วันพุธที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
กลับสู่มาตุภูมิ

กลับสู่มาตุภูมิ

  • Share:

สัปดาห์ก่อน มีข่าวจากเพื่อนบ้าน “สปป. ลาว” เรื่องการให้รัสเซียอัปเกรดสมรรถนะรถถังประจำการรุ่น T-72B1 แต่หนึ่งในเงื่อนไขคือ ลาวต้องขายรถถังเก่า 30 คันคืนแก่รัสเซีย

ฟังแล้วอาจแปลกใจว่า รถถังเก่าเอาไปทำไม แต่เรื่องนี้ถือเป็นคุณค่าทางจิตใจต่อรัสเซียมาก เนื่องจากรถถังดังกล่าวคือ “T-34” เวอร์ชันปืนขนาด 85 มม. ซึ่งเคยสร้างตำนาน สยบกองพล “แพนเซอร์” ของเยอรมนี ในแนวรบตะวันออก สงครามโลกครั้งที่ 2

ยุคนั้น T-34 จากค่ายสหภาพโซเวียต ถูกผลิตกว่า 58,000 คัน ถือเป็นหนึ่งในรถถัง ที่ดีที่สุดในโลก ไม่ว่าจากปัจจัยความคล่องตัว ทนทานสภาพอากาศ-ภูมิประเทศ ความแข็ง-มุมสะท้อนของเกราะ และอำนาจการยิงทะลุทะลวงของปืนหลักขนาด 85 มม. ทำให้มีประเทศต่างๆสั่งซื้อไปประจำการเป็นจำนวนมาก รวมถึงในภูมิภาคเอเชีย อาทิ จีน เวียดนาม เกาหลีเหนือ

สำหรับ 30 คันที่ว่านี้ ถูกผลิตช่วงปลายสงครามโลก ประมาณ พ.ศ.2487 ก่อนถูกขายมือสองมายังเวียดนาม และ สปป.ลาวอีกทอด ในห้วงเวลาที่สถานการณ์ความขัดแย้งกำลังจะบานปลายเป็นสงครามเวียดนาม

จึงมีความเป็นไปได้ที่รถถังกลุ่มนี้ มีโอกาสที่ผ่านสมรภูมิอันดุเดือดมาแล้วไม่น้อย ทั้งปะทะกับทหารนาซีเยอรมนีในแนวรบตะวันออก และหลังส่งมายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาจถูกนำไปรบพุ่งกับทหารอเมริกันและพันธมิตรในเวียดนาม หรือใน สปป.ลาว

วันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา รถถัง T-34 จาก สปป.ลาว ได้เดินทางถึงท่าเรือวลาดิวอสต็อก ทางภาคตะวันออกของรัสเซีย และกำลังถูกลำเลียงไปยังเมืองนาโร-โฟมินสค์ ใกล้กรุงมอสโก ค่ายของกองพลรถถังองครักษ์ “การ์ดส์” ที่ 4 ประจำภูมิภาคตะวันตก

การส่งคืนยังมีขึ้นในช่วงที่ประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน ต้องการปลุกกระแสความรักชาติ ซึ่งรถถังอาจถูกนำไปตั้งตามพิพิธภัณฑ์ หรือนำออกแสดงงานสวนสนามจัตุรัสแดง ฉลองวันชัยชนะสงครามโลกครั้งที่ 2 ในเดือนพฤษภาคม

หลังผ่านสนามรบมากว่า 75 ปี ม้าศึก T-34 ได้กลับสู่มาตุภูมิอย่างสมเกียรติแล้ว.

ตุ๊ ปากเกร็ด

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้