วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
คน 1 ใน 3 ไม่รู้วันเลือกตั้ง ส่วนใหญ่ 76% ยังไม่มีพรรคการเมืองในใจ

คน 1 ใน 3 ไม่รู้วันเลือกตั้ง ส่วนใหญ่ 76% ยังไม่มีพรรคการเมืองในใจ

  • Share:

ซูเปอร์โพล ชี้ประชาชนเกินกว่า 1 ใน 3 ไม่ทราบวันเลือกตั้ง 24 มี.ค. พบส่วนใหญ่ 76% ยังไม่มีพรรคการเมืองในใจ แนะบิ๊กตู่ วางตัวเป็นกลางทำงานต่อ รอผลหลังเลือกตั้ง...

เมื่อวันที่ 3 ก.พ. นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เปิดเผยผลสำรวจภาคสนาม จากประชาชนทุกสาขาอาชีพ จำนวนทั้งสิ้น 1,097 ตัวอย่าง เรื่อง พรรคการเมืองในใจคนไทย พบว่า ประชาชนจำนวนมากเกินกว่า 1 ใน 3 หรือร้อยละ 38.7 ยังไม่ทราบวันเลือกตั้ง เป็นวันที่ 24 มีนาคม ส่วนร้อยละ 61.3 ทราบแล้วว่าเป็นวันที่ 24 มีนาคม และเมื่อสอบถามถึงความตั้งใจจะไปเลือกตั้ง พบว่าร้อยละ 44.8 จะไป ร้อยละ 44.0 ยังไม่แน่ใจ และร้อยละ 11.2 ไม่ไป

นอกจากนี้ พบว่าส่วนใหญ่หรือร้อยละ 76.0 ยังไม่มีพรรคการเมืองในใจที่จะเลือก ในขณะที่ร้อยละ 24.0 ระบุมีพรรคการเมืองในใจแล้ว และเมื่อจำแนกตามจุดยืนการเมืองพบว่า ทุกกลุ่มจุดยืนการเมืองส่วนใหญ่ยังไม่มีพรรคการเมืองในใจที่จะเลือก โดยกลุ่มพลังเงียบยังไม่มีพรรคการเมืองในใจที่จะเลือกมากที่สุด คือร้อยละ 82.9 รองลงมาคือกลุ่มสนับสนุนรัฐบาลและ คสช. ร้อยละ 76.9 และกลุ่มไม่สนับสนุนรัฐบาลและ คสช. ร้อยละ 63.2 ยังไม่มีพรรคการเมืองในใจที่จะเลือก

ส่วนการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ควรรับเทียบเชิญของนักการเมือง หรือวางตัวเป็นกลาง ทำงานต่อ รอผลหลังเลือกตั้ง จำแนกตามจุดยืนการเมืองของประชาชน พบว่า ส่วนใหญ่ในทุกกลุ่มจุดยืนการเมือง ได้แก่ กลุ่มพลังเงียบร้อยละ 86.3 กลุ่มไม่สนับสนุนรัฐบาลและ คสช. ร้อยละ 81.8 และกลุ่มสนับสนุนรัฐบาล และ คสช. ร้อยละ 74.9 ระบุ พล.อ.ประยุทธ์ ควรวางตัวเป็นกลาง ทำงานต่อ รอผลหลังเลือกตั้ง ในขณะที่ กลุ่มสนับสนุนรัฐบาล และ คสช. ร้อยละ 25.1 กลุ่มไม่สนับสนุนรัฐบาล และ คสช. ร้อยละ 18.2 และกลุ่มพลังเงียบร้อยละ 13.7 เท่านั้นที่ระบุ นายกรัฐมนตรีควรรับเทียบเชิญนักการเมือง

สำหรับผลสำรวจครั้งนี้ชี้ชัดว่า ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่ฟันธงจะเลือกพรรคไหน ทุกพรรคการเมืองจึงมีโอกาสสูงได้ใจประชาชนแต่ช่วงโค้งสุดท้ายจะชัดเจนขึ้นว่าคนไทยจะเลือกพรรคใด อย่างไรก็ตาม วันนี้คนไทยในทุกกลุ่มเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ วางตัวเป็นกลางทำงานต่อ รอผลหลังเลือกตั้งจะเป็นกลยุทธ์ที่ดีกว่าโดยช่วงเวลาที่เหลือโชว์ผลงานต่อเนื่องตามยุทธศาสตร์เสริมสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ ความเชื่อมั่นและการสนับสนุนจากสาธารณชนต่อภารกิจของรัฐบาลและ คสช.ที่จะเป็นตัวช่วยบริหารจัดการอารมณ์ของสาธารณชนได้ดีมีประสิทธิภาพหลังเลือกตั้งอีกด้วย.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้