Thairath Logo
กีฬา

มีปัญหาชีวิตคู่เมื่อไหร่ จงมองด้านดีของกันไว้

Share :

วันก่อนจำเป็นต้องเดินเข้าไปในซอยบ้านของเพื่อนเพราะต้องนำของที่เพื่อนต้องการไปส่งให้ ปรากฏว่า เดินเข้าไปในซอยก็ ได้ยินเสียงหนุ่มสาวทะเลาะกัน ตอนแรกทั้งคู่ไม่ได้ทะเลาะเสียงดัง แต่ไปๆมาๆ ความดังของเสียงก็เพิ่มขึ้น จนจับใจความได้ว่า ทั้งคู่โจมตีกันด้วยเหตุใด? อ้อ ขอบอกก่อน ความจริงแล้วไม่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านนะฮ้า

แต่บังเอิญเสียงของทั้งคู่ลอยมาเข้าหูเอง จึงทำให้ได้ยินสิ่งที่ทั้งคู่กำลังโต้เถียงอย่างเผ็ดร้อน โดยฝ่ายหญิงอ้างว่า หล่อนต้องรับผิดชอบงานที่เกิดขึ้นภายในบ้านทุกอย่าง นั่นคือ หล่อนทำงานบ้านอยู่คนเดียว ส่วนฝ่ายชายไม่เคยเสนอให้ความช่วยเหลืออะไรเลย

แม้แต่ตอนที่เค้าหิว แล้วกลับบ้านช้า หากเค้าอยากกินบะหมี่สำเร็จรูป ยังหาทานเองได้ แต่พอทานเสร็จปุ๊บ ไม่สนใจที่จะช่วยฝ่ายหญิงล้างถ้วยล้างชาม พอหล่อนตื่นนอนขึ้นมาเห็นสภาพถ้วยชามใช้แล้วและวางเลอะเทอะอยู่ในอ่างล้างจาน ฝ่ายหญิงจึงต้องนำมาล้างให้ แทนที่ใครกินก็ควรล้างสิ อย่างนี้ก็ไม่ยุติธรรมน่ะเซ่ แต่เรื่องแค่นี้ยังจิ๊บจ๊อย ถ้วยชามไม่สะอาดไม่กี่ใบยังพอช่วยล้างให้ได้

แต่ที่ฝ่ายหญิงทนไม่ได้เลย ได้แก่ เรื่องเสื้อผ้าอาภรณ์ของเค้านั่นแหละ เคยตกลงกันแล้วว่า ใครใส่ก็ซักกันเองจะได้ไม่ไปใช้แรงงานของอีกฝ่าย เพราะแค่ซักผ้าน่ะ ง่ายจะตาย มีเครื่องซักผ้าซะอย่างทุ่นแรงไปได้เยอะ กระนั้นแม้ตกลงกันแล้วว่า ต่างคนต่างรับผิดชอบ ซักผ้าของใครของมัน เท่าเนี้ย

หลายครั้งเค้าก็ไม่ทำ หรือทำเป็นเฉยซะ คิดว่าพอเค้าใส่เสื้อผ้าแล้วทิ้งไว้เต็มตะกร้าเมื่อไหร่ เดี๋ยวเมียทนไม่ได้ หล่อนก็จะจัดการนำไปซักรีดให้เองแหละ อู้ย......ก็เพราะคิดซะอย่างนี้ไง

วันหนึ่งพอฝ่ายหญิงทนเก็บความคับข้องใจเอาไว้ไม่อยู่ จึงได้ระเบิดความรู้สึกให้พรั่งพรูออกมา

นี่แค่เล่าตัวอย่างของคู่รักที่ฝ่ายหนึ่งทำตัว “เอาเปรียบ” อีกฝ่าย ซึ่งอันที่จริง ถ้ารู้ว่าตัวเองไม่อยากจับต้อง “งานบ้าน” เลยสักอย่างก็น่าจะหาคนมาช่วยผ่อนแรงฝ่ายหญิงซะก็สิ้นเรื่อง

เพราะการอยู่ด้วยกันไม่ได้หมายความว่า จะอนุญาตให้ฝ่ายหนึ่ง “เอาเปรียบ” อีกฝ่ายได้ ที่ไหน ทว่าการอยู่ด้วยกันอย่างสันติได้ ควรอยู่อย่าง “เท่าเทียม” พร้อมกับเสริมเพิ่มเติมให้มี “ความเห็นอกเห็นใจ” กัน และ “ช่วยเหลือตลอดจนพึ่งพากันได้” แต่ไม่ใช่ “ขาดความรับผิดชอบโดยสิ้นเชิง”

ถ้าขืนคุณเอาเปรียบอีกฝ่ายหนึ่งบ่อยซะจนฝ่ายนั้นทนไม่ไหวแล้วละก็ โอกาสที่ทั้งคู่จะมีปากเสียงกันจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้คนเราจะรู้ทั้งรู้นะว่า มนุษย์ย่อมมีทั้งด้านดีและด้านร้าย

แต่ผู้ที่มีแฟนย่อมหวังที่จะได้พบด้านดีของคนที่ตัวเองรัก มากกว่าด้านร้ายของเค้าแน่นอน

ทีนี้จะป้องกันอย่างไรได้ หากไม่อยากให้แฟนมาเอาเปรียบคุณมากเกินไป? คือถ้าเอาเปรียบนิดๆหน่อยๆ คงไม่ถือว่าเป็นเรื่องร้าย แรงและไม่ใช่ว่าเค้าอยากเอาเปรียบ แต่ต่างฝ่ายต่างเต็มใจที่จะช่วยเหลืออีกฝ่ายอย่างสมเหตุสมผลและด้วยใจที่รักกันมากกว่า ถ้าเป็นอย่างนี้ย่อมอยู่ด้วยกันได้อย่างร่มเย็นเป็นสุข

แต่ถ้าคุณโชคไม่ดี มีแฟน ที่ไม่อยากช่วยเหลือกันแม้เพียงเรื่องเล็กๆ น้อยๆละก็ สิ่งที่คุณควรทำได้แก่.........1.มองไปที่ข้อดีของเค้าสิ เพื่อที่คุณจะได้สบายใจขึ้น

ถ้าเค้าชอบ “เอาเปรียบ” คุณนัก แต่ขณะเดียวกัน เค้าก็ไม่ใช่คนที่เลวไปหมดทุกอย่าง ถึงยังไงก็ยังมีด้านบวกบ้างหรอกน่า ก็ขอให้คุณมองไปที่ด้านซึ่งดีงามของเค้าด้วย มันจะช่วยทำให้คุณสบายใจขึ้นได้นะ

เช่น ถ้าเค้าชอบถอดเสื้อทิ้งตามที่ต่างๆภายในบ้านแบบระเกะระกะ ไม่ยอมโยนเข้าใส่ตะกร้าให้เป็นกิจจะลักษณะ ทำให้คุณต้องตามเก็บเสื้อผ้าและกางเกงในของเค้าตลอดแล้วไซร้

แน่ละ มันน่าโมโหใช่ไหมล้า แต่หากหันไปมองอีกมุมในด้านที่ดีของเค้า เช่น เค้ามักกลับบ้านตรงเวลา และไม่เถลไถลไปเที่ยวกับเพื่อนบ่อยนัก จนหลายคนมองว่า เค้าเป็นแฟมิลี่แมนละก็

อย่างนี้คุณน่าจะหยวนๆกับพฤติกรรม “ชอบทิ้งเสื้อผ้าไม่เป็นที่” ไปซะเถอะ อย่างน้อยเค้าก็เป็นคนที่คุณรักและอยากอยู่ด้วยนี่นา ดังนั้นอย่าปล่อยให้การกระทำนิดๆหน่อยๆของเค้าที่ทำให้คุณไม่พอใจกลายเป็นเรื่องใหญ่โต มองซะว่านี่เป็นเรื่องเล็ก ซึ่งมันก็เล็กจริงๆนะเมื่อเทียบกับถ้าเค้าไปมีกิ๊ก....ชิมิ

2.ไม่ได้จะสนับสนุนให้ “เอาคืน” เค้านะ แต่อยากให้คุณกับเค้าลองเปิดใจคุยกันในเรื่องที่เค้าทำให้คุณขุ่นเคืองใจดูก่อนไหม? เพราะบางทีการได้คุยกันถึงปัญหาในการอยู่ร่วมกันบ้างก็เจ๋งไปเลย

ไม่ใช่พอมีปัญหากัน คุณก็ “เก็บ” เรื่องนั้นไว้ เก็บเรื่องนี้ไว้ ขืนเก็บไปเก็บมา ระวังจะกลายเป็นการเก็บกด และเป็นชนวนเพื่อรอวันระเบิดเอานะ.......อย่างนี้ไม่ดีมั้ง ฉะนั้น นำปัญหามาคุยกันก่อน บางที เค้าอาจฟังแล้วไปปรับปรุงตัวให้คุณเซอร์ไพรส์ก็ได้

3.หากยังอยากอยู่ด้วยกันและยังอยากที่จะมีกันและกัน ขอเสนอให้คุณมี ความอดทน ต่อสิ่งที่คุณอาจรู้สึก “ไม่ชอบใจในตัวเค้า” เลย แล้วหวังว่า ในเมื่อพวกเราได้คุยกันแล้ว เค้าอาจทำสิ่งที่คุณไม่ชอบน้อยลงจนกระทั่งไม่ทำเลยก็ได้

4.ถ้ามีปัญหากันนิดหน่อยก็อย่าเพิ่งเบื่อกัน อย่าเป็นคนเบื่อง่าย ไม่ดีๆ เพราะทุกครอบครัวก็มีปัญหาที่รอการแก้ไขทั้งนั้น ปัญหามีไว้แก้เนอะ ไม่ใช่มีไว้ให้กลุ้ม.

@@@@

เมอร์ลิน

อ่านเพิ่มเติม...
ชีวิตคู่ความรักร้อยแปดพันเก้าเมอร์ลินปัญหาครอบครัว