วันศุกร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ประกาศผล-เปิดสภา ชนราชพิธี ต้องเลื่อนเลือกตั้ง! วิษณุยันอยู่ใน 150 วัน

ประกาศผล-เปิดสภา ชนราชพิธี ต้องเลื่อนเลือกตั้ง! วิษณุยันอยู่ใน 150 วัน

  • Share:

โยนให้กกต.ตัดสินใจ คาด 10 หรือ 17 มีนาคม


เลื่อนแล้วไทม์ไลน์เลือกตั้ง 24 ก.พ. “วิษณุ” แจงถ้ายึดกรอบเดิมประกาศผลไม่เกิน 24 เม.ย. วันเสด็จเปิดประชุมสภาฯ นัดแรกตรง 8 พ.ค. ทับซ้อนทำน้ำอภิเษก ยันได้เข้าคูหาก่อนพระราชพิธีบรมราชาภิเษกจะเป็นวันใดให้ กกต.กำหนด ลั่นใช้มาตรา 44 แก้กฎหมายรื้อกรอบเวลา 150 วันไม่ได้ ชี้ช่อง 20 พ.ค. เหมาะสมรับรอง ส.ส. “สมชัย” ดักไม่ควรขยับเกิน 2 สัปดาห์ ขู่ 7 เสือเสี่ยงเจอโทษทั้งแพ่ง-อาญา คลอดระเบียบ กกต.คุมเข้มหาเสียง ไฟเขียวผู้สมัคร ส.ส.และพรรคต้นสังกัดเปิดแนวรบโซเชียลทุกแพลตฟอร์มผ่านยูทูบ เว็บไซต์ แอปฯ อีเมล เอสเอ็มเอส ต้องแจ้ง กกต.จังหวัด เกิน 1 หมื่นนับรวมค่าใช้จ่ายเลือกตั้ง ห้ามใช้ดารานักร้อง-สื่อ-พิธีกรช่วยหาเสียง “ลูกหมี” โร่เคลียร์ “มาร์ค” ปชป.คืนสิทธิลง ส.ส.ชุมพร เขต 1 “วัฒนา” ฟ้อง 4 กลุ่มเอี่ยวคลิปฉาว ร้องกรมการปกครองถอนใบอนุญาตโรงแรมดัง ย่านรัชดาฯ

แน่นอนแล้วว่ากำหนดวันเลือกตั้งจากเดิมที่กำหนดไว้ 24 ก.พ. ต้องเลื่อนออกไป โดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ยืนยันชัดเจนหลังหารือร่วมกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า วันเลือกตั้งจากเดิมวันที่ 24 ก.พ. จะเลื่อนไปเป็น ก่อนวันพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดย กกต.จะเป็น ผู้กำหนด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาวันเปิดประชุมสภาฯครั้งแรกทับซ้อนกับวันพระราชพิธีสำคัญ โดยจะไม่มีการใช้มาตรา 44 แก้กฎหมายขยายกรอบเวลาการจัดการเลือกตั้งภายใน 150 วัน ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้

“วิษณุ” หารือ กกต.ขยับวันเลือกตั้ง

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 3 ม.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมหารือกับ กกต.ว่าจะหารือเรื่องกำหนดวันเลือกตั้งที่ต้องฟัง กกต.ชี้แจง รัฐบาลจะไปอธิบายขั้นตอนการตั้งพระราชพิธีบรมราชาภิเษกระหว่างวันที่ 4-6 พ.ค. และพิธีในช่วงสงกรานต์ รวมถึงก่อนถึงวันพระราชพิธีบรมราชาภิเษกต้องมีขั้นตอนนำหน้าเกี่ยวกับพระราชพิธี เช่น การเตรียมน้ำอภิเษก การจารึกพระสุพรรณบัฏ ทำพิธีบวงสรวงพระบรมราชบุพการี ใช้เวลาประมาณครึ่งเดือน จากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอนวันที่ 4-6 พ.ค. หลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนพระราชพิธีจะมีขั้นตอนอื่นๆที่จะมีการจัดกิจกรรมโดยประชาชน ต้องใช้เวลาอีกประมาณครึ่งเดือน ข้อมูลทั้งหมดจะอธิบายให้ กกต.รับทราบ เพื่อพิจารณาว่ายังเป็นไปได้หรือไม่ที่จะให้เลือกตั้งวันที่ 24 ก.พ. หรือควรขยับวันออกไป ถ้าจะขยับวันต้องให้สะดวกสอดคล้องตามขั้นตอนรัฐธรรมนูญและขั้นตอนของพระราชประเพณี จากนั้น กกต.ต้องเสนอวันเลือกตั้งมา โดยการจัดการเลือกตั้งต้องอยู่ในกรอบเวลา 150 วัน ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ไม่เกินวันที่ 9 พ.ค.

รบ.ยันจะจัดกาบัตรให้เร็วที่สุด

นายวิษณุกล่าวว่า ที่จริงวันเลือกตั้งและการ รณรงค์หาเสียงเลือกตั้งไม่ได้ส่งผลกระทบกับการจัดพระราชพิธี และหลังเลือกตั้งยังมีกิจกรรมทางการเมืองประมาณ 10 อย่างที่ต้องทำตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดกรอบเวลาเอาไว้ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 75 วัน ดังนั้นจะทำอย่างสะเปะสะปะไม่ได้ ทั้งนี้ปฏิทินไทม์ไลน์ที่มีการพูดคุยระหว่างพรรคการเมืองกับ กกต.ก่อนหน้านี้ ยังไม่มีเรื่องพระราชพิธีเกี่ยวข้อง เมื่อมีการกำหนดวันพระราชพิธีแล้วต้องนำ 2 ส่วนมาพิจารณาเพื่อดูว่าจะขยับส่วนใดได้ รัฐบาลยืนยันว่าจะจัดเลือกตั้งให้เร็วที่สุด แต่ไม่ใช่ขยับแล้วทุกอย่างยิ่งช้า การพูดคุยกับ กกต.อาจได้ข้อสรุปคร่าวๆ เมื่อถามว่าต้องได้ ครม.และ ส.ส.ชุดใหม่ก่อนมีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ตอบไม่ได้ ตอนนี้ต้องกำหนดวันเลือกตั้งให้ได้ก่อน เมื่อถามอีกว่า แนวโน้มจะเลื่อนวันเลือกตั้งจาก 24 ก.พ. ออกไปหรือไม่ รองนายกฯกล่าวว่าอาจไม่ต้องขยับก็ได้ ถ้านำปฏิทินไปอธิบายกับ กกต.แล้ว กกต.ปรับขั้นตอนของเขาได้ ถ้าปรับอะไรไม่ได้ต้องขยับวันเลือกตั้ง ส่วนพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ให้มีการเลือกตั้งที่ยังไม่ประกาศออกมาตามที่คาดการณ์ กกต.ต้องไปปรับกระบวนการของตัวเอง หากยังต้องการให้เลือกตั้งเป็นวันที่ 24 ก.พ. เรื่องนี้ ตนไม่กังวล

แจงยึดกรอบเดิมชนเปิดสภา 8 พ.ค.

จากนั้นเวลา 14.00 น. นายวิษณุเดินทางไป ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หารือกับ กกต.ถึงการกำหนดวันเลือกตั้งที่เหมาะสมและไม่กระทบต่อพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง จากนั้นนายวิษณุ แถลงว่าได้นำรายละเอียดขั้นตอนพระราชพิธีมาแจ้งต่อ กกต. จากเดิมที่ทราบว่าจะมีพระราชพิธี ระหว่างวันที่ 4-6 พ.ค. ในรายละเอียดก่อนหน้านั้น ประมาณ 15 วัน จะมีพิธีการสำคัญที่จำเป็นต้องดำเนินการ รวมถึงหลังพระราชพิธีแล้วจะยังมีกิจกรรมต่างๆอีกประมาณ 15 วันเช่นกัน ถ้ายึดวันเลือกตั้งเป็นวันที่ 24 ก.พ. กกต.ต้องประกาศผลภายใน 60 วัน คือไม่เกินวันที่ 24 เม.ย. จากนั้น ภายใน 15 วันจะต้องเสด็จเปิดการประชุมสภาฯนัดแรก จะตรงกับวันที่ 8 พ.ค. เมื่อ กกต.ทราบขั้นตอนต่างๆ จะนำไปประกอบการพิจารณากำหนดวันเลือกตั้งที่เหมาะสม รัฐบาลไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะมีอำนาจ เพียงนำ พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้ง ส.ส. ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเท่านั้น

ยึดกรอบ 150 วันใช้ ม.44 แก้ไม่ได้

นายวิษณุกล่าวอีกว่า จากเดิมที่คาดว่าจะประกาศในวันที่ 2 ม.ค. แต่ขณะนี้ยังไม่ได้ พ.ร.ฎ.ดังกล่าวกลับลงมา ถือว่าอยู่ในพระราชอำนาจ รัฐบาลทูลเกล้าฯไปแล้วตั้งแต่ปลายเดือน ธ.ค.61 เมื่อมี พ.ร.ฎ.ลงมาแล้ว กกต.ต้องประกาศวันเลือกตั้งภายใน 5 วัน จากนั้นจะประกาศวันรับสมัคร สถานที่รับสมัครและรายละเอียดอื่นๆ การที่ พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้งยังไม่ประกาศ ทำให้ กกต.ไม่สามารถกำหนดวันเลือกตั้งได้ ถือเป็นข้อดีเพราะจะทำให้ กกต.มีเวลาเตรียมการได้มากขึ้น ลำพังวันเลือกตั้งจะมีเมื่อไหร่ไม่ได้มีผลต่อพระราชพิธีฯ เพราะถึงอย่างไรการเลือกตั้งต้องมีก่อนพระราชพิธีฯแน่ในช่วง 150 วันหลัง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ประกาศวันที่ 11 ธ.ค.61 หรือไม่เกินวันที่ 9 พ.ค.62 ข้อห่วงใยว่าอาจมีความโกลาหลให้เลื่อนเลือกตั้งออกไปให้พ้นพระราชพิธีฯนั้นทำไม่ได้ เพราะวันอาทิตย์สุดท้ายคือวันที่ 5 พ.ค. ซึ่งจัดการเลือกตั้งไม่ได้ เพราะมีการจัดพระราชพิธีฯจะเลื่อนออกไปก็ไม่ได้ เพราะจะเกินกรอบ 150 วันที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ ไม่สามารถใช้มาตรา 44 ไปแก้ไขได้

ถ้าประกาศผล 24 เม.ย.ทับซ้อนราชพิธี

“ทั้งนี้ หากจะใช้กำหนดวันเลือกตั้งเดิมคือ 24 ก.พ.ก็อาจไม่กระทบกับพระราชพิธีฯ แต่สิ่งที่รัฐบาลเป็นห่วงคือ ระยะเวลาหลังการเลือกตั้งที่ยังมีกิจกรรมทางการเมืองอื่น เช่น กกต.ต้องประกาศผลในวันที่ 24 เม.ย. เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับการทำน้ำอภิเษก กิจกรรมการเมืองกับกิจกรรมพระราชพิธีฯ จึงต้องไม่ทับซ้อนกัน ดังนั้น ส่วนตัวเห็นว่าการประกาศผลรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส.ที่เหมาะสมควรจะเกิดขึ้นหลังพระราชพิธีฯ คือวันที่ 20 พ.ค. ทั้งนี้หาก กกต.จะยืนยันจัดการเลือกตั้งวันที่ 24 ก.พ.ก็ทำได้ แต่หาก พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง ส.ส.ออกมาช้า จะทำให้ระยะเวลาในการหาเสียงจะน้อยลง” รองนายกฯกล่าว

ไม่กล้าสอนมวย–ไม่แนะวันเหมาะสม

เมื่อถามว่าตามเงื่อนไขที่กล่าวมาเป็นไปได้หรือไม่ว่าจะมีการเลือกตั้งวันที่ 10 มี.ค. หรือ 17 มี.ค.นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบ ขึ้นอยู่กับ กกต. สื่อฟังแถลงไม่นานก็จับประเด็นได้ เมื่อได้บอกรายละเอียดกับ กกต.ไป เชื่อว่า กกต.คงมีคำตอบในใจว่าจะไปหารือกัน ก่อนหน้านี้ กกต.หารือกันแล้วว่าจะเลือกตั้งวันที่ 24 ก.พ. เมื่อเห็นกรอบกระราชพิธีฯ 3 วันยังยืนยันว่าจะมีการเลือกตั้งวันที่ 24 ก.พ. แต่พอทราบรายละเอียดเพิ่มเติม กกต.จึงรับไปหารือเพิ่มเติม ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้แนะนำวันที่เหมาะสมในการจัดการเลือกตั้ง เบื้องต้นที่เรายึดวันที่ 24 ก.พ. เพราะเชื่อว่าทุกฝ่ายพร้อม และจะเป็นวันที่เร็วที่สุด ส่วนจะเลื่อนเป็นวันที่เท่าไหร่ จะเลื่อนหรือไม่เลื่อนขึ้นอยู่กับ กกต. เมื่อถามย้ำว่ายืนยันว่าวันที่ 24 ก.พ.ไม่เหมาะสมจะจัดวันเลือกตั้งแล้วใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวอีกว่าไม่กล้าบอก กกต.อย่างนั้น เดี๋ยวสื่อจะไปพาดหัวว่าตนมาสอนมวย เป็นสิ่งที่ กกต.ต้องไปพิจารณากันเอาเอง แต่อย่างไรการเลือกตั้งจะต้องมีก่อนพระราชพิธีฯ

กกต.เห็นชอบระเบียบวิธีหาเสียง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กกต.มีมติเห็นชอบร่างระเบียบ กกต.ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส. 2561 แล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนสำนักงานฯ นำลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา สาระสำคัญกำหนดข้อควรปฏิบัติ ข้อห้ามไม่ให้ปฏิบัติสำหรับผู้สมัคร พรรคการเมืองและผู้มีสิทธิเลือกตั้งในการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้น สามารถตั้งผู้ช่วยหาเสียงได้ โดยผู้สมัครแบบแบ่งเขตเลือกตั้งมีผู้ช่วยหาเสียงในเขตได้ไม่เกิน 20 คนต่อเขต ส่วนของพรรคที่ส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ มีผู้ช่วยหาเสียงได้ไม่เกิน 10 เท่าของจำนวนเขตที่พรรคนั้น ส่งผู้สมัครแบบแบ่งเขต กรณีพบมีการหาเสียงไม่เป็นไปตามที่ กกต.กำหนด ผอ.กกต.จังหวัดจะแจ้งให้ผู้สมัคร พรรคการเมืองแก้ไขภายใน 5 วัน หากไม่ดำเนินการ กกต.สามารถรื้อถอน ปลดออกหรือให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ โดยคิดค่าใช้จ่ายกับผู้สมัคร พรรคการเมืองนั้น และนำมาเป็นเหตุสืบสวนวินิจฉัยได้

ไฟเขียวใช้โซเชียลทุกแพลตฟอร์ม

ระเบียบ กกต.ฯระบุอีกว่า ส่วนการหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ กำหนดให้ผู้สมัคร พรรคการเมือง หาเสียงด้วยตนเอง หรือว่าจ้างบุคคล นิติบุคคลดำเนินการได้ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ทุกประเภท ทั้งยูทูบเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน อีเมล เอสเอ็มเอส ผู้สมัครต้องแจ้งวิธีการรายละเอียด ช่องทางระยะเวลาการหาเสียง รวมถึงหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง ให้ ผอ.กกต.ประจำจังหวัดทราบ ตั้งแต่วันสมัครหรือก่อนหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับผู้ที่ไม่ได้เป็นผู้สมัคร หรือสมาชิกพรรคหาต้องการหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ให้ผู้สมัครพรรคใด ต้องแจ้งชื่อสกุลนิติบุคคล หรือเครื่องหมายใดๆที่เจาะจงตัวบุคคลที่ดำเนินการได้ โดยค่าใช้จ่ายในการหาเสียงส่วนนี้ หากเกินกว่า 10,000 บาท ต้องแจ้งให้ผู้สมัครพรรคการเมืองทราบ และให้แจ้งต่อ ผอ.กกต.จังหวัด เลขาธิการ กกต.ทราบ และการหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ให้นับรวมเป็นค่าใช้จ่ายของผู้สมัครพรรคการเมืองนั้น

ห้ามใช้ดารานักร้องเอื้อประโยชน์ผู้สมัคร

ระเบียบดังกล่าวยังระบุด้วยว่า กรณี กกต.พบว่ามีการใช้ถ้อยคำรุนแรง ก้าวร้าว หยาบคาย ปลุกระดมหรือนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาเกี่ยวข้อง สามารถสั่งให้แก้ไข เปลี่ยนแปลง ลบข้อมูลนั้น หากผู้สมัครพรรคการเมืองไม่ดำเนินการในเวลาที่กำหนด เลขาธิการ กกต.สามารถแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ให้บริการ ดำเนินการโดยผู้สมัครพรรคการเมืองต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่าย และการแก้ไขเปลี่ยนแปลง ลบข้อมูล ไม่สามารถลบล้างความผิดที่ได้กระทำสำเร็จแล้วได้ ซึ่ง กกต.สามารถนำมาสืบสวนและวินิจฉัยได้ ส่วนข้อห้ามไม่ควรปฏิบัติในการหาเสียงกำหนดไว้กว้างๆ คือห้ามผู้สมัครพรรคการเมืองหรือผู้ใดนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาเกี่ยวข้องกับการหาเสียง ห้ามผู้สมัครพรรคการเมืองหรือผู้ใด ให้ผู้ประกอบอาชีพ เจ้าของกิจการวิทยุโทรทัศน์ สื่อมวลชน สื่อโฆษณา หรือนักแสดง นักดนตรี พิธีกร ใช้ความสามารถทางวิชาชีพเอื้อประโยชน์ในการหาเสียงให้แก่ตน แต่ถ้าผู้สมัครมีความรู้ความสามารถทางศิลปะเป็นของตนเอง สามารถใช้หาเสียงให้กับตัวเองได้ แต่ต้องไม่ใช้อุปกรณ์ในการแสดง ห้ามไม่ให้มีการแจกจ่ายเอกสารเกี่ยวกับการหาเสียงโดยใช้วิธีการวางหรือโปรยในที่สาธารณะ ไม่ใช้ถ้อยคำรุนแรง ก้าวร้าว หยาบคาย หรือปลุกระดม และไม่ช่วยเหลือเงินทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้ให้แก่ผู้ใดตามประเพณี

“บิ๊กป้อม” โยนจิ้มวันใดแล้วแต่ กกต.

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกระแสข่าวเลื่อนวันเลือกตั้งว่าไม่รู้ เรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ตอบไปหมดแล้ว เมื่อถามว่าหากเลื่อนเลือกตั้งออกไปประมาณ 2 สัปดาห์ หรือ 1 เดือนไปเป็นวันที่ 24 มี.ค. จะส่งผลกระทบอะไรหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่าตามโรดแม็ปแล้วแต่ กกต.แต่ถ้าขยับจริงยังอยู่ในช่วง 150 วันตามที่กฎหมายกำหนดอยู่แล้ว ส่วนวันที่ 24 ก.พ.เป็นเพียงห้วงแรกใน 150 วันที่จัดเลือกตั้งได้ เมื่อถามว่าวันเลือกตั้งอาจไม่ใช่วันที่ 24 ก.พ.ตามเดิมแล้ว พล.อ.ประวิตร ตอบว่าไม่รู้ ต้องให้ กกต.พิจารณาความเหมาะสม เมื่อถามว่าบางฝ่ายเรียกร้องให้เลื่อนไปหลังเดือน พ.ค.เลย พล.อ.ประวิตรตอบว่า เห็นเรียกร้องกันทั้งนั้นจะเอาอะไร การเคลื่อนไหวทางการเมืองทุกอย่างยังเรียบร้อย ไม่มีอะไรต้องกังวล

“สมชัย” ชี้ขยับไม่ควรเกิน 2 สัปดาห์

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ และอดีต กกต. กล่าวถึงกรอบกำหนดการเลือกตั้งว่า หากรัฐบาลยึดตามกรอบเวลาเดิมจัดการเลือกตั้ง 24 ก.พ. รัฐบาลยังเตรียมการพระราชพิธีสำคัญของคนไทยได้อย่างสมพระเกียรติ เพราะ กกต.จะเป็นผู้จัดการเลือกตั้ง รัฐบาลไม่ได้ลงแข่งขันด้วย รัฐบาลจึงเตรียมการได้เต็มที่ ทุกอย่างดำเนินการต่อไปตามกรอบเวลา ส่วนที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ไปหารือกับ กกต.นั้น ต้องคำนึงถึงสิ่งสำคัญของประเทศ และเปลี่ยนผ่านประเทศไปสูประชาธิปไตยได้ การขยับวันเลือกตั้งออกไปโดยอ้างปัญหาทางเทคนิค เช่น การพิมพ์บัตรเลือกตั้งไม่ทัน เชื่อว่าหากขยับออกไปไม่เกิน 2 สัปดาห์ทุกฝ่ายน่าจะยอมรับได้ แต่อาจกระทบต่องานสำคัญของคนไทยได้ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการพิจารณาของรัฐบาลและ กกต. ทางที่ดีควรยึดตามกำหนดเดิม หากรัฐบาลประกาศ พ.ร.ฎ.การเลือกตั้งล่าช้าจน กกต.ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ทันวันที่ 24 ก.พ.ไม่ควรถือเป็นความผิดของ กกต. รัฐบาลจะระบุว่าทุกอย่างขึ้นอยู่กับ กกต.ไม่ได้ จริงครึ่งเดียว หรือหากรัฐบาลประกาศ พ.ร.ฎ.ตามกำหนดแล้ว แต่ กกต.เลื่อนวันเลือกตั้งเองจึงจะถือเป็นความผิดชอบ กกต.

กกต.เสี่ยงรับโทษทั้งแพ่ง–อาญา

นายสมชัยยังกล่าวถึงกรอบเวลาตามที่บท เฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ มาตรา 268 ที่ให้จัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 150 วัน นับแต่วันที่กฎหมายเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง 4 ฉบับมีผลใช้บังคับ หรือจะต้องไม่เกิน 9 พ.ค. ซึ่งเป็นวันทำการ ในอดีตประเทศไทยไม่เคยจัดการเลือกตั้งในวันทำการ ถ้าให้ตรงกับวันหยุดเสาร์หรืออาทิตย์ไม่สามารถจัดได้ จะตรงกับงานพระราชพิธีสำคัญของคนไทย หรือพ้นกำหนด 150 วัน หลังวันที่ 9 พ.ค.ไม่สามารถทำได้ขัดรัฐธรรมนูญ ต้องไม่ลืมว่าได้เคยตั้งข้อสังเกตเรื่องการประกาศผลการเลือกตั้งไว้ เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดให้จัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 150วัน ไม่มีใครยืนยันได้ว่าจะรวมถึงการประกาศผลร้อยละ 95 ด้วยหรือไม่ กกต.อาจต้องรับผิดทั้งทางอาญาและทางแพ่ง หากยึดกรอบการเลือกตั้ง 24 ก.พ.เช่นเดิมจะปลอดภัย และ กกต.ประกาศผลการเลือกตั้งได้ตามกำหนด ส่วนการประชุมสภาฯนัดแรก น่าเกิดขึ้นภายหลังการพระราชพิธีเสร็จสิ้น

“ลูกหมี” เคลียร์ใจพร้อมรับมติ กก.บห.

เมื่อเวลา 11.10 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชุมพล จุลใส หรือลูกหมี อดีต ส.ส.ชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ เดินทางเข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรค เพื่อชี้แจงความชัดเจนบทบาททาง
การเมืองต่อพรรคประชาธิปัตย์ หลังนายสุพล จุลใสหรือลูกช้าง นายก อบจ.ชุมพร พี่ชายเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ชุมพร เขต 3 พรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) โดยใช้เวลา 30 นาที จากนั้นนายชุมพลเปิดเผยว่ามาคุยด้วยเหตุผล ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการบริหารพรรค ยืนยันยังอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่พี่น้องประชาชนฝากความหวังไว้ได้ เรื่องพี่ชายเป็นเรื่องของพี่ชายตัดสินใจทางการเมืองไม่ขอพูดแทน ยึดพรรคเป็นที่ตั้ง เรื่องพี่น้องไว้ว่ากันอีกที หากพรรคมีมติอย่างไรยอมรับ ไม่มีปัญหาขัดแย้งกัน ทุกอย่างเข้าใจกันด้วยดี เมื่อลงสมัครในนามพรรคต้องช่วยพรรคในภาพรวม เชื่อว่าด้วยจุดยืนทางการเมืองที่ชัดเจน เชื่อว่าประชาชนในพื้นที่เข้าใจ ไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องคะแนนเสียง ทั้งระบบเขตและระบบบัญชีรายชื่อ เชื่อว่าชาวบ้านยังรักพรรคประชาธิปัตย์

ทำให้ชาวชุมพรไม่สับสนได้ไร้ปัญหา

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า นายชุมพลเข้ามายืนยันว่าประสงค์จะลงสมัคร ส.ส.ในนามพรรค และพร้อมช่วยเหลือสนับสนุนพรรค ภายใน 1-2 วันนี้จะหาทางว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนในพื้นที่ไม่สับสน ถ้าทำได้ก็ไม่มีปัญหา ส่วนกรณีนายสุพล จุลใส ที่จะลงสมัคร ส.ส.ชุมพร พรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) น่าจะเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ มีการคุยกันไว้แล้ว เจ้าตัวยืนยันว่าต้องปฏิบัติตามมติพรรค ยอม รับในกระบวนการของพรรคทุกอย่าง

ด้านนายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรค กล่าวว่าจากการพูดคุยกับนายชุมพลแล้ว ไม่มีปัญหาอะไร เข้าใจกันด้วยดีและนายชุมพลได้รับปากแล้วว่าจะปฏิบัติตามมติพรรค

ปชป.คืนสิทธิ “ลูกหมี” ลงเขต 1 ชุมพร

นายธนา ชีรวินิจ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคให้โอกาสนายชุมพล จุลใส ลงสมัคร ส.ส.เขต 1 จ.ชุมพร ในนามพรรคประชาธิปัตย์ แต่ ต้องหาวิธีทำอย่างไรไม่ให้ประชาชนสับสน คงไปห้ามนายสุพล จุลใส พี่ชายนายชุมพลลงสมัคร ส.ส.ในนามพรรคอื่นไม่ได้ เนื่องจากเคยมีกรณีเดียวกันของนายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ อดีต ส.ส.ตาก ที่ลูกชายไปลงสมัครพรรคอื่น ทำให้นายเทอดพงษ์ต้องออกจดหมาย เวียนชี้แจงสมาชิกพรรคและประชาชนว่าตนยังลงสมัครในนามพรรคประชาธิปัตย์ ไม่เกี่ยวข้องกับลูกชายที่ไปลงพรรคอื่น ดังนั้นกรรมการบริหารพรรคอาจใช้วิธีนี้กับนายชุมพล ไม่ว่ามติพรรคจะออกมาวิธีการไหน นายชุมพลคงยอมรับและปฏิบัติตาม

“อนุทิน” ไม่เกี่ยงเมื่อไหร่ก็พร้อม

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงความพร้อมของพรรคต่อการเลือกตั้งตามโรดแม็ปวันที่ 24 ก.พ. ว่า ตอนนี้พรรคภูมิใจไทยพร้อมจะเลือกตั้งเมื่อไหร่ก็พร้อม เคาะผู้สมัคร ส.ส.ไว้หมดแล้ว รอเพียงการประกาศ พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง ส.ส. อาจเหลือปรับนิดหน่อย ตอนนี้รอคณะกรรมการคัดเลือกผู้สมัคร ส.ส.เคาะครั้งสุดท้ายก่อนเสนอให้หัวหน้าพรรคลงนามต่อไป เบื้องต้นจะส่งผู้สมัคร ส.ส.ที่เหมาะสมที่สุดครบ 350 เขต จะไม่ส่งคนไป เก็บกวาดคะแนนมาอ้างว่าเอามาคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ จะไม่หลอกประชาชน ส่วนที่มีคนบอกว่า พรรคจะไปจับมือกับฝ่ายโน้นฝ่ายนี้ เราอาจเป็นแกนนำก็ได้เพราะส่ง 350 เขตพิสูจน์แล้วว่าเรามีความพร้อมพอสมควร สถานการณ์การเมืองปีนี้ชัดเจนขึ้นทำให้ประเทศไทยเป็นที่น่าเชื่อถือของประชาคมโลก หากมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นตามโรดแม็ป ว่ากันแฟร์ๆเห็น คสช.และผู้เกี่ยวข้องพยายามทำให้การเลือกตั้งเกิดขึ้นตามตารางเวลาที่วางแผนเอาไว้ เที่ยวนี้ต้องถือว่าไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบใคร ไม่ได้เลือกตั้งท่ามกลางความขัดแย้งขั้วใดขั้วหนึ่ง ทุกคนอาสาสมัครลงมาต่อสู้ ไม่มีพรรคไหนถอนตัวจากการเลือกตั้ง ต้องยอมรับผลลัพธ์ที่จะออกมาบนการตัดสินใจของประชาชน

พปชร.เลื่อนแถลงนโยบายพรรค

นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า จากเดิมพรรคจะแถลงนโยบายวันที่ 3 ม.ค. แต่ติดปัญหาบางประการ จึงขอเลื่อนเป็นวันที่ 6 ม.ค. โดยนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงษ์ เลขาธิการพรรค นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรค นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรคและแกนนำพรรคร่วมแถลงนโยบาย แต่ละนโยบายเกิดจากการไปรับฟังปัญหาประชาชนสามารถปฏิบัติได้จริง ทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดี มีสวัสดิการต่างๆ ที่จะสร้างความเข้มแข็งให้ประชาชนและเกษตรกร โดยเฉพาะราคาพืชผลการเกษตร ขณะนี้หลายพรรคเสนอนโยบายที่ดี บางพรรคเสนอนโยบายแบบขายฝัน จึงฝากให้ทุกพรรคเสนอนโยบายที่นำไปปฏิบัติได้จริง ประชาชนจับต้องได้ และเป็นประโยชน์กับประชาชนทั่วประเทศ

“เทือก” ปลื้มคนหนองคายตอบรับดี

เมื่อเวลา 08.00 น. ที่ จ.หนองคาย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) พร้อมทีมงาน และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.หนองคาย เดินสายคารวะแผ่นดินที่ตลาดสดโพธิ์ชัย เขตเทศบาลเมืองหนองคาย ทักทายสวัสดีปีใหม่กับบรรดาพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาจับจ่ายสินค้า ได้รับเสียงตอบรับและขอถ่ายรูปด้วยจำนวนมาก พร้อมมีเสียงตะโกนลุงกำนันสู้ๆเป็นระยะ จากนั้นไปพบปะร้านค้า ริมถนนประจักษ์ศิลปาคม แล้วเข้ากราบสักการะหลวงพ่อพระใส พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองหนองคาย เดินทางไปต่อที่ตลาดท่าเสด็จ เขตเทศบาลเมืองหนองคาย ต่อมาช่วงบ่ายไปเดินตลาดสดแจ้งสว่างและตลาดสดวัดธาตุ ก่อนเดินทางไป จ.หนองบัวลำภู

เตือนอย่าโยงพระราชพิธีกับ ลต.

นายสุเทพให้สัมภาษณ์ว่า ปลื้มใจมากมา จ.หนองคาย เสียงตอบรับเหนือความคาดหมายบอกว่าจะเลือกพรรครวมพลังประชาชาติไทย ถ้าได้ ส.ส. 40-50 ที่นั่งจะช่วยประเทศชาติได้มาก เราตั้งใจ จะไปผลักดันให้การแก้ไขปัญหาให้ประชาชน ให้มีการปฏิรูปประเทศไทย ถ้าเรามี ส.ส.มากพอสมควรก็จะมีน้ำหนักในการทำงาน หวังว่าพี่น้องชาวภาคอีสานจะช่วยพรรคเราเต็มที่ ส่วนที่ยังไม่มีประกาศพ.ร.ฎ.เลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ม.ค. มีการเลือกตั้งแน่นอน ขออย่าคิดเป็นอย่างอื่น เวลาอาจเปลี่ยนไปบ้างอาจเลื่อนไป 5-10 วัน หรือเป็นเดือน เคยบอกแล้วว่าอาจทำให้ประชาชนเสียความรู้สึก แต่ถ้ามีเหตุผลดีจริงๆมาคุยกับประชาชนก่อน เขามีเหตุผลมาก หลัง พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ส.ส.บังคับใช้ต้องจัดการเลือกตั้งภายใน 150 วัน กกต.ต้องทำในกรอบเวลานี้ กรณีที่บางคนเสนอให้เลื่อนเลือกตั้งออกไปก่อน เพราะกำลังจะมีพระราชพิธีสำคัญนั้น พิธีสำคัญดังกล่าวเป็นงานที่คนไทยทุกคนเห็นความสำคัญ แต่การเลือกตั้งเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ไม่ควรจะเอาไปเกี่ยวกัน เพราะงานของพระเจ้าอยู่หัวอยู่เหนือสิ่งอื่นใดอยู่แล้ว เพียงแต่คนเป็นรัฐบาลอาจมีหน้าที่ต้องทำงานพระราชพิธีถวาย ต้องไปคิดให้ดีว่าจะจัดเวลาอย่างไร

นายกฯโอด 3 เรื่องยากประเทศไทย

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปเพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 พร้อมกล่าวสวัสดีปีใหม่ทักทายผู้เข้าร่วมประชุม โดยนายกฯกล่าวก่อนเข้าวาระการประชุมว่า เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ขอให้มีความสุข ประสบความสำเร็จ มีอายุมั่นขวัญยืนยาวๆไป เพื่อช่วยกันดูแลประเทศ สิ่งที่ยากสำหรับประเทศไทย 3 เรื่องขณะนี้ คือ 1.ทำสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน จึงยากต่อการสร้างความเข้าใจคนส่วนใหญ่ 2.บางคนยังเคยชินกับการคิดเพื่อตนเอง หรือกลุ่มของตนเองเสมอมาและ 3.เมื่อคิดจะทำอะไรให้ดี คนจะคาดหวังว่าจะต้องดีที่สุด หากคนไม่เข้าใจการทำอะไรจึงเป็นเรื่องยากขึ้น จึงต้องบูรณาการร่วมมือกันทุกภาคส่วนแบบค่อยเป็นค่อยไป ควบคู่หาช่องทางสร้างการรับรู้กับประชาชนหลายอย่างที่รัฐบาลทำไว้

กพร.ติงตั้ง 52 หน่วยงานปฏิรูปล้นเกิน

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) กล่าวถึงกรณีที่ประชุม ครม.วันที่ 2 ม.ค. มีมติรับทราบข้อเสนอสำนักงาน ก.พ.ร.ขอให้ทบทวนการจัดตั้ง 52 หน่วยงานใหม่ ตามแผนปฏิรูปประเทศว่าส่วนใหญ่ใน 52 หน่วยงานใหม่เป็นองค์การมหาชนและส่วนราชการเป็นกรมใหม่ ไม่จำเป็นต้องตั้งมากมายขนาดนั้น ที่มีอยู่เกินพอแล้วและควรยกเลิกเสียด้วยซ้ำ ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี มุ่งให้ภาคส่วนราชการมีขนาดเล็กลง ทำงานคล่องตัวมีประสิทธิภาพ ใช้เทคโนโลยีบริการประชาชนมากขึ้น จึงไม่จำเป็นต้องตั้งหน่วยงานใหญ่ๆ ขัดต่อตรรกะแผนยุทธศาสตร์ชาติ เป็นภาระงบประมาณ จึงเสนอ ครม.ทบทวน นายกฯเห็นด้วย พร้อมสั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวน ยืนยัน ก.พ.ร.ไม่ได้ขัดแย้งหรือทะเลาะกับใคร เพียงแต่เสนอตามหลักการ

“วัฒนา” ลั่นไม่ยอมเป็นเหยื่อคลิปหลุด

อีกเรื่อง เมื่อเวลา 10.15 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายวัฒนา เมืองสุข สมาชิกพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย แถลงข่าวการฟ้องคดีดำเนินคดีกรณีการปล่อยภาพลับของนายวัฒนากับ น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง โดยนายวัฒนาแถลงว่าเรื่องนี้มีเป้าหมายทางการเมือง ปล่อยคลิปคืนวันที่ 20 ธ.ค.2561 ก่อนพรรคเพื่อไทยจะประชุมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. แปะโลโก้พรรคชัดเจน ต้องการให้เหยื่ออับอาย แต่ตนไม่ยอมตกเป็นเหยื่อ เป็นคู่ต่อสู้ ยืนยันไม่กระทบการทำงานการเมือง ผู้ใหญ่ในพรรคเข้าใจ ยืนยันยังเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.บางแค พรรคเพื่อไทย วันที่ 5 ม.ค.จะลงพื้นที่พบประชาชน ส่วนประเด็นที่ถูกโยงความสัมพันธ์ระหว่างพรรคเพื่อไทยกับกลุ่มคนอยากเลือกตั้งนั้น ยืนยันเรามีเป้าหมายเดียวกันเพื่อประชาธิปไตย แต่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกัน เป้าหมายคือการทำลายทางการเมืองด้วยวิธีสกปรกที่มนุษย์พึงคิดได้มาจัดการ คนทั่วไปไม่สามารถติดตามดักฟังโทรศัพท์จนรู้ว่าจะเดินทางไปที่ไหนอย่างไรได้ จึงไม่ได้แจ้งความดำเนินคดี กลัวจะช่วยเหลือกัน ทั้งนี้ไม่เคยกล่าวหา ผบ.ทบ.หรือกองทัพเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ แต่ร้อนตัวออกมาปฏิเสธ

ฟ้อง 4 กลุ่มถอนใบอนุญาตโรงแรม

นายวัฒนากล่าวอีกว่ากระบวนยุติธรรมไม่ได้อยู่ข้างคนอยู่ตรงข้ามเผด็จการ จึงต้องฟ้องเอง โดยจะฟ้องเองและมอบหมายให้ดำเนินคดีทั้งหมด 4 กลุ่ม คือกลุ่มเจ้าของโรงแรมที่ปล่อยให้ใครแอบถ่ายหรือทำเองแล้วแต่ ถือเป็นการก่ออาชญากรรมละเมิดความเป็นส่วนตัวตามรัฐธรรมนูญ เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาฐานอนาจาร จะร่างคำฟ้องเองให้ทนายยื่นฟ้องในสัปดาห์หน้า แต่ยังไม่ขอเปิดเผยชื่อโรงแรม บอกได้เพียงว่าย่านรัชดา กลุ่มที่สองจะฟ้องคดีแพ่งเรียกค่าเสียหายต่อเจ้าของโรงแรม กลุ่มที่สาม ร้องกรมการปกครอง ในฐานะนายทะเบียนให้เพิกถอนใบอนุญาตโรงแรมดังกล่าว เพราะไม่มีจรรยาบรรณในการประกอบวิชาชีพ และกลุ่มสุดท้ายจะแจ้งความเอาผิดบุคคลที่เผยแพร่คลิปต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มอบหมายให้ทนายความจากสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิและเสรีภาพ (สกสส.) ดำเนินการ หลังเกิดเหตุไม่ได้ติดต่อทางโรงแรม รอดูว่าจะแสดงความรับผิดชอบอย่างไร แต่ไม่ติดต่ออะไรมา คงคิดว่าผู้มีอำนาจช่วยเขาได้ แต่อย่าลืมว่าไม่สามารถอยู่ในอำนาจได้ตลอด ยอมรับว่าเคยใช้บริการโรงแรมดังกล่าวหลายครั้ง เป็นที่ปรึกษากฎหมายให้ด้วย เรื่องนี้นายทักษิณและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้ให้กำลังใจ และเห็นด้วยที่เดินหน้าฟ้องร้องเอาผิด

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้