วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ผู้สูงอายุไร้สัญชาติ ใต้ร่มธงไตรรงค์ไทย

ผู้สูงอายุไร้สัญชาติ ใต้ร่มธงไตรรงค์ไทย

  • Share:

ตัวอย่างความสำเร็จในการแก้ปัญหา “ผู้สูงอายุไร้สัญชาติ”

ในรอบครึ่งศตวรรษที่ผ่านมาประชากรโลกได้เพิ่มขึ้นมากกว่า 4,000 ล้านคน โดย ค.ศ.1960 มีประชากร 3,000 ล้านคน แล้วเพิ่มเป็น 7,000 ล้านคน ใน ค.ศ.2011 สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติได้มีมติเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 1990 ให้วันที่ 1 ตุลาคมของทุกปี เป็นวันผู้สูงอายุสากล (International Day for Older Persons)

เพื่อปลุกให้ชาวโลกตระหนักถึงความสำคัญของประเด็นผู้สูงอายุ เช่น คุณค่าและคุณูปการที่ผู้สูงอายุมีต่อสังคม การกระทำความรุนแรงและละเมิดสิทธิผู้สูงอายุ เป็นต้น

สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตโต) เขียนไว้ในหนังสือ “สูงอายุเป็นก็น่าเป็นผู้สูงอายุ” คำว่าอายุเป็นภาษาบาลีหมายถึง พลังส่งต่อหล่อเลี้ยงชีวิต สังคมผู้สูงอายุจึงหมายถึงสังคมที่สูงด้วยพลังสืบต่อหล่อเลี้ยงชีวิต

ใน พ.ศ.2564 ประเทศไทยจะเข้าสู่ “สังคมสูงอายุสมบูรณ์” คือมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด ผู้สูงอายุจะมีมากกว่าเด็กเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ และในปี พ.ศ.2574 ประเทศไทยจะเข้าสู่ “สังคมสูงอายุระดับสุดยอด” มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปสูงถึงร้อยละ 28 ของประชากรทั้งหมด

มูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา (พชภ.) ได้ทำงานกับชนชาติพันธุ์ในเขตภูเขาตั้งแต่ พ.ศ.2528 พบปัญหา “ผู้สูงอายุไร้รัฐ” คือตกหล่นจากทะเบียนราษฎรของรัฐไทยและรัฐที่เกี่ยวข้อง จึงไม่มีสถานะบุคคลทางกฎหมาย ไม่มีหลักฐานใดๆแสดงตน

และ “ผู้สูงอายุไร้สัญชาติ” คือผู้ที่เคยถูกสำรวจจัดทำทะเบียนประวัติไว้แล้ว มีบัตรประจำตัว มีเลข 13 หลัก แต่ยังไม่สามารถพัฒนาสถานะจนถึงขั้นได้รับรองสิทธิในสัญชาติไทย มูลนิธิ พชภ.จึงเปิดประเด็น “ผู้เฒ่าไร้สัญชาติ” ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2555 โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ด้วยการ
ศึกษาข้อมูล สถานการณ์การไร้สัญชาติของผู้สูงอายุในอำเภอต่างๆของจังหวัดเชียงราย

เตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ บอกว่า ปัญหาที่ผู้เฒ่าประสบอยู่ได้มีการจัดทำเป็นกรณีศึกษา แล้วหารือกับนักวิชาการด้านกฎหมายสัญชาติกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดงาน “วันผู้เฒ่าไร้สัญชาติ ครั้งที่ 1” ที่บ้านป่าคาสุขใจ ตำบลแม่สลองนอก อำเภอแม่ฟ้าหลวง เพื่อสื่อสารให้สังคมเข้าใจปัญหาของผู้เฒ่าไร้รัฐ ไร้สัญชาติผ่านกรณีตัวอย่าง ซึ่งสื่อมวลชนให้ความสำคัญ ทั้งทีวีและหนังสือพิมพ์หลายฉบับ เสนอปัญหาที่ผู้เฒ่าไร้รัฐ ไร้สัญชาติประสบอยู่ เช่น ความไม่มั่นคงในชีวิต การขาดสิทธิที่สำคัญในฐานะพลเมือง

เช่น สิทธิในการเดินทาง สิทธิในสวัสดิการสังคม เป็นต้น

“งานผู้เฒ่าไร้สัญชาติครั้งที่สี่ แสวงหาทางออกให้ผู้เฒ่า รัฐไร้ไร้สัญชาติ” พ.ศ.2558 มูลนิธิ พชภ. ได้เชิญ รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนจิตรา แห่งคณะนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นกัลยาณมิตรร่วมกันแก้ปัญหาคนไร้รัฐ ไร้สัญชาติกับ “ครูแดง” เตือนใจ ดีเทศน์ มานานกว่า 20 ปี เป็นที่ปรึกษากฎหมาย

พร้อมกันนี้ยังได้จัดทำเอกสารเสนอบทความวิชาการ มีส่วนหนึ่งที่เสนอ “ความหวังของครูแดง ในการแก้ปัญหาผู้เฒ่าไร้รัฐ ไร้สัญชาติ” ต่อรัฐและสาธารณชน สรุปได้ดังนี้

(1) หวังให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยสั่งการสำรวจจำนวนผู้สูงวัยไร้สัญชาติในประเทศไทย ตลอดจนปัญหาที่ท่านเหล่านั้นประสบอยู่ เพื่อที่จะทราบถึงสาเหตุของการไร้สัญชาติของผู้สูงวัยทุกท่าน

(2) หวังให้รัฐมนตรีฯ สั่งสังคายนาข้อกฎหมายเพื่อการแปลงสัญชาติให้แก่ชาวเขาตลอดจนชนกลุ่มน้อย ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยจนกลมกลืนกับสังคมไทย เป็นพ่อแม่ปู่ย่าตายายของคนสัญชาติไทย

“การสังคายนานี้ย่อมจะทำให้เกิดความชัดเจนในข้อกฎหมาย ทำให้งานขจัดปัญหาความไร้สัญชาติ ดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้เพื่อจะไม่มีชาวเขาและคนไร้สัญชาติในประเทศไทยอีกต่อไป”

ข้อสุดท้าย (3) หวังให้อธิบดีกรมการปกครองจัดให้มีการทบทวนแนวคิด...วิธีปฏิบัติให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ เพื่อขจัดปัญหาความไร้รัฐโดยสิ้นเชิงให้มนุษย์ที่ตกหล่นทะเบียนราษฎร โดยใช้มาตรา 38 วรรค 2 แห่ง พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎรฉบับที่ 2 พ.ศ.2551 เพื่อขจัดปัญหาการไม่ปฏิบัติ หรือปฏิบัติล่าช้าของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

ส่วนกลุ่มผู้เฒ่าที่เกิดและอยู่ในประเทศไทยมานาน ได้รับการจัดทำทะเบียนประวัติโดยศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขาจังหวัดต่างๆ ช่วง พ.ศ. 2528 ถึง 2530 ระบุสถานที่เกิดคือประเทศไทย แต่ผู้เฒ่าไม่ได้ดำเนินการยื่นคำร้องขอลงรายการสัญชาติไทย เริ่มมีตัวอย่างความสำเร็จสองพื้นที่คือที่อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี

กรณี “ปู่คออี้” หรือ นายคออิ มีมิ ผู้นำทางจิตวิญญาณของชาวกะเหรี่ยงอายุ 107 ปี ได้มอบอำนาจให้ทนายความจัดทำเอกสารยื่นลงรายการสัญชาติไทย ต่อนายสุธี เล้าสุบินประเสริฐ นายอำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งได้ตรวจสอบพยานหลักฐานต่างๆเชื่อได้ว่านายคออิมีมิ เป็นชาวเขาดั้งเดิมเกิดในประเทศไทยจริง

จึงได้เพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน และถ่ายรูปทำบัตรประจำตัวประชาชนเป็นพลเมืองสัญชาติไทยโดยสมบูรณ์เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2561

ตัวอย่างที่สองคือที่อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย นายอำเภอคือนางวันดี ราชชมพู ได้รับคำร้องขอลงรายการสถานะบุคคลในทะเบียนราษฎรจากแม่เฒ่าที่เป็นแม่ม่าย ไร้สัญชาติ 15 ราย อายุ 65-97 ปี โดยเจ้าหน้าที่มูลนิธิ พชภ. รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำร้องแทนแม่เฒ่า

จึงได้ขอคำปรึกษาทางกฎหมายจาก รศ.พันธ์ุทิพย์ และผู้อำนวยการสำนักทะเบียนกลาง จัดทำข้อมูล ประวัติ หาพยานเอกสารพยานบุคคลครบถ้วน อำเภอแม่จันเห็นควรใช้ระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการพิจารณาลงรายการสถานะบุคคลในทะเบียนราษฎรให้แก่บุคคลบนพื้นที่สูง พ.ศ.2543

ซึ่งกำหนดไว้ในข้อ 11 วรรคสามและวรรคสี่ว่า...“ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลที่เกิดในราชอาณาจักรไทยระหว่างวันที่ 10 เมษายน 2456 จนถึงวันที่ 13 ธันวาคม 2515 เป็นบุคคลซึ่งมีสัญชาติไทย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้เป็นอย่างอื่น โดยให้สันนิษฐานจากเอกสารหลักฐานต่างๆที่ออกโดยส่วนราชการหรือพยานแวดล้อมกรณี โดยอาศัย
การพิสูจน์ทางประวัติศาสตร์ ภาษาศาสตร์หรือชาติพันธ์ุวรรณาเป็นต้น”

“เมื่อเชื่อใจในพยานเอกสารและพยานบุคคลของแต่ละคนแล้ว อำเภอแม่จันจึงนัดวันเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้านและทำบัตรประจำตัวประชาชน ล่าสุดเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2562 แม่เฒ่าที่ได้มาถ่ายบัตรประชาชนเป็นครั้งแรกในชีวิตต่างหลั่งน้ำตาด้วยความปลาบปลื้มปีติ ได้รับการรับรองเป็นคนสัญชาติไทยอย่างสมบูรณ์ในบั้นปลายของชีวิต” เตือนใจ ว่า “ปัจจัยหลักของความสำเร็จซึ่งจะเป็นต้นแบบให้ผู้เฒ่าคนอื่นๆที่เกิดในประเทศไทย ดำเนินการยื่นคำร้องขอลงรายการสถานะบุคคลได้ คือการบูรณาการความร่วมมือของฝ่ายต่างๆที่เกี่ยวข้อง คือการสนับสนุนจากลูกหลาน ผู้นำชุมชน ผู้ใหญ่บ้าน นายอำเภอและทีมงาน องค์กรด้านสิทธิสถานะ นักวิชาการด้านกฎหมายสัญชาติ ศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา สำนักบริหารทะเบียนกลาง อธิบดีกรมการปกครอง ด้วยการประสานการคุ้มครองสิทธิในสถานะบุคคลเพื่อเป็นต้นแบบเชิงระบบของกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

ประเด็นสำคัญและท้าทายมีว่า...ทุกฝ่ายควรมีความรู้ด้านกฎหมาย...ขั้นตอนการปฏิบัติ มีทัศนคติที่ดี และมุ่งมั่นในการแก้ปัญหาให้ผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางที่เคยทำประโยชน์ให้สังคมมาตลอดชีวิต

ท้ายนี้...ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กำหนดนโยบายเร่งด่วนเป็นของขวัญ 2562 ให้แก่ผู้สูงอายุไร้รัฐ ไร้สัญชาติทุกคน.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้