วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
กติกาเป็นพิษก่อชนวนวิกฤติหลังเลือกตั้ง : แนะตั้งรัฐบาลสมานฉันท์

กติกาเป็นพิษก่อชนวนวิกฤติหลังเลือกตั้ง : แนะตั้งรัฐบาลสมานฉันท์

  • Share:

"รัฐบาลชุดใหม่ที่รับไม้ต่อจากรัฐบาลชุดนี้

ถ้าไม่รีบแก้ไขรัฐธรรมนูญ รับรองไม่มีใครกล้ามาลงทุน

เพราะกติกามันป่าเถื่อน ไม่ให้เกียรติประชาชน

โดยเฉพาะเป็นกติกาที่เขาอยู่เหนือกฎหมาย

เขียนให้กำกวม ต้องตีความทั้งฉบับ วางกลไกให้ทะเลาะเบาะแว้งกัน"

นายเสนาะ เทียนทอง ประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย สะท้อนให้เห็นภาพอนาคตของประเทศไทยหลังเลือกตั้งใหญ่ 24 มีนาคม 2562

ยิ่งมีหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อยู่ภายใต้อำนาจของรัฐบาลหรือไม่

เห็นได้จาก เช่น การขยับวันเลือกตั้ง เดิมวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 ไปเป็นวันที่ 24 มีนาคม 2562

ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องเลื่อนออกไป รัฐบาลก็ให้ไปถาม กกต.ทำไมถึงต้องเลื่อน

กกต.ก็ไม่กล้าชี้แจง พอจวนตัวก็ออกมาโวยวายนิดหน่อยว่ารัฐบาลไม่เสนอให้ออก

พระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้ง เพื่อ กกต.จะได้กำหนดวันเลือกตั้งต่อไป

แล้ว กกต.จะทำอย่างไรในเมื่อกฎหมายการเลือกตั้ง ส.ส.กำหนดให้จัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 150 วัน นับตั้งแต่กฎหมายมีผลบังคับใช้ และประกาศผลการเลือกตั้งให้ได้ภายใน 60 วัน

ถ้า กกต.ไม่สามารถทำได้ภายใน 150 วัน สุ่มเสี่ยงมีความผิดทั้งอาญาและแพ่ง

เมื่อไปถามนายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ก็ได้รับคำตอบว่า มีหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ไม่มีหน้าที่ตีความ

แค่เริ่มต้นก็มีปัญหาในการตีความกฎหมาย

พอเลือกตั้งจบบ้านเมืองจะเกิดความวุ่นวายครั้งใหญ่

เพราะอย่างน้อยตามกลไกของรัฐธรรมนูญกำหนดให้มี ส.ส.เขต 350 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 150 คน

และยังกำหนดวาระเริ่มแรกให้ ส.ว. 250 คน ซึ่งมีหน้าที่และอำนาจมากล้น

หนึ่งในนั้นเปิดช่องให้จับมือกับ ส.ส.โหวตเลือกนายกรัฐมนตรีได้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดประตูให้ ส.ว. 250 คน โหวตเลือกนายกรัฐมนตรีได้ โดยใช้เสียงกึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภา 750 คน

เขาก็จะขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปแน่นอน แต่เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย

อย่างน้อยก็บริหารราชการแผ่นดินไม่ได้ เพราะมี ส.ส.ในมือไม่ถึง 250 เสียง

ตั้งรัฐบาลเร็วก็ไปเร็ว เสนอกฎหมายอะไรก็ไม่ผ่านที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร

ฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจโครมเดียวก็จอด ไปไม่เป็น

เว้นแต่ ส.ว. 250 คน จะยึดเอาประโยชน์ของประเทศชาติ

หากไม่คำนึงถึงประโยชน์ของชาติรับรองบ้านเมืองวุ่นวายแน่

หรือ พล.อ.ประยุทธ์ต้องรวบ ส.ส.ให้ได้ถึง 260-270 เสียง พรรคของตัวเองไม่มีทางอยู่แล้ว

นอกจากดึงพรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทยมาร่วมด้วย

ขณะที่พรรคเพื่อไทย เมื่อร่วมกับพรรคอื่นๆ มั่นใจไม่ต่ำกว่า 250 เสียงอยู่แล้ว

นายพิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสนอทางออกให้พรรคเพื่อไทยจับมือพรรคประชาธิปัตย์ตั้งรัฐบาล โดยขอให้ประกาศจับมือตั้งแต่ก่อนถึงวันเลือกตั้ง นายเสนาะ บอกว่า พรรคใหญ่ๆที่เป็นประชาธิปไตยทราบดีว่าประเทศชาติเสียหายย่อยยับหลังรัฐบาล คสช.บริหารประเทศมาเกือบ 5 ปี

ประชาชนล้วนกระเป๋าแฟบ ทำมาหากินไม่ได้ ร้านอาหารปิดเป็นแถว

โดยเฉพาะเกษตรกรกระดูกสันหลังของชาติ ทำอะไรเจ๊งหมด

ผลผลิตทางการเกษตรเกือบทุกชนิดราคาตกต่ำหมด

เช่น ยางพารา มะพร้าว ข้าว อ้อย แล้วเกษตรกรจะอยู่ได้อย่างไร

ผมพูดตรงๆ เอาความจริงมาพูด ไม่ได้มีเจตนากล่าวโจมตีสร้างความเสียหายแก่ใคร

พรรคใหญ่ๆ อาทิ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย ต่างรู้ดี

ถ้าปล่อยให้บริหารประเทศต่อไปอีก สุดท้ายบ้านเมืองจะไม่เหลืออะไร

ฉะนั้นถึงเวลาจะต้องหันหน้าจับมือกัน ป้องกันการสืบทอดอำนาจ

แต่พรรคใหญ่ๆที่อยู่ฝ่ายประชาธิปไตยกลับทะเลาะกันเสียอีก

ทีมข่าวการเมือง ถามว่า เบื้องหลังมีแกนนำพรรคใหญ่ของแต่ละพรรคเจรจาเพื่อหาทางออกในเรื่องนี้อยู่ แต่ไม่มีความคืบหน้าเท่าไหร่ นายเสนาะ บอกว่า ขณะนี้ต่อยังไม่ติด

มันจะต่อติดได้อย่างไรในเมื่อเรายื่นมือไป แต่กลับยื่นเท้ามาให้

ตราบที่ยังเป็นแบบนี้ต่อไปหลังการเลือกตั้งรับรองบ้านเมืองวุ่นวายแน่

เขาขึ้นเป็นรัฐบาลก็บริหารบ้านเมืองไม่ได้

เราขึ้นเป็นรัฐบาลก็บริหารประเทศไม่ได้

ต่างฝ่ายต่างยันกันอยู่ แล้วประเทศจะเดินหน้าได้อย่างไร

เมื่อพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลก็บริหารประเทศไม่ได้ พรรคพลังประชารัฐขึ้นเป็นรัฐบาลก็บริหารประเทศไม่ได้ มีนักการเมืองอาวุโสหลายท่านเสนอให้ผ่าทางตันการเมือง โดยให้ทุกพรรคการเมืองตั้งรัฐบาลเฉพาะกิจแห่งชาติขึ้น เพื่อให้ประเทศขับเคลื่อนไปข้างหน้า นายเสนาะ บอกว่า หากให้แต่พรรคการเมืองเจรจาตั้งรัฐบาลแห่งชาติคงจบยาก เพราะมันคุยกันไม่รู้เรื่อง

“ก่อนหน้านี้ผมก็เคยพูดหลายครั้งถึงการตั้งรัฐบาลแห่งชาติ แต่สถานการณ์การเมืองที่ผ่านมา การพูดคุยกับพรรคใหญ่ๆ โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์พูดด้วยยากมาก ส่วนพรรคพลังประชารัฐยังพอที่จะหารือร่วมกันได้
ถ้าพรรคประชาธิปัตย์พรรคเดียวเข้ามาร่วมมันก็มีโอกาสเป็นไปได้หรือพรรคพลังประชารัฐ พรรคเพื่อไทย พรรคอื่นๆมาคุยกันมันก็ไปได้

หากพรรคประชาธิปัตย์ไม่เอาด้วยก็ไปเป็นฝ่ายค้าน

ทั้งหมดเป็นข้อเสนอโดยที่เราจะต้องเอาบ้านเมืองไว้ก่อน

ภายในพรรคเพื่อไทย ผมในฐานะเป็นผู้ใหญ่คนหนึ่งเชื่อมั่นว่าคุยรู้เรื่อง

โดยเฉพาะการหาทางออกให้ประเทศชาติ เรายินดีเสมอ”

ทีมข่าวการเมือง ถามว่า พรรคพลังประชารัฐ พรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย หรือพรรคอื่นๆด้วย ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ไปเป็นฝ่ายค้าน นายเสนาะ บอกว่า ถ้าพรรคนี้ไม่เข้าร่วมก็จะต้องเป็นฝ่ายค้าน

ทำไมพกความมั่นใจว่าจะหาทางลงเอยกับพรรคพลังประชารัฐได้ ในการจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้งใหญ่ นายเสนาะ บอกว่า...

...หากสถานการณ์การเมืองเดินมาถึงจุดนั้นจริง ก็ต้องจับเข่าคุยกับทุกพรรค

โดยยึดเอาผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก

ผมยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยคุยรู้เรื่อง ขอให้เป็นเรื่องของบ้านเมือง

นักการเมืองที่รักชาติจริงต้องเอาบ้านเมือง ผมก็เป็นส่วนหนึ่งที่จับเข่าคุยได้กับทุกฝ่าย

ทีมข่าวการเมือง ถามว่า ประตูนี้เป็นทางออกสุดท้ายของบ้านเมือง นายเสนาะ บอกว่า ใช่ครับ ขอย้ำว่าให้นักการเมืองยึดเอาบ้านเมืองเป็นหลัก

การเมืองเมื่อถึงจุดนั้นแล้วพรรคประชาธิปัตย์ไม่เอาด้วย ก็ไปเป็นฝ่ายค้าน

พรรคเพื่อไทยเอาด้วยแน่นอน 100 เปอร์เซ็นต์หากเจรจากันในแนวทางนี้

เมื่อตั้งรัฐบาลเฉพาะกิจได้ก็อย่าไปทำอะไรมูมมาม

เพื่อให้บ้านเมืองอยู่รอดปลอดภัยและประชาชนลืมตาอ้าปากได้.

ทีมการเมือง

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้