วันศุกร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
"สนธิรัตน์" สั่งเร่งดันส่งออก รับมือเศรษฐกิจโลกปี 62 ผันผวน

"สนธิรัตน์" สั่งเร่งดันส่งออก รับมือเศรษฐกิจโลกปี 62 ผันผวน

  • Share:

"สนธิรัตน์" สั่งรับมือเศรษฐกิจโลกปี 62 ผันผวน เร่งดันส่งออก เจาะตลาดใหม่ทั่วโลก พร้อมสั่งลุยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ช่วยร้านค้ารายย่อย โชห่วย ร้านค้าชุมชน เกษตรกร ให้ขายออนไลน์ผ่าน "อูเล่-เถาเป่า โมเดล"

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้มอบนโยบายการทำงานให้กับผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์ โดยให้เน้นเตรียมแผนรับมือความผันผวนของเศรษฐกิจโลกในปี 62 จากปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน รวมถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจคู่ค้าที่ยังไม่ชัดเจน ซึ่งล้วนแต่กระทบต่อไทย จึงต้องเร่งทำงาน โดยเฉพาะในช่วง 6 เดือนแรกของปี 62 ที่จะมีการเลือกตั้ง และจัดตั้งรัฐบาลใหม่ โดยจะต้องขับเคลื่อนอย่างหนัก เพื่อไม่ให้การทำงานสะดุด ไม่ใช่รอให้มีรัฐบาลใหม่ถึงจะมาทำงาน เพราะการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศรอไม่ได้

ทั้งนี้ ในด้านการส่งออก ได้มอบหมายให้ น.ส.บรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ทำแผนขับเคลื่อนการส่งออก โดยต้องเดินสายไปทั่วโลก และให้เน้นตลาดที่มีโอกาสในการเพิ่มยอดการส่งออกให้กับสินค้าไทย เช่น อาเซียน จีน ที่ต้องเจาะตลาดอย่างหนัก ตลาดสหรัฐฯ ต้องรักษาส่วนแบ่งตลาดเอาไว้ให้ได้ ส่วนตลาดใหม่ อย่าง อินเดีย ลาตินอเมริกา รัสเซีย เป็นต้น ต้องหาทางเพิ่มยอดการส่งออก โดยต้องมีตัวชี้วัดในการทำงานที่เป็นรูปธรรมด้วย

“ปีนี้ ตั้งเป้าหมายมูลค่าส่งออกขยายตัวไว้ที่ 8% จากปี 61 ซึ่งรู้อยู่แล้วว่าจะมีปัจจัยลบ ทั้งสงครามการค้า เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจคู่ค้า ซึ่งต้องคิดไว้ก่อนว่ามันจะแย่ แล้วทำงานหนัก และหาทางรับมือไว้ก่อน อธิบดีต้องออกต้องไปหาตลาดที่มีโอกาส และเพิ่มยอดให้ได้ ไม่ใช่นั่งอยู่ในกรม และในช่วงปลายเดือนม.ค.นี้ ผมจะนำคณะไปเกาหลีใต้ ไปหารือกับรัฐมนตรี สมาคมผู้นำเข้า เพื่อเพิ่มโอกาสส่งออกให้กับสินค้าไทย เพราะถ้าไม่ทำจะเสียเปรียบคู่แข่ง รวมทั้งจะร่วมคณะกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีไปเยือนญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะมีการลงนามความร่วมมือเชิงนโยบายในการขับเคลื่อนเรื่องอาหารและบริการระหว่างกันด้วย” นายสนธิรัตน์กล่าว

นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้เร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก โดยให้เร่งช่วยเหลือเกษตรกร ผู้ผลิตสินค้าชุมชน และผู้ประกอบการในต่างจังหวัด ให้มีโอกาสค้าขาย โดยจะสานต่อให้มีการนำ “อูเล่ โมเดล” มาใช้ในการช่วยเหลือร้านค้ารายย่อย ร้านโชห่วย ร้านค้าในชนบท ให้สามารถใช้อี-คอมเมิร์ซในการขายสินค้า ซึ่งผู้บริหารของทอม กรุ๊ป เจ้าของแพลตฟอร์มอูเล่ จะส่งทีมมาไทย เพื่อช่วยให้คำแนะนำ และเป็นพี่เลี้ยงให้ร้านค้ารายย่อยขายสินค้าผ่านออนไลน์ได้ รวมทั้งจะผลักดันให้นำสินค้าไทยเข้าไปจำหน่ายในแพลตฟอร์มของอูเล่ด้วย

พร้อมทั้งจะเร่งรัดการนำ “เถาเป่า วิลเลจ โมเดล” มาเป็นต้นแบบในการเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับสินค้าเกษตร ผลิตภัณฑ์ชุมชนให้สามารถขายสินค้าผ่านทางออนไลน์ ซึ่งอาลีบาบาได้ตกลงที่จะให้ความช่วยเหลือไทยในเรื่องนี้แล้ว จะต้องเร่งขับเคลื่อนต่อไป รวมทั้งจะดึงผู้ประกอบการรายใหญ่ ห้างสรรพสินค้า เช่น แม็คโคร, ยูนิลีเวอร์, สหพัฒน์ มาช่วยร้านค้ารายย่อย มาช่วยเป็นพี่เลี้ยง และสนับสนุนสินค้าให้กับร้านค้า ซึ่งจะช่วยให้มีความเข้มแข็งขึ้นมาได้

ขณะเดียวกัน ขอให้หน่วยงานในกระทรวงพาณิชย์ไปทำงานร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในการขับเคลื่อนธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว ทั้งโลจิสติกส์ที่ขนคน ขนสินค้า ธุรกิจบริการร้านอาหาร สปา การขายของที่ระลึก เป็นต้น เพราะหากเชื่อมโยงกันได้จะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับชุมชน และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากได้อีกมาก.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้