วันศุกร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
"เอส จิตหลอน" น้ำตานองหน้าถามหาพ่อ แม่ พี่ชาย หลังก่อเหตุฟันคนในบ้านดับ

"เอส จิตหลอน" น้ำตานองหน้าถามหาพ่อ แม่ พี่ชาย หลังก่อเหตุฟันคนในบ้านดับ

  • Share:

"เอส จิตหลอน" น้ำตานองหน้าถามหาพ่อ แม่ พี่ชาย ว่าเป็นอย่างไรบ้าง หลังก่อเหตุฟันหัวพ่อเสียชีวิต แม่แขนขาด พี่ชายเจ็บสาหัส เจ้าตัวยังคลุ้มคลั่ง เอาหัวชนผนังห้องคุมตัว มีอาการเพ้อเป็นระยะ

จากกรณี นายเอส (ขอสงวนชื่อและนามสกุล) อายุ 37 ปี เกิดอาการจิตหลอน ใช้มีดอีโต้ทำร้ายพ่อ แม่ และพี่ชายในบ้านพักแห่งหนึ่ง ทำให้พ่อเสียชีวิต ส่วนแม่และพี่ชายบาดเจ็บสาหัส ตามที่ได้เสนอข่าวไปก่อนหน้านี้ (หนุ่มขอนแก่นหลอน ฟันหัวพ่อดับแม่กับพี่ชายสาหัส อ้างฆ่าพ่อแม่แล้วจะรวย)

ล่าสุด เมื่อวันที่ 6 ม.ค.62 ร.ต.อ.นพดล ดีโนนโพธิ์ รอง สว.สอบสวน สภ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุได้ควบคุมตัว นายเอส ลูกชายคนตายมาที่โรงพักเพื่อสงบสติอารมณ์ ซึ่งการสอบสวนนั้น จะต้องทำการสอบสวนต่อหน้าญาติพี่น้อง และทนายความ

ในกรณีนี้ญาติพี่น้องขอร้องเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ไม่ต้องนำตัวนายเอสไปทำแผน เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดอาการคลุ้มคลั่ง เพราะ นายเอส ยังไม่ทราบว่าพ่อตาย ทราบเพียงว่าทุกคนถูกทำร้าย และบาดเจ็บเท่านั้น

ขณะนี้ญาติพี่น้องกำลังไปรับศพผู้ตายมาบำเพ็ญกุศลที่บ้าน หากนำตัวนายเอสไปทำแผนที่บ้าน อาจจะเกิดเหตุการณ์คลุ้มคลั่งได้ ญาติจึงขอร้องว่าห้ามนำตัวไปทำแผน เพราะถือว่านายเอสเป็นบุคคลอันตราญาติพี่น้องกลัว

"หลังถูกควบคุม นายเอสก็มักจะวิ่งชนผนังห้องควบคุมบ่อยครั้ง และร้องไห้ ถามหา พ่อ แม่ พี่ชายว่าเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งเจ้าหน้าที่บอกเพียงว่า ทุกคนบาดเจ็บและรักษาตัวอยู่ใน รพ. เมื่อนายเอสได้ฟังคำตอบก็จะนั่งนิ่งน้ำตาไหล และเงียบ แต่ก็พูดคุยเรื่องอื่นเรื่อยเปื่อยได้เหมือนคนปกติ"

ร.ต.อ.นพดล กล่าวต่ออีกว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานกับทนายความและญาติๆ ว่า จะนำตัวนายเอสมาสอบสวนในรายละเอียดที่เกิดขึ้น เมื่อสอบสวนเสร็จก็จะแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนาและทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บ

จากนั้นก็คุมตัวส่งฟ้อง ฝากขังที่ศาลจังหวัดชุมแพ ในวันที่ 7 ม.ค.ที่จะถึงนี้ เป็นการฝากขัง ครั้งแรก จำนวน 12 วัน ในส่วนของคนเจ็บนั้นที่รักษาตัวที่รพ.ศูนย์ขอนแก่นนั้น จะทำการสอบปากคำแม่ เป็นรายแรก เพราะสามารถพูดคุยได้บ้างแล้ว ส่วนนายพี่ชาย อาการยังสาหัส อยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้