Thairath Logo
กีฬา

หนักเอาการ

Share :

“พายุโซนร้อนปาบึก” เปิดฉากโจมตีอำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อเที่ยงครึ่งวันศุกร์ที่ 4 มกราคม ด้วยความเร็ว 75 กม.ต่อชั่วโมง

ก่อนลดความแรงเป็นพายุดีเปรสชันเคลื่อนลงทะเลอันดามัน ที่อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ เมื่อเก้าโมงเช้าวันเสาร์ที่ 5 มกราคม

รวมเวลาที่พายุปาบึกอาละวาดถล่มภาคใต้ของไทย 21 ชั่วโมง

แต่ความเสียหายที่ “ปาบึก” แผลงฤทธิ์ทิ้งไว้ยังต้องใช้เวลาฟื้นฟูเยียวยากันอีกนานนับเดือน

“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนว่าพายุโซนร้อนปาบึกตัวนี้ จัดเป็นพายุโซนร้อนพลังรุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี

ทำให้บ้านเรือนประชาชนพังเสียหายจำนวนมาก ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันเป็นวงกว้าง และทำให้เกิดคลื่นยักษ์ซัดชายฝั่งตั้งแต่จังหวัดปัตตานี สงขลา ชุมพร ประจวบฯ เพชรบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร

แถมข้ามไปถึงชลบุรี ระยอง จันทบุรี ซึ่งอยู่คนละฟากอ่าวไทย

แต่พายุโซนร้อน “ปาบึก” ยังไม่มีพลังทำลายล้างรุนแรงเท่าพายุโซนร้อน “แฮเรียต” ถล่มแหลมตะลุมพุก อำเภอปากพนัง เมื่อปี 2505

ทำให้พี่น้องชาวใต้ต้องสูญเสียกว่า 900 คน

และพายุโซนร้อนปาบึกยังไม่โหดเท่า “พายุไต้ฝุ่นเกย์” ถล่มอำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร เมื่อปี 2532

ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 400 คน

“แม่ลูกจันทร์” มองว่าถ้าเทียบกันปอนด์ต่อปอนด์ พายุโซนร้อนปาบึกกับพายุโซนร้อนแฮเรียต มีพลังใกล้เคียงกัน

แต่พายุแฮเรียตสร้างความเสียหาย และความสูญเสียสูงกว่าหลายเท่าตัว

เพราะระยะเวลาที่ห่างกันถึง 57 ปี ทำให้เทคโนโลยีการพยากรณ์อากาศพัฒนาก้าวกระโดด สามารถระบุทิศทาง และคำนวณเวลาการเคลื่อนที่ของพายุได้อย่างถูกต้องแม่นยำ 99.99 เปอร์เซ็นต์

เทคโนโลยีการสื่อสารยุคปัจจุบันทำให้การแจ้งเตือนภัยพายุใหญ่กระจาย ออกไปได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็ว

ข้อสำคัญ การที่รัฐบาลเตรียมแผนรับมือล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ ทั้งการอพยพประชาชนในจุดเสี่ยงไปอยู่ในที่ปลอดภัย การระดมความช่วยเหลือและเครื่องมือบรรเทาสาธารณภัยล่วงหน้าก่อนพายุโจมตี

จึงทำให้เรื่องหนักกลายเป็นเบา

“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าโชคดีอย่างยิ่งของประเทศไทยคือ “โครงการพระราชดำริที่พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว รัชกาลที่ 9 พระราชทานไว้ ทำให้การระบายน้ำท่วมและป้องกันผลกระทบจากน้ำป่าดินโคลนถล่มได้อย่างรวดเร็ว”

โชคดีที่แท่นเจาะน้ำมันในอ่าวไทยสามารถต้านทานพลังคลื่นยักษ์ปาบึกได้อย่างปลอดภัย ทำให้การผลิตก๊าซธรรมชาติไม่เกิดชักกระตุกกลางคัน

โชคดีที่พายุปาบึกมาเร็วไปเร็วจึงไม่ส่งผลกระทบการท่องเที่ยวภาคใต้ซึ่งอยู่ในช่วงไฮซีซันพอดี

โชคดีที่ประเทศไทยตั้งอยู่ในชัยภูมิค่อนข้างปลอดภัย เพราะมีเวียดนามเป็นด่านหน้ารับพายุแทนไทย

โชคดีที่ไทยไม่ได้เป็นหมู่เกาะอย่างฟิลิปปินส์ ที่ต้องเจอพายุถล่มหนักๆทุกปีๆ

โชคดีที่ประเทศไทยไม่ได้ตั้งอยู่บนแหล่งภูเขาไฟเหมือนอินโดนีเซีย ซึ่งเพิ่งเกิดคลื่นยักษ์สึนามิถล่มทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคน

สถิติชี้ว่า สิบกว่าปีจะเกิดขึ้นสักครั้งที่พายุใหญ่จะผ่านทะลุอ่าวไทยถล่มจังหวัดภาคใต้เต็มเปา

นายกฯลุงตู่ จึงต้องเร่งทุ่มงบอัดฉีดเยียวยาพี่น้องผู้ประสบภัยอย่างสุดลิ่มทิ่มประตู

ยิ่งช่วงใกล้เลือกตั้งซะด้วย...ช้าไม่ได้นะโยม.

“แม่ลูกจันทร์”

อ่านเพิ่มเติม...
พายุปาบึกปากพนังนครศรีธรรมราชสำนักข่าวหัวเขียวแม่ลูกจันทร์