วันพุธที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
จาตุรนต์โพสต์กล่าวหา ผบ.ทบ. มีอคติ-คับแคบ!

จาตุรนต์โพสต์กล่าวหา ผบ.ทบ. มีอคติ-คับแคบ!

  • Share:


กอบศักดิ์ไม่ดื้อเรื่องสปก. สุวัจน์ชู-เมืองกรุงสีเขียว มาร์คปล่อยคาราวานปชป.


พลังประชารัฐยึดศูนย์ประชุมเชียงราย เปิดตัว 7 ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.อลังการ “อุตตม” ยันยึดหลักเกณฑ์ไม่มีเอาเปรียบใคร “ผู้กองธรรมนัส” แจงจ่ายค่าเช่าไป 5 พันบาท กระแทกซ้ำเพื่อไทยเล่นปาหี่ “กอบศักดิ์” เมินแรงกดดัน 4 รมต.ขอไปต่อ “เจ๊หน่อย” ฟ้องคนร้อยเอ็ดถูกเอาเปรียบทุกประตู อ้อนขออ้อมกอดเป็นกำลังใจ พท.หนุนทุกพรรคใช้สถานที่ราชการได้เท่าเทียม “อ๋อย” โต้ “บิ๊กแดง” มีอคติ-คับแคบกับกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง เพื่อชาติเตือน คสช.ระวังจบไม่สวย “อภิสิทธิ์” คิกออฟแคมเปญ “ประชาชนต้องเป็นใหญ่ ประชาธิปไตยสุจริต” เปิดภารกิจ “แก้จน สร้างคน สร้างชาติ” นายกฯนำทีม ครม.สัญจรแอ่วเหนือ โพลชูยังไม่มีใครทาบชั้น “บิ๊กตู่”

ประเด็นการชิงไหวชิงพริบทางการเมืองระหว่างพรรคเพื่อไทย กับพรรคพลังประชารัฐ โดยมีอำนาจรัฐเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง ยังคงเป็นที่จับตามอง ล่าสุดพรรคพลังประชารัฐเปิดใช้ศูนย์ประชุมนานาชาติ จ.เชียงราย เพื่อหาเสียงและรับสมัครสมาชิกพรรคได้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้พรรคเพื่อไทยถูกยกเลิกไม่ให้ใช้สนามกีฬา จ.พะเยา ดำเนินงานการเมือง

“เจ๊หน่อย” ฟ้องคนร้อยเอ็ดถูกกดขี่

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 13 ม.ค. ที่ อ.เชียงขวัญ จ.ร้อยเอ็ด คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ช่วยนายฉลาด ขามช่วง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย หาเสียง โดยมีอดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด อาทิ นายเศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ นายวราวงษ์ พันธุ์ศิลา นายศักดา คงเพชร และ น.ส.จิราพร สินธุไพร ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ร้อยเอ็ด บุตรสาวนายนิสิต สินธุไพร ร่วมลงพื้นที่ด้วย คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวปราศรัยว่า จะทำเต็มกำลังความสามารถให้ราคาข้าว ราคายางราคา สินค้าเกษตรที่ตกต่ำกลับมาดีขึ้น ถ้าเลือกตั้งวันไหนพรรคเพื่อไทยจะขจัดทุกข์ให้กับประชาชน จึงมาขอกำลังใจให้ประชาชนกอด อย่าไปเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยจะยกเลิกบัตรคนจน เราถูกเอาเปรียบทุกอย่าง ไป จ.เชียงราย พะเยา ถูกตำรวจติดตาม เวทีปราศรัยตั้งไม่ได้ เวทีนี้ให้มาข้างหน้าเวทีเลยจะได้อัดเสียงชัดๆเขาจะสั่งผู้ว่าฯ นายอำเภอให้ช่วยอย่างไร ก็ไม่ยิ่งใหญ่ในหัวใจประชาชน เราถูกกดขี่เราพวกเดียวกัน ทางออกจากความทุกข์ มีกุญแจดอกเดียวคือพรรคเพื่อไทย ต้องกาเพื่อไทยอย่างเดียว แบ่งคะแนนไม่ได้

อ้อนขออ้อมกอดเป็นกำลังใจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงท้ายของการปราศรัยคุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า “ใครอยากจะกอดมาเลย มารับเลย หน่อยจะลงไปกอดทุกคน” ทำให้ประชาชนที่มาฟังการปราศรัยด้วยสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว ลุกขึ้นมาหาเพื่ออุ้มรับคุณหญิงสุดารัตน์ที่กระโดดลงจากเวที ทั้งนี้ การปราศรัยตลอด 2 วัน ที่ จ.อุบลราชธานี ยโสธร และร้อยเอ็ด เมื่อคุณหญิงสุดารัตน์ปราศรัยเสร็จจะร่วมถ่ายภาพกับประชาชน และลงจากเวทีด้วยการกระโดดลง โดยเฉพาะที่ อ.เลิงนกทา เขตเลือกตั้งที่ 3 จ.ยโสธร ประชาชนถึงกับคว้าตัวคุณหญิงสุดารัตน์ขณะจะกระโดดลงจากเวที

พท.หนุนใช้สถานที่ราชการได้

นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ คณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีพรรคพลังประชารัฐใช้ศูนย์ประชุมนานาชาติ จ.เชียงราย เปิดรับสมัครสมาชิกพรรค ว่า เห็นว่าการที่หน่วยงานราชการเข้ามามีส่วนส่งเสริมสนับสนุนระบอบประชาธิปไตยเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ทั้งรัฐบาล กกต.และท้องถิ่น ควรสำนึกในข้อนี้ อยากถาม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว. กลาโหม ที่สั่งห้ามใช้สถานที่ราชการสนับสนุนทางการเมืองนั้น มันผิดกฎหมายอะไร ดูรัฐธรรมนูญ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ทุกฝ่ายต้องช่วยกันส่งเสริมและสนับสนุนการเลือกตั้ง ใครขอใช้สถานที่ควรอนุญาตให้ทุกคนเสนอภาคกัน อยากถาม พล.อ.ประวิตรว่าหากห้ามใช้ที่ราชการแล้วพรรคการเมืองจะปราศรัยใน กทม. ต้องปิดแยกราชประสงค์ใช่หรือไม่

ตอก “ธรรมนัส” ช้างตายทั้งตัว

เมื่อถามถึงกรณี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งภาคเหนือ พรรคพลังประชารัฐ ระบุว่าพรรคเพื่อไทยทำเหมือนเล่นลิเก ขอใช้สถานที่ราชการแล้วก็ยกเลิกกำหนดการเอง นายประยุทธ์ตอบว่า ติดตามข้อเท็จจริงจากข่าว และสอบถามจากพรรคพวก ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยไม่ได้เล่นละครตบตาประชาชนเหมือนที่ถูกกล่าวอ้าง แต่พรรคเพื่อไทยเจ็บปวดในเรื่องดังกล่าวมาก เราถูกกลั่นแกล้งจากผู้มีอำนาจที่ลุแก่อำนาจ ชาวบ้านรู้ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ดี แม้จะบิดเบือนปกปิดความเลวร้ายของตัวเอง เป็นเรื่องที่ช้างตายทั้งตัวเอาใบบัวปิดไม่มีทางมิด เราคงต้องรอวันเลือกตั้งที่ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินเอง

“อ๋อย” โต้ “บิ๊กแดง” อคติ–คับแคบ

ขณะที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) โพสต์เฟซบุ๊กกรณี พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการ คสช. กล่าวหากลุ่มคนอยากเลือกตั้งที่คัดค้านการเลื่อนเลือกตั้ง ว่าเป็นพวกสร้างความวุ่นวายทำตามคำสั่ง ว่า แสดงถึงความไม่เข้าใจเรื่องเสรีภาพและประชาธิปไตย มีอคติ คับแคบ เป็นการใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสม ทำให้เกิดการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายแตกแยกในสังคม โดยไม่มีหลักฐานข้อเท็จจริงอะไรรองรับ เป็นการดูถูกประชาชน ที่ ผบ.ทบ.พูดถึงพระราชพิธีเหมือนจะทำให้คนเข้าใจผิดว่าผู้คัดค้านการเลื่อนการเลือกตั้งไม่คำนึงถึงพระราชพิธี ทั้งที่ไม่เป็นความจริง ปัญหาที่แท้จริงอยู่ที่รัฐบาลไม่ได้ชี้แจงให้ชัดเจนว่าต้องการอย่างไร มีเหตุผลอย่างไร คนจำนวนไม่น้อยคิดว่ายิ่งเลื่อนออกไปยิ่งเป็นผลเสียมากกว่า การพูดของ ผบ.ทบ.จึงอาจทำให้คนโกรธเคืองกัน ทั้งที่ทุกฝ่ายต่างมีความปรารถนาดีต่อบ้านเมืองด้วยกันทั้งสิ้น

ย้อนคนที่ต้องเป็นกลางคือรัฐบาล

นายจาตุรนต์ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า ส่วนกรณีที่ปลัดกระทรวงมหาดไทยสั่งกำชับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นวางตัวเป็นกลางนั้น ความจริงมี กกต.ดูแลอยู่แล้ว และ กกต.ทำได้ดีกว่า ที่ต้องกำชับให้เป็นกลางจริงๆแล้วไม่ใช่ อปท. แต่เป็นกระทรวงมหาดไทย และรัฐบาล ที่ทุกวันนี้กำลังเพลิดเพลินกับการใช้งบประมาณหาเสียงสร้างความได้เปรียบเสียเปรียบกับพรรคการเมืองอยู่ทุกวัน และไม่มีทีท่าจะลดลง จึงฝากถึง กกต.ให้วางหลักเกณฑ์ในการใช้สถานที่ราชการทุกส่วนทุกระดับ ในทางส่งเสริมให้ใช้ในการรณรงค์หาเสียงได้ หลักง่ายๆคือใครต้องการใช้ก็ให้ส่งเสริมให้ใช้ได้ ไม่ใช่มาอ้างว่าถ้าจะใช้ต้องใช้พร้อมๆกันทุกพรรค เพื่อกีดกันพรรคการเมืองหรือนักการเมืองที่เป็นฝ่ายตรงข้าม เพราะเป็นอุปสรรคต่อการที่ประชาชนจะได้รับข้อมูลข่าวสารอย่างเพียงพอ

ให้หยุดย่ำยีความหวังคนไทย

นายพงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ โฆษกพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับคำพูดของ ผบ.ทบ. ขอให้มองและเข้าใจความต้องการของประชาชน เพราะความชัดเจนของรัฐบาล และ คสช.ในการกำหนดวันเลือกตั้ง จะช่วยคลายความกังวลของทุกฝ่าย แต่กลับไม่มีความชัดเจนเรื่องวันเลือกตั้ง มีการโยนกันไปมา ระหว่างรัฐบาล คสช. และ กกต. จนประชาชนเกิดความสับสน และมีแนวโน้มว่าอาจจะเลื่อนออกไปอีก จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ประชาชนต้องการให้จัดการเลือกตั้งโดยเร็วที่สุด ดังนั้น จึงอยากเรียกร้องให้ทุกองค์กรที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแสดงความชัดเจนออกมา หยุดย่ำยีประเทศ อย่าเพิกเฉยต่อความหวังของประชาชน และหยุดขวางโอกาสที่จะทำให้ประเทศไทยรอดพ้นจากความเสียหายไปมากกว่านี้

เตือน คสช.ระวังจบไม่สวย

นายรยุศด์ บุญทัน รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า ประชาชนบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่าเดือดร้อนเรื่องปากท้อง และเบื่อหน่ายต่อการบริหารประเทศของรัฐบาล ส่วนใหญ่ต้องการให้เลือกตั้งโดยเร็วเพราะหวังว่าทุกอย่างจะดีขึ้น จึงเกิดกระแสต่อต้านการเลื่อนเลือกตั้งในโซเชียลมีเดีย คิดว่าเรากำลังรอฟางเส้นสุดท้าย ที่ความอดทนอดกลั้นของประชาชนจะขาด และออกมาต่อต้านอย่างพร้อมเพรียงกัน การรวมตัวอาจเกิดขึ้นเร็วและง่าย ใช้เวลาในการติดต่อสื่อสารกันชั่วข้ามคืน ก็เกิดเป็นพลังมหาศาลที่จะล้มรัฐบาลทหารได้โดยง่าย หาก คสช.เมินความรู้สึกของสังคม และประเมินพลังประชาชนต่ำไป อาจส่งผลต่อรัฐบาล คสช.อย่างคาดไม่ถึง ประวัติศาสตร์บอกไว้ว่าผู้ก่อการรัฐประหารทุกคณะจุดจบเป็นเช่นไร ถ้าลงช้ากว่านี้ระวังจะลงไม่สวย เตือนด้วยความเป็นห่วง อยากให้ศึกษาประวัติศาสตร์ให้ดี และดูตัวอย่างอดีตผู้นำในต่างประเทศหลังหมดอำนาจว่าเป็นเช่นไร อำนาจไม่ได้ยั่งยืน

ทษช.เปิดตัวคึกคักที่สมุทรสาคร

ที่ จ.สมุทรสาคร ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ พร้อมนายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค และแกนนำพรรค ร่วมเปิดตัว น.ส.อัจฉรา สรวารี และนายพลภวัฒน์ ชำนาญวาด ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรสาคร พรรคไทยรักษาชาติ หลังเข้ากราบสักการะเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร แล้วทั้งหมดขึ้นรถแห่แบ่งออกเป็น 2 สาย ทั้งนี้ผู้ที่เรียกเสียงฮือฮาจากประชาชนที่มาฟังการปราศรัยประมาณ 2,000 คน คือ 2 คนรุ่นใหม่ตระกูลชินวัตร คือ น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ บุตรสาวนางเยาวเรศ ชินวัตร กับนายฤภพ ชินวัตร ที่ขึ้นปราศรัยเน้นนโยบายการทำงานในมุมมองคนรุ่นใหม่ เพื่อการพัฒนาประเทศ อาทิ สานต่อนโยบายไทยรักไทย คืนคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ประชาชน ดูแลสวัสดิการรักษาพยาบาลด้วยเทคโนโลยี คืนรัฐบาลที่โปร่งใสและตรวจสอบได้

“อภิสิทธิ์” นำคิกออฟแคมเปญ

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย สี่แยกคอกวัว นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมแกนนำพรรค จัดคิกออฟแคมเปญปล่อยขบวนรถคาราวานว่าที่ผู้สมัครส.ส. 350 เขตทั่วประเทศ รวมถึงขบวนรถว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.ทั้ง 30 เขต จากนั้นนายอภิสิทธิ์นำแถลงจุดยืนพรรคประชาธิปัตย์ต่อการเลือกตั้ง ว่า แม้วันนี้ยังไม่มีความแน่นอนเกี่ยวกับวันเลือกตั้ง แต่ประเทศ ไทยไม่มีทางเลือกอื่น ต้องเดินกลับสู่เส้นทางประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ พอแล้วกับวังวนวัฏจักรเดิมๆ วนกลับไปสู่การรัฐประหาร ต้องถือคติสำคัญ “ประชาชนต้องเป็นใหญ่ ประชาธิปไตยสุจริต” แม้กติกาในรัฐธรรมนูญไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เป็นประชาธิปไตย 100 เปอร์เซ็นต์ แต่คนไทยต้องไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ส่งสัญญาณให้ดังพอจะทำให้ ส.ว. 250 คน ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ต้องเคารพเสียง ไม่ประสงค์จะเห็นรัฐบาลที่ฝืนเจตนารมณ์ประชาชน พรรคประชาธิปัตย์มีหัวหน้าพรรคมาแล้ว 7 คน ดำรงตำแหน่งนายกฯมาแล้ว 4 คน ไม่มีคนใดมีมลทิน มั่นใจว่าพร้อมที่สุดที่จะนำพาประเทศออกจากวังวน เรายังมีภารกิจสำคัญคือ “แก้จน สร้างคน สร้างชาติ” ความยากจน ความเหลื่อมล้ำรอคอยการแก้ไข

คนอยากเลือกตั้งไม่ใช่ปัญหา

นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ ผบ.ทบ. ออกมาตำหนิกลุ่มคัดค้านการเลื่อนเลือกตั้ง ว่า ไม่อยากเห็นความขัดแย้งใดๆ อยากให้ช่วยกันทำให้กระบวนการเลือกตั้งเดินหน้า วันนี้อะไรที่จะทำให้เกิดความชัดเจน เป็นปัญหาก็ต้องแก้ไข หากผู้ใดที่ออกมาใช้สิทธิตามเสรีภาพก็ไม่น่าเป็นปัญหา เรื่องใหญ่ในวันนี้คือเราจะทำอย่างไรให้บ้านเมืองเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้งได้ แต่ขณะนี้ พ.ร.ฎ.การเลือกตั้งยังไม่ประกาศออกมา อาจทำให้การเลือกตั้งเลื่อนไปอีกหรือไม่ตนไม่ทราบ ทุกอย่างมีกรอบเวลาตามรัฐธรรมนูญอยู่ การเปิดตัวคาราวานในวันนี้ เป็นเครื่องยืนยันว่าพรรคเดินหน้าสู่สนามการเลือกตั้ง จะไม่กลับสู่วงจรรัฐประหารอีก

เมินโพลเชลียร์ชู “ประยุทธ์”

เมื่อถามถึงผลสำรวจของซุปเปอร์โพลที่ สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯต่อ นายอภิสิทธิ์ ตอบว่า สุดท้ายอยู่ที่ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจ เราพร้อมเป็นทางเลือกหลักให้กับประชาชน การเลือกตั้งเป็นส่วนหนึ่งของระบอบประชาธิปไตย แต่วันนี้สิ่งที่เราทำคือต้องการเชิญชวนให้คนเข้ามามีส่วนร่วมในการเลือกตั้งจริงๆ ทุกคนต้องพ้นจากกรอบที่มีคนพยายามยัดเยียดให้ การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นไม่ใช่การเลือกตั้งเพื่อให้ใครได้อยู่ต่อ หรือให้ใครได้กลับเข้ามา แต่เป็นเรื่องที่ต้องให้ประชาชนและประเทศชาติ หลุดพ้นจากสภาพในปัจจุบัน

แซะ “เจ๊หน่อย” โวกวาด ส.ส.อุบลฯ

ด้านนายศุภชัย ศรีหล้า อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ที่ประกาศว่าจะกวาด ส.ส.อุบลราชธานียกจังหวัด ปล่อยวาทกรรมปลุกปลอบใจทีมงานว่า “อยู่กับเรากระเป๋าตุง อยู่กับลุงกระเป๋าแฟบ” นั้น อยากถามว่ากระเป๋าตุงคือกระเป๋าใคร กระเป๋า ส.ส. ผู้สนับสนุนอดีตนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี เจ้าของโรงสี พ่อค้าข้าวผู้เกี่ยวข้อง บ้านเอื้ออาทร เงินกู้ธนาคารกรุงไทย หรืออื่นๆอีกมากมาย คดีความทุจริตต่างๆที่ตัดสินพร้อมคำอธิบายที่ชัดเจน การหลบหนีคดีของผู้มีอำนาจและผู้เกี่ยวข้องกับคดี “ยิ่งชัด” ชัดเจนจนวาทกรรมที่พูด เป็นกระจกสะท้อนกลับไปยังผู้พูดว่าดูแคลนประชาชน ประชาชนตื่นรู้แล้ว มีแต่นักการเมืองบางคนเท่านั้นที่ยังหลับใหล และคงหลับยาว

พปชร.เปิดตัวทีมผู้สมัครเชียงราย

ช่วงบ่ายวันเดียวกัน ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติ จ.เชียงราย นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วยนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค และแกนนำพรรค ร่วมประชุมสัมมนาและเปิดรับสมัครสมาชิกพรรค โดยมีผู้มาสมัครเข้าเป็นสมาชิกกว่า 1 หมื่นคน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานยุทธศาสตร์ภาคเหนือพรรคพลังประชารัฐ กล่าวเปิดตัวผู้สมัครทั้ง 7 คน 7 เขต ประกอบด้วย นางรัตนา จงสุทธานามณี อดีต ส.ส.และอดีตนายก อบจ.เชียงราย พ.ต.อ.รัฐพล น้อยช่างคิด อดีต ผกก.สืบสวน บช.ภ.5 นายบุญถิ่น นวลใหม่ นายเสงี่ยม แสนพิช อดีตรองนายก อบจ.เชียงราย นายบัวสอน ประชามอญ อดีต ส.ส.เชียงราย นายศักดิ์ชัย จงสุทธานามณี น้องชายนายมงคล จงสุทธานามณี แกนนำพรรคฯ และนายผจญ ใจกล้า อดีตสาธารณสุขอำเภอแม่จัน

ยึดหลักเกณฑ์ไม่มีเอาเปรียบ

นายอุตตมกล่าวปราศรัยว่า เรื่องการใช้สถานที่พรรคใช้ตามช่องทางที่มีอยู่ เป็นไปตามระเบียบหลักเกณฑ์ ไม่ได้เอาเปรียบอะไรใคร เข้าใจว่าสถานที่ราชการ ใคร พรรคไหนก็ยื่นขอได้ ส่วนเรื่องตำแหน่งรัฐมนตรีของพรรค พวกเรายังตั้งเป้าเหมือนเดิม เมื่อถึงเวลาจะมาปฏิบัติหน้าที่การเมืองส่วนตัว ตอนนี้ทำงานในความรับผิดชอบเพื่อให้มีความต่อเนื่อง ไม่ให้มีผลกระทบต่องานกลาง ในแง่กฎหมายก็ชัดเจนรัฐธรรมนูญไม่ได้ระบุว่าต้องออก ส่วนเรื่องการทำหน้าที่รัฐบาลรักษาการไม่ได้เปรียบเสียเปรียบอะไร ถ้าโครงการไหนต้องเดินต่อเนื่องก็ทำไป เรื่องแบบนี้เป็นมากว่า 10 ปีแล้ว

ยันจ่ายค่าเช่าพื้นที่ไป 5 พันบาท

ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า สนามกีฬา จ.พะเยา เป็นสถานที่ราชการ ไม่ใช่เชิงพาณิชย์ มันต่างกันการบริหารของ อบจ.พะเยา เป็นนายก อบจ. ซึ่งเป็นทีมของพรรคเพื่อไทย แต่เมื่อมีคนท้วงติง จึงให้รองนายกฯเซ็นปฏิเสธ เป็นการเล่นปาหี่กันมากกว่า ทั้งนี้การเช่าสถานที่ศูนย์ประชุมนานาชาติ ค่าเช่าสนับสนุน 5,000 บาท โดยมีประกันความเสียหาย 3 แสนบาท ส่วนกระแสพรรคพลังประชารัฐในภาคเหนือ โพลมาแรงทั้งหมด 64 เขต เราชนะ 27 ที่ ช่วงชิงอีก 15 ที่ เท่ากับว่าเราสามารถกอบโกยประมาณ 40 ที่นั่ง

“กอบศักดิ์” รับฟังนโยบาย ส.ป.ก.

วันเดียวกันที่ตลาดบางแค กทม. นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วยนายกฤชนนท์ อัยยปัญญา ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่พบปะประชาชน นายกอบศักดิ์ให้สัมภาษณ์ถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์นโยบายเปลี่ยน ส.ป.ก.เป็นโฉนดที่ดินทองคำ ว่า เรื่องที่ดินทำกินประชาชนคาดหวังอยากให้เข้ามาช่วยดูแลต้องแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ที่เอกชน ที่รัฐ และพื้นที่ป่า ต้องมีแนวทางคือช่วยเหลือให้ประโยชน์กับประชาชนโดยไม่ปล่อยให้ที่ดินหลุดไปอยู่ในมือนายทุนเหมือนกรณีเขาใหญ่และวังน้ำเขียว ทุกพื้นที่ประชาชนจะใช้ประโยชน์ได้ เรารับฟังข้อเสนอแนะเสียงวิพากษ์–วิจารณ์ พวกเราไม่ดื้อ อะไรที่เป็นคำตอบที่ดีที่สุดเราจะเดินหน้า

เมินแรงกดดัน 4 รมต.ยังไปต่อ

นายกอบศักดิ์กล่าวว่า ส่วนการทำหน้าที่ของ 4 รัฐมนตรี ยังคงทำหน้าที่ต่อไปและจะลาออกในเวลาที่เหมาะสม ในส่วนของสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการถือหุ้นบริษัทที่มีสัมปทานกับรัฐนั้น ให้เป็นไปตามกระบวนการ เช่นเดียวกับกรณีของนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ และเป็นหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญที่ต้องวินิจฉัย ผลจะออกมาเป็นอย่างไรพร้อมยอมรับ ที่ผ่านมาพรรคพลังประชารัฐปฏิบัติตามระเบียบ กกต.มาโดยตลอด ไม่ต่างจากพรรคอื่น เพราะกังวลเหมือนกัน หากปฏิบัติไม่ถูกต้องอาจถูกยุบพรรคได้ ก่อนทำกิจกรรมอะไรจะหารือกับ กกต.ก่อนเสมอ

“สุริยะ” นำทัพตะลุยแดนอีสาน

นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า วันที่ 14 ม.ค. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ภาคอีสานพรรคพลังประชารัฐ จะนำคณะลงพื้นที่ อ.ปักธงชัย อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา จากนั้นไป อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ และวันที่ 15 ม.ค. ไป จ.ร้อยเอ็ด ในพื้นที่ภาคอีสาน นายสุริยะมีความมุ่งมั่นตั้งใจมากจะกวาดเก้าอี้ ส.ส.ให้ได้ตามเป้า เราจะเป็นทางเลือกของประชาชนนำพาประเทศเดินไปข้างหน้า พร้อมนำข้อเรียกร้องชาวบ้านมาทำเป็นนโยบาย

“สุวัจน์” ชูโมเดลเมืองกรุงสีเขียว

ที่อาคารเดอะไนน์ เพลส เขตประเวศ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา พร้อมคณะกรรมการบริหารพรรคร่วมเปิดศูนย์ประสานงานพรรคชาติพัฒนา กทม.ฝั่งตะวันออก โดยมีว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.ทั้ง 30 เขต และประชาชนให้การต้อนรับ นายสุวัจน์กล่าวว่า เราเป็นนักกีฬาที่เมื่อกรรมการเป่านกหวีด เราพร้อมลุย ส่วนจะเลือกเมื่อไรไม่มีปัญหา พรรคเราเคยมี ส.ส.กทม.มาแล้ว ชัดเจนว่าเราคุ้นเคยกับคนกรุงเทพฯ วันนี้เราพร้อมรับใช้พี่น้องชาวกรุงเทพฯ พร้อมพัฒนาให้เป็นเมืองสำคัญทางเศรษฐกิจ เป็นเมืองท่องเที่ยว เราจะทำให้เป็นเมืองที่มีสิ่งแวดล้อมที่ดี โดยใช้เทคโนโลยีด้านต่างๆมาพัฒนา อาทิ การสนับสนุนการใช้รถไฟฟ้า การพัฒนาระบบการขนส่งสาธารณะ การเพิ่มพื้นที่สีเขียวแก้ปัญหามลภาวะ เป็นต้น

“ทวี” ฟุ้งคนขานรับพหุวัฒนธรรม

ที่ตลาดเก่า เขตเทศบาลนครยะลา พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าวระหว่างลงพื้นที่พบปะประชาชนในย่านตลาดเก่า ว่า พรรคประชาชาติจะส่งผู้สมัคร ส.ส.ทุกจังหวัดทั่วประเทศ การลงพื้นที่มีการตอบรับที่ดี โดยเฉพาะพรรคประชาชาติเน้นนโยบายพหุวัฒนธรรมเป็นหลัก คนทุกกลุ่มทั่วประเทศแม้จะมีความแตกต่างหลากหลาย แต่ต้องมีความเท่าเทียมกัน ต้องส่งเสริมการกระจายอำนาจ ที่ส่งเสริมให้ท้องถิ่นมีอำนาจในการบริหาร การปกครอง และการออกกฎเกณฑ์เพื่อปกครองท้องถิ่นของตนเอง หากได้ร่วมจัดตั้งรัฐบาล พรรคประชาชาติต้องทำในสิ่งที่ได้หาเสียงไว้ และจะร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคที่มีแนวคิดส่งเสริมหลักประชาธิปไตย และการเมืองจะเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสังคมในทางที่ดีขึ้น

ขอประชาชนยกระดับการเมือง

พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ปี 2562 เป็นปีแห่งความปลื้มปีติและเป็นมงคลของปวงชนชาวไทย รัฐบาลโดยฝ่ายความมั่นคง ยังคงเดินหน้าร่วมกันขับเคลื่อนงานหลักดูแลความมั่นคงปลอดภัย และความสงบเรียบร้อย โดยให้ความสำคัญกับงานด้านการข่าว และคงเข้มมาตรการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อรักษาบรรยากาศความสงบเรียบร้อย ส่วนการแสดงความคิดเห็นผ่านสื่อ และการลงพื้นที่หาเสียงของพรรค การเมือง ที่มีเจตนากล่าวพาดพิง พยายามชี้นำบิดเบือนข้อมูลใส่ร้ายกองทัพ ให้มีภาพลักษณ์เสียหายนั้น ขอให้สังคมใช้ดุลยพินิจอย่างรอบคอบ และร่วมกันพิจารณายกระดับบรรทัดฐานการทำงานการเมืองใหม่อย่างสร้างสรรค์ควบคู่กันไป โดยเฉพาะอดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่อาสาเข้ามาทำงานการเมือง ควรเป็นตัวอย่างที่ดีแก่สังคม ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย วาจาก้าวร้าว พาดพิงสถาบันเพียงเพื่อเป็นเครื่องมือทางการเมือง แสดงถึงวุฒิภาวะที่ไม่เหมาะสม

นายกฯยก ครม.สัญจรแอ่วเหนือ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับภารกิจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มีกำหนดการลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.เชียงใหม่-ลำปาง และประชุม ครม.สัญจร ครั้งที่ 1/2562 กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 (เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง และลำพูน) ระหว่างวันที่ 14-15 ม.ค. โดยนายกฯจะเข้าสักการะอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย พระธาตุศรีจอมทอง จ.เชียงใหม่ ส่วนที่ จ.ลำปาง เข้าสักการะและทำพิธีบายศรีสู่ขวัญ ณ วัดพระธาตุลำปางหลวง สักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช นายกฯจะลงพื้นที่พบปะ ประชาชนทั้ง 2 จังหวัด เป็นสักขีพยานมอบหนังสือแสดงโครงการป่าชุมชน มอบสมุดประจำตัวผู้ที่ได้รับการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน ตามนโยบายรัฐบาลในลักษณะแปลงรวม ชมการพัฒนาพื้นที่ “แม่แจ่มโมเดล” เปิดศูนย์แสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไม้แกะสลัก และชมการผลิตเซรามิก

โพลชูยังไม่มีใครทาบชั้น “บิ๊กตู่”

ขณะที่สำนักวิจัยซูเปอร์โพล เปิดผลสำรวจความเห็นประชาชนจำนวน 1,018 ตัวอย่าง เรื่อง คุณธรรม จริยธรรม นักการเมือง พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 71.4 มองว่าภาพลักษณ์นักการเมืองในสื่อมวลชน เสื่อมเสียมากกว่าดี และเห็นว่าข่าวสัมพันธ์รักนักการเมืองกับนักเคลื่อนไหวในคลิปที่เผยแพร่ในสื่อต่างๆ ส่งผลเสื่อมเสียต่อพรรคการเมือง รวมถึงข่าวที่ กกต.มีมติให้ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยถอดถอนรัฐมนตรีกรณีถือหุ้นสัมปทานรัฐ มีผลเสื่อมเสียต่อพรรคการเมืองต้นสังกัด เมื่อถามความเห็นต่อคุณธรรมจริยธรรมนักการเมืองที่จะเป็นรัฐบาลในอนาคต พบว่าร้อยละ 76.7 ระบุยังไม่มีคุณธรรมจริยธรรมมากพอ ยังไม่ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 23.3 ระบุมีมากพอแล้ว และเมื่อถามถึงบุคคลที่เหมาะสมกับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมากกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 85.6 ระบุยังไม่มีใครเหมาะสมมากกว่า พล.อ.ประยุทธ์มีเพียงร้อยละ 14.4 ระบุมีคนที่เหมาะสมมากกว่า

มองเลื่อนเลือกตั้งได้ไม่คุ้มเสีย

ด้านสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศ จำนวน 1,029 คน เรื่องประชาชนคิดอย่างไร กับการเลื่อนเลือกตั้ง ที่อาจไม่ใช่วันที่ 24 ก.พ. พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 31.50 ขอให้ทุกคนทุกฝ่ายเห็นแก่ส่วนรวม ไม่สร้างความวุ่นวายให้บ้านเมือง ร้อยละ 23.32 เห็นว่า กกต.ต้องประกาศวัน เวลา เลือกตั้งที่ชัดเจน รองลงมาเห็นว่าส่งผลกระทบกับรัฐบาล และ กกต. มีกระแสข่าวในทางลบ ถูกมองว่าเป็นการซื้อเวลา มีนัยแอบแฝง ข้อดีของการเลื่อนเลือกตั้งคือทั้งผู้สมัครและพรรคการเมืองมีเวลาเตรียมตัว ลงพื้นที่หาเสียงได้มากขึ้น ส่วนข้อเสียคือบ้านเมืองขาดเสถียรภาพ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และส่วนใหญ่ร้อยละ 63.75 เห็นว่าการเลื่อนเลือกตั้งไม่คุ้มค่า เพราะกระทบต่อความเชื่อมั่นและเศรษฐกิจ การเมืองขาดเสถียรภาพ เสื่อมเสียภาพลักษณ์ เป็นประเด็นขัดแย้งทางการเมือง ฯลฯ

คนอยากเลือกตั้งใกล้ถึงจุดเดือด

ต่อมาช่วงเย็นที่สี่แยกราชประสงค์ หน้าศูนย์การค้าเกษรพลาซ่า กลุ่มคนอยากเลือกตั้งนำโดยนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ นำมวลชนร่วมชุมนุม “ไม่เลื่อน ไม่ล้ม ไม่ต่อเวลา เดินหน้าเลือกตั้ง หมดเวลา คสช.” เพื่อกดดันให้รัฐบาล คสช.เร่งประกาศพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้งให้เร็วที่สุด มีการชูป้ายข้อความไม่เลื่อนเลือกตั้งเป็นภาษาต่างๆ วางพวงหรีดไว้อาลัยให้ คสช. ครม. สนช. สปช. กกต. โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลุมพินี เข้าตรึงกำลังโดยรอบเพื่อรักษาความปลอดภัย นายสิรวิชญ์อ่านแถลงการณ์ว่า จนถึงวันนี้ข้อเรียกร้องขอความชัดเจนวันเลือกตั้งยังไม่ได้รับการตอบสนอง การเลือกตั้งตามกำหนดเดิมวันที่ 24 ก.พ. ที่รัฐบาลเคยให้คำมั่นไว้ไม่อาจเกิดขึ้นได้ตามกฎหมาย ถือว่าเป็นการตระบัดสัตย์ครั้งที่ 5 โดยหัวหน้า คสช. โดยมีประชาคมโลกเป็นสักขีพยาน วันนี้เราใกล้หมดความอดทนกับความปลิ้นปล้อนตลบตะแลง ใส่ร้ายป้ายสีเพื่อปิดปากสื่อ และประชาชนที่ออกมาเรียกร้องสิทธิขั้นพื้นฐานของพลเมือง

ขีดเส้นยกระดับชุมนุม 19 ม.ค.

นายสิรวิชญ์กล่าวอีกว่า เราขอยื่นคำขาดต่อรัฐบาล คสช. 1.ไม่เลื่อนวันเลือกตั้งให้ล่วงเลยหลังวันที่ 10 มี.ค. 2.ไม่ล้มการเลือกตั้งด้วยเล่ห์กลหรือข้ออ้าง รวมถึงเทคนิคทางกฎหมายใดๆ 3.ไม่ต่อเวลาให้กับการดำรงอยู่ในอำนาจของตนเอง ผ่านกลไกตามรัฐธรรมนูญที่เขียนขึ้นเพื่อสร้างความได้เปรียบ ไม่ว่าจะในรูปของการใช้เสียง ส.ว. 250 คนจากการแต่งตั้ง มาสนับสนุนการสืบทอดอำนาจ ภายในวันที่ 18 ม.ค.นี้ หากยังไม่มีการประกาศพระราชกฤษฎีกาในราชกิจจานุเบกษา เพื่อเปิดทางให้ กกต.กำหนดวันเลือกตั้งได้ จะถือว่ารัฐบาล คสช.ได้แสดงออกอย่างชัดเจนที่สุดถึงความไม่จริงใจในการคืนอำนาจให้ประชาชน เราจะยกระดับการชุมนุมสู่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ในวันที่ 19 ม.ค. พบกันที่ถนนราชดำเนิน

ดาวกระจายไปตามจังหวัดต่างๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ยังมีการกระจายการชุมนุมตามจังหวัดต่างๆ อาทิ จ.นครปฐม ภายใต้การนำของนางอัมรัตน์ โชคปมิตต์กุล แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง จ.นครปฐม นำสมาชิกกลุ่มกว่า 40 คน ร่วมกันชูป้ายข้อความ “ไม่เลื่อนเลือกตั้ง” บริเวณหน้าประตูทางเข้าองค์พระปฐมเจดีย์ ที่ จ.ขอนแก่น นางปิญฉาย นาชัย หรือ “ป้าฉาย” อายุ 73 ปี ประธานกลุ่มสตรี 20 จังหวัดภาคอีสาน นำสมาชิกกลุ่มรวมตัวกันบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าตึกคอม ถนนศรีจันทร์ เขตเทศบาลนครขอนแก่น ถือป้าย “ไม่เลื่อนเลือกตั้ง ไม่ล้ม ไม่ต่อเวลา” และป้าย “คนขอนแก่นไม่เลื่อนเลือกตั้ง 24 กุมภาพันธ์ 2562” และที่ลานเทียนสวนสาธารณะทุ่งศรีเมือง อ.เมืองอุบลราชธานี กลุ่มเสรีชนจังหวัดอุบลราชธานี นำโดย น.ส.รัฐวีร์ ผุยพรม นำสมาชิกราว 50 คน รวมตัวชูป้ายเรียกร้องให้มีการจัดการเลือกตั้ง

หวิดวุ่น ตร.กดดันบุกยึดเครื่องเสียง

กระทั่งเวลา 20.30 น. ขณะที่การชุมนุมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งกำลังจะยุติลง กลับเกิดเหตุวุ่นวายหวิดปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและมวลชน เมื่อ พ.ต.อ.อัครวุฒ ธานีรัตน์ ผกก.สน.ลุมพินี และ พ.ต.อ.อรรถวิทย์ สายสืบ รอง ผบก.น.1 นำกำลังโอบล้อมจะยึดเครื่องเสียง และผลักดันผู้ชุมนุมเพื่อเข้ายึดเครื่องเสียงให้ได้ จนเกิดการผลักดันกันชุลมุนวุ่นวาย ส่งผลให้เครื่องปั่นไฟน้ำมันรั่วออกมานองที่พื้น เจ้าหน้าที่เกรงว่าจะเกิดประกายไฟลุกติดน้ำมันจึงถอยออกมาตั้งหลัก แต่ยังคงล้อมกรอบผู้ชุมนุมไว้ น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา แกนนำจึงเข้าเจรจาต่อรองกับเจ้าหน้าที่ และประกาศจะไปเจรจา ที่โรงพักหากมีการตั้งข้อหา แต่ขอให้ผู้ชุมนุมกลับบ้าน ตอนแรกเจ้าหน้าที่ทำท่าไม่ยอม แต่สุดท้ายก็เชิญ น.ส.ณัฏฐาไปที่ สน.ลุมพินี ท่ามกลางความไม่พอใจของมวลชน และยังไม่ยอมกลับรอแกนนำกลับมาจาก การเจรจา ขณะที่ทางตำรวจยังคงกระจายกำลังล้อมไว้

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้