วันพุธที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
"WA" เขียงไม้ฮิโนกิ...สุดแสนมหัศจรรย์

"WA" เขียงไม้ฮิโนกิ...สุดแสนมหัศจรรย์

  • Share:

“ความมุ่งมั่น ตั้งใจ อดทน” เป็นสิ่งสำคัญที่หากใครมีติดตัวพกมาทำธุรกิจอะไรก็ตาม ส่วนใหญ่แล้วจะพานพบนำไปสู่ “ความสำเร็จ” ในการประกอบธุรกิจ

สัปดาห์นี้ Business On My Way พาท่านผู้อ่านไปรู้จักสาวสวยคนเก่งวัย 24 ปี ที่มีความมุ่งมั่น ตั้งใจ กระทั่งสามารถทำธุรกิจอย่างที่ตนเองตั้งใจไว้สำเร็จกับ “คุณกิ๊ก” (พิชญา รักตพงศ์ไพศาล) กับการเป็นเจ้าของแบรนด์ “WA” (วะ) ที่มีความหมายว่าความสงบ เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน โดยทำผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปจาก ไม้ฮิโนกิ (Hinoki)

คุณกิ๊กเล่าว่า แรงบันดาลใจที่จุดประกายให้เธอมีความคิด และกล้าออกมาเดินบนเส้นทางสายธุรกิจ เกิดขึ้นหลังจากเรียนจบปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก โดยจบคณะจิตวิทยาและการศึกษา ซึ่งเดิมทีทางบ้านตั้งใจให้มาสานต่อธุรกิจโรงเรียนนานาชาติ

แต่ด้วยความเป็นเด็กรุ่นใหม่ อยากสร้างความท้าทายให้ชีวิต จึงปรึกษากับทางคุณพ่อ-คุณแม่ ว่าอยากที่จะทำธุรกิจของตนเอง ซึ่งก่อนหน้านี้ กิ๊กก็จะคุยกับทางบ้านมาตลอดถึงประเด็นนี้

และก็มาถึงคำถามที่ว่า แล้วจะทำธุรกิจอะไร คุณกิ๊กเล่าว่า ด้วยความที่เป็นคนที่ชื่นชอบการชิมอาหาร และทำอาหาร เรียกได้ว่าเป็น “Food Fanatic” ก็ว่าได้ จึงคิดอยากทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับด้านอาหาร ซึ่งก็ใช้เวลาคิดอยู่พักใหญ่

กระทั่งย้อนนึกถึงครั้งเมื่อไปใช้ชีวิตเรียนต่อที่นิวยอร์ก ที่ช่วงนั้นตระเวนหาร้านอร่อยลิ้มลองรสชาติอยู่บ่อยครั้ง จนไปสะดุดรสชาติของร้านอาหารญี่ปุ่นในรูปแบบ Omakase (โอมากาเสะ) หรือวิถีการกินแบบตามใจเชฟ โดยเราไม่สามารถกำหนดหรือเลือกเมนูอาหารได้เอง

“ตอนนั้นกิ๊กไม่ได้ถูกใจแค่รสชาติอาหาร แต่รู้สึกชื่นชอบรูปแบบการนำเสนอของทางร้าน ชอบโต๊ะเก้าอี้ ที่ไว้บริการซึ่งทำจากไม้ รวมถึงเขียงแล่ปลา ถึงขนาดพูดคุยสอบถามเชฟว่า เขียงนั้นทำจากไม้อะไร จนเชฟอธิบายอย่างละเอียด และรู้ว่าเขียง โต๊ะ เก้าอี้ เหล่านั้นทำมาจากไม้ที่มีชื่อว่า ฮิโนกิ และนั่นก็ทำให้กิ๊กคิดอยากทำธุรกิจจากไม้ฮิโนกิ”

จากจุดนี้เองทำให้กิ๊กเริ่มหาข้อมูลและศึกษาไม้ฮิโนกิแบบจริงจัง กระทั่งไปรู้จักคุณอนิรุทธิ์ จึงสุดประเสริฐ เจ้าของและผู้ก่อตั้งฮิโนกิ แลนด์ ที่ตั้งอยู่ที่เชียงใหม่ ซึ่งกิ๊กนับถือคุณอนิรุทธิ์ และเรียกท่านว่าอาเจ็ก ซึ่งอาเจ็กก็ให้ความรู้และให้โอกาสนำไม้ฮิโนกิมาต่อยอดทำธุรกิจอย่างที่ตั้งใจไว้

คุณกิ๊กเล่าว่า การจะใช้ไม้ฮิโนกิจะต้องได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง โดยเมืองไทยก็มีคุณอนิรุทธิ์ที่ได้รับอนุญาตนำเข้าอย่างถูกต้อง ซึ่งหากจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพไม้ฮิโนกิ ก็คงเทียบได้กับไม้สักของไทย ทั้งในเรื่องของราคาขายที่มีราคาสูง คุณสมบัติเด่นเฉพาะตัวของไม้ ซึ่งที่ญี่ปุ่นก็มีการนำไม้ฮิโนกิมาสร้างปราสาท วัง วัด บ้านเรือน ซึ่งบางแห่งก็มีอายุกว่า 1,000 ปี

จากนั้นกิ๊กก็ไม่รอช้า รีบจัดตั้งเป็นบริษัท ฮิโนกิ วู้ด เวิร์ค จำกัด ซึ่งกิ๊กดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการผู้จัดการ โดยเริ่มนำไม้ฮิโนกิมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ชิ้นแรกคือ เขียงไม้ฮิโนกิ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำด้วยมือ (Handmade)

สำหรับเขียงที่ผลิตมาจำหน่ายมีขนาดให้เลือก 5 ไซส์ S 12×8×1 นิ้ว, M 16×10×1.5 นิ้ว, L 20×12×1.5 นิ้ว, XL 24×18×2 นิ้ว และ XXL 24×18×4 นิ้ว ส่วนราคาขาย S 1,900 บาท, M 5,500 บาท และ L 7,800 บาท เป็นต้น

“จุดเด่นของเขียงไม้ฮิโนกิ คือ ไม่เกิดเชื้อราเพราะมีน้ำมันในตัวที่ช่วยยับยั้งการเกิดแบคทีเรีย, น้ำหนักเบา, มีกลิ่นหอม เกิดจากน้ำมันที่ออกมาจากตัวเนื้อไม้, เขียงทุกขนาดทำจากไม้ชิ้นเดียวโดยไม่ใช้ไม้มาต่อกัน, แข็งแรง ทนทาน สามารถใช้ได้นานถึง 20 ปี หากมีการรักษาที่ดี และแห้งเร็ว มีการซับน้ำที่ดี โดยทำความสะอาดแค่ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ด และผึ่งให้แห้ง”

คุณกิ๊กเล่าว่า นอกจากเขียงไม้แล้ว ปัจจุบันก็มีทำกล่องใส่ปลา อุปกรณ์ในร้านอาหารญี่ปุ่นที่เกี่ยวกับไม้ รวมถึงออกแบบตกแต่งบ้านทำพื้น ฝาผนัง หรือเฟอร์นิเจอร์จากไม้ฮิโนกิ โดยสามารถออกแบบได้ตามที่ลูกค้าต้องการ ซึ่งที่ผ่านมาก็ร่วมงานกับร้านฮอนโมโนะ แกรนด์ ของเชฟอาหารญี่ปุ่นชื่อดัง เชฟบุญธรรม ตกแต่งร้าน และทำเขียงฮิโนกิ เพื่อทำโอมากาเสะเสิร์ฟลูกค้า

ทั้งนี้ ยังมีแผนต่อยอดทำผลิตภัณฑ์รูปแบบอื่นๆ อาทิ ที่รองแก้ว ที่รองสบู่ ตะเกียบ หวีไม้ กล่องไม้ใส่กระดาษทิชชู เคสโทรศัพท์มือถือ รวมถึงขี้เลื่อยเพื่อนำไปเพาะเห็ด เป็นต้น อีกทั้งเตรียมขยายตลาดรุกต่างประเทศในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านและญี่ปุน ซึ่งที่ญี่ปุ่นก็มีคุยกับพันธมิตรว่าจะนำผลิตภัณฑ์แบรนด์ “วะ” เข้าไปทำตลาด ซึ่งจะเห็นความชัดเจนในเร็วๆนี้

งานนี้ใครสนใจก็ติดต่อที่เว็บไซต์ www.hinokiwoodwork.com , เฟซบุ๊ก : “Wa Hinoki”, ไอจี : Wa Hinoki, Line ID : @wahinoki หรือไปชมของจริงที่ร้าน Pantry Magic ที่ Eight Thonglor ร้าน @Corner (ซอย 4 หมู่บ้านเกศินีวิลล์) และเร็วๆนี้จะจำหน่ายในกูร์เมต์ มาร์เก็ต ที่สยามพารากอน, ดิ เอ็มโพเรียม และเอ็มควอเทียร์.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้