วันศุกร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ทางหลวงชนบท จับตา “พายุปาบึก” ถล่มใต้ พร้อมเร่งซ่อมทางหากทำถนนขาด

ทางหลวงชนบท จับตา “พายุปาบึก” ถล่มใต้ พร้อมเร่งซ่อมทางหากทำถนนขาด

  • Share:

ภาพจากแฟ้มข่าว

กรมทางหลวงชนบท สั่งการทุกหน่วยรับสถานการณ์พายุปาบึก ประเมินสถานการณ์ทุก 2 ชั่วโมง พร้อมเตรียมเจ้าหน้าที่ เครื่องจักร หากมีทางขาดต้องเร่งวางสะพานเบลีย์ ถมวัสดุเพื่อเปิดทางให้สัญจรโดยเร็ว...

เมื่อวันที่ 3 ม.ค.2562 นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) กล่าวว่า กรมทางหลวงชนบทได้สั่งการหน่วยงานในพื้นที่ภาคใต้ รองรับสถานการณ์พายุโซนร้อนปาบึก โดยให้แขวงทางหลวงชนบทในพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และประเมินสถานการณ์ทุก 2 ชั่วโมง พร้อมเตรียมเจ้าหน้าที่ เครื่องจักร ป้ายเตือน สะพานเบลีย์ และยานพาหนะ พร้อมเข้าดำเนินการช่วยเหลือได้ทันท่วงที รวมถึงบางพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังให้จัดรถโมบายช่วยเหลือเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นได้ชั่วคราวก่อนการเคลื่อนตัวของพายุ โดยแบ่งการเตรียมความพร้อมรับมือเป็น 3 ระยะ คือ ก่อนเกิดเหตุ (Preparation) ให้เร่งทำความสะอาดช่องทางระบายน้ำ พร้อมทั้งจัดชุดลาดตระเวนเส้นทางที่มีความเสี่ยง นอกจากนั้นให้เตรียมเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง พื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบ รวมทั้งตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของถนนและสะพาน 

นอกจากนี้ กรมทางหลวงชนบท ได้ดำเนินการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้าไว้ประสานงานให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย และสนับสนุนเครื่องมือ เครื่องจักร ยานพาหนะ กรณีมีการร้องขอจากหน่วยงานในพื้นที่อย่างรวดเร็วทันเหตุการณ์ ซึ่งเมื่อเกิดเหตุ ให้หน่วยงานในพื้นที่เฝ้าระวังรายงานข้อมูล สายทางที่ประสบอุทกภัยจนกว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติ ทั้งกรณีน้ำท่วมสูง ให้ติดตั้งป้ายเตือน เพื่อให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทาง ส่วนกรณีถนน สะพานขาด ให้เร่งติดตั้งสะพานเบลีย์เชื่อมทาง หรือดำเนินการถมวัสดุเชื่อมเส้นทางเพื่อให้ประชาชนสัญจรได้โดยเร็ว

ส่วนหลังน้ำลดหากเส้นทางชำรุดเสียหายให้เข้าซ่อมแซมชั่วคราวให้ประชาชนสัญจรได้ภายใน 7 วัน และสำรวจ ออกแบบ เพื่อขอสนับสนุนงบประมาณฟื้นฟูฯ ให้เข้าสู่สภาพปกติ โดยจะบูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่นในการแก้ไขปัญหาอย่างถาวร หากประชาชนต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมหรือแจ้งเหตุอุทกภัย แจ้งที่สายด่วนทางหลวงชนบท 1146 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือสำนักงานทางหลวงชนบท แขวงทางหลวงชนบทในพื้นที่.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้