วันศุกร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ชำแหละ 7 แท็กติก "โค้ชโต่ย" กับ "ราเยวัช" สองเกมแรกช้างศึก แตกต่างกัน

ชำแหละ 7 แท็กติก "โค้ชโต่ย" กับ "ราเยวัช" สองเกมแรกช้างศึก แตกต่างกัน

  • Share:

ชำแหละแท็กติกที่ต่างกันของ “โค้ชโต่ย” ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย กับ มิโลวาน ราเยวัช กุนซือคนเก่า ในสองเกมแรกของช้างศึกในเอเชียนคัพ...

วันที่ 10 ม.ค. หลังจากผ่าน 2 นัดแรกของศึกเอเชียนคัพ 2019 “โค้ชโต่ย” ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย กุนซือขัดตาทัพทีมชาติไทย ที่เข้ามาแทน มิโลวาน ราเยวัช ก็เรียกรอยยิ้มให้กับแฟนบอลชาวไทยทุกคน หลังจากเฉือนเอาชนะ บาห์เรน ได้แบบสุดมัน 1-0 จากประตูชัยของ ชนาธิป สรงกระสินธ์

ต้องบอกเลยว่าเกมนี้ช่างแตกต่างกับเกมนัดแรกที่พ่ายให้กับ อินเดีย 1-4 อย่างสิ้นเชิง โดยเป็นเกมที่ ราเยวัช ยังกุมบังเหียนและเป็นฟางเส้นสุดท้ายของเขาก่อนจะโดนปลดไป

วันนี้เรามาชำแหละแท็กติกของสองกุนซือทีมชาติไทยจากสองนัดที่แตกต่างกัน

ระบบการเล่น

ราเยวัช : มาในแผน 4-3-3 ไร้กองกลางตัวตัดเกม ส่งกองหน้าตัวเป้าลงพร้อมกันสามตัว นำโดย ธีรศิลป์ แดงดา, อดิศักดิ์ ไกรษร และ ศุภชัย ใจเด็ด

โค้ชโต่ย : เปลี่ยนระบบมาใช้ 3-5-2 ให้โอกาส สุพรรณ ทองสงข์ ลงเล่นนัดแรก พร้อมกับส่ง ธนบูรณ์ เกษารัตน์ มาเป็นตัวตัดเกม และใช้หน้าคู่ ธีรศิลป์ แดงดา จับคู่กับ อดิศักดิ์ ไกรษร โดยมี ชนาธิป สรงกระสินธ์ เป็นตัวเพลย์เมกเกอร์

แท็กติกเกมรุก

ราเยวัช : เน้นฝากบอลริมเส้นและเปิดไปวัดดวง หรือไม่ก็วางบอลจากแดนหลังไปให้กับกองหน้า กองกลางแทบจะไม่มีบทบาทโดยเฉพาะ ชนาธิป สรงกระสินธ์ หรือ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์

โค้ชโต่ย : มาเน้นรัดกุมอาศัยจังหวะโต้กลับที่มีประสิทธิภาพ ไม่ได้จ่ายกันมั่วๆ มีโอกาสจบตลอดและก็ยิงได้ 1 ประตู

แท็กติกเกมรับ

ราเยวัช : การไม่ใช่กองกลางตัวตัดเกมคือความคิดที่ผิดมหันต์ของเขา ดูได้อย่างเกมแรก อินเดียพาบอลผ่านถึงกองหลังได้อย่างรวดเร็ว เน้นเจาะตรงกลางซึ่งเป็นจุดบอดของทีมชาติไทย

โค้ชโต่ย : การใช้ธนบูรณ์เป็นตัวจริงแม้เจ้าตัวจะยังฟอร์มไม่ดีเหมือนเดิม แต่ก็เป็นตัวคอยขัดแข้งขัดขา เกะกะคู่ต่อสู้ คอยชะลอเกมโต้กลับ ให้กองหลังพึงระวังตั้งตัว และสามารถเก็บคลีนชีตได้สำเร็จ

ผู้รักษาประตู

ราเยวัช : การปั้น ฉัตรชัย บุตรพรม ลงเฝ้าเสาเป็นตัวจริงเห็นได้ชัดว่าเขาออกลูกเหวอและยังไม่พร้อมสำหรับการเจอกับทีมเอเชีย ซึ่งอาการนี้เห็นชัดตั้งแต่ซูซูกิคัพแล้ว แต่เขาไม่เข็ด

โค้ชโต่ย : เปลี่ยนตำแหน่งประตูทันทีส่ง ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน เฝ้าเสาแทน และเจ้าตัวก็โชว์ฟอร์มซุปเปอร์เซฟหลายครั้ง ช่วยให้ทีมเก็บคลีนชีตพร้อมสามแต้มแรกได้

ชนาธิป สรงกระสินธ์

ราเยวัช : ใช้ ชนาธิป ซึ่งเป็นสตาร์อันดับ 1 ของทีมชาติไทยไม่ตรงจุด ไม่ให้อิสระในการเล่นกับเขา ทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน แถมยังเปลี่ยนตัวออกจากสนามในที่สุด

โค้ชโต่ย : ให้ความอิสระกับ ชนาธิป ก่อนจะตอบแทนด้วยการยิงประตูชัยพาทีมชาติไทยเอาชนะเกมแรกของทัวร์นาเมนต์

เปลี่ยนตัวนักเตะ+แก้เกม

ราเยวัช : แก้เกมได้แบบอินดี้เหลือเกินเปลี่ยนตัวความหวังที่สุดของชาวไทยอย่าง ชนาธิป ออกแล้วส่ง สิโรจน์ ฉัตรทอง มาเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวรับ ซึ่งตลอดอาชีพเขาไม่เคยเล่นตำแหน่งนี้

โค้ชโต่ย : เปลี่ยนตามตำแหน่ง ธนบูรณ์ เล่นไม่ออกก็ส่ง สรรวัชญ์ เดชมิตร ลงมาแทน เปลี่ยน ศุภชัย มาแทน อดิศักด์ ในช่วงท้ายเกม ถือว่าไม่มีอะไรให้วิจารณ์

แอ็กชั่นการคุมทีม

ราเยวัช : ภาษาเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เขาสื่อสารกับนักเตะทีมชาติไทยในสนามไม่ถนัดถนี่เท่าที่ควร เวลาจะปลุกใจอยากให้นักเตะวิ่งลืมตายก็ทำได้ยาก

โค้ชโต่ย : เป็นคนไทยด้วยกันเอง สามารถปลุกอารมณ์เร้าให้ลูกทีมเล่นกันแบบลืมตัว เล่นเพื่อประเทศชาติ เล่นเพื่อแฟนบอลที่ส่งแรงใจมาเชียร์

ทั้งนี้ทีมชาติไทยยังมีโปรแกรมสุดท้ายพบกับ ยูเออี ในศึกเอเชียนคัพ 2019 กลุ่มเอ วันที่ 14 ม.ค. ถ้าหากทีมชาติไทยเอาชนะได้ก็จะเข้ารอบต่อไปทันที

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้