Thairath Logo
กีฬา

เรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช เรือรบทรงอานุภาพของ ทร.ไทย

Share :

เรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช เป็นเรือฟริเกตสมรรถนะสูง เทียบเท่าเรือพิฆาต (Battle Ship) แบบเรือพัฒนามาจากแบบเรือพิฆาต ชั้น Kwanggaeto Class Destroyer (KDX-I) และสร้างโดยใช้มาตรฐานทางทหารของสหรัฐฯ และกองทัพเรือเกาหลีใต้ มีโอกาสอยู่รอดสูงในสภาพแวดล้อมของการสู้รบและการปนเปื้อนทางนิวเคลียร์ เคมี ชีวะ ทนทานต่อลมพายุในทะเลได้ถึงสภาวะทะเลระดับ 6 ขึ้นไป มีความเร็วสูงสุด 30 นอต ระยะปฏิบัติการไกล 4,000 ไมล์ทะเล กำลังพล 141 นาย โดยมีนาวาเอก สมิทนัท คุณวัฒน์ เป็นผู้บังคับการเรือคนแรก

กองทัพเรือได้รับพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานชื่อเรือลำนี้ว่า เรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช อันเป็นพระนามของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งความหมายของ ภูมิพล หมายถึง “พลังแห่งแผ่นดิน” อดุลยเดช หมายถึง “อำนาจที่ไม่อาจเทียบได้” นับเป็นสิริมงคล และยังความปลาบปลื้มมาสู่กองทัพเรือและกำลังพลทุกคน อย่างหาที่สุดมิได้

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2556 กองทัพเรือได้ลงนามกับบริษัท Daewoo Shipbuilding & Marine Engineering CO., LTD. (DSME) จำกัด สาธารณรัฐเกาหลี สร้างเรือฟริเกตที่มีโครงสร้างเรือแข็งแรง และมีความทันสมัยในวงเงิน 14,600 ล้านบาท กำหนดส่งมอบเรือใน 1,963 วัน หรือภายใน 22 ธันวาคม 2561 เรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช ออกแบบเรือโดยใช้ Stealth Technology สามารถปฏิบัติการรบได้ 3 มิติ ได้แก่ การปฏิบัติการสงครามใต้น้ำ สามารถตรวจจับเป้าหมายระยะไกลด้วยโซนาร์ลากท้ายและโซนาร์ติดใต้ท้องเรือ แล้วต่อตีเรือดำน้ำด้วยตอร์ปิโด และอาวุธระยะไกล การปฏิบัติการสงครามต่อต้านภัยทางอากาศ ใช้เรดาร์ตรวจการณ์ 3 มิติระยะไกล และระยะปานกลางในการค้นหา ตรวจจับ และติดตามเป้าข้าศึก รวมทั้งแลกเปลี่ยนและประสานการปฏิบัติกับเรือและอากาศยานที่ร่วมปฏิบัติการ แล้วโจมตีเป้าหมายด้วยอาวุธปล่อยนำวิถีฯ แบบ ESSM และอาวุธปืนของเรือ และการปฏิบัติการสงครามเรือผิวน้ำ โดยมีระบบการรบ (Combat System) ที่สามารถใช้งานร่วมกับระบบการรบของเรือฟริเกต ชุด ร.ล.นเรศวร และ ร.ล.จักรีนฤเบศร ได้ในลักษณะกองเรือ (Battle Group) ปฏิบัติการรบร่วมกับ เครื่องบินขับไล่ ของกองทัพอากาศเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งยังสามารถโจมตีเป้าพื้นน้ำและใต้น้ำด้วยเฮลิคอปเตอร์ประจำเรือ ในส่วนการป้องกันตนเองประกอบด้วยอาวุธปล่อยนำวิถี ปืนใหญ่เรือ และปืนรองต่อสู้อากาศยาน ระบบอาวุธป้องกันระยะประชิด (CIWS) หรือที่รู้จักในชื่อฟาลังซ์ ระบบลวงทางอิเล็กทรอนิกส์ ระบบควบคุมความเสียหายแบบรวมการที่สั่งการได้จากศูนย์กลางหรือแยกสั่งการ มีระบบควบคุมการแพร่สัญญาณออกจากตัวเรือ อีกทั้งสามารถตรวจจับ ดักรับ วิเคราะห์ และก่อกวนสัญญาณแม่เหล็กไฟฟ้าของเป้าหมายได้

เรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช เป็นเรือรบประเภทเรือฟริเกต พัฒนามาจากเรือพิฆาตของสหรัฐฯ กองทัพเรือเกาหลีใต้ต่อขึ้นสำหรับใช้งานในกองทัพเรือ มีระวางขับน้ำสูงสุด 3,700 ตัน ความเร็วสูงสุดต่อเนื่อง 30 นอต ระยะปฏิบัติการประมาณ 4,000 ไมล์ทะเล กำลังพล 141 นาย โครงสร้างเรือแข็งแรง มีโอกาสอยู่รอดสูงในสภาพแวดล้อมของการรบทางทะเล การลาดตระเวนเพื่อป้องกันการล้ำพื้นที่ทางทะเล และการช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดเหตุภัยพิบัติ เรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช สามารถตรวจการครอบคลุมทุกมิติและทั้งกลางวันและกลางคืน เนื่องจากมีการติดตั้งระบบอำนวยการรบและระบบตรวจการที่ทันสมัยและขีดความสามารถสูง รวมทั้งสามารถเชื่อมโยงข้อมูลและสื่อสารกับเรือ อากาศยาน และหน่วยบนฝั่ง

เรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช ปฏิบัติการรบได้ทั้ง 3 มิติ ทั้งผิวน้ำ ใต้น้ำ และทางอากาศ โดยการปฏิบัติการสงครามใต้น้ำ สามารถตรวจจับเป้าหมายระยะไกลด้วยโซนาร์ลากท้ายและโซนาร์ติดใต้ท้องเรือ แล้วต่อตีเรือดำน้ำได้ที่ระยะไกลด้วย Vertical Launch Anti-Submarine Rocket หรือตอร์ปิโดระยะไกล การปฏิบัติการสงครามต่อต้านภัยทางอากาศ ใช้เรดาร์ตรวจการณ์ 3 มิติระยะไกล และระยะปานกลางในการค้นหา ตรวจจับ และติดตามเป้าข้าศึก รวมทั้งแลกเปลี่ยนและประสานการปฏิบัติกับเรือและอากาศยานที่ร่วมปฏิบัติการ แล้วโจมตีเป้าหมายด้วยอาวุธปล่อยนำวิถีฯ แบบ ESSM และอาวุธปืนติดเรือ 

เขี้ยวเล็บของ เรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช ติดตั้งจรวดปราบเรือดำน้ำแบบ Vertical Launch Anti-Submarine Rocket หรือ แอสร็อค จากแท่นยิงแนวดิ่งแบบ Mk.41 VLS 1 แท่น 8 ท่อยิง หรือ ตอร์ปิโดนำวิถีปราบเรือดำน้ำ อาวุธปล่อยนำวิถี อากาศ-สู่-อากาศแบบ ESSM (ESSM : Evolved SeaSparrow Missile) จากแท่นยิงแนวดิ่ง Mk.41 VLS และอาวุธปืนประจำเรือ แบบออโตเมราล่า 76/62 คาลิเบอร์ ซุปเปอร์เรพิด อาวุธปล่อยต่อต้านเรือผิวน้ำแบบ RGM-84D ฮาร์พูน รวมทั้งอากาศยานโจมตีเป้าพื้นน้ำและใต้น้ำด้วยเฮลิคอปเตอร์ประจำเรือสำหรับปฏิบัติงานรบทางทะเล

ด้วยขีดความสามารถของการรบทางทะเล สมรรถนะที่ล้ำสมัยของเรือฟริเกตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ เรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช ณ ขณะนี้ ได้เข้าประจำการเพื่อป้องกันอธิปไตยเหนืออาณาเขตทางทะเลของไทย รวมไปถึงคุ้มกันกระบวนเรือลำเลียง ดูแลรักษาความมั่นคงและความปลอดภัยของเส้นทางคมนาคมทางทะเล พิทักษ์รักษาสิทธิอธิปไตยทางทะเล ค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล ช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัติ.

ชื่อเรือ:  ไทย: ร.ล. ภูมิพลอดุลยเดช
อังกฤษ: HTMS Bhumibol Adulyadej
ต่อขึ้นที่: อู่ต่อเรือแดวู นครปูซาน ประเทศเกาหลีใต้
ปล่อยลงน้ำ: 23 มกราคม พ.ศ. 2560
ขึ้นระวาง: 7 มกราคม พ.ศ. 2562
รหัสประจำเรือ: 471
สถานะ: ในประจำการ

ลักษณะเฉพาะ
ประเภท: เรือฟริเกต
ขนาด (ระวางขับน้ำ): เต็มที่ 3,700 ตัน
ความยาว: 124.1 เมตร (ตลอดลำ)
ความกว้าง: 14.40 เมตร (กลางลำ)
เครื่องยนต์:  2 เครื่องยนต์ดีเซล MTU รุ่น 16V1163 M94 กำลัง 8,000 แรงม้า
1 เครื่องยนต์กังหันก๊าซ General Electric รุ่น LM2500 กำลัง 29,000 แรงม้า
ความเร็ว:  30 นอต (สูงสุด) 18 นอต (มัธยัสถ์)
พิสัยปฏิบัติการ: 4,000 ไมล์ทะเล
ลูกเรือ: 141 นาย
ยุทโธปกรณ์:
เครื่องยิงมิสไซล์ทางตั้ง Mk 41
เครื่องยิงมิสไซล์พื้นสู่พื้น AHWCS 4 ท่อยิง จำนวน 2 แท่น
ปืนหลัก 76/62 Oto-melera แบบ SR MF(V) จำนวน 1 แท่น
ปืนรอง 30 มม. MSI จำนวน 2 แท่น [1]
สิ่งป้องกัน: ปืนกล .50 นิ้ว จำนวน 2 แท่น


อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

อ่านเพิ่มเติม...
ยานยนต์รถยนต์เรือหลวงภูมิพลอดุลยเดชกองทัพเรืออาคม รวมสุวรรณ