วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ร่วมกันขับไล่ลุงตู่หัวร้อน ปชป.พท. 2 พรรคใหญ่สามัคคีประสานเสียง!

ร่วมกันขับไล่ลุงตู่หัวร้อน ปชป.พท. 2 พรรคใหญ่สามัคคีประสานเสียง!

  • Share:

เทียบเชิญละคร-ปาหี่

พรรคการเมืองมาตามนัด ดาหน้า ถล่มใส่ “ลุงตู่หัวร้อน” โฆษก ปชป. ซัด“บิ๊กตู่” ขาดวุฒิภาวะผู้นำให้ เลิกเล่นปาหี่ได้แล้ว “จาตุรนต์” เย้ยเล่นนอกสคริปต์ เนติบริกร เกรี้ยวกราดขาดสติแบบนี้ต้องไขก๊อก “พิชัย” สวนแล้วจะเป็นนายกฯในระบอบ ปชต.ได้ยังไง “อนุสรณ์” ยุเข้าคูหากาเพื่อไทยไล่ “ประยุทธ์” “สุทิน” แซะลีลาส่งเทียบเชิญแค่ละครการเมือง “สุดารัตน์” ให้อยู่ที่จิตสำนึกผู้นำ “ชัยเกษม” ย้อนอดีต “บิ๊กตู่” ทุบโต๊ะไล่รัฐบาลรักษาการก่อนปฏิวัติยังคาดเดายากหวั่นปฏิวัติซ้ำ หาเสียงเริ่มเดือด “พลภูมิ” โวยถูกคู่แข่งปลดป้ายเฉย

จากกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ออกอาการเกรี้ยวกราดใช้ถ้อยคำสบถตอบโต้รุนแรง หลังถูกกดดันให้ลาออกจากตำแหน่ง ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากฝ่ายการเมืองตามมาว่าแสดงถึงการขาดวุฒิภาวะผู้นำของคนที่จะเป็นนายกฯอย่างยิ่ง

ปชป.ซัด “บิ๊กตู่” ขาดวุฒิภาวะ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 ก.พ. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายธนา ชีรวินิจ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยืนยันจะไม่ลาออกโดยยกกรณีนายบารัค โอบามา และนายสีจิ้นผิง ขึ้นมาเปรียบเทียบพร้อมสบถคำไม่สุภาพ และยังกล่าวพาดพิงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ว่า พล.อ.ประยุทธ์ในฐานะนายกฯไม่มีสิทธิ์พูดจาหยาบคายต่อสาธารณชน เป็นตัวอย่างไม่ดีกับสังคมและเยาวชน ขาดซึ่งวุฒิภาวะของคนเป็นนายกฯท่านไม่มีสิทธิ์พูดความจริงไม่หมด หรือพูดโกหกทำให้ประชาชนสับสน เพราะข้อเท็จจริงนายอภิสิทธิ์ชี้ให้เห็นว่า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์เป็นรัฐบาลที่มีอำนาจพิเศษ มีมาตรา 44 สามารถปลด หรือย้ายข้าราชการ แม้กระทั่งกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่กำกับดูแลการเลือกตั้ง ขณะที่รัฐบาลปกติ หรือรัฐบาลรักษาการณ์ที่ผ่านๆมาก็ไม่มีอำนาจนี้ และต้องขอความเห็นชอบจาก กกต.ก่อน ส่วน พล.อ.ประยุทธ์จะลาออกหรือไม่ เป็นสิทธิ์ของท่านที่จะพิจารณา

เลิกเล่นปาหี่การเมืองได้แล้ว

“ขอให้ พล.อ.ประยุทธ์เลิกเล่นปาหี่การเมืองเสียที บอกยังไม่ตัดสินใจตอบรับเข้าบัญชีนายกฯ ของพรรคพลังประชารัฐ แต่พรรคพลังประชารัฐได้ประโยชน์จากการนำนโยบายของรัฐบาลในการหาเสียงล่วงหน้า ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ทราบดีมาโดยตลอด จึงปฏิเสธไม่ได้ถึงความเกี่ยวพันระหว่างพรรคพลังประชารัฐกับรัฐบาลนี้ และสังคมไทยทราบดีว่า พล.อ.ประยุทธ์จะอยู่บัญชีพรรคพลังประชารัฐแน่ เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์เป็นชายชาติทหาร ต้องกล้าพูดความจริง เพราะเป็นเรื่องของบ้านเมืองไม่ใช่เรื่องส่วนตัว และท่านจะมีจริยธรรมพอกับรัฐมนตรี 4 คนที่ลาออกไปหรือไม่ ส่วนการพาดพิงถึงอดีตรัฐมนตรีที่ลาออกเพราะเรื่องปลากระป๋องนั้น ถือเป็นการลาออกเพื่อแสดงสปิริตทางการเมือง ให้มีการตรวจสอบได้อย่างเต็มที่ และท้ายที่สุด ป.ป.ช.ชี้มูลแล้วว่าไม่มีความผิด ขอให้ศึกษาข้อมูลให้ถ่องแท้ และอย่าโกหกประชาชน” นายธนากล่าว

ปชป.ดัน “ไพร” ลงแทน “วิรัตน์”

ต่อมาเวลา 20.30 น. นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า อาจมีการเปลี่ยนตัวผู้สมัคร ส.ส.สงขลา เขต 3 จากนายวิรัตน์ กัลยาศิริ อดีต ส.ส.สงขลา มาเป็นนายไพร พัฒโน นายกเทศมนตรีเทศบาลนครหาดใหญ่ และเป็นอดีต ส.ส.สงขลา เจ้าของพื้นที่เดิม เนื่องจากเป็นห่วงสุขภาพนายวิรัตน์ ที่เพิ่งผ่าตัดจากอาการกระดูกทับเส้นประสาท เมื่อวันที่ 4 ม.ค.ที่ผ่านมา และแพทย์สั่งให้พัก 4-6 สัปดาห์ ซึ่งต้องพักอีกอย่างน้อย 2 สัปดาห์ กรรมการบริหารพรรคจึงกังวลว่าจะกระทบกับการลงพื้นที่หาเสียงช่วงเลือกตั้ง กำลังประเมินว่าสุขภาพนายวิรัตน์ไหวหรือไม่ จึงเสนอให้นายวิรัตน์ลงสมัครระบบบัญชีรายชื่อแทน ดังนั้นตนจะเสนอและขอมติเวียนจาก กก.บห.พรรคให้ได้ข้อยุติภายในคืนนี้ (2 ก.พ.) เพราะจากการประเมินแล้วเห็นว่า นายวิรัตน์ยังเดินไม่สะดวก และยังต้องใช้ไม้เท้าช่วยพยุง โดยนายไพรได้ยื่นใบลาออกจากตำแหน่งแล้ว มีผลวันที่ 4 ก.พ.นี้ และแจ้งความประสงค์จะลงสมัคร ส.ส.ในเขตดังกล่าว ส่วนที่มีการเสนอให้นายเจือ ราชสีห์ อดีต ส.ส.สงขลา มาลงแทนนั้น ตอนแรกก็เสนอเช่นนี้แต่มีคนคัดค้าน เพราะเป็นพื้นที่ของนายไพรอยู่แล้วจึงคิดว่าน่าจะเหมาะสมกว่า

เย้ยเล่นนอกสคริปต์เนติบริกร

ขณะที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่ากรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกอาการเกรี้ยวกราดพูดจาไม่เหมาะสม จะมองว่าหลุดก็ได้ อุตส่าห์พูดไปดูบทไป เข้าใจว่าเนติบริกรคงเขียนมาให้เพื่อโต้เรื่องออกไม่ออก ในบทที่เขียนมาให้คงไม่มีคำว่า “มึงมาไล่ดูสิ” แน่ หรือจะมองว่าไม่หลุดก็ได้ เพราะ พล.อ.ประยุทธ์เกรี้ยวกราด พูดจาหยาบคายมาหลายครั้งหลายหนจนเป็นนิสัยเสียแล้ว แต่ที่น่าสนใจมากกว่าคือสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ยกขึ้นมาอ้างไม่ลาออกนั้น เป็นการมั่วและจงใจไม่พูดถึงเรื่องที่สำคัญจริงๆ คือกำลังเป็นผู้ถูกเสนอชื่อแข่งขันเป็นนายกฯ การอ้างถึงผู้นำประเทศต่างๆ แต่ไม่ได้พูดว่าในประเทศประชาธิปไตยทั่วโลก เมื่อถึงเวลาเลือกตั้ง ผู้นำและรัฐบาลจะไม่ออกนโยบายหรือโครงการอะไรใหม่ๆ ที่ให้คุณให้โทษต่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง ดังนั้นที่ พล.อ.ประยุทธ์จงใจไม่พูด เพราะกำลังทำในสิ่งตรงข้าม และคงตั้งใจจะทำต่อไป

เกรี้ยวกราดขาดสติต้องไขก๊อก

นายจาตุรนต์ระบุว่า การอ้างว่ารัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดให้ต้องลาออก แต่นั่นเป็นเพราะเนติบริกรทั้งหลายตั้งใจเขียนรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ พล.อ.ประยุทธ์ได้เปรียบพรรคการเมืองอื่น และได้สืบทอดอำนาจง่ายขึ้น การอยู่ในตำแหน่งใช้อำนาจและงบประมาณ เพื่อช่วยพรรคตนเองตามใจชอบจึงไม่ถูกต้อง การอ้างว่ากฎหมายไม่ห้ามย่อมไม่อาจทำให้ความเลวร้ายกลายเป็นความชอบธรรมขึ้นมาได้ เสนอมาตลอดว่า พล.อ.ประยุทธ์มีทางเลือกอยู่ 2 ทาง คือ ลาออก แล้วปฏิบัติหน้าที่ในฐานะรัฐบาลรักษาการ หรือประกาศให้ชัดเจนว่าจะไม่ใช้อำนาจและงบประมาณให้คุณให้โทษกับฝ่ายใดในการเลือกตั้งครั้งนี้ แต่จากอาการเกรี้ยวกราดขาดสตินี้ คิดว่าคนไทยจำนวนมากอาจรู้สึกเหมือนกันว่า พล.อ.ประยุทธ์ควรลาออกไปได้แล้ว ไม่เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายฉบับไหนเลย

จะเป็นนายกฯในระบอบได้ยังไง

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ ประธานคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่า การที่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ลาออกและใช้วาจาไม่สุภาพ จนกลายเป็นแฮชแท็กติดอันดับหนึ่งในโซเชียลมีเดีย เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีสำหรับเยาวชน หากจำกันได้ 4 รัฐมนตรีก็ถูกเรียกร้องให้ออกอยู่ตลอด แต่ไม่ได้แสดงอาการเกรี้ยวกราด สุดท้ายทั้ง 4 คนทราบว่าการอยู่ในตำแหน่งเป็นการเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่น จึงอยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ดูเป็นตัวอย่าง เพราะนายกฯต้องมีบรรทัดฐานที่สูงกว่ารัฐมนตรี หากมีบรรทัดฐานต่ำ จะเหมาะสมที่จะเป็นนายกฯต่ออีกหรือ อยากให้พิจารณาการกระทำและคำพูด ต้องคิดให้หนักว่าหากเรื่องแค่นี้ยังทนความกดดันไม่ได้ แล้วจะเป็นนายกฯในการเมืองระบอบประชาธิปไตยได้อย่างไร

เข้าคูหากาเพื่อไทยไล่ “ประยุทธ์”

ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด คณะทำงานสื่อสารการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ภาพ 4 อดีตรัฐมนตรีแห่ขันหมากมาสู่ขอ พล.อ. ประยุทธ์ บทนี้ถูกเขียนมาก่อนแสดงจริง 5 ปี พล.อ.ประยุทธ์อย่าเหนียมอาย ถ้าเป็นไฮโลเปิดถ้วยแทงกันแล้ว แต่ขอให้แข่งขันกันแฟร์ๆ อย่าใช้สถานะนายกฯ และหัวหน้า คสช.เอาเปรียบคนอื่นได้หรือไม่ ที่พล.อ.ประยุทธ์พูดจากราดเกรี้ยวนั้น ประชาชนไม่ต้องไปขับไล่ที่ทำเนียบรัฐบาล หรือไปเดินขบวนต่อต้าน ถ้าไม่ต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์อยู่ต่อ วันที่ 24 มี.ค.นี้เข้าคูหาเลือกตั้ง ใช้ปากกาเป็นเครื่องมือขับไล่ โดยการเลือกพรรคเพื่อไทย เพียงเท่านี้ พล.อ.ประยุทธ์ก็ไม่ได้อยู่ต่อ และเป็นการรักษาความสงบเรียบร้อย รักษาบรรยากาศของบ้านเมือง ด้วยการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม

“สุทิน” แซะแค่ละครการเมือง

นายสุทิน คลังแสง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ภาพการไปส่งเทียบเชิญพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั้น มีการวางแผนเป็นขั้นเป็นตอนมาตั้งแต่ก่อนทำรัฐประหารแล้ว ใครเป็นหัวหน้าพรรคตัวจริงผู้คนคงรู้กันหมดแล้ว ให้นึกถึงคำพูดนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่บอกว่า “เขาวางแผนอยู่ยาว” ดังนั้น การเทียบเชิญ พล.อ.ประยุทธ์จึงเป็นเพียงลีลาหนึ่งในละครการเมืองที่เขาเล่นให้ประชาชนดู ก็ดูๆไป แต่สิ่งที่ควรสนใจคือเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์รับเชิญแล้ว ผลเลือกตั้งออกมาพรรคพลังประชารัฐแพ้ จะยอมรับผลและเคารพเสียงประชาชนหรือไม่ หรือจะดึงดันเอาเสียง ส.ว. 250 คน ที่โผล่มาจากหลุม คสช. มากลบเสียงประชาชนหรือไม่ ถ้าทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ และ ส.ว.ไม่เคารพเสียงประชาชน เราจะได้เห็นธาตุแท้และระดับจิตสำนึก และน่าสนใจว่าจะบริหารบ้านเมืองไปแบบไหน เขาคิดวางแผนอะไรซ้อนไว้

ถ้าทนไม่ไหวก็ลาออกไปซะ

ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ ทนฟังเสียงสะท้อนวิจารณ์การบริหารประเทศไม่ได้ ก็ควรลาออกไปเองไม่เห็นต้องรอใครมาไล่ ตอนมาเป็นนายกฯก็เป็นฝ่ายยัดเยียดตัวเองตั้งแต่แรก โดยที่ประชาชนไม่มีสิทธิ์เลือก แล้วทำไมต้องให้คนไทยต้องออกแรงเดินขบวนขับไล่พวกท่านให้เสี่ยงคุกเสี่ยงตะราง แทนที่ พล.อ.ประยุทธ์จะด่ากราดด้วยถ้อยคำหยาบคาย ควรทบทวนตัวเองแล้วปรับปรุงตัวจะดีกว่า อย่าอ้างว่าถ้าท่านไม่อยู่แล้วจะไม่มีคนทำงาน เพราะเมื่อ 4 ปีก่อนหลังจากยึดอำนาจสำเร็จ ยังปล่อยให้ประเทศว่างเว้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีมาตั้งเกือบครึ่งปี โดยปล่อยให้ข้าราชการบริหารประเทศกันเอง ท่านก็ทำมาแล้ว

3 แคนดิเดต พท.เดินเยาวราช

วันเดียวกัน ที่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินเพชรบุรี คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ คณะทำงานด้านเศรษฐกิจ และนายชัยเกษม นิติสิริ คณะทำงานด้านกฎหมาย 3 แกนนำที่พรรคเพื่อไทยจะเสนอชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อนายกฯ เดินทางด้วยรถไฟฟ้าใต้ดินไปลงที่สถานีหัวลำโพง โดยทั้งสามพูดคุยและกล่าวทักทายผู้โดยสารที่ร่วมขบวนอย่างเป็นกันเอง จากนั้นได้นั่งรถตุ๊กๆต่อไปยังย่านเยาวราช พบปะพ่อค้า แม่ค้า และประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อของในช่วงเทศกาลตรุษจีน และช่วย น.ส.ลีลาวดี วัชรโรบล ว่าที่ผู้สมัครส.ส.กทม.หาเสียง คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ตั้งใจใส่ชุดกี่เพ้ามาวันนี้เพื่อให้เข้ากับช่วงเทศกาลตรุษจีน การที่แคนดิเดตนายกฯของพรรค 3 คนมาลงพื้นที่วันนี้ เราถือเป็นทีมเพื่อไทย แต่ยังมีทีมงานคุณภาพอีกมากที่จะเข้ามาแบกรับภาระประชาชน วันที่ 24 มี.ค. จะขอเข้ามาปลดความทุกข์ให้กับประชาชนทุกคน เพราะทุกคนฝากความหวังไว้กับเรา แม้พรรคจะส่ง ส.ส.เขตเพียง 250 เขต แต่มั่นใจว่าจะเป็นพรรคที่มี ส.ส.อันดับหนึ่ง

ออกหรือไม่ออกอยู่ที่จิตสำนึก

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ส่วนกรณี พล.อ.ประยุทธ์ประกาศไม่ลาออก แม้จะถูกเสนอชื่ออยู่ใน บัญชีนายกฯของพรรคพลังประชารัฐนั้น ไม่สามารถตอบแทนได้ ที่บอกว่าเกรงจะไม่มีคนทำงานนั้นทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งรัฐบาลจะเป็นรัฐบาลรักษาการ ไม่มีอำนาจเต็ม มีเพียงข้าราชการประจำทำหน้าที่ แต่รัฐบาลนี้มีอำนาจเต็ม คงต้องอยู่ที่จิตสำนึก สุดท้ายอยู่ที่ประชาชน แต่ไม่อยากให้มองความเห็นประชาชนเป็นประเด็นการเมือง อย่ามองประชาชนเป็นพลทหาร เพราะประชาชนเป็นเจ้านายเรา ด้านนายชัชชาติกล่าวว่า การที่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ลาออกเช่นนี้ มองในแง่บวกพลิกวิกฤติเป็นโอกาสจะเป็นประโยชน์ต่อฝ่ายประชาธิปไตย เพราะประชาชนไม่ชอบความอยุติธรรม

“ชัยเกษม” ย้อนอดีต คสช.ปฏิวัติ

ด้านนายชัยเกษม นิติสิริ กล่าวว่า รัฐบาลมีอำนาจเต็ม และยังมีมาตรา 44 อีก จึงปฏิเสธความได้เปรียบยาก การที่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ลาออกถือว่าเป็นผลดี หาก พล.อ.ประยุทธ์จะเกาะเก้าอี้ไว้ ขอให้ เกาะแน่นๆ เวลาร่วงลงมาจะได้ไม่เจ็บ ยังรู้สึกแปลกใจตอนที่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการอยู่ พล.อ.ประยุทธ์ในฐานะ ผบ.ทบ. เรียกพรรคการเมืองและผู้ชุมนุมกลุ่มต่างๆประชุม ถามตนในฐานะตัวแทนรัฐบาลว่าจะลาออกจากการรักษาการหรือไม่ พอตนตอบว่าไม่ออก ท่านก็ทุบโต๊ะปฏิวัติทันที เพราะอยากได้รัฐบาลที่ถูกต้อง ตอนนี้เมื่อท่านไม่ลาออก โดยยังมีอำนาจเต็ม และคนที่เคยร่วมรัฐบาลไปตั้งพรรค ท่านกระดิกอะไรคนก็หวาดระแวงว่าจะเอื้ออำนวยอะไรหรือไม่ ทุกอย่างที่ทำจะมีคำถามทุกอย่าง ไม่ทราบว่าจะทนคำถามเหล่านี้ได้หรือไม่ ขนาดวันนี้ยังควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ทั้งที่เป็นทหารเติบโตขึ้นมาเป็นผู้นำกองทัพ

คาดเดายากหวั่นมีปฏิวัติซ้ำ

เมื่อถามว่า ประชาชนเรียกร้องการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม จะสะท้อนไปยัง กกต.และ คสช.อย่างไร นายชัยเกษมตอบว่า พรรคที่พยายามสืบทอด อำนาจก็พยายามสกัดกั้นพรรคใหญ่ โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย อยากให้ประชาชนช่วยติดตามด้วยว่า สิ่งที่รัฐบาล และ กกต. ซึ่งเป็นผู้คุมกฎ แต่มาจากการแต่งตั้งของ คสช. ทำอะไรขอให้แฟร์กับทุกฝ่าย มิเช่นนั้นอาจเป็นประวัติศาสตร์แห่งการโกงเลือกตั้ง เวลานี้กังวลใจอยู่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น เมื่อถามว่ากังวลว่าการเลือกตั้ง 24 มี.ค. จะมีปัญหาซ้ำรอยเลือกตั้งเป็นโมฆะอีกหรือไม่ นายชัยเกษมตอบว่า พรรคการเมือง ทั้งพรรคเพื่อไทย หรือพรรคที่ก่อความไม่สงบขัดขวางการเลือกตั้ง คงเข็ดแล้ว ไม่กล้าทำอะไรที่ทำให้เกิดความวุ่นวาย ถ้าจะก่อความวุ่นวายก็คือคนที่อยากอยู่ในตำแหน่งต่อ จึงทำให้เกิดเหตุขึ้นเพื่อยกเลิก หรือทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ดีไม่ดีอาจเกิดปฏิวัติอีกครั้ง ซึ่งเราคาดเดาไม่ได้ แต่คนที่รักประชาธิปไตยความเป็นธรรมต้องช่วยกัน

“พลภูมิ” โวยถูกคู่แข่งปลดป้าย

นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีต ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตั้งแต่ กกต.อนุญาตให้ผู้สมัคร ส.ส.ติดป้ายแนะนำตัวได้ตั้งแต่ช่วงเย็น วันที่ 31 ม.ค. ตนและทีมงานเดินหน้าติดป้ายแนะนำตัวในพื้นที่ และมีการถ่ายภาพเก็บรายละเอียดการติดตั้งไว้ทั้งหมด แต่ปรากฏว่า เมื่อวันที่ 2 ก.พ. ป้ายหาเสียงที่ติดไว้ในซอยนวลจันทร์กลับถูกถอดออกมาวางบนทางเท้าข้างจุดที่ติดตั้งไว้ แล้วมีป้ายแนะนำตัวผู้สมัคร ส.ส.พรรครวมพลังประชาชาติไทยติดตั้งแทน จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.โคกคราม มาตรวจกล้องวงจรปิดในพื้นที่เกิดเหตุเพื่อหาผู้กระทำผิด หากพบว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายเลือกตั้งจะส่งเรื่องให้ กกต.เอาผิดต่อไป

พปชร.คึกคักเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.

วันเดียวกันเวลา 13.00 น. ที่สนามฟุตซอล บางกอก อารีน่า หนองจอก พรรคพลังประชารัฐ จัดงาน “รวมพลังสร้างชาติให้ยั่งยืน” ประกาศนโยบาย และเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส. 350 เขต และบัญชีรายชื่อ มีแกนนำพรรค นำโดยนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรค นาย สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรค รวมทั้งสมาชิกและผู้สนับสนุนพรรคร่วมงานประมาณ 3,000 คน ภายในงานจัดแบ่งโซนผู้สมัคร ส.ส. เป็นโซนภาคเหนือ กลาง อีสานและใต้

“อุตตม” ฟุ้งเป็นพรรคไร้เทียมทาน

นายอุตตมกล่าวปราศรัยว่า “พวกผมทั้ง 4 คน ได้เชิญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตามมติพรรคมาเป็นนายกฯในบัญชีของพรรค ถ้าท่านมากับเราพรรคเราจะไร้เทียมทานแน่นอน จากนี้ให้ทุกคนลงพื้นที่ เราจะสนับสนุนขุนพลของเราอย่างเต็มที่ พร้อมส่งแกนนำไปช่วยเพื่อให้ได้ชัยชนะ แล้วพวกเราจะไปพบกันในรัฐสภา”

ผู้สื่อรายงานว่าก่อนจบการปราศรัย นายอุตตมได้ถามกองเชียร์ว่าจะให้ใครเป็นนายกฯ ถ้าอยากได้ พล.อ.ประยุทธ์ให้ส่งเสียงดังๆ ทำให้กองเชียร์ส่งเสียงเฮลั่น พร้อมตะโกน “พล.อ.ประยุทธ์ๆ” เป็นระยะ จากนั้นได้เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.เขต และบัญชีรายชื่อ พร้อมประกาศชื่อนายอุตตม นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ปิดท้ายด้วย พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ในบัญชีนายกฯในนามของพรรค เรียกเสียงเชียร์จากกองเชียร์ “ลุงตู่ๆๆๆ”

มั่นใจได้คะแนนถล่มทลาย

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ กล่าวปราศรัยว่า วันนี้เราประกาศเกียรติภูมิอาสารับใช้บ้านเมือง ถือเป็นการเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เชื่อว่าเลือกตั้ง 24 มี.ค. เราจะได้คะแนนถล่มทลายแน่นอน หวังว่า พล.อ.ประยุทธ์จะใช้เวลาตัดสินใจเพื่อบ้านเมืองมาเป็นผู้นำให้กับพรรคเรา หากก้าวสู่เส้นทางประชา-ธิปไตยต้องน้อมรับการตัดสินใจของประชาชน บ้านเมืองต้องการคนดี คนเก่ง ต้องการคนเด็ดขาดกล้าตัดสินใจ ต้องการผู้นำที่ประชาชนยอมรับไม่ใช่เป็นผู้นำที่คนในพรรคยังไม่ยอมรับ พลังประชารัฐ เสนอนายกฯที่ดีที่สุด เป็นพรรคที่มีความพร้อมที่สุด ทั้งด้านนโยบายนำพาประเทศก้าวหน้า มีผู้นำระดับนายกฯและนักบริหารมืออาชีพมากกว่าพรรคอื่น พร้อมรับใช้ประชาชน เราจะรวมตัวกันเป็นตัวแทนประชาชนเดินเข้าสภา และตั้งรัฐบาลก้าวข้ามความขัดแย้ง

ดาวกระจายแกนนำให้กำลังใจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการจัดแบ่งทีมแกนนำแยกย้ายกันไปให้กำลังใจผู้สมัคร ส.ส.ในวันจับสลากเบอร์ในแต่ละจังหวัด อาทิ นายอุตตม และนายสนธิรัตน์ ไปที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจในการรณรงค์การหาเสียงเลือกตั้ง ไปที่ จ.พิษณุโลก นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานยุทธศาสตร์ภาคอีสาน ไปที่ จ.นครราชสีมา นายสุวิทย์ ไป จ.นครศรีธรรมราช นายกอบศักดิ์ ไป จ.เชียงใหม่ นายสนธยา คุณปลื้ม ประธานยุทธศาสตร์ภาคตะวันออก อยู่ที่ จ.ชลบุรี นายอนุชา นาคาศัย อยู่ที่ จ.ชัยนาท ร.อ.ธรรมนัศ พรหมเผ่า ประธานยุทธศาสตร์ภาคเหนือ อยู่ที่ จ.พะเยา

เตือนผู้สมัครระวังตัวโดนจับจ้อง

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีลงพื้นที่แล้วมีบุคคลมาตามถ่ายคลิปว่า พรรคอื่นคงจับจ้องตนเป็นพิเศษ แต่มั่นใจว่าไม่เคยทำผิดกฎหมาย พูดอะไรมีหลักการ การหาเสียงเป็นไปตามกรอบ ส่วนบุคคลที่ตามถ่ายคลิปนั้นเป็นอดีตข้าราชการ ให้ทีมงานไปสอบถามว่าบันทึกภาพวิดีโอทำไม อยากเตือนผู้สมัครคนอื่นต้องระมัดระวังด้วย อย่าทำอะไรที่ดูหมิ่นเหม่ ขอให้อ่านกฎระเบียบให้ชัดเจน เรามีนโยบายดีบางทีไม่ต้องทำอะไรมาก เพราะส่วนกลางช่วยผู้สมัครได้จำนวนมาก ประชาชนต้องการตัวบุคคล 40-50% และนโยบายพรรค 50-60%

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้