ความรู้ใหม่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญชี้กระบวนการผลิตบุหรี่และการสูบบุหรี่เป็นอีกสาเหตุหนึ่งทำให้เกิดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในอัตราสูงกว่าฝุ่นจากเครื่องยนต์ดีเซลถึง 10 เท่า...

เมื่อวันที่ 31 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เครือข่ายวิชาชีพสุขภาพเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ เครือข่ายวิชาชีพแพทย์ในการควบคุมการบริโภคยาสูบ ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ และชมรมลมวิเศษ โครงการอุ่นใจใกล้แพทยสมาคม โดยคณะกรรมการชมรมลมวิเศษ จัดงานแถลงข่าว "ถอด N95 ร่วมแก้ปัญหาฝุ่นจิ๋ว" ขึ้น เพื่อเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ที่กำลังปกคลุมกรุงเทพฯ และปริมณฑล อย่างหนาแน่นและส่งผลต่อสุขภาพของประชาชนอยู่ในขณะนี้อย่างเป็นระบบและยั่งยืน เมื่อเร็วๆ นี้

ศ.นพ.รณชัย คงสกนธ์ นายกแพทยสมาคมฯ
ศ.นพ.รณชัย คงสกนธ์ นายกแพทยสมาคมฯ

ศ.นพ.รณชัย คงสกนธ์ นายกแพทยสมาคมฯ กล่าวว่า ปัญหาวิกฤติฝุ่นละอองขนาดจิ๋ว หรือที่เรียกว่า PM2.5 ได้ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อชีวิตและทรัพย์สินของคนไทย อีกทั้งยังก่อให้เกิดผลกระทบด้านลบต่อเศรษฐกิจของประเทศอีกนับพันล้านบาทต่อปี แพทยสมาคมฯ ขอแสดงความห่วงใยในสุขภาพของคนไทย และขอเป็นอีกแรงหนึ่งในการแก้ไขปัญหานี้อย่างเป็นระบบ ในฐานะของแพทย์ขอสนับสนุนให้มีการแก้ไขปัญหานี้ ด้วยองค์ความรู้ที่ถูกต้องและเหมาะสมกับบริบทของประเทศไทยในการวางแผน ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยได้เชิญผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้ ที่คร่ำหวอดและเกาะติดปัญหาเรื่องฝุ่นควันนี้ มาตลอดหลายปีที่ผ่านมา เพื่อมาเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหา
โดยจากนี้ไป แพทยสมาคมฯ จะยังคงติดตามสถานการณ์นี้อย่างต่อเนื่อง พร้อมผลักดันแนวทางแก้ไขปัญหาให้สัมฤทธิ์ผลต่อไป

...

รศ.นพ.สุทัศน์ รุ่งเรืองหิรัญญา อายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคปอด คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และประธานกรรมการที่ปรึกษาชมรมลมวิเศษ กล่าวว่า แหล่งที่มาของฝุ่น PM 2.5 อีกแหล่งหนึ่งที่สำคัญและมักถูกมองข้าม คือ กระบวนการผลิตและบริโภคยาสูบ มีงานวิจัยเปรียบเทียบปริมาณฝุ่นจิ๋วที่เกิดขึ้นจากการสูบบุหรี่ เทียบกับควันไอเสียจากรถยนต์ดีเซล ปรากฏว่า ระดับฝุ่นจิ๋วที่เกิดขึ้นในอากาศทั่วไปจากการสูบบุหรี่มีมากกว่าจากเครื่องดีเซลถึง 10 เท่า คือ มีมากถึง 319 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ในขณะที่มาตรฐานของฝุ่นจิ๋วในอากาศที่องค์การอนามัยโลกยอมรับได้อยู่ที่ 10 มคก./ลบ.ม.เท่านั้น นั่นหมายความว่า การสูบบุหรี่อย่างเดียวก็ทำให้อากาศของเรามีฝุ่นจิ๋วปนเปื้อนสูงกว่ามาตรฐานที่ยอมรับกันถึง 30 เท่า

ทั้งนี้ ไม่เพียงแค่นั้น ฝุ่นจิ๋วเหล่านี้ ไม่ได้อยู่แค่ในสิ่งแวดล้อมทั่วไปเท่านั้น แต่ฝุ่นจิ๋วยังถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายของผู้สูบบุหรี่เองด้วยในปริมาณมากถึง 22 มคก./ลบ.ม.ต่อมวน ทำให้ผู้สูบได้รับอันตรายจากฝุ่นจิ๋วแบบสะสม เช่นเดียวกับการสูบบุหรี่ไฟฟ้าที่ทำให้เกิดฝุ่นจิ๋วสูงถึงระดับ 515 มคก./ลบ.ม. ดังนั้น หากจะช่วยคนไทยให้มีลมหายใจไร้ฝุ่นทั้งต่อตนเองและผู้อื่น ทำได้โดยเริ่มต้นที่ตนเองด้วยการเลิกบุหรี่ทั้งแบบดั้งเดิมและบุหรี่ไฟฟ้าจะช่วยชาติลดปริมาณฝุ่นจิ๋วลงได้ไม่น้อย.