Thairath Logo
กีฬา

หุ้นตก ยอดขายไอโฟนฮวบ! แอปเปิลไม่หยี่หระ บทเรียนรายได้พลาดเป้า

Share :

หลังจากที่ ทิม คุก ประธานผู้บริหารบริษัทแอปเปิล ออกมาเขียนจดหมายถึงนักลงทุน ซึ่งได้ปรับประมาณการณ์รายได้ของบริษัทลงอีกจากเดิม 89,000-93,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลงมาเหลือเพียง 84,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ทั้งนี้ ซีอีโอแอปเปิล ยอมรับว่า รายได้ทั่วโลกที่ลดลงนั้น เกิดขึ้นในประเทศจีน ครอบคลุมทั้งสินค้ากลุ่ม iPhone Mac และ iPad ซึ่งอ้างว่าเป็นผลมาจากพิษเศรษฐกิจจีนชะลอตัว และสงครามการค้าจีนกับสหรัฐฯ รวมทั้งจังหวะเวลาการออกสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่ต่างจากปีก่อน โดย iPhone XS เริ่มขายเดือน ก.ย. ขณะที่ปีก่อน iPhone X เริ่มขายเดือน ธ.ค.

ขณะที่ ก่อนหน้านี้แอปเปิลเพิ่งจะแฮปปี้กับมูลค่าบริษัทที่ทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ไปเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้วนี่เอง

ผลประกอบการของไตรมาส 4 ตามปีการเงินบริษัท 2018 เดือน ก.ค. ถึง เดือน ก.ย. แอปเปิล มีรายได้รวม 62,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเพิ่มขึ้น 20% เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีรายได้ 52,579 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 14,125 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ช่วงเดียวกันของปีได้ 10,714 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ยอดขาย iPhone ไตรมาสที่ผ่านมา รวมทุกรุ่นขายได้ 46.889 ล้านเครื่อง เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่ขาย iPhone ได้ 46.677 ล้านเครื่อง ขณะที่ iPad และ Mac มียอดขายได้ลดลง อย่างไรก็ตาม ยอดขายในต่างประเทศถือเป็น 61% ของรายได้ประจำไตรมาส

เกิดอะไรขึ้นกับบริษัทไอทีระดับโลกนี้กัน...?

นายที่รัก บุญปรีชา หรือที่รู้จักกันในนาม "พี่หลาม จิ๊กโก๋ไอที" ผู้ช่ำชองวงการไอที จะมาวิเคราะห์แบบหมดเปลือกถึงเรื่องนี้

นายที่รัก บุญปรีชา หรือที่รู้จักกันในนาม "พี่หลาม จิ๊กโก๋ไอที" ผู้ช่ำชองวงการไอที

ปมระส่ำบริษัทผลไม้ยักษ์ใหญ่วงการไอที

ราคาโหด แต่ดีไซน์เดิม แค่เปลี่ยนสเปกภายใน

สิ่งที่แอปเปิลยึดมั่นมาโดยตลอดถึงแม้จะมีคนบ่นแต่ก็ยังทำนั่นก็คือ ออกมือถือใหม่รูปทรงเหมือนเดิม เปลี่ยนแต่ระบบข้างใน โดยเรียกชื่อรุ่นว่า S ย้อนไปปีก่อนที่ แอปเปิลออก iPhone X มา ราคาก้าวกระโดดจาก iPhone 8 รุ่นปกติไปค่อนข้างมาก ขณะที่ ปีที่ผ่านมาออก iPhone XS ซึ่งก็หน้าตาเหมือนเดิม เปลี่ยนไส้ในใหม่ กับ iPhone XS max จอใหญ่ขึ้น แต่ราคาโดดขึ้นไปที่ 57,000 บาท ซึ่งราคาแพงเกินขีดจำกัดที่คนจะทนไหว แม้กระทั่งคนที่เป็นสาวกแอปเปิลเองก็ตาม

และคาดว่า แอปเปิลจะออก iPhone XR รุ่นใหม่ โดยลดสเปกลง ตั้งราคาในระดับ 20,000 บาทปลายๆ เพื่อให้มีสมาร์ทโฟนระดับล่างสู้ในตลาดบ้าง ขณะที่รุ่นแพงๆ ยังคงมีอยู่ แต่อาจจะไม่แพงไปกว่านี้ ซึ่งแอปเปิลจะยังคงยืนราคานี้จนกว่าเจ้าอื่นจะไล่ราคาขึ้นมา

แอนดรอยด์ พัฒนาดีวันดีคืน ราคาถูกลง

แอนดรอยด์คุณภาพดีวันดีคืน แต่ราคาถูกลง เมื่อก่อน Samsung ขาย 30,000 กว่าบาท ได้ปรับราคาลดลงมา เพราะผู้ใช้บริการทุกคนอยากได้สมาร์ทโฟนที่ดี แต่ราคาถูก ขณะที่ Huawei Oppo Vivo Xiaomi ทั้งหลายราคาอยู่ที่ 10,000 ปลายๆ ไปจึงถึง 20,000 กว่าบาท ซึ่งราคาโดยรวมของสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ถูกลง ขณะที่ สเปกเครื่องดีขึ้น

ขณะที่ แอปเปิลพัฒนานิดหน่อย และมีหลายอย่างที่ยังทำไม่ได้ โดยภายหลังเริ่มมาเลียนแบบคนอื่น เช่น มีกล้องหลายตัว ทำหน้าชัดหลังเบลอได้ ซึ่งยี่ห้ออื่นมีมาตั้งนานแล้ว นี่คือความถดถอยของแอปเปิล ที่ค่อยๆ เริ่มสวนทางกับราคาที่แพงขึ้น จนคนทนไม่ไหว แม้กระทั่งสาวกเองยังทนไม่ไหว

“ไม่ใช่ว่าคนที่ใช้แอปเปิลหนีมาใช้แอนดรอยด์แล้วจะต้องหงุดหงิดใจจนต้องกลับไปใช้ แอปเปิลเหมือนเดิม มันไม่ได้เป็นแบบนั้นแล้ว ทุกวันนี้แอนดรอยด์ก็ดีมาก จนกลายเป็นว่า แอปเปิลออกไอโฟนมาราคา 5 หมื่นปลายๆ คนซื้อไม่ไหวก็หันมาทางแอนดรอยด์ดีกว่า เรื่องนี้คือเหตุผลหลักเลย”

รายได้ตกในตลาดจีน

เจ้าถิ่นในจีนหลายยี่ห้อไม่ว่าจะเป็น Huawei Oppo Vivo Xiaomi ทุกคนพร้อมที่จะมองหาจุดอ่อนของแอปเปิล และทำเรื่องให้รัฐบาลจีนห้าม iPhone เข้ามาขายในประเทศจีน รวมถึงเรื่องข้อพิพาทเรื่องสิทธิบัตรระหว่างแอปเปิลกับควอลคอมม์ (Qualcomm) ด้วย

ส่วนเรื่องที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ตั้งภาษีสินค้าจากจีน ก็เป็นส่วนหนึ่งเช่นกัน แต่อาจจะไม่มาก และคิดว่าไม่น่าเป็นปัญหา เพราะว่าสุดท้ายแล้วแอปเปิลเองก็อยากจะขายในจีนมากอยู่แล้ว เพราะคนจีนมีตั้ง 1,500 ล้านคน หากสามารถนั่งในใจคนจีนได้ ทำให้คนจีนชอบจึงเป็นเรื่องที่ดีกับบริษัท ซึ่งพักหนึ่งแอปเปิลขายได้ประมาณ 108 ล้านเครื่องในประเทศจีน สมัยไอโฟน 7 ถึงขนาดที่ว่า แอปเปิลยอมทำ 2 ซิมรุ่นพิเศษสำหรับเมืองจีนโดยเฉพาะ เอาใจแบบสุดๆ

นอกจากนี้ ทรัมป์เองก็พยายามแหย่แอปเปิลอยู่ตลอดว่า ถ้าผลิตในอเมริกาก็ไม่เกิดปัญหาแล้ว ซึ่งแอปเปิลตัดสินใจยาก เพราะผลิตในอเมริกาทำให้ต้นทุนแพงกว่าเดิม อีกทั้งจีนเป็นคู่ค้าที่ดี ซึ่งทำสเกลของต้นทุนได้ถูก เพราะซื้อของครั้งละ 200 ล้านชิ้น และทุกวันนี้ที่แอปเปิลมีกำไรมากมายมหาศาลก็เพราะว่าจีน

ยอมหัก ไม่ยอมงอ! คือ แอปเปิล

เมื่อถาม “พี่หลาม จิ๊กโก๋ไอที” ว่า ราคาเท่าไหร่จึงจะเหมาะสมสำหรับ iPhone ก็ได้รับคำตอบกลับมาว่า “ราคาเท่าไหร่เหมาะสม เราไม่พูดกันดีกว่า เพราะว่าสุดท้ายแล้ว เราอยากได้ราคาเท่าไหร่ แอปเปิล ก็ไม่ขายในราคานั้น”

แต่สิ่งที่ควรถามคือ “แอปเปิลจะลดราคาหรือไม่” ซึ่งตอบได้เลยว่า “ไม่!!!”

“บริษัทที่หยิ่งยโส เป็นอเมริกันแท้ๆ ที่มองคนอื่นเป็นเพียงแค่ประเทศลูกค้าที่ไม่เจริญเท่าเขา ฟีดแบ็กแค่หุ้นตกเขาไม่สะเทือน และยังคงหยิ่งยโสต่อไป ไม่มีทางที่จะลดราคาแน่ๆ วิถีของแอปเปิลไม่มีทางลดราคา แม้ว่าจะขายไม่ได้ก็ตาม” กูรูไอที กล่าวอย่างมั่นใจ

ย้อนไปในสมัยที่แอปเปิล สู้กับไมโครซอฟท์ ที่พยายามจะเป็นคอมพิวเตอร์ PC ประจำทุกบ้าน ขณะที่แอปเปิลเองก็สู้ไม่ได้ เพราะว่าเครื่อง MAC แพงกว่าคนอื่นหลายเท่าตัว สุดท้ายแอปเปิลก็ยอมอยู่ในตลาดที่คนเจ๋งๆ เท่านั้นถึงจะเลือกใช้ MAC ปล่อยให้ไมโครซอฟท์รวยไป แต่แอปเปิลจะไม่ยอมลดราคา

“ยอมหัก แต่ไม่ยอมงอ” นี่แหละ คือ แอปเปิล

“จุดที่ทำให้ แอปเปิล ถูกโจมตีมากที่สุด คือ ราคา และเป็นไอเดียที่คนคิดแอนดรอยด์ทำตั้งแต่แรกคือ เราจะทำทุกอย่างที่แอปเปิลไม่มี นั่นก็คือ เครื่องโทรศัพท์ดีๆ และราคาถูก”

เหตุราคาสูง เพราะ “คิด” ด้วยตัวเอง

กูรูผู้ช่ำชองในแวดวงไอที ยังอธิบายถึงสาเหตุที่ราคาสมาร์ทโฟนของแอปเปิลแพงยับ เนื่องจากว่า “คิดทุกอย่างด้วยตัวเอง” โดยแอปเปิลแตกต่างจากบริษัทสัญชาติจีนตรงที่บริษัทกลุ่มนี้มักจะเรียกโรงงานที่มีเทคโนโลยีติดมากับสิทธิบัตรต่างๆ โรงงานเหล่านี้ก็จะมาขายความสามารถ ว่า สามารถผลิตจอโค้งได้ สามารถผลิตหน้าจอให้มาด้านหลัง บริษัทจีนจะไม่ค่อยคิดเทคโนโลยีเหล่านี้เอง แต่เป็นการซื้อมาใช้ ถึงสามารถตั้งราคาได้ถูก

ขณะที่ แอปเปิลเป็นเจ้าแรกที่ทำจอลงมาได้สุดกว่าใคร และถ้าแอปเปิลไม่ได้จ้างจีนผลิต คนจีนจะไม่มีวันรู้เลยว่า จอสามารถลงไปสุดขอบมือถือได้โดยที่ไม่มีคอนเนกเตอร์ ซึ่งนี่คือสิ่งที่แอปเปิลทำเอง คิดเอง จนทุกคนมาเลียนแบบ ติ่งบนหน้าจอก็เหมือนกัน สาวกแอนดรอยด์เกลียดแอปเปิลที่มีติ่ง สุดท้ายแอนดรอยด์ทุกตัวมีติ่งหมด เพราะว่าจอพวกนี้ไปเลียนแบบสิ่งที่แอปเปิลทำมาแล้ว และนำมาทำเป็นสิทธิบัตรของตัวเองอีกที ก่อนเอามาขายให้ผู้ผลิตยี่ห้ออื่นๆ ทุกคนจึงได้เทคโนโลยีเดียวกันหมด

“แอปเปิลแพงเพราะว่า คิดทุกอย่างเอง ถึงแม้ว่าจะซื้อเทคโนโลยีบางอย่างจากบางบริษัทมาใช้ แต่สุดท้ายแอปเปิลก็เอามาเปลี่ยนแปลงจนกระทั่งเป็นตัวของตัวเอง นี่คือสาเหตุของความแพง เขาทำทุกอย่างเอง เขาจึงขอค่าความรู้ ค่าความสามารถของเขาเยอะ และของมันพรีเมียมจริงๆ”

“ความสมบูรณ์” สิ่งที่ iPhone ยังขายออก

จิ๊กโก๋ไอที อธิบายถึงสิ่งที่ iPhone ยังขายออกทั้งที่ราคาแสนแพงว่า สมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ ที่ขายกันในท้องตลาด 20,000 กว่าบาท ต้นทุนที่แท้จริงๆ เครื่องหนึ่งแค่ 5,000 กว่าบาทเท่านั้นเอง แสดงว่าวัสดุที่ใช้ธรรมดามากๆ ในขณะที่ iPhone ขอบข้างเครื่องเป็นสแตนเลสเบอร์ 7000 กว่า ซึ่งสแตนเลสเหล่านี้ ในน้ำหนักที่เท่าๆ กัน ราคาสูงกว่าขอบอลูมิเนียมที่โทรศัพท์อื่นใช้ประมาณ 7 เท่า ฉะนั้นเกรดของวัสดุจึงดีกว่ากันมาก

นอกเหนือจากนี้ Ecosystem ของแอปเปิลทำเองหมด ไม่ว่าจะเป็น CPU ออกแบบเอง OS ออกแบบเอง แอปพลิเคชันทุกอย่างใครจะเข้ามาอยู่ใน App Store ต้องยืนอยู่ในนโยบายของแอปเปิลทั้งหมด ดังนั้นทุกอย่างมันหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ทำให้การทำงานไร้ที่ติในขอบเขตที่กำหนดไว้

“ถ้าโลกนี้ไม่มีแอปเปิล ผมคิดว่าแอนดรอยด์ยังงมอยู่ทุกวันนี้ เมื่อก่อนเทคโนโลยีพัฒนาช้าเป็น 10 ปี แต่เมื่อเกิด iPhone ขึ้นในปี 2007 หลังจากนั้นทุกอย่างได้พัฒนาเป็นก้าวกระโดด ทุกคนพัฒนาโดยใช้แอปเปิลเป็นพื้นฐาน เมื่อเขาทำได้ เราจะทำอย่างไรถึงจะทำแบบเขาได้”

“ไม่มีใครทำไม่ดี แล้วจะทำได้เรื่อยๆ” บทเรียนแอปเปิลสู่วันที่สาวกเริ่มยี้

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ เป็นบทเรียนสอนบริษัทไอทียักษ์ใหญ่ผู้หยิ่งยโสว่า “ไม่มีใครทำอะไรไม่ดีแล้วทำได้เรื่อยๆ นี่คือกฎแห่งโลกนี้”

“ถ้าคุณทำอะไรไม่ดี แล้วคุณทำไปเรื่อยๆ สักวันหนึ่งคุณจะไม่ประสบความสำเร็จ มันจะต้องมีบทเรียนอะไรสักอย่างสอนคุณ ซึ่งวันนี้บทเรียนได้สอนแอปเปิลแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นบริษัทที่เก่ง iPhone ดี ถ้าเขาฟังคนอื่นบ้าง (หัวเราะ) ผู้ใช้บอกว่า อย่าออกรุ่นซ้ำกันหน้าตาเหมือนกันทุกปีได้ไหม ปรับปรุงนิดหน่อยไม่ให้มันเหมือนกันได้ไหม ถ้าเขาทำทุกอย่างตั้งแต่ต้น เขาจะไม่มีวันตกต่ำ”

ท้ายที่สุดนี้ แอปเปิลยังคงไม่ตกต่ำถึงขีดสุด และยังคงเดินในเส้นทางเดิมต่อไป หากจะเปลี่ยนก็เปลี่ยนไม่มาก หุ้นตกก็มีคนรอช้อน ถ้าสถานการณ์ไม่เลวร้าย แอปเปิลจะมองเรื่องนี้เป็นแค่ฝุ่นผ่านไป ยกเว้นหุ้นร่วงขนาดที่ว่าขายไม่ได้จนกระทั่งสต็อกเก่าพังทลาย มีความรุนแรงมาก ถึงจะยอมเปลี่ยน แต่เชื่อว่าคงเปลี่ยนนิดเดียว อย่างน้อยๆ ปีหน้าต้องคิดเรื่องดีไซน์ให้มากขึ้น หรือคิดเรื่องฟีเจอร์ให้มากขึ้น

“เรื่องนี้เล็กมาก เป็นกระแสแวบนึงของแอปเปิล ซึ่งขายดีมาตั้ง 12 ปี เมื่อยอดขายตกแค่ 1 ปี ถือว่าเป็นเปอร์เซ็นต์ที่น้อยมาก เรื่องนี้จึงไม่ใช่เรื่องใหญ่ พูดตรงๆ แอปเปิลตายยากจริงๆ (หัวเราะ)” พี่หลาม จิ๊กโก๋ไอที กล่าว.

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

อ่านเพิ่มเติม...
แอปเปิลไอโฟนAppleiphoneทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์