วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เพชฌฆาตเงียบ

เพชฌฆาตเงียบ

  • Share:


ฝุ่นละอองจิ๋วอันตรายกลับมาเยือนท้องฟ้ากรุงเทพมหานครอีกครั้ง คราวนี้ค่อนข้างจะหนาแน่นและยาวนานมากกว่าครั้งก่อนๆ แถมยังแผ่อาณาเขตไปยังจังหวัดปริมณฑล เช่น สมุทรปราการ สมุทรสาคร นนทบุรี ปทุมธานี และอาจลามไปถึงขอนแก่น พัทยา และระยอง เป็นฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินค่ามาตรฐาน เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ตรวจพบอาจถึง 36 พื้นที่

ฝุ่นละอองพิษกลับมาเยือน กทม. หลายสัปดาห์แล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอ้างว่าได้แก้ไขปัญหามาโดยตลอด เช่น กทม. แก้ไขด้วยการฉีดน้ำล้างถนนอย่างเข้มงวด รวมทั้งตรวจวัดควันดำ รณรงค์ลดฝุ่นละอองจากเขตก่อสร้าง ประสานกับกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เพื่อทำฝนเทียมไล่ฝุ่นอันตราย นายกรัฐมนตรีสั่งให้ทุกหน่วยงานบูรณาการร่วมกันแก้ไข

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าฝุ่นละอองขนาดจิ๋วสามารถเข้าไปในกระแสเลือดของคนได้ โดยผ่านทางปอด และอาจก่อให้เกิดโรคร้าย เช่น โรคหืด โรคระบบทางเดินหายใจ โรคมะเร็ง และโรคหัวใจ เป็นต้น จึงเป็นฆาตกร หรือ “เพชฌฆาตเงียบ” ไม่สามารถป้องกันได้ด้วยการสวมหน้ากากธรรมดา ต้องใช้หน้ากากพิเศษ กลุ่มเสี่ยงคือผู้สูงอายุ เด็ก และหญิงมีครรภ์

มีเสียงวิจารณ์จากนักวิชาการด้านการแพทย์ว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ถือว่าเรื่องนี้ร้ายแรง แต่มองว่าเป็นเรื่องธรรมดา เพราะไม่ใช่ภัยคุกคามสุขภาพประชาชนในทันทีทันใด เหมือนกับภัยพิบัติ หรือโรคระบาดร้ายแรง แต่เป็นฆาตกรเงียบ ที่แทรกซึมเข้าไปในร่างกาย และค่อยๆแสดงผลในวันหน้า นักวิชาการเรียกร้องให้แก้ปัญหาถึงต้นตอ

อธิบดีกรมควบคุมมลพิษชี้แจงว่า ฝุ่นละอองพิษเกิดจากรถยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซล ที่เผาไหม้ไม่ดี หรือรถควันดำเป็นส่วนใหญ่ ประมาณ 60% สาเหตุที่เหลือได้แก่การเผาขยะและเผาหญ้าแห้ง แต่ขณะนี้สถานการณ์ยังไม่ร้ายแรง ไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนก เชื่อว่าสถานการณ์จะดีขึ้นในไม่กี่เดือน มีข้อมูลระบุว่ามีรถไม่ผ่านการตรวจสอบนับแสนๆ คัน

ไม่ตื่นตระหนกแต่ต้องตระหนัก ไม่ใช่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าเป็นครั้งคราว แต่ไม่ได้แก้ไขถึงต้นตอของปัญหาด้วยมาตรการระยะยาว กรุงเทพฯซึ่งเป็นจุดหมายต้นๆ ของนักท่องเที่ยวต่างประเทศ จะกลายเป็นมหานครฝุ่นพิษ ลมหายใจกลายเป็นพิษ ขณะนี้ กทม. ก็เป็นนครหลวงที่อากาศแย่สุด เป็นอันดับที่ 9 ของโลก และที่ 1 ในอาเซียน

หวังว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรัฐบาลจะฟังเสียงเรียกร้องของบรรดาผู้เชี่ยวชาญ ให้แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศถึงต้นตอ เพราะเป็นฆาตกรที่คร่าชีวิตพลโลก ถึงปีละ 6.3 ล้านคน มากกว่าการเสียชีวิตจากโรคเอดส์และมาลาเรียรวมกัน เพื่อความปลอดภัยของชาว กทม. และชาวต่างชาติ อย่าให้เมืองฟ้าอมรกลายเป็นมหานครแห่งเพชฌฆาตเงียบ.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้