วันศุกร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
หมดมุกต้องฉายหนังซ้ำ

หมดมุกต้องฉายหนังซ้ำ

  • Share:

ชัดเจนขึ้นมาระดับหนึ่ง แต่ยังไม่ลงตัว

ตามซีนที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี บอกใบ้จะประกาศวันเลือกตั้งได้ภายในเดือน ม.ค.นี้ และได้เข้าคูหากาบัตรไม่เกินเดือน มี.ค.2562

ยังไม่มีคำตอบสุดท้ายเรื่องวันเลือกตั้ง เช่นเดียวกับเงื่อนปมตามรัฐธรรมนูญเรื่องการจัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 150 วัน จะนับรวมขั้นตอนประกาศรับรอง ส.ส.ด้วยหรือไม่

แม้ นายอุดม รัฐอมฤต อดีตกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ยืนยันเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญต้องการให้แยกขั้นตอนประกาศผล ส.ส.ออกจากกรอบเวลา 150 วัน

แต่ยังไว้ใจไม่ได้ จะมีพวกศรีธนญชัยไปยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความการเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ หาก กกต.ไม่สามารถประกาศรับรองผล ส.ส.ได้ภายในวันที่ 9 พ.ค.2562

โหมดเลือกตั้งยังคลุมเครือทั้งวันกาบัตรลงคะแนน และข้อกฎหมาย ไม่รู้จะลงเอยในทิศทางใด

ผิดกับบรรยากาศการเมืองกำลังทวีความคุกรุ่นทุกขณะ ตามช็อตที่เห็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย ออกแอ็กชันเข้าไปสอบถามตำรวจนอกเครื่องแบบที่เฝ้าสะกดรอย ตลอดทริปการลงพื้นที่หาเสียงที่ จ.เชียงราย เป็นคลิปว่อนไปทั่วโลกโซเชียล

ต่อเนื่องด้วยช็อตปรี๊ดแตกไฮปาร์กบนรถกระบะ โวยวายที่ถูกแจ้งยกเลิกการใช้สนามกีฬา อบจ.พะเยา เป็นเวทีหาเสียงกะทันหัน ทั้งที่ได้รับอนุญาตให้ใช้พื้นที่เรียบร้อยแล้ว

โชว์เหลี่ยมมืออาชีพ ประโคมข่าวประจานคู่แข่งใช้อำนาจรัฐชิงความได้เปรียบ บิลต์อารมณ์ร่วมกองเชียร์

ในซีนที่ทันเหลี่ยมกันของ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ที่รีบแก้ต่าง ประกาศห้ามทุกพรรคการเมืองใช้สถานที่ราชการหาเสียงเพื่อความเป็นกลาง

กำชับให้ยึดเป็นมาตรฐานเดียวกัน ห้ามฝ่ายใดล้ำเส้น

แก้เกมกันทันที ไม่ให้ถูกนำไปปั่นกระแสให้สังคมเข้าใจผิดเรื่องการใช้อำนาจรัฐจ้องกลั่นแกล้งคู่แข่ง

หั่นต้นทุน “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ที่กำลังก้มหน้าก้มตาเก็บคะแนนต่อยอดไปเรื่อยๆ

กัน “ลุงตู่” ออกจากวงตะลุมบอน เน้นให้ทำแต้มจากเนื้องานอย่างเดียว เคลมเป็นผลงานอวดชาวบ้าน เมื่อตอนลงสนามการเมืองเต็มตัว

ที่นำไปเคลมเป็นผลงานได้เต็มปากเต็มคำแน่ๆคือ กรณีการจัดระเบียบการประมงครั้งใหญ่ จนได้รับการปลดล็อก “ใบเหลือง” จากสหภาพยุโรป (อียู) ที่ขึ้นแบล็กลิสต์ประเทศไทยมาร่วม 4 ปี

ยังไม่นับรวมผลงานที่เป็นเรือธงหลักอย่างโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่มีตัวเลขการลงทุนในพื้นที่สูงถึง 6 แสนล้านบาท เรียกกระแสหมั่นไส้จากบางพรรคที่อยากจะล้มโครงการ หรือโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ บ้านล้านหลังที่ติดตลาดอย่างรวดเร็ว มีผลงานให้เห็นเป็นรูปธรรมอย่างที่เถียงไม่ได้

และยังมีโอกาสทำคะแนนตีกินต่อไปเรื่อยๆจากการลงพื้นที่ ครม.สัญจรในโปรแกรมที่เหลืออยู่

“ลุงตู่” มีช่องทางสร้างผลงานอีกพักใหญ่ไว้ประกบสู้กับนโยบายจากทุกค่ายการเมือง

ในโหมดที่แต่ละขั้วการเมืองกำลังเร่งเครื่องนโยบายขายฝันให้ชาวบ้าน ที่กำลังฮือฮาคือ พรรคพลังประชารัฐที่ชูนโยบาย “ที่ดินทองคำ” พลิกโฉมที่ดิน ส.ป.ก.4-01 กว่า 30 ล้านไร่ สู่ยุค ส.ป.ก.ไทยแลนด์ 4.0

สามารถนำมาทำประโยชน์ได้ทุกด้าน ทั้งอุตสาหกรรม พาณิชย์ ท่องเที่ยว รีสอร์ต และซื้อขายเปลี่ยนมือได้ จากเดิมอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ได้แค่เชิงเกษตรกรรมอย่างเดียว

ปลดล็อกปฏิรูปที่ดิน ไม่ให้ดักดานอยู่ภายใต้ข้อจำกัดเดิมๆ

แม้จะถูก “นายกฯลุงตู่” ขัดคอท้วงติง ส.ป.ก. ไม่ควรให้ซื้อขายเปลี่ยนมือได้ เพื่อให้ตกทอดถึงลูกหลาน รวมถึงถูกค่ายอื่นเย้ยหยันเป็นแค่วาทกรรมหาเสียง

แต่อย่างน้อยก็เริ่มเห็นความคึกคัก แต่ละพรรคเริ่มโปรโมตนโยบายล่อใจประชาชน อาทิ พรรคประชาธิปัตย์ปั้นโครงการโฉนดสีฟ้า ยกระดับที่ดิน ส.ป.ก.ใช้เป็นหลักทรัพย์กู้เงินจากธนาคารรัฐและประกันตัวในชั้นศาล

หรือพรรคภูมิใจไทยที่เปิดตัวนโยบายราคาข้าวแบบกำไรแบ่งปัน โดยให้ชาวนาได้ผลประโยชน์สูงสุด

แต่ที่ดูผิดฟอร์มคือ พรรคเพื่อไทยและเครือข่ายยังไม่มีนโยบายเป็นชิ้นเป็นอัน ผิดกับการเลือกตั้งที่ผ่านๆมาที่มีโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค โครงการจำนำข้าวไว้มัดใจชาวบ้าน

หมดมุกต้องหันไปแห่กระแสพานายใหญ่ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับบ้านมาปั่นเรตติ้งเรียกคะแนนแฟนคลับ

ฉายหนังซ้ำวนไปวนมา แต่ไม่เคยพากลับบ้านได้สักที.

ทีมข่าวการเมือง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้