฐฯ โซเวียต อังกฤษ และฝรั่งเศส ไปลงนามกันเพื่อยุติความขัดแย้งในเบอร์ลิน ทำให้สถานการณ์โลกดีขึ้นกว่าเก่าอีกหลายเท่าทวีคูณ

ทรัมป์คงสำรวจแนวโน้มประชาชนคนสหรัฐฯ ว่าปัจจุบันชอบเรื่องความเป็นชาตินิยมมากขึ้น จึงคิดนโยบายว่า ‘อเมริกาต้องมาก่อน’ พวกที่บ้าชาติ คลั่งชาติก็ชอบกันมาก เมื่อรู้ว่าทำอย่างนี้มีคะแนน ทรัมป์ก็ลามไปเรื่อยจนถึงขนาดถอนตัวจากสนธิสัญญาอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลางหรือไอเอ็นเอฟ นี่ล่ะครับ.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย

songlok1997@gmail.com

แข่งกันสร้างอาวุธนิวเคลียร์อีกแล้ว (1)

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้