วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
"บูม กิตตน์ก้อง" เขินหนักถูกเรียก "พระเอก"

"บูม กิตตน์ก้อง" เขินหนักถูกเรียก "พระเอก"

  • Share:

แย้ม "กีฟ" ไม่ใช่คนแรงร้ายแต่เป็นผู้หญิง "น่ารัก"

กว่าจะก้าวเป็น “พระเอกแถวหน้า” เส้นทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะชีวิตไม่เคยท้อ จนทำให้วันนี้ บูม-กิตตน์ก้อง ขำกฤษ ขึ้นหิ้งพระเอกเต็มตัว ในละคร “นางร้าย” ทางช่อง 7HD ประกบนางเอกสาว นาว-ทิสานาฏ ศรศึก ชวนฟินจิกหมอนขาดกับฉากเลิฟซีนหวานๆ จนพาเรตติ้งพุ่ง ทำเอาหนุ่มๆ แอบอิจฉา “ภวาภพ” ไปตามกัน โชคดีนอกจอ กีฟ-ดราภดา แฟนสาวเข้าใจงานคืองาน ไม่เกิดดราม่า ส่วน “ข่าวดี” รอลุ้นไปก่อน เปิดอกคุยกันแบบแมนๆ ใน “คนดังนั่งคุย”

เรื่องราวของละครในช่วงนี้?

“ตอนนี้มีละครเรื่อง นางร้ายกำลังออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.30 น. ทางช่อง 7HD ดีใจครับได้รับบทเป็นคนรวยบ้างแล้ว ในเรื่องนี้รับบทเป็นภวาภพ พระเอกหนุ่มนักแสดงเป็นทายาทตระกูลดังและฐานะดีเนื้อหอมในหมู่สาวๆ แต่ผมกลับไปตกหลุมรักกับแขวลัย (นาว-ทิสานาฏ) นางร้ายคนสวยของวงการละคร และถูกครอบครัวของตัวเองกีดกันรักมีอุปสรรค เพราะความแตกต่างของฐานะ ต้องคอยติดตามกันครับว่าความรักของผมกับเธอจะลงเอยกันด้วยดีหรือไม่”

อ่านนิยายเรื่อง “นางร้าย” ทั้งหมดได้ที่นี่

เจอจับคู่กับ “นาว” เป็นอย่างไรบ้าง?

“เราไม่เคยโคจรมาเจอกันเลยครับ นี่เป็นครั้งแรก น้องเล่นดีและเอาอยู่มาก โดยส่วนตัวของนาวเองก็เป็นกันเองขี้เล่น อัธยาศัยดี เวลามีฉากกุ๊กกิ๊กก็ไม่ค่อยเกร็งไม่ค่อยเขิน น้องเป็นนักแสดงที่เก่งมากคนนึง สำหรับบทของผมในเรื่องก็มีความดราม่าไม่แพ้กัน เพราะได้รู้จักและไปหลงรักผู้หญิงคนนึงแล้วพอเราได้เข้าไปใกล้ชิดก็พบว่าเค้ามีปัญหาหนักมากต้องดูแลรับผิดชอบครอบครัวลำพัง ส่วนตัวเองแรกๆไม่ค่อยดราม่านัก แต่พอเราเริ่มรักแขวลัย (นาว ทิสานาฏ) ก็ทำให้เกิดปัญหาครอบครัวของเราเอง เรารักและเป็นห่วงน้องแต่น้องก็ถูกคุณพ่อคุณแม่ตีกรอบ ก็เริ่มมีดราม่าในครอบครัวตัวเองเหมือนกัน เล่นเรื่องนี้ดีใจนะได้เล่นเป็นคนรวยบ้างเป็นพระเอกนักรักบ้าง ไม่ใช่พระเอกนักบู๊อย่างเดียว เพราะที่ผ่านมาก็บู๊ตลอด และขอบคุณพี่เติ้ล-ตะวัน ที่กำกับฯให้ผมออกมาดูหล่อโดนใจบาดจิต เรื่องนี้ได้เป็นพระเอกเต็มตัว ดีใจมากครับแต่ก็เขินๆอยู่นิดเวลาใครเรียกพระเอก”

เขินมั้ยที่เป็นคนแรกของ “นาว” ที่จูบจริง?

“ตอนแสดงเราไม่ได้คิดอะไรครับคือเป็นการแสดง แต่มารู้ตอนที่ละครออกอากาศว่าผมเป็นคนแรกที่นาวเค้ายอมจูบจริงในละคร ผมก็เขินสิครับ แต่มาเขินหลังจากรู้ข่าวนะ ขอบคุณน้องเค้าที่ให้เกียรติผมอย่างมากสำหรับการแสดงในเรื่องนี้ เพราะเรารู้ว่าเค้าทุ่มเทและเต็มที่สุดๆจริงๆกับละครเรื่องนี้ ส่วนทางกีฟ เรารู้จักกันอยู่แล้วการทำงานมีความเข้าอกเข้าใจกันดี เคารพให้เกียรติในการทำงานซึ่งกันและกันอยู่ตลอดครับ”

นอกจาก “นางร้าย” แฟนๆจะได้เห็นผลงานละครอะไรอีกบ้าง?

“ตอนนี้มีที่กำลังถ่ายทำอีกเรื่องคือ พรายพิฆาต คู่กับทับทิม-อัญรินทร์ คนนี้ก็เล่นละครเก่งอีกคนนึง และเรื่องนี้ผมก็กลับมาบู๊แอ็กชันเต็มที่เหมือนเดิม มีครบทุกรูปแบบบู๊ระยะประชิดตัว ปืนผาหน้าไม้ รับหมด โชคดีที่ผมเป็นคนออกกำลังกายอยู่แล้วสัปดาห์ละ 2-3 วัน วิ่งบ้าง ฟิตเนสบ้าง หรือไปเล่นฟุตบอลกับเพื่อนๆบ้าง เลยทำให้ค่อนข้างเอาอยู่ครับ ฝากติดตามด้วยนะครับ”

ก้าวข้ามความกลัวมาเป็น “พระเอก”?

“สำหรับผมมาถึงทุกวันนี้ถือว่าโอเคมากเลย เราถือเป็นความสำเร็จทางใจแล้วครับ ประสบความสำเร็จตรงที่ผมก้าวผ่านความกลัวของตัวเองให้กล้าแสดงออกได้ในที่สุด ก้าวข้ามผ่านเสียงคนครหาว่าเล่นไม่ได้หรอก แสดงละครไม่เป็นหรอก ได้รับมอบหมายบทบาทก็ขยับมาตามลำดับขั้น จากบทรองมาเป็นซิทคอม ละครเย็น จนให้โอกาสผมเป็นพระเอก ผมต้องขอขอบคุณมากครับ เรามาไกลเกินฝันไปแล้ว สำหรับผมแล้วคือไม่ได้ยึดติดกับอะไรนัก เพียงแค่ผมเป็นคนที่เวลาทำอะไรแล้วต้องไปให้สุดส่วนผลลัพธ์จะออกมาเป็นแบบไหนผมถือเป็นประสบการณ์ชีวิต หากออกมาดีก็เป็นกำไร แต่หากออกตรงกันข้ามก็เอาไปพัฒนาต่อไปครับ”

เป้าหมายของการทำงานในวงการเป็นอย่างไรบ้าง?

“ทุกวันนี้ก็ยังรู้สึกดีกับสิ่งที่ผู้ใหญ่มอบหมายให้อย่างตั้งใจที่สุดเท่าที่กำลังยังมีและมีผู้ใหญ่ให้โอกาส เราไม่รู้ว่าอนาคตจะมีใครให้โอกาสได้ทำอะไรอีกไหม ดังนั้นในวันนี้ก็ทำให้เต็มที่ เล่นละครรับบทเป็นเพื่อนพระเอกก็คือว่าดีใจที่สุดแล้ว ส่วนได้รับบทพระเอกนี่ถือว่าเราไปได้ไกลมาก นอกนั้นคือตั้งใจและพยายามเต็มที่ในทุกโอกาส เพราะเราไม่รู้ว่าข้างหน้าจะเป็นอย่างไรมีงานทำมั้ย เรายังแสดงไหวอยู่มั้ย จะไปได้ยาวไกลอีกสักเท่าไร ไม่ยึดติด บทบาทไหนก็เต็มที่ครับ”

เล็งเป้าผันไปเป็นนักธุรกิจเต็มตัวด้วยการเริ่มเปิดร้านขนมปัง?

“ร้านขนมปัง Boom’s Bakes ร้านนี้ผมก็ถือว่าเมื่อมีโอกาสเข้ามา คุณลุงที่รู้จักกันอยากให้ลูกชายได้ทำธุรกิจและท่านก็นึกถึงผมมาร่วมลงมือทำด้วยกัน เป็นการมุ่งมั่นทุ่มเทเต็มตัวของผมอย่างเต็มที่ครับ เราเอาตัวเองลงไปคลุกไปลุยทุกขั้นตอนเทไปหมดหน้าตักเลย ถือว่าทำมาครบ 1 ปี ผลตอบรับค่อนข้างดี ผมอยากให้คนได้ทานของอร่อยและราคาไม่แพงมากนัก เปิดสาขาตอนนี้ในกรุงเทพฯมี 3 สาขาครับ และมีสาขาที่จีนด้วยครับ ก็ถือว่าไปได้ไกลกว่าที่คิด แค่ค่อยเป็นค่อยไปกระจายไปเท่าที่กำลังเราพอไหว ทุกอย่างต้องมีจังหวะที่พอดี”

มีช่วงนึงต้องเบรกละครไปเป็นทหาร?

“ไม่ว่าจะเป็นพระเอก หรือเป็นใครก็ตามไม่ว่าจะรวยหรือจน เราเป็นคนไทย เป็นชายไทยอีกหน้าที่หนึ่งที่พึงกระทำให้ครบถ้วนคือเป็นทหาร หลังจากที่ผ่อนผันปฏิบัติหน้าที่ต่างๆ ทั้งเรื่องดูแลครอบครัวคุณพ่อ คุณแม่น้อง จนมาช่วงนึงเราดูแล้วว่าไม่มีภาระที่ต้องกังวลอีกต่อไป ประกอบกับที่ผ่านมาผมชอบการเป็นทหารบวกกับความฝันตอนเด็กว่าอยากเป็นทหาร และพอโตขึ้นดูรอบๆตัว อดคิดไม่ได้ว่าเพื่อเตรียมรับมือที่วันหนึ่งเราไม่รู้หรอกว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับประเทศเรา สบโอกาสก็สมัครเป็นทหารเลยครับ”

สิ่งที่ได้มาจากการเป็นทหาร?

“เข้มแข็ง มีวินัย ได้ฝึกอาวุธได้ถือปืน อย่างน้อยการได้ไปฝึกวินัยต่อตัวเอง รวมถึงไปเรียนรู้กฎระเบียบการใช้ชีวิตเราได้ฝึกฝนสิ่งต่างๆที่อาจจะไม่มีโอกาสมีเวลาได้ไปฝึก อย่างที่บอกเหมือนเราเตรียมพร้อมไว้ก่อนเราไม่รู้หรอกว่าวันใดวันนึงประเทศเราจะเกิดอะไรขึ้นและจะยิ่งดีหากไม่มีอะไรเกิดขึ้น”

งานวงการบันเทิงก็ไปได้สวย ธุรกิจร้านขนมก็เติบโตด้วยดี ทำหน้าที่ชายไทยครบถ้วนทั้งบวชเรียนและเป็นทหาร มาถึงชีวิตครอบครัวบ้างล่ะใกล้หรือยัง?

“มีคนถามผมบอกว่าเฮ้ย! เห็นข่าวจะแต่งงานแล้วหรือ ผมนี่ตกใจเลยเพราะมีช่วงนึงไปงานด้วยกันแล้วตอบคำถามพี่ๆนักข่าวไว้ แต่ถามถึงความพร้อมการมีครอบครัวของผมมาถึงจุดนี้ก็พร้อมมาก เรามาไกลเกินครึ่งแล้ว นับจากวันแรกที่ผมกับกีฟรู้จักกันรวมเวลาก็ 6 ปี แต่ที่ตกลงปลงใจตอบรับเป็นแฟนกัน ตอนนี้ก็ครบ 2 ปีครับ คือแรกคุยเปลี่ยนสถานะจากเพื่อนมาเป็นแฟนก็คือหลังจากที่ผมเข้ากรมเป็นทหารก็ลุ้นว่าเค้ารอเรามั้ย ซึ่งพอเราออกมาเค้าก็ยังคงอยู่รอ เราก็เข้าไปขอไปคุยกับคุณพ่อของเค้าว่าผมขออนุญาตขอลูกสาวพ่อเป็นแฟนท่านก็ดีใจที่เราทำอะไรจริงใจ ตรงไปตรงมาและให้เกียรติครอบครัวเค้า”

คุณพ่อกีฟมีถามเรื่องแต่งงานกับเรามั้ย?

“อย่างที่บอกคือเราไปขอลูกสาวมาเป็นแฟนด้วยตัวเองกับท่าน เราอยู่ในสายตาท่านตลอด แม้เป็นเรื่องของคนสองคน แต่อย่าลืมว่าเค้าก็มีครอบครัวมีคุณพ่อคุณแม่ต้องให้เกียรติทางบ้านเค้าด้วย ส่วนผมเองก็มีการเตรียมตัววางรากฐานของตัวเองให้ครบถ้วนทั้งเรื่องงานและเรื่องอื่นๆ เพราะเราก็อยากจะดูแลเค้าให้ดีที่สุดอย่างน้อยก็ไม่น้อยไปกว่าที่คุณพ่อคุณแม่และครอบครัวดูแลเค้ามา คงอีกสัก 2-3 ปี หรือหากพร้อมลงเอยทุกอย่างแล้วก็ขึ้นอยู่กับจังหวะและโอกาสให้มั่นคงมากที่สุดพร้อมที่สุด ซึ่งกีฟเค้าก็เข้าใจไม่ได้กดดันอะไร”

มาถึงวันนี้ต้องจูนปรับอะไรเข้าหากันมั้ย?

“เราปรับกันตลอดเวลาอยู่แล้ว ก็ยอมรับว่ามีห่วงเค้าบ้างเวลาไปทำงาน และเค้าก็มีมาดูแลร้านแทนเราด้วย ก็ต่างคนต่างช่วยกันดูแล เรื่องทะเลาะกันไม่ค่อยมี ผมเองมักจะชวนทะเลาะกันเพื่อให้เข้าใจให้เรียนรู้กันมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว และเราจะไม่กลับไปทะเลาะกันเรื่องเดิมอีก เรียนรู้ปรับความเข้าใจกันไป คนภายนอกมองกีฟ ว่าแรงร้ายแต่สำหรับผมแล้วอยู่ใกล้เค้าที่สุดก็เป็นผู้หญิงที่น่ารัก จิตใจดี ดีมากๆ เห็นเค้าแบบนี้จริงๆแล้วเค้ากับเรื่องราวโลกภายนอกเค้าอ่อนต่อโลกมาก มีรถรับส่งไปโรงเรียน มีแม่บ้านคอยตามถือกระเป๋า พอได้เจอผมก็มักจะคอยเตือนคอยบอกเค้าว่า โลกข้างนอกน่ะมันไม่ใช่แบบที่รู้จักนะ”

ใครเป็นช้างเท้าหน้า บูมถามกลับ?

“พี่ว่าใครครับ แรกเจอกับเค้าผมก็ชิงเรียกเค้าพี่ก่อนเลย แต่ด้วยความที่เค้าได้รับการดูแลอย่างดีจากครอบครัว ต่างจากผมเองซึ่งลุยๆ ดูแลรับผิดชอบตัวเองและครอบครัวมาตั้งแต่เด็กๆ เหมือนเรามีประสบการณ์อะไรมาก่อนก็จะมาแนะนำมาบอกมาเตือนเค้าอยู่เสมอๆ ภาวะความเป็นผู้นำก็เลยเปลี่ยน แต่เราไปด้วยกัน ต่างคนต่างแนะนำกันคนละมุมก็ลงตัวดีครับ สำหรับแฟนๆที่รอฟังข่าวดี ขอผมสร้างตัวเองให้มั่นคงอีกนิดนะครับ”.

ทีมข่าวบันเทิง

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้