ฝุ่นพิษ 9 จุด ยังมีผลกระทบต่อสุขภาพ อ.เมืองนครปฐม ยังหนักสุด วัดได้ 75 ส่วน กทม. ถ.กาญจนาภิเษก บางขุนเทียน วัดได้ 58 ยังเร่งทำฝนหลวงเพื่อบรรเทา แต่มีอุปสรรคอากาศปิด จากความกดอากาศสูง
วันที่ 17 ม.ค.กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ รายงานสภาพอากาศ พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล คุณภาพอากาศอยู่ในระดับคุณภาพปานกลางถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ
สารมลพิษทางอากาศที่ตรวจพบเกินมาตรฐาน ได้แก่ ฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ตรวจพบค่าระหว่าง 41-75 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (µg/m3) เกินมาตรฐานที่บริเวณริมถนนกาญจนาภิเษก เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ, ริมถนนลาดพร้าว เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ, ริมถนนดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ, แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ, ต.นครปฐม อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม, ต.บางกรวย อ.บางกรวย นนทบุรี, ต.ทรงคนอง อ.พระประแดง สมุทรปราการ, ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน สมุทรสาคร, ริมถนนคู่ขนานพระราม 2 อ.เมือง
ทั้งนี้ ช่วงเช้าที่ผ่านมา 17 ม.ค. จุดที่น่าเป็นห่วงที่สุดยังเป็นบริเวณ อ.เมืองนครปฐม ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) วัดค่าได้อยู่ที่ 75 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนพื้นที่ใน กทม.บริเวณถนนกาญจนาภิเษก เขตบางขุนเทียน มีค่าฝุ่นละอองสูงที่สุดอยู่ที่ 58 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวกับ ทีมข่าวเจาะประเด็น ไทยรัฐออนไลน์ ว่า วันนี้ ทางกรมฝนหลวงได้มีการปล่อยบอลลูนตรวจวัดอากาศเพื่อเก็บข้อมูลในการทำฝนหลวง ในช่วงเช้า บรรเทาสถานการณ์ฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล เป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน โดยจะนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์และวางแผน หากเห็นว่าสภาพอากาศมีความเหมาะสม เอื้อในการทำฝนหลวง นักบินก็จะขึ้นปฏิบัติการในทันที
“อย่างเมื่อวานที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าสถานการณ์สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย เป็นอุปสรรค ทำให้การทำฝนหลวงไม่ได้ผล เพราะความกดอากาศสูงจากประเทศจีนที่แผ่ลงมากดก้อนเมฆเอาไว้ ทำให้ก้อนเมฆไม่พัฒนาเป็นเมฆฝน จึงไม่มีฝนตก อย่างไรก็ตามวันนี้ จะดำเนินการอีกครั้งอย่างแน่นอน ยืนยันว่า ทางกรมฝนหลวงจะปฏิบัติการอย่างเต็มที่ เต็มกำลัง เพื่อช่วยเหลือประชาชนชาว กทม.และปริมณฑล สุดความสามารถ” อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าว.
...