วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
"เพื่อชาติ" เคาะ "สงคราม" นายกฯ คนเดียวในบัญชี ชู 9 นโยบาย หาเสียง

"เพื่อชาติ" เคาะ "สงคราม" นายกฯ คนเดียวในบัญชี ชู 9 นโยบาย หาเสียง

  • Share:

"เพื่อชาติ" เคาะ "สงคราม กิจเลิศไพโรจน์" แคนดิเดตนายกฯ พรรคคนเดียว ได้ฤกษ์เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.แบ่งเขต-ปาร์ตี้ลิสต์ 500 คน ชูนโยบายเด็ด 9 ข้อ ยกคุณภาพชีวิตหาเสียง หยัน "พลังประชารัฐ" ไม่ใช่คู่แข่ง

เมื่อวันที่ 1 ก.พ.62 ที่พรรคเพื่อชาติ นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรค เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ระบบแบ่งเขต และระบบบัญชีรายชื่อทั้งหมด 500 คน พร้อมแถลงเปิดตัวนโยบายที่จะใช้หาเสียง โดยมี นายยงยุทธ ติยะไพรัช และ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อชาติ เข้าร่วม

โดย นายจตุพร กล่าวปาฐกถาเรื่อง "บทเรียนกับการเลือกตั้งของประเทศไทย" ว่า ประสบการณ์และบทเรียนของการเลือกตั้งในอดีต เคยช่วยอดีตนายกฯ หลายคนหาเสียง ทั้ง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ, นายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แบบไม่พลาดแม้แต่รายเดียว เช่นเดียวกับการสนับสนุน นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ ในการเป็นแคนดิเดตนายกฯ เพียงรายชื่อเดียวของพรรค ตนเห็นโอกาสที่พรรคเพื่อชาติจะได้ที่นั่ง ส.ส.ในสภาฯ จำนวนไม่น้อย มั่นใจว่าหลังจากนี้ไม่เกิน 3 สัปดาห์ จะเกิดแรงเหวี่ยงที่ดีกับพรรคเพื่อชาติ ขณะเดียวกันถือเป็นความหนักใจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ที่จะตัดสินใจตอบรับเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่บอกว่ามั่นใจได้ ส.ส.จำนวน 150 เขต แต่ยังไม่สามารถชี้ได้ว่าจะมาจากเขตไหนบ้าง ดังนั้นพรรคพลังประชารัฐจึงไม่ใช่คู่แข่งสำคัญของพรรคเพื่อชาติ

จากนั้น นายสงคราม ได้แถลงนโยบายพรรค ว่า พรรคเพื่อชาติมี 9 นโยบาย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน อาทิ ยกระดับสถานีอนามัยให้เป็นโรงพยาบาลตำบลที่มีความทันสมัย จัดเครื่องมือทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน ให้เทียบเท่ากับโรงพยาบาลในตัวเมือง ยกเลิกเอกสารสิทธิทุกประเภท ให้เหลือเพียงโฉนดเท่านั้น เพื่อเพิ่มความเท่าเทียมให้กับเจ้าของโฉนดทุกคน ให้สามารถนำไปเป็นทรัพย์ค้ำประกันได้ ยกเลิกการผูกขาดทางการค้าและสัมปทานต่างๆ นโยบายปลอดภาษีรถยนต์เพื่อการเกษตร นโยบายเพิ่มเงินช่วยเหลือผู้สูงอายุและผู้พิการจำนวน 2,000 บาทต่อเดือนตลอดชีพ นโยบายราคาพืชผลทางการเกษตร ซึ่งพรรคมีนโยบายที่จะทำให้สินค้าการเกษตรเหมาะสมกับสภาวะตลาด เช่น ยางพารา ราคาไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 80 บาท ข้าวหอมมะลิเกวียนละ 20,000 บาท อ้อย 900 บาทต่อตัน และมันสำปะหลัง 3 บาทต่อกิโลกรัม

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้