วันจันทร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ภาษีบริจาคให้พรรคการเมือง

ภาษีบริจาคให้พรรคการเมือง

โดย หมัดเหล็ก
14 ม.ค. 2562 05:01 น.
  • Share:

บทความของ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล หัวหน้าพรรครวมพลังประชาชาติไทย ที่แสดงความเห็นเกี่ยวกับ การบริจาคภาษีให้กับพรรคการเมือง เป็นหัวข้อสนทนาที่น่าสนใจ ตาม พ.ร.บ.พรรคการเมือง พ.ศ.2550 ให้สิทธิกับผู้ยื่นแบบ ภ.ง.ด.9 ที่เสียภาษีเงินได้ สามารถบริจาคภาษีจำนวน 100 บาทให้กับพรรคการเมืองที่ชอบ และใน พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2561 ให้ผู้เสียภาษีสามารถแสดงความจำนงที่จะมอบเงินบริจาคให้พรรคการเมืองเพิ่มเป็น 500 บาท ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำของพรรคการเมืองทั่วไป

หม่อมเต่า แสดงความเห็นว่า ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของพรรค การเมืองก็คือ ไม่มีเงิน สุดท้ายก็ต้องหาเงินด้วยวิธีการต่างๆ หาผู้อุปถัมภ์พรรคและกลายเป็นหนี้บุญคุณ ไม่สามารถทำงานการเมืองได้อย่างอิสระ

เป็นที่น่าสังเกตว่าสมัยที่เปิดให้มีการบริจาค 100 บาท ตอนนั้นมีผู้บริจาคเพียง 92,000 ราย คิดเป็นเงิน 9.2 ล้านบาท ปัจจุบันสามารถบริจาคได้ 500 บาท ก็อาจจะทำให้พรรคการเมืองได้รับเงินบริจาคเพิ่มขึ้น คืออาจจะเป็นจำนวน 40 หรือ 50 ล้านไปจนถึง 200–300 ล้านบาท

ตามความเห็นของ หม่อมเต่า อาจเป็นไปได้ว่า จะมีการขยายเพดานในการรับเงินบริจาคของพรรคการเมืองจากการเสียภาษีเป็น 1,000 บาท ซึ่งดีกว่าให้พรรคการเมืองไปรับเงินจากมหาเศรษฐีหรือนำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชัน

อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้เป็นคนละเรื่องกับการที่ รัฐบาลเปิดให้บริจาคเงินได้ให้กับพรรคการเมือง เพิ่มจาก 5,000 บาท เป็นไม่เกิน 10,000 บาท โดยสามารถ นำไปเป็นส่วนลดหย่อนภาษี ได้ 2 เท่า เป็นเรื่องของมาตรการลดหย่อนภาษีที่ทำให้ผู้บริจาคเสียภาษีน้อยลง

ส่วนประเด็น การบริจาคให้พรรคการเมืองจากการเสียภาษี คือเสียภาษีเท่าเดิมเพียงแต่บอกว่าจะให้พรรคไหนได้รับภาษีตามที่กฎหมายกำหนด เป็นเรื่องที่จะทำได้ง่ายกว่า

เมื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับภาษีกับการบริจาคให้กับพรรคการเมืองแล้วก็คงมาจบด้วยบทสรุปที่ว่า พรรคการเมืองและนักการเมืองจะประพฤติปฏิบัติตัวอย่างไรให้ชาวบ้านอยากบริจาคเงินให้กับพรรค การเมืองเท่านั้น

ไหนๆก็ไหนๆแล้ว การจัดเก็บภาษีของกระทรวงการคลัง มีอยู่ 3 รูปแบบตามหน่วยงานที่รับผิดชอบ คือ เก็บโดย กรมสรรพากร เป็นภาษีรายได้ทั่วไป กรมสรรพสามิต ที่เก็บภาษีเหล้าบุหรี่ สินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ และ กรมศุลกากร เป็นภาษีจากการนำเข้าส่งออกสินค้าที่ต่างฝ่ายต่างทำ

หม่อมเต่าในฐานะเชี่ยวชาญด้านการคลังของประเทศเลยมีข้อแนะนำให้จัดตั้งทบวงจัดเก็บภาษีอิสระ ภายใต้การกำกับของกระทรวงการคลัง ให้ข้าราชการมีการทำงานและได้รับค่าตอบแทนใกล้เคียงกับบริษัทมหาชน ลดปัญหาการแสวงหาผลประโยชน์จากการจัดเก็บภาษี แก้กฎหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษี อิงกับระบบของตลาดหลักทรัพย์ รัฐบาลก็จะไม่ถูกนินทาว่าถังแตก มาถึงตอนตัดจบที่ว่า แล้วใครบ้างที่อยากจะเสียภาษีให้รัฐจริงๆ

ยกมือขึ้น.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th 

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้