Thairath Logo
กีฬา

คนบนหลังม้า

Share :

ภาพ : ท่าน ว.วชิรเมธี

นิทานปรัชญาเซน ท่าน ว.วชิรเมธี เขียนไว้ในหนังสือ “ชาล้นถ้วย” (สำนักพิมพ์ปราณ พ.ศ.2555) เรื่องนี้ ท่านตั้งชื่อว่า ศิลปะการลงจากหลังม้า

ชายหนุ่มคนหนึ่ง เรียนจบเป็นบัณฑิต แล้วกลับบ้าน พ่อให้ของขวัญ เป็นม้าหนุ่ม ท่วงทีงามสง่า แข็งแรงมาก เขาดีใจ กระโดดขึ้นหลังม้า และควบขี่ออกไปทันที

เมื่ออยู่บนหลังม้า เขาเพิ่งรู้ว่า ม้าตัวนี้ฝีเท้าดีมาก นอกจากวิ่งได้รวดเร็วเหมือนลมพัด มันยังวิ่งไม่ยอมหยุด

ชายหนุ่มพยายามหาวิธีบังคับ ควบคุมมัน แต่ก็ไม่ว่าจะใช้วิธีไหน ก็ไม่ได้ผล

เขาจึงทำได้แค่ประคองตัวเอง ให้อยู่บนหลังม้าต่อไป บางครั้งเมื่อคิดว่า จะโดดลงจากหลังของมัน เขาก็ไม่กล้า กลัวอันตราย ม้าตัวนี้วิ่งเร็วเหลือเกิน

เมื่อไม่กล้า ชายหนุ่มจึงนั่งบนหลังม้า ตั้งแต่ยังหนุ่มแน่นผมดำสนิท ม้าพาเขาวิ่งจากบ้านสู่บ้าน จากเมืองสู่เมือง จากประเทศสู่ประเทศ

จากวันสู่คืน จากเดือนสู่ปี

จากวัยหนุ่มแน่นผ่านไปเป็นวัยกลางคน จนผมสีดอกเลาขาวโพลนเต็มหัว

เขายังลงจากหลังม้าไม่ได้ แม้ร่างกายทรุดโทรม อมโรค ผิวหน้ามีแต่ริ้วรอยเหี่ยวย่นบอกวันเวลายาวนานที่ผ่านเลย แววตาเขาแห้งโหยขาดชีวิตชีวา

ถ้าใครเห็นเขาใกล้ๆ อาจคิดว่า เขาเป็นซากศพที่ยังมีลมหายใจ

จนวันหนึ่ง ขณะที่ม้าของเขาควบผ่านย่านชุมชนแห่งหนึ่ง ผู้คนมากมายต่างพากันมามุงดู มีเสียงตะโกนถาม จากชาวบ้าน

“คุณจะขี่ม้าไปทางไหน”

“ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน” คนบนหลังม้าตอบ

“ถ้าใครประสาทหูดี” จะได้ยินเขาตะโกนตอบต่อว่า “นับแต่ผมขึ้นบนหลังม้า ผมก็ยังไม่เคยลงสักครั้งเดียว”

ที่จริงคำถามทำนองนี้ เขาเคยได้ยินบ่อยครั้ง และหลายครั้ง เขาก็ตอบอย่างทอดอาลัยไปว่า “ถ้าอยากรู้ว่า ผมจะไปทางไหน ลองถามม้าของผมดูซี...”

จบนิทานแล้ว ท่าน ว.วชิรเมธี ก็สอนต่อ

ใช่หรือไม่ มีคนมากมายกำลังทำงานงกๆ แทบล้มประดาตาย ไม่มีเวลาหยุดพัก ไม่มีเวลาให้ตัวเอง ให้ครอบครัว ให้ธรรมชาติ ให้สังคม ไม่สบาย ก็ไม่มีเวลาให้หมอ

จนกระทั่งเวลาให้วัด เพื่อฟื้นฟูจิตวิญญาณ

ถ้าคุณเป็นคนที่อยู่บนหลังม้า มานานแสนนาน จนชีวิตเริ่มเสียสมดุล บัดนี้ก็ควรจะเริ่มทบทวนชีวิตตัวเอง

จะหาวิธีลงจากหลังม้าเป็นพักๆ แล้วค่อยขึ้นควบขี่ต่อไป หรือถ้าคนใกล้ตัวเป็นเช่นนี้ ก็ควรตั้งคำถาม “เมื่อไหร่
คุณจะลงจากหลังม้าเสียที”

การลงจากหลังม้าเป็นพักๆ หรือลงแบบลาขาดเพื่อจัดสมดุลชีวิต ท่าน ว.วชิรเมธี บอกว่า ไม่ใช่ศิลปะชั้นสูงอะไร ใครๆก็ทำได้ ถ้ามีสติ

แต่สำหรับคนที่ไม่มีสติ แม้มีใครไปตะโกนบอกให้ลงจากหลังม้า ถ้าเขาด่าตอบ ก็จงปล่อยให้เขาบ้าควบม้าต่อไป จนสาแก่ใจเขาเอง

นิทานเซน ที่ท่าน ว. เล่า เรื่องคนบนหลังม้า คนละเรื่องกับนิทานไทย เรื่องคนบนหลังเสือนะครับ คนบนหลังเสือ ลงจากหลังเสือยาก เพราะกลัวจะถูกเสือกัดตาย

คนบนหลังเสือพอมีเหตุผลน่าเห็นใจกว่า...ป่วยการที่จะไปเซ้าซี้ถาม เมื่อไหร่ท่านจะลง.

กิเลน ประลองเชิง

อ่านเพิ่มเติม...
ว.วชิรเมธีชาล้นถ้วยท่าน ว.วชิรเมธีชักธงรบกิเลน ประลองเชิง