Thairath Logo
กีฬา

พรเพชรกำชับ กกต. วันเลือกตั้งต้องไม่กระทบพระราชพิธี

Share :

เจ๊หน่อยจุดพลุเอา-ไม่เอา “ลุง” ตู่รีบเคลียร์เด็กทวง GAT-PAT ตอก “เอนก” ดอกใบเผด็จการ

“ลุงตู่” รีบเคลียร์เด็กแห่ทวงคืน GAT-PAT ให้อดใจรอ กกต.กำหนดวันเลือกตั้งก่อน “พรเพชร” กำชับ กกต.ดูให้เหมาะสม ต้องไม่ให้ กระทบพระราชพิธีที่สำคัญที่สุด พปชร.โวเพื่อไทยมีหนาวฝันกวาดพ้น กทม. “สนธิรัตน์” เย้ยพรรคที่มีอยู่บ่มิไก๊ ยันขยับเลือกตั้ง พปชร.ไม่ได้ประโยชน์ “สมชัย” ชู 10 มี.ค. เหมาะสมที่สุด ห่วง กกต.ตีปม 150 วันไม่แตก ปชป.ใกล้ปิดหีบ ส.ส.เขต ทีมชุมพรส่อวงแตก “สราวุธ-ธีระชาติ” ยังข้องใจ “ลูกหมี” “นิพิฏฐ์” ตอกเจ็บ “เอนก” ดอกใบเผด็จการ “เจ๊หน่อย” จุดพลุเอา-ไม่เอา “ลุง” เคลียร์ปม “ชัชชาติ” จะจัดสิ่งเหมาะสมให้ ทษช.กระทุ้งรัฐบาลอย่าชี้นำ กกต. “ตู่” แนะส่งศาล รธน.ตีความ หวั่นเลือกตั้งโมฆะอีกคนอยากเลือกตั้งกวักมือชวนทุกสีชุมนุมค้าน กำหนดวันเลือกตั้งยังคงต้องรอความชัดเจนจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต่อไป ล่าสุดนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กำชับว่า กกต.ต้องดูเรื่องเงื่อนเวลาให้ดี อย่าให้กระทบงานพระราชพิธีที่มีความสำคัญที่สุดในรอบหลายทศวรรษของประเทศไทย

“ลุงตู่” รีบเคลียร์ทวงคืน GAT–PAT

เมื่อวันที่ 5 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ หลังมีสัญญาณเลื่อนการเลือกตั้งจากวันที่ 24 ก.พ.2562 ออกไป จนเกิดกระแสในโซเชียลมีเดีย เมื่อนักเรียนโดยเฉพาะนักเรียนชั้นมัธยมปีที่ 6 เรียกร้องให้มีการสอบวิชาถนัดทั่วไป (GAT) และวิชาความถนัดทางวิชาการ/วิชาชีพ (PAT) ให้กลับมาเป็นวันที่ 23-26 ก.พ.2562 เหมือนเดิม จนเกิดแฮชแท็ก #ทวงคืนวันสอบติดอันดับ 1 พล.อ.ประยุทธ์ระบุว่า “ตอนนี้ผมเห็นว่ามีกระแสว่าหลานๆ นักเรียน อยากจะ #ทวงคืนวันสอบ ผมเข้าใจหลานๆ นะครับ แต่อยากให้หลานๆอดทนรออีกเล็กน้อย ให้ กกต.ได้กำหนดวันเลือกตั้งให้ชัดเจน เพื่อที่ ทปอ.จะได้สามารถวางแผนพิจารณาการเลื่อนวันสอบ GAT-PAT ต่อไปครับ”

“พรเพชร” กำชับ กกต.ดูให้เหมาะสม

นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงกรณีอาจต้องเลื่อนการเลือกตั้งจากวันที่ 24 ก.พ.2562 ออกไปว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องศึกษาเรื่องความเหมาะสม ทางที่ดีที่สุดต้องไม่ให้กระทบพระราชพิธีที่เป็นห้วงเวลาที่คนไทยมีความปลาบปลื้มมากที่สุด รัฐบาลต้องจัดพระราชพิธีอย่างสมพระเกียรติ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องดูเรื่องเงื่อนเวลาจัดการเลือกตั้ง อย่ากระทบพระราชพิธีที่มีความสำคัญที่สุดในรอบหลายทศวรรษของประเทศไทย ดังนั้นกระบวนการเลือกตั้งจนถึงการจัดตั้งรัฐบาล ต้องไม่ทับซ้อนกับหมายกำหนดการจัดงานพระราชพิธี ที่มีขึ้นตลอดเดือน พ.ค.อย่านำประเด็นงานพระราชพิธีสำคัญมาเป็นเงื่อนไขกับการกำหนดวันเลือกตั้ง ความชัดเจนในการกำหนดวันเลือกตั้งต้องรอพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง ส.ส.มีผลใช้บังคับก่อน จากนั้นการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นภายใน 60 วัน อย่างไรก็ตามหากมีการเลื่อนวันเลือกตั้งจริง สนช.ต้องปรับการทำงาน และเดินหน้าทำหน้าที่ต่อ แต่ยังคงยึดแนวทางยุติการพิจารณากฎหมายก่อนวันเลือกตั้ง 7 วันเช่นเดิม

ปรามฝ่ายการเมืองอย่าโยงมั่ว

นายอุเทน ชาติภิญโญ ผู้สนับสนุนพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ขอให้คนไทยทุกคนใช้สติคิดอย่างมีเหตุผล เรื่องการเลื่อนเลือกตั้ง ถ้ามีการเลือกตั้งในวันที่ 24 ก.พ.62 ตามที่ กกต.กำหนดเดิม จะมีผลให้มีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ หลังเลือกตั้งเสร็จในช่วงต้นเดือน พ.ค. ซึ่งจะตรงกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ช่วงดังกล่าวไม่ควรมีความวุ่นวายใดๆเกิดขึ้นในบ้านเมืองมิใช่หรือ ดังนั้นขอวิงวอนให้บรรดาพรรคการเมือง อย่าโยงการเลื่อนการเลือกตั้งเป็นประเด็นการเมือง และโจมตีกันทางการเมือง ยืนยันว่าเราในฐานะประชาชนชาวไทย ควรร่วมกันแสดงความยินดี ดีใจกับประเทศไทย กับพระราชพิธีนี้มิใช่หรือ

“บี” โว พท.มีหนาวกวาดพ้น กทม.

เมื่อเวลา 15.00 น. นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ เป็นประธานเปิดศูนย์ประสานงานพรรคพลังประชารัฐ เขตดินแดง-ห้วยขวาง พร้อมเปิดตัว น.ส.อรพินทร์ เพชรทัต ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขตดินแดง-ห้วยขวาง มีนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรค นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ กรรมการบริหารพรรค และนายสกลธี ภัททิยกุล กรรมการบริหารพรรค พร้อมผู้สนับสนุนเข้าร่วม นายพุทธิพงษ์กล่าวบนเวทีว่าเราถูกปรามาสเป็นพรรคไม่อยู่ในสายตา ได้ไม่กี่ที่นั่ง แต่ไม่สน มั่นใจอย่างน้อย 15 ที่นั่งแน่ รับรองพรรคเพื่อไทยมีหนาว เพราะเราจะเอาเก้าอี้ใน กทม.พรรคเพื่อไทยมาให้ได้ สิ่งที่พูดไม่ได้เพ้อฝัน กว่าเราจะได้ น.ส.อรพินทร์มาอยู่พลังประชารัฐไม่ได้ง่าย และไม่ต้องห่วงเลื่อนเลือกตั้งช้าหรือเร็ว แค่ขอคนห้วยขวางมีใจให้พลังประชารัฐ

เย้ยพรรคการเมืองที่มีอยู่บ่มิไก๊

ด้านนายสนธิรัตน์กล่าวว่า พรรคการเมืองที่มีอยู่เดิมทำให้ผิดหวัง เพราะไม่ปรับวิธีคิดวิธีทำงาน แต่พลังประชารัฐรวมบุคลากรที่มีคุณภาพ เก่งแต่ละด้าน ถ้าไม่มีพลังประชารัฐอาจกลับไปขัดแย้งแบบเดิม เราเห็นอนาคตเลยเพราะจากสถิติเลือกตั้งมีพรรคหนึ่งชนะ มีพรรคหนึ่งคน กทม.ไว้วางใจ แต่ไม่ได้เสียงเป็นที่หนึ่ง ทำบ้านเมืองไม่สงบสุขมา 10 ปี พูดไปเดี๋ยวหาว่าดูแคลน แต่เราเรียนรู้จากอดีต ดูกงล้อที่เกิดขึ้นในอนาคต พวกเราทนไม่ไหว จึงต้องมีขั้วใหม่นั่นคือพลังประชารัฐ และรัฐบาลนี้ที่บังเอิญมีพวกตนอยู่ร่วมทำงานใน 4 ปีได้สร้างอะไรมหาศาล เยอะกว่ารัฐบาลที่เป็นมากว่า 10 ปีด้วยซ้ำ อย่างปัญหาการจราจรที่รถติดหนัก เพราะนโยบายในอดีตทำให้มีรถเยอะกว่าถนนแล้วแก้ไม่ได้ แต่ขอพี่น้องยอมเจ็บกันหน่อยรออีก 4 ปี จะมีรถไฟฟ้าทั่ว กทม.ถ้าเลือกพลังประชารัฐ

ขยับเลือกตั้ง พปชร.ไม่ได้ประโยชน์

ต่อมานายสนธิรัตน์ให้สัมภาษณ์ถึงสัญญาณเลื่อนการเลือกตั้งว่า เราพร้อมทุกเมื่อไม่มีเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้น พร้อมเดินหน้าตามโรดแม็ปทุกอย่าง ไม่คิดว่าพรรคเราจะได้ประโยชน์จากการเลื่อนเลือกตั้งอย่างที่หลายคนวิจารณ์ ตรงกันข้ามเมื่อเลื่อนเราต้องปรับแผนใหม่ทั้งหมด ดังนั้นคนที่วิจารณ์เช่นนี้ถือว่าพูดไม่จริง เราอยากจะเลือกตั้งในวันที่ 24 ก.พ.ด้วยซ้ำไป และไม่คิดว่าจะทำให้นักการเมืองย้ายเข้าพลังประชารัฐได้อีก แม้เลื่อนไปวันที่ 24 มี.ค. ก็ไม่ทันกรอบ 90 วัน ส่วนกรณี น.ส.อรพินทร์ ย้ายจากพรรคไทยรักษาชาติเข้าพลังประชารัฐนั้น การเมืองเป็นเรื่องของเวลา นักการเมืองย่อมมองหาพรรคที่ทำงานร่วมกันได้ ประสบความสำเร็จ และเชื่อพลังประชารัฐปักธง กทม.ได้พอสมควรอย่างที่หัวหน้าทีม กทม.มั่นใจได้ไม่ต่ำกว่า 15 เขต

ชื่อนายกฯ รอวันเลือกตั้งชัดก่อน

นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ส่วนการเสนอชื่อนายกฯ นั้นยังไม่ถึงเวลา ขอรอดู พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง ส.ส. จนรู้วันเลือกตั้งก่อน แม้นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค จะบอกว่าพร้อมแล้วที่จะสู่ขอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. มาอยู่ในบัญชีนายกฯ ก็ตาม แต่ต้องรอเวลามองหาบุคคลที่ดีที่สุด เพื่อนำเสนอต่อประชาชน ส่วนแรงกดดันให้ตรวจสอบกรณีการจัดงานระดมทุน 650 ล้านบาทนั้น ยืนยันว่าเราทำตรงไปตรงมาโปร่งใส จะนำรายละเอียดทั้งหมดรายงานต่อ กกต. ชี้แจงตามกรอบกฎหมายให้ทุกอย่างชัดเจน เมื่อถึงเวลาจะเปิดเผยให้สาธารณชนรับทราบ

ปชป.ใกล้ปิดบัญชีคนลง ส.ส.เขต

ที่พรรคประชาธิปัตย์ มีการประชุมคณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร ส.ส. มีนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ประธานคณะกรรมการฯ และนายบัญญัติ บรรทัดฐาน ที่ปรึกษาคณะกรรมการสรรหาฯ เป็นประธานร่วมเพื่อพิจารณาคัดเลือกว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ระบบเขตให้ครบ 350 เขต ก่อนส่งรายชื่อทั้งให้คณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาในวันที่ 6 ม.ค.นี้ ต่อมานายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคและกรรมการสรรหาฯ ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมว่า การสรรหาผู้สมัคร ส.ส.เสร็จเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว เหลือเพียงบางเขต อาทิ จ.เพชรบูรณ์ และ จ.เลย ที่ยังไม่เรียบร้อย เพราะบางคนยังมีปัญหาคุณสมบัติไม่ครบ มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย จึงต้องเปลี่ยนคนใหม่ ไม่ใช่เรื่องปัญหาในพื้นที่ และคณะกรรมการบริหารพรรคจะพิจารณาให้เสร็จภายในวันที่ 6 ม.ค.นี้ เพื่อให้ผู้สมัครแต่ละคนลงพื้นที่หาเสียงได้ทันที

“ลูกหมี” ได้เฮรอเคาะขั้นสุดท้าย

เมื่อถามว่า กรณีนายชุมพล จุลใส อดีต ส.ส.ชุมพร ที่มีปัญหาความไม่ชัดเจนในจุดยืนทางการเมือง กรณีพี่ชายไปลงสมัครในนามพรรครวมพลังประชาชาติไทย แข่งกับนายธีระชาติ ปางวิรุฬรักษ์ อดีต ส.ส.ชุมพร เขต 2 นายองอาจตอบว่า คณะกรรมการสรรหาฯได้พิจารณาส่งชื่อนายชุมพล เป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 ให้คณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณา โดยมีเงื่อนไขนายชุมพลต้องให้ความร่วมมือกับพรรคอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้พี่น้องในพื้นที่เกิดความสับสน เมื่อถามถึงการเลือกตั้งที่อาจต้องเลื่อนออกไป นายองอาจตอบว่า ขึ้นอยู่กับ พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.ลงมาเมื่อไหร่ เป็นอำนาจของ กกต.กำหนดวันใดให้เหมาะสม หากเลื่อนออกไปไม่มากเชื่อว่าทุกฝ่ายพร้อมปฏิบัติตาม ให้ประเทศเดินหน้าไปได้ พรรคเตรียมความพร้อมไว้เมื่อวันเลือกชัดเจนเราพร้อมลงพื้นที่ทันที

แต่ “สราวุธ-ธีระชาติ” ยังข้องใจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสราวุธ อ่อนละมัย อดีต ส.ส.ชุมพร ที่จะลงสมัครในพื้นที่เขต 2 ชุมพร และนายธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ อดีต ส.ส.ชุมพร เขต 3 เดินทางมาเพื่อชี้แจงในที่ประชุมถึงปัญหาในพื้นที่ หลังโฆษกพรรคและผู้บริหารพรรคบางส่วน ระบุว่าพรรคจะให้โอกาสนายชุมพล จุลใส ลงสมัครรับเลือกตั้งได้ ขณะที่กรรมการบริหารพรรคบางส่วนเห็นว่า หากพรรคไม่ดำเนินการใดๆ ที่สุดจะเป็นตัวอย่างให้ผู้สมัครในอนาคตอ้างเป็นแบบอย่าง ในกรณีตัวอยู่พรรคประชาธิปัตย์ แต่ส่งญาติพี่น้องในตระกูลลงแข่งขันกับผู้สมัครของพรรค

“สมชัย” ชู 10 มี.ค. เหมาะสมสุด

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรสาคร พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี หารือกับ กกต.ถึงขั้นตอนการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เพื่อเป็นโจทย์กับ กกต.ในการกำหนดวันเลือกตั้งให้เกิดความเหมาะสม แต่หากกำหนดวันเลือกตั้งเป็นช่วงเวลาเดิม คือวันที่ 24 ก.พ.62 จะประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการได้ในวันที่ 9 พ.ค. อาจกระทบต่อการพระราชพิธีได้ จึงเห็นด้วยที่จะกำหนดวันเลือกตั้งเป็นวันที่ 10 มี.ค. เพราะสามารถประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการได้ในวันที่ 23 พ.ค. หรือถัดไปอีก 2 สัปดาห์ ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด ทั้งนี้ขอแสดงความเป็นห่วงไปยัง กกต. ในการกำหนดวันเลือกตั้ง เพราะกฎหมายระบุว่าให้ดำเนินการจัดการเลือกตั้งภายใน 150 วันหลังกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง 4 ฉบับมีผลบังคับใช้ หากคำนวณแล้ววันสุดท้ายที่จะจัดการเลือกตั้งได้ คือวันที่ 9 พ.ค. แต่ยังเกิดความสงสัยว่าวันสุดท้ายของการจัดการเลือกตั้งนั้น หากตีความทางกฎหมายแล้ว หมายถึงวันที่หย่อนบัตรเลือกตั้ง หรือวันที่ประกาศผลการเลือกตั้ง ดังนั้น กกต.ต้องคำนึงถึงเรื่องดังกล่าว โดยต้องประกาศผลการเลือกตั้งร้อยละ 95 ก่อนวันที่ 9 พ.ค. เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาหรือการร้องเรียนเกิดขึ้นในอนาคต

ตอก “เอนก” ดอกใบเผด็จการ

ขณะที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “ประชาธิปไตย-เผด็จการ” อ่านคำให้สัมภาษณ์ของนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) กล่าวทำนองว่าอย่ารังเกียจสิ่งที่เกิดจากรัฐบาลทหาร เพราะบางอย่างก็เป็นประโยชน์ ตนเป็นคนความรู้น้อย แต่ขอว่านายเอนกอย่าทำให้ประชาชนสับสนเลย หากเรายืนหยัดอยู่ในระบอบประชาธิปไตยจริง เรามิควรชื่นชมเผด็จการ แล้วถามว่าหากระบอบเผด็จการทำสิ่งที่เป็นประโยชน์เราควรทำอย่างไร คิดว่าเราควร “เฉยๆ” คือไม่คัดค้านแต่ไม่ควรชื่นชม เช่นเดียวกันการปกครองในระบอบประชาธิปไตยระบบรัฐสภา ที่มีทั้งฝ่ายค้าน (opposition) และฝ่ายรัฐบาล หากรัฐบาลทำดี ฝ่ายค้านก็เพียงแต่ไม่ค้าน คือเฉยๆไม่ต่อต้าน ปล่อยให้รัฐบาลทำไปก็เท่านั้นเอง ฝ่ายค้านที่ออกมาชื่นชมรัฐบาลก็คงมีแต่ฝ่ายที่รอร่วมรัฐบาลเท่านั้น มิใช่ฝ่ายค้านที่แท้จริง เช่นเดียวกับฝ่ายประชาธิปไตยที่ออกมาชื่นชมเผด็จการ ก็คงมีแต่ฝ่ายประชาธิปไตยที่เตรียมผลิดอกออกใบเป็นเผด็จการเท่านั้น

“เจ๊หน่อย” จุดพลุเอา-ไม่เอา “ลุง”

ช่วงเช้าวันเดียวกันที่ตลาดน้ำขวัญเรียม กทม. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย พร้อมทีมงานว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กทม. นำโดยนายวิชาญ มีนชัยนันท์ นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ อดีต ส.ส.กทม. และนายวิตต์ ก้องธรนินทร์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตสะพานสูง ร่วมลงพื้นที่สวดมนต์ทำบุญตักบาตร และจัดกิจกรรม “พรรคเพื่อไทยพบประชาชนพร้อมรับฟังปัญหา” มีประชาชนร่วมรับฟังแลกเปลี่ยนปัญหาทางการเมืองและเศรษฐกิจ คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ที่ผ่านมาไม่ค่อยได้ลงพื้นที่มากนัก เพราะคนมีสีในเครื่องแบบคอยติดตามตลอด 4 ปีที่ผ่านมา แม้จีดีพีสูงแต่ประชาชนจนลง ความจริงคือความเจ็บปวด ยึดอำนาจไม่ว่าแต่ไม่ดูแลประชาชนให้ดี คืนความสุขมาจะ 5 ปี แต่ไม่มีใครมีความสุข ครั้งนี้จึงต้องทำงานอย่างมาก เขามี 250 ส.ว.แต่งตั้งรออยู่แล้ว ถ้าออกไปเลือกตั้งน้อยลุงอยู่ต่อแน่ เพื่อไทยจึงต้องชนะให้ท่วม 250 ส.ว. การเลือกตั้งครั้งนี้ลองไม่ได้ มีแค่เลือกเพื่อจะอยู่กับลุงหรือไม่อยู่กับลุงเท่านั้น ขอให้เชื่อมั่นเพื่อไทยที่แก้ปัญหาเศรษฐกิจและสังคม ครั้งนี้พรรคจะมีนโยบายหลักประกันรายได้ขั้นต่ำของประชาชนแน่นอน

โวยกระดับมาตรฐานรายได้ขั้นต่ำ

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวอีกว่า ปัญหาภาษีก็มีมาก อย่างการขายของออนไลน์ ลูกหลานของเราต้องโดนรีด ต่างจากอาลีบาบาบริษัทยักษ์ใหญ่จากจีนที่ได้รับการยกเว้น ตรงนี้ต้องแก้ เราจะใช้เงินน้อย กว่ารัฐบาลนี้ที่ใช้ไปกว่า 11.4 ล้านล้านบาท จะใช้อย่างชาญฉลาดกว่า ส่วนบัตรคนจนก็แค่เยียวยาเศรษฐกิจที่ทำพัง เราทุกคนไม่มีใครอยากเป็นคนจนตลอดชีวิต ต้องการทำมาหากินยืนบนขาตนเอง ตั้งแต่พรรคไทยรักไทยเราไม่เคยแจกเงินฟรีๆ เช่น กองทุนหมู่บ้านที่ประสบความสำเร็จ หนี้เสียน้อยกว่าธนาคาร เงินทุกบาทที่ลงไปต้องถึงคนส่วนใหญ่ เราจึงจะเรียกชุดนโยบายทางเศรษฐกิจว่า โครงการยกระดับมาตรฐานรายได้ขั้นต่ำของประเทศ

ผุดนโยบาย ศก.ยืนบนขาตัวเอง

ต่อมาคุณหญิงสุดารัตน์เดินทางมาที่หมู่บ้านเคหะธานี 4 เพื่อแนะนำตัวนายวิตต์ต่อประชาชนในพื้นที่ คุณหญิงสุดารัตน์ให้สัมภาษณ์ว่า เสียงสะท้อนจากการลงพื้นที่ประชาชนต้องการให้แก้ไขปัญหาปากท้อง ปัญหาคุณภาพการบริการของบัตรประกันสุขภาพแห่งชาติ ต้องการให้แก้ปัญหาสาธารณูปโภค ที่ภาครัฐไม่สามารถเข้ามาพัฒนาในหมู่บ้านต่างๆได้ เพราะเป็นพื้นที่เอกชน เราจะเข้ามาแก้ตรงนี้ วิธีแก้ปัญหาเศรษฐกิจต้องทำควบคู่กับการส่งออกที่มีปัญหามาตั้งแต่รัฐประหาร รวมถึงปัญหาการท่องเที่ยวด้วย ส่วนการดึงนักลงทุนที่รัฐบาลนี้ลดแลกแจกแถมนั้น ไม่มีใครมาลงทุน ทั้งสามสิ่งนี้ต้องแก้ไขไปด้วยกัน ให้เศรษฐกิจเติบโต ยั่งยืน เมื่อพึ่งพาเศรษฐกิจและการส่งออกไม่ได้ เราต้องพึ่งพาตนเอง ยกระดับรายได้คนส่วนใหญ่ เพิ่มกำลังซื้อให้เศรษฐกิจหมุนเวียน แต่เราจะไม่ทำเหมือนที่รัฐบาลนี้ทำ โดยเอาบัตรไปแจกเอาเงินไปจ่ายให้ประชาชนซื้อของเจ้าสัว

ยังเป็นแม่ทัพนำศึกเลือกตั้งต่อ

เมื่อถามถึงกระแสข่าวการเลื่อนเลือกตั้งไปเป็นช่วงเดือน มี.ค. คุณหญิงสุดารัตน์ตอบว่า เราพร้อมมานานแล้ว ถ้าตัดสินใจเลือกตั้งวันไหนเราก็พร้อม เพียงแต่ขอให้ชัดเจน อะไรที่ต้องทำตามขั้นตอนกฎหมายก็ยังไม่ทราบว่าจะต้องทำช่วงเวลาใด ดังนั้น จะเอาวันไหนขอให้เลือกมา เรารออยู่ ส่วนกรอบเวลาหาเสียงที่จะมีให้ 52 วันนั้น เราพร้อมทุกสถานการณ์ ส่วนที่ประชาชนยังคงสับสนระหว่างพรรคเพื่อไทยกับไทยรักษาชาติ หากผู้ที่ย้ายออกไปอยู่พรรคสนับสนุนประชาธิปไตย ต่อต้านการสืบทอดอำนาจของ คสช. ก็ถือเป็นมิตรกัน บางพื้นที่ที่มีคนออกไปแล้ว เราหาคนไม่ทัน ก็ถือว่าอย่างน้อยอยู่ฝั่งประชาธิปไตยเหมือนกัน เราจะส่งผู้สมัครให้มากที่สุดเท่าที่เรามี ความพร้อม ส่วนจะเท่าใดรอให้เขาประกาศวันเลือกตั้ง ก่อน เมื่อถามถึงความชัดเจนว่าจะลงสมัคร ส.ส.แบบ แบ่งเขตหรือแบบบัญชีรายชื่อ คุณหญิงสุดารัตน์ตอบว่า ยังงงกับข่าวที่ออกมา แต่ตนเป็นแม่ทัพก็ทำงานอย่างนี้ เมื่อพรรคมอบหมายให้เป็นแม่ทัพในการเลือกตั้งครั้งนี้ มีภาระที่ต้องรับผิดชอบทั่วประเทศ ต้องเดินทางไปที่ต่างๆ

จะจัดสิ่งเหมาะสมให้ “ชัชชาติ”

เมื่อถามถึงกระแสข่าวนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ จะอยู่ในบัญชีนายกฯอันดับ 1 คุณหญิงสุดารัตน์ตอบว่า ไม่มีปัญหา เมื่อถึงเวลาตนจะจัดการเรียบร้อย เพราะเป็นคนชวนนายชัชชาติเข้ามาทำงาน วันนี้ภาระหน้าที่ของประเทศหนักมาก จึงต้องระดมคนมีฝีมือ มีความสามารถเข้ามาช่วยทำงาน ไม่ได้มีแค่นายชัชชาติ ทุกคนต้องทำงานเป็นทีม โดยตนจะจัดนายชัชชาติในสิ่งที่เหมาะสม รวมถึงคนอื่นด้วย ในพรรคมีคนเก่งหลายคน ตนสนับสนุนทำหน้าที่เป็นแม่ยก และจะสนับสนุนอย่างเต็มที่

จากนั้นคุณหญิงสุดารัตน์เดินทางมาที่ห้างสรรพสินค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ ซึ่งเป็นเขตเลือกตั้งของนายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีต ส.ส.กทม. เพื่อพบปะ ทักทายประชาชนในพื้นที่ ก่อนเดินทางไปต่อที่การเคหะเขตหนองจอก เขตเลือกตั้งของนายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ อดีต ส.ส.กทม. และไปร่วมออกกำลังกายเต้นแอโรบิกที่สวน 60 พรรษา สมเด็จพระบรมราชินีนาถ เขตลาดกระบัง เขตเลือกตั้งของ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ อดีต ส.ส.กทม. บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนมาร่วมให้กำลังใจ และสะท้อนถึงปัญหาปากท้องจำนวนมาก

“วัฒนา” ควงลูกสาวลุยบางแค

ช่วงเช้า ที่เขตบางแค กทม. นายวัฒนา เมืองสุข ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตบางแค พรรคเพื่อไทย พร้อม น.ส.วีรดา เมืองสุข หรือน้องเฟ บุตรสาว นำ ทีมงานลงพื้นที่เขตบางแค เดินรณรงค์พบปะประชาชนเพื่อรับฟังปัญหาและรับสมัครสมาชิกพรรคในเขตบางแค ทั้งนี้เริ่มต้นเดินที่ชุมชนทองพูนพัฒนา นายวัฒนากล่าวว่า ระหว่างลงพื้นที่พบว่าอาชีพใหม่ของชาวบ้านจากขายของ เปลี่ยนมาเป็นขายบ้าน พบว่าประชาชนติดประกาศขายบ้านกันมาก แสดงว่าเศรษฐกิจมาถึงจุดวิกฤติแล้ว ทางแก้คือเลือกพรรคเพื่อไทยเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้กับท่าน

ทษช.ท้วงรัฐบาลอย่าชี้นำ กกต.

ที่พรรคไทยรักษาชาติ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง พรรคไทยรักษาชาติ แถลงถึงการกำหนดวันเลือกตั้งที่อาจต้องเลื่อนออกไปว่า พรรคไม่มีปัญหาในการขยับหรือ เลื่อนวันเลือกตั้งออกไป แต่ขอให้ กกต.เป็นผู้พิจารณาประกาศวันเลือกตั้งเอง โดยรัฐบาลไม่ควรเข้าไปเสนอแนะ หรือแสดงท่าทีชี้นำวันเลือกตั้ง หลังจากนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้ข้อมูลกับ กกต.แล้ว กกต.ต้องมีอิสระในการทำหน้าที่ พรรคไทยรักษาชาติพร้อมเดินหน้าเข้าสู่การเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นวันที่ 24 ก.พ. หรือจะขยับไปเป็นวันไหนก็ตาม แต่ขอเพียงทุกพรรคมีความเท่าเทียมเสมอภาคในการหาเสียง แม้จะมีวันเวลาหาเสียงได้เพียงหนึ่งวัน พรรคก็พร้อมลงสู้ศึกเลือกตั้งอย่างเต็มที่

“อ๋อย” ซัดคนทำเลือกตั้งช้าคือ รบ.

ขณะที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ตอนที่ทราบว่ารองนายกฯไปหารือกับ กกต.ให้พิจารณาว่าควรจัดการเลือกตั้งเมื่อใด ให้สอดคล้องกับงานพระราชพิธี เชื่อว่าทุกฝ่ายคงรอฟังด้วยความ ปรารถนาเดียวกัน คืออยากให้พระราชพิธีเป็นไปอย่างยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ แต่หลังการหารือปรากฏว่า กกต.ยืนยันว่าพร้อมเต็มที่ในการจัดการเลือกตั้ง และจะพิจารณากำหนดวันเลือกตั้งเมื่อ พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.ประกาศออกมา เท่ากับว่าจะมีการเลือกตั้งช้าหรือเร็วแค่ไหน ขึ้นกับรัฐบาล หากรัฐบาลยืดเวลาประกาศ พ.ร.ฎ.ออกไปนานๆ กกต.ก็ไม่สามารถกำหนดวันเลือกตั้งให้เร็วได้ การที่ กกต.ไม่ขานรับรัฐบาลทันที ยังมีข้อสงสัยได้ว่าสิ่งที่รัฐบาลคิดเป็นวิธีที่ดีที่สุด เป็นเหตุเป็นผลจริงหรือไม่ หรือเพียงต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯไปตลอดเดือน พ.ค. โดยไม่ต้องผ่านการเลือกของรัฐสภา คิดว่ารัฐบาลควรชี้แจงเรื่องนี้ให้ชัดเจนโดยเร็วที่สุด

เพื่อชาติมุ่งแก้ความเหลื่อมล้ำ

ที่ จ.อุทัยธานี นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ พร้อมนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. และนายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธาน รัฐสภา ในฐานะผู้สนับสนุนพรรคเพื่อชาติ ร่วมเปิดสถาบันพัฒนาการเมืองพรรคเพื่อชาติ พร้อมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ได้แก่ นายนภกฤช ทวีการไถ และน.ส.กันย์ชลี เกษคำ นายสงครามกล่าวว่า ความเหลื่อมล้ำในไทยที่ขึ้นอันดับหนึ่งของโลก มีนายทุนไทยดูดทรัพยากรดูดความร่ำรวยไปจากคนจน รัฐออกนโยบายเอื้อนายทุนทำธุรกิจแบบผูกขาด ทำให้คนไม่กี่ตระกูลรวย ที่เหลือจน วิธีลดความเหลื่อมล้ำคือ ต้องให้โอกาสคนจนสร้างตัวขึ้นมา นโยบายพรรคเพื่อชาติจะช่วยในจุดนี้ จะส่งเสริมความเท่าเทียม ลดการผูกขาด เฉลี่ยความร่ำรวย แต่หากเราเลือกพรรคที่ช่วยเผด็จการสืบทอดอำนาจ เราอาจต้องจนไปอีก 20 ปี

“ยงยุทธ” ชูนโยบายคนอยู่กับป่า

นายยงยุทธกล่าวว่า บ้านเมืองเราเหมือนเอาหนังเสือมาคลุมสุนัขจิ้งจอก ภายนอกเหมือนเป็นประชาธิปไตย แต่แท้จริงแล้วไม่ใช่เลย ประชาธิปไตยต้องมาจากประชาชน ไม่ใช่จากการยึดอำนาจ การทำงานของรัฐบาลนี้ทำให้นึกถึงนักล่าอาณานิคม ที่บริหารงานแบบไม่สนใจความเป็นอยู่ของประชาชน ต้องการแต่ผลประโยชน์โดยไม่คำนึงถึงวิธีการ เช่น เรื่องที่รัฐบาลให้ทหารเอาปืนจี้ยึดเครื่องสูบน้ำของชาวนา เพราะไม่อยากให้ทำนา ราคาข้าวตกต่ำก็อ้าง เหตุผลต่างๆนานา ทั้งที่เกิดจากรัฐบาลไม่มีปัญญาขายข้าวเอง จ.อุทัยธานี ประชาชนคนยากคนจนได้รับ ผลกระทบอย่างมาก ที่ดินทำกินถูกนายทุนกว้านซื้อ ทำให้ประชาชนต้องถอยร่นเข้าสู่แนวเขตป่า ปัญหานี้ พรรคเพื่อชาติมีนโยบายคือ ยกเลิกเอกสารสิทธิทุกประเภท อาทิ สปก. นส.2 ให้เหลือเพียงโฉนดประเภทต่างๆ และพรรคเพื่อชาติเป็นพรรคเดียวที่เอาปัญหาชาติเป็นตัวตั้ง ไม่พูดเรื่องการเข้าสู่อำนาจ

“ตู่” แนะส่งศาล รธน.ตีความ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ กล่าวว่า หลายคนคาดหวังว่าจะได้เลือกตั้งในวันที่ 24 ก.พ. แต่คนไทยสั่งสมความผิดหวังจากการเลื่อนเลือกตั้งมาแล้วหลายครั้ง จนถึงครั้งนี้คิดว่าคนไทยคงร่วมโมทนาสาธุ แต่ปัญหาคือ การตีความกฎหมายเรื่องกรอบ 150 วัน ที่จะสิ้นสุดวันที่ 9 พ.ค. คำว่าวันเลือกตั้งแล้วเสร็จ จะหมายถึงวันประกาศผลเสร็จสิ้นหรือไม่ เกรงว่าจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยการเลือกตั้งปี 2549 และ 2557 ที่ตีความกฎหมายจนทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ทางที่ดีขอแนะนำให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความว่า กรอบเวลา 150 วัน คือวันเลือกตั้ง หรือวันประกาศผล เพื่อไม่ให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะอีก เปลืองงบประมาณแผ่นดิน ประเทศไทยบอบช้ำเกินไปที่จะใช้ความรู้สึกส่วนตัวแก้ปัญหา เห็นว่าเวทีรัฐสภาจะเป็นทางออกที่ดี แต่ก็ยังติดกับดักความลักลั่นของรัฐธรรมนูญอยู่

“เทือก” ฟุ้งแหลกปักธงเมืองเลย

ที่ จ.เลย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ ผู้ก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) พร้อมแกนนำพรรค และว่าที่ผู้สมัครเขต 3 จ.เลย ร่วมกันเดินคารวะแผ่นดิน ที่บริเวณตลาดสดเทศบาลเมืองเลยตั้งแต่ช่วงเช้า จากนั้นเข้ากราบสักการะศาลหลักเมือง เจ้าพ่อกุดป่อง นายสุเทพกล่าวว่า ดูแล้วมีโอกาสค่อนข้างสูงที่จะมี ส.ส.ของพรรค รปช. ส่วนจะได้ ส.ส.กี่คน พูดไม่ได้ พูดไปจะว่าโม้กัน แต่คาดหวังว่าพรรค รปช.น่าจะมีที่นั่งในสภาฯสัก 50-60 ที่นั่ง ผลักดันเรื่องการปฏิรูปเปลี่ยนแปลงประเทศตามเจตนารมณ์ของประชาชนได้ การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น จะนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงที่ดี ที่มีคนพูดว่าเลือกตั้งแล้วจะทำให้เกิดความวุ่นวายอย่างนั้นอย่างนี้ ไม่มีแน่ ประชาชนมีบทเรียนมามากไม่ต้องการเห็นความวุ่นวาย ด้วยพลังของประชาชน เชื่อว่าหลังเลือกตั้ง แล้วประเทศจะดีขึ้น

คนอยากเลือกตั้งชวนทุกสีค้าน

ขณะที่นายอานนท์ นำภา ทนายความศูนย์ทนายสิทธิมนุษยชน แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง กล่าวว่า การเลื่อนวันเลือกตั้งมีเหตุผลเดียวคือ คสช.ต้องการอยู่ในอำนาจต่อ เพราะอาจทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ เท่ากับ กกต.ไม่จัดการเลือกตั้งให้เสร็จตามกรอบเวลาที่รัฐธรรมนูญกำหนด กกต.เองก็ยืนยันความพร้อม คนไทยทุกคนก็อยากเห็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เป็นผู้รับสนองในการจัดงานพระราชพิธีในเดือน พ.ค. เมื่อประชาชนทุกฝ่ายเห็นพ้องกันว่าไม่จำเป็นต้องเลื่อน มีเพียง คสช.เท่านั้นที่เห็นแย้ง การนัดชุมนุมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งในวันที่ 6 ม.ค. จึงเป็นไปแบบแฟรชม็อบคือไม่มีแกนนำ สำหรับคนที่ไม่เคยออกมาร่วม ไม่ว่าจะเป็นสีไหนกลุ่มไหน ตอนนี้ คสช.ไม่มีข้ออ้างทางกฎหมายที่จะเล่นงานเราอีกแล้ว เพราะประกาศหัวหน้า คสช.ที่ 3/58 ที่ห้ามชุมนุมเกิน 5 คน ถูกยกเลิกไป จึงขอ เชิญชวนประชาชนทุกฝ่ายทุกสีที่ไม่เห็นด้วยกับการเลื่อนเลือกตั้ง และอยากแสดงออกโดยสันติขอให้มาเจอกันที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แค่ชูป้ายค้านการเลื่อนเลือกตั้งเท่านั้น ไม่มีการยืดเยื้อหรือกิจกรรมรุนแรงใดๆทั้งสิ้น

อัญเชิญพระบรมรูป ร.7 บูรณะ

เมื่อเวลา 08.09 น. ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. เป็นประธานพิธีบวงสรวงอัญเชิญพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 7 ไปบูรณะซ่อมแซม ณ สำนักช่างสิบหมู่ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม มีโหรพราหมณ์ประกอบพิธีบวงสรวง อ่านโองการและประกอบพิธี พร้อมโปรยดอกไม้ ต่อมากรมศิลปากรดำเนินการเคลื่อนพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 7 ไปยังสำนักช่างสิบหมู่เพื่อบูรณะซ่อมแซม จากนั้นนายพรเพชรจุดธูปเทียนสักการะพระสยามเทวาธิราช พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง และพระภูมิชัยมงคล พร้อมอัญเชิญไปยังสถานที่ที่จัดเตรียมไว้ นายพรเพชรกล่าวว่า หลังจากบูรณะพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 7 เสร็จแล้ว จะอัญเชิญไประดิษฐานที่อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ โดยให้แนวทางว่าให้ดูสถานที่ตั้งพระบรม ราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 7 ต้องให้ประชาชนเข้าไปสักการะได้สะดวก การบูรณะครั้งนี้จะไม่เปลี่ยนแปลงแบบใดๆ ยังคงลักษณะเดิมที่มีความงดงามสมพระเกียรติไว้ทุกประการ

อ่านเพิ่มเติม...
เลือกตั้ง62กำหนดวันเลือกตั้งเลื่อนเลือกตั้งหาเสียงข่าวหน้า1เลือกตั้ง