Thairath Logo
กีฬา

กราบบังคมทูลเชิญพระเทพฯ เป็นองค์ประธาน จัดงานพิธีบรมราชาภิเษก

Share :

นายกฯโยนให้กกต.ชี้ขาด "เลื่อน-ไม่เลื่อน" เลือกตั้ง


นายกฯปลื้มโอกาสสำคัญรัฐบาลร่วมกับชาวไทยทั่วหล้า จัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ระบุเตรียมการภายในไว้พลางก่อนแล้ว พร้อมกราบบังคมทูลเชิญ สมเด็จพระเทพฯ เป็นองค์ประธาน โยน กกต.ชี้ขาดเลื่อน-ไม่เลื่อนเลือกตั้งจากเดิม 24 ก.พ.62 ยืนยันทำคู่ขนานไปด้วยกันได้ ส่วน พ.ร.ฎ.เลือกตั้งยังไม่ออก ต้องรอ กกต.หารือกันก่อน แย้มวันเลือกตั้งเกิดก่อนงานราชพิธี ยังกั๊กเลือกพรรค ชูกลับมาเป็นนายกฯ “บิ๊กป้อม” โยนด้วย เลื่อนเลือกตั้งให้ไปถาม กกต. “จุลเจิม” ออกโรงแนะเลื่อนเลือกตั้งไป 19 พ.ค. หลังราชพิธี “ดร.ไข่ผง” สำทับหวั่นเลือกตั้งก่อนจะขัดแย้งวุ่นวาย “สมชัย” แนะดูซิกแนล พ.ร.ฎ.จากรัฐบาล ถ้าช้าก็เลื่อนเลือกตั้ง “มาร์ค” ย้ำอุดมการณ์ไม่ตรงจับมือกันไม่ได้ ด้าน พท.ไม่ตั้งแง่ใครก็ได้ “หญิงหน่อย-ชัชชาติ” นำชิงนายกฯ ขณะที่ “ชัชชาติ” หมดวาระงานธุรกิจ ลุยสนามการเมืองเต็มที่ ทษช.เล็งแจ้งความโดนเผาป้ายใน กทม.

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก วันที่ 4-6 พ.ค.2562 ยังความปลาบปลื้มมาสู่พี่น้องประชาชนคนไทยทั่วหล้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ระบุรัฐบาลเตรียมจัดงานพระราชพิธีอันสำคัญนี้ไว้พลางๆแล้ว ส่วนการเลือกตั้งจะยังคงกำหนดเดิม 24 ก.พ.2562 หรือจะเลื่อนออกไปนั้น เป็นหน้าที่ของ กกต.ที่จะชี้ขาด

เตรียมจัดพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 2 ม.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงการณ์ผ่านทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ว่าด้วยแถลงการณ์สำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ว่า ตามที่สำนักพระราชวังมีประกาศแจ้งว่าทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกตามพระราชประเพณีเพื่อความเป็นสวัสดิมงคลของประเทศชาติและราชอาณาจักร ให้เป็นที่ชื่นชมยินดีของประชาชน ผู้มีความหวังตั้งใจอยู่ทั่วกัน ระหว่างวันที่ 4 ถึงวันที่ 6 พฤษภาคม 2562 นั้น รัฐบาลได้รับทราบแล้วด้วยความยินดียิ่ง และบัดนี้เป็นโอกาสสำคัญที่รัฐบาลจะได้ร่วมกับพสกนิกรชาวไทยเตรียมการจัดงานสนองพระราชดำริและพระมหากรุณาธิคุณให้สมพระเกียรติตามพระราชประเพณี ทั้งนี้ จำเดิมแต่ทรงรับคำกราบบังคมทูลเชิญขึ้นทรงราชย์ในปี 2559 รัฐบาลก็ได้ตระเตรียมการต่างๆอันพึงจะต้องปฏิบัติในส่วนของรัฐบาล เป็นการภายในไปพลางก่อนแล้ว เมื่อมีกำหนดการชัดเจนเช่นนี้รัฐบาลจะแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการจัดงาน และคณะกรรมการฝ่ายต่างๆ โดยจะแจ้งการเตรียมการให้พี่น้องประชาชนชาวไทยทราบต่อไป จึงแถลงมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน

รัฐบาลเตรียมการไว้แล้วในเบื้องต้น

ต่อมาเวลา 13.20 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการดำเนินการของรัฐบาล หลังจากสำนักพระราชวังมีประกาศแจ้งว่าทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกตามพระราชประเพณี ว่า ตนได้ออกแถลงการณ์สำนักนายกรัฐมนตรีไปแล้ว หลังจากทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ระหว่างวันที่ 4-6 พ.ค.อย่างไรก็ตาม ตนได้เคยกล่าวไปก่อนหน้านี้แล้วว่า รัฐบาลได้เตรียมการชั้นต้นมาบ้างแล้ว มีการพูดคุยกันภายใน โดยสุดแล้วแต่ว่าทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ลงมาเมื่อใด ดังนั้นในขณะนี้ถือว่ามีความชัดเจนออกมาแล้ว อย่างที่ตนเคยบอกแล้วว่าต้องมีการเตรียมการพระราชพิธีที่เป็นทางการตามจารีตประเพณี คือในวันที่ 4-6 พ.ค. ตามหมายกำหนดการที่ทรงโปรดเกล้าฯมาแล้ว แต่ก่อนหน้านั้นรัฐบาลต้องเตรียมการเป็นการภายใน ทั้งเรื่องการจัดเตรียมพระราชพิธีที่เกี่ยวข้องหลายอย่างเพื่อให้นำมาใช้ได้ในช่วงพระราชพิธี นอกจากเตรียมการก่อนหน้านั้นแล้ว ยังต้องเตรียมสำหรับในระหว่างประกอบพระราชพิธี วันที่ 4-6 พ.ค. และจะมีการจัดกิจกรรมหลายอย่างหลังจากนั้นที่รัฐบาลต้องทำถวาย

ทูลเชิญสมเด็จพระเทพฯเป็นประธาน

นายกฯกล่าวอีกว่า ขณะนี้จะมีการหารือกันและแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการจัดพระราชพิธีดังกล่าว ซึ่งที่ประชุม ครม.ได้มอบหมายให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าเตรียมการงานดังกล่าว พร้อมจะกราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นองค์ประธาน เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

โยน กกต.ชี้ขาดเลื่อน-ไม่เลื่อน ลต.

ผู้สื่อข่าวถามว่า โรดแม็ปวันเลือกตั้งยังเป็นวันที่ 24 ก.พ.62 หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า หลายอย่างยังไม่เปลี่ยน วันเลือกตั้ง กกต.จะเป็นผู้ กำหนด หลังจากมีการกำหนดวันพระราชพิธีบรมราชาภิเษก มีรายละเอียดต่างๆ มีพิธีเกี่ยวเนื่อง ก็สุดแล้วแต่จะว่าอย่างไร สิ่งที่เราต้องให้ความสำคัญมากที่สุดในขณะนี้คืองานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก งานสำคัญของคนไทย แต่สามารถดำเนินการคู่ขนานไปด้วยกันได้ ส่วนจะเลื่อนการเลือกตั้งหรือไม่เป็นเรื่อง กกต. ส่วนตัวไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง แต่ยังยึดโรดแม็ปคือหลังมี พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.เมื่อวันที่ 11 ธ.ค.61 กกต.ต้องจัดเลือกตั้งภายใน 150 วัน เร็วสุดชั้นต้นคือวันที่ 24 ก.พ.62 นั้นแสดงถึงรัฐบาลไม่ได้มุ่งหวังดึงการเลือกตั้งออกไป แต่ขึ้นอยู่กับว่าทำได้หรือไม่ กกต.ก็ต้องไปว่ากันมา และต้องเป็นไป ตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย

พ.ร.ฎ.เลือกตั้งยังไม่ลงรอ กกต.หารือ

เมื่อถามว่า พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.จะประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาวันที่ 2 ม.ค.หรือไม่ นายกฯตอบว่า ยังลงวันนี้ไม่ได้ กกต.ต้องหารือกันก่อน และไม่ต้องเอากลับเข้าที่ประชุม ครม.อีก กกต.ไปพิจารณากันเอง และอย่างที่บอกเกี่ยวพันกันหลายงานสุดแต่จะไปว่ากันมา รัฐบาลพร้อมสนองตอบทุกอัน เมื่อถามว่า วันนี้ไม่ประกาศ พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง ภายในสัปดาห์นี้ประกาศได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ก็ต้องเร็ว ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯเคยระบุการเลือกตั้งจะเกิดก่อนงานพระราชพิธี พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ตอนนั้นที่พูดเพราะยังไม่มีการโปรดเกล้าฯ งานพระราชพิธีก็ต้องคิดไว้อย่างนั้นก่อน แต่เมื่อโปรดเกล้าฯ มาแล้วก็ต้องมาว่ากัน เมื่อถามว่า จะชี้ชัดได้หรือไม่เลือกตั้งจะเกิดก่อนงานพระราชพิธี นายกฯกล่าวว่า ถ้าไล่วันดูน่าจะเกิดก่อน แต่การจะได้รัฐบาลเมื่อไหร่ก็ต้องนับต่อไป และจะเลือกตั้งเร็วสุดวันที่ 24 ก.พ.62 ได้หรือเปล่า ต้องมาดูว่ามีผลกระทบอะไรไหม

ย้ำถึงอย่างไรบ้านเมืองก็ต้องสงบ

เมื่อถามว่า ตามไทม์ไลน์เลือกตั้ง ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สามารถทูลเชิญเสด็จเปิดสภาวันที่ 9 พ.ค.หมายความว่าเลือกตั้งเสร็จแล้วใช่หรือไม่ นายกฯตอบว่า ต้องคอยดู ตนบอกแล้วมีหลายกิจกรรม โดยเฉพาะวันที่ 4-6 พ.ค.62 ซึ่งตน สนใจเพียงว่าทำอย่างไรให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อยในช่วงเวลานั้น อยู่ที่พวกเราทุกคนช่วยกัน เมื่อถามว่า ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร และอธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต ระบุช่วงก่อนงานพระราชพิธีควรเลื่อนการเลือกตั้งออกไปก่อน เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้ง นายกฯ ตอบว่า ถือเป็นความเห็นส่วนตัว ต้องไปดูว่าคนพูดมีความขัดแย้งหรือไม่ ที่ขัดแย้งเถียงกันไปมาวันนี้นักการเมืองทั้งนั้น ประชาชนไม่ได้ขัดแย้ง อย่าเอามาปนกันหมด ฉะนั้นสมควรหรือไม่จะทำเรื่องถวายฎีกาเป็นผู้หลักผู้ใหญ่แล้ว เมื่อถามว่าได้รับรายชื่อการคัดเลือกส.ว. 200 คน จาก กกต.แล้วหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ยังไม่ได้

ยังกั๊กเลือกพรรคชูรีเทิร์นนายกฯ

นายกฯ ยังกล่าวถึงความชัดเจนทางการเมือง หลังพรรคการเมืองเตรียมจะเสนอเชิญให้เป็นนายกฯ รอเพียงส่งสัญญาณว่า ยังมีเวลาตัดสินใจ ไปพูดว่าดูเฉพาะพรรคพลังประชารัฐไม่ได้ ต้องมองทุกพรรค ดูความเป็นไปได้ของนโยบาย ดูว่ารัฐบาลปัจจุบันทำอะไรไปแล้วบ้าง ตนเป็นรัฐบาลอยู่รู้ว่าใช้จ่ายงบฯ เป็นอย่างไร ถ้าเอานโยบายไปขยายทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้มันเสียหาย ขอฝากออกนโยบายอะไรไปแล้วจำคำพูดตัวเองไว้ด้วย ไม่ใช่ได้มาเป็นรัฐบาลแล้วลืมกันหมด ตนไม่ได้ว่าพรรคไหน หลายคนเสนอจะทำนู่นทำนี่ บางอันเราทำอยู่แล้วแต่ไปพูดเหมือนกับเราไม่ได้ทำอะไรเลย บิดเบือนหรือเปล่า ซื่อสัตย์ต่อตัวเองหน่อย วันนี้ประชาชนต้องศึกษานโยบายให้ดี ตนดูอยู่นโยบายหลายพรรคน่าสนใจ ดูความเป็นไปได้แล้วดูว่าชอบพรรคไหน เพราะตนต้องไปเลือกตั้งด้วย ตรงนั้นเป็นเรื่องส่วนตัว แต่การจะเป็นนายกฯ หรือไม่แล้วแต่ใครมาขอ ใจเย็นๆ อยู่กับฉันไปก่อน จะรีบไปไหน เมื่อถามว่า เมื่อ พ.ร.ฎ.เลือกตั้งออกแล้ว การประชุม ครม.สัญจรยังจะมีอยู่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ตนทำงานของตน เกี่ยวอะไรกับพรรคการเมือง ระมัดระวังกันอยู่แล้ว วันนี้รัฐบาลจำเป็นต้องแก้ปัญหา มาบอกว่าไม่ต้องไปหาใคร ไม่ต้องไปเจอกัน ไม่ต้องไปติดตามงานเลย ถ้าเกิดความเสียหายใครจะรับผิดชอบ เข้าใจไหมว่าไม่ได้ลงเลือกตั้งไม่ได้ไปหาเสียง

นำ ครม.ทำบุญตักบาตรขึ้นปีใหม่

ก่อนหน้านั้น เมื่อเวลา 07.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมภริยา นางนราพร จันทร์โอชา คณะรัฐมนตรีและคู่สมรส ร่วมพิธีทำบุญเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2562 โดยที่ตึกสันติไมตรี มีพิธีเจริญพระพุทธมนต์ จากพระสงฆ์ 10 รูป มีสมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าอาวาสวัด ไตรมิตรวิทยาราม ประธานฝ่ายสงฆ์ นำสวดเจริญพระพุทธมนต์ จากนั้นได้ร่วมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 62 รูป ที่บริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อความเป็นสิริมงคลในโอกาสขึ้นปีใหม่ และนายกฯ ได้กลับขึ้นบนตึกไทยคู่ฟ้าสักการะท้าวมหาพรหม และลงมาสักการะพระภูมิเจ้าที่ ศาลตาศาลยาย พร้อมอวยพรวันขึ้นปีใหม่ผู้สื่อข่าวว่า สวัสดีปีใหม่ ขอให้ทุกคนมีความสุข เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าปีใหม่นี้ขอพรอะไร นายกฯตอบว่า ทำความดีไม่ต้องขอ

ย้ำยึดหลักธรรมปกครองประเทศ

ต่อมาเวลา 09.00 น. นายกฯเป็นประธานการประชุม ครม.โดยก่อนการประชุม ที่หน้าตึกบัญชาการ 1 นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม นำคณะเข้าพบเพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรมรณรงค์เผยแพร่พระไตรปิฎกฉบับประชาชน วาระ 100 ปี ชาตกาล โดยอาจารย์สุชีพ ปุญญานุภาพ พร้อมได้มอบหนังสือพระไตรปิฎกและชุดแก้วที่เขียนธรรมะให้นายกฯ เป็นที่ระลึก โดยนายกฯ ได้เปิดอ่านหลักธรรมที่เกี่ยวกับการปกครองประเทศให้ได้ผลดี ต้องจับเรื่องเศรษฐกิจเป็นหลัก และนายกฯ ได้กล่าวว่า ขณะนี้ตนใช้หลักธรรมปกครองประเทศอยู่แล้ว เรื่องเศรษฐกิจอย่าให้ใครมาบิดเบือน รัฐบาลต้องดูแลทั้งหมดแจกอย่างเดียวไม่ได้ และต้องซื่อสัตย์สุจริต ในพระไตรปิฎกพูดถึงองคุลิมาลยังกลับใจ และขอให้จำไว้ประเทศไทยมี 3 เสาหลักคือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฯ ยังให้ตัวแทนนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆ ในโครงการมูลนิธิครอบครัวพอเพียงที่มาร่วมกิจกรรมพูดตามว่า “คนไทยต้องซื่อสัตย์ กตัญญู ขยัน อดทน จงรักภักดี” ถ้าเป็นอย่างนี้ลุงมีความหวัง

คิดอ่านขอให้นึกถึงคนทุกระดับชั้น

จากนั้นที่ห้องโถง ตึกบัญชาการ 1 นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นำคณะเข้าพบนายกฯ เพื่อแสดงนิทรรศการพัฒนาโครงการย่านนวัตกรรมการแพทย์โยธี โดยนายกฯ ได้ชมผังโครงการ พร้อมเยี่ยมชมและลองนวัตกรรมทางการแพทย์ เช่น เครื่องช่วยพยุงการลุกยืนของผู้ที่ป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ทดลองทาครีมปกป้องผิวจากผลิตภัณฑ์ตำรับสถาบันโรคผิวหนัง เยี่ยมชมระบบตรวจความเสี่ยงมะเร็ง นาฬิกาแจ้งเตือนภาวะวิกฤติทางเบาหวาน ทั้งนี้ นายกฯ กล่าวว่า เวลาวิจัยอะไรขอให้คิดถึงคนทั้ง 3 ระดับ ระดับบน กลาง และล่าง ส่วนการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ขอให้เร่งวิจัยพัฒนาเพราะถ้าเราพัฒนาไม่ได้จะทำให้เสียโอกาส

ห่วงปัจจัยเศรษฐกิจภายนอก

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวภายหลังการประชุม ครม.ว่า วันนี้เป็นการทำงานนัดแรกในการประชุม ครม. ปี 2562 เป็นการทำงานต่อเนื่องสืบต่อจากปีที่ผ่านมา มีหลายอย่างต้องแก้ไขปรับปรุงให้สอดรับกับปัญหาตามสถานการณ์ในปัจจุบัน สิ่งที่กังวลคือ ปัญหาเศรษฐกิจที่มีหลายส่วนเกี่ยวพันกับภายนอกประเทศ จึงอยากให้ทุกคนติดตามข่าวสารบ้านเมืองข้างนอกด้วย ทั้งเรื่องราคาน้ำมัน สงครามทางการค้าที่มีผลกระทบทั้งสิ้น แต่เราพยายามขับเคลื่อนภายในของเราให้ได้ ทำให้เศรษฐกิจประเทศอยู่ในสภาพดีและสมดุล ทั้งขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก รวมถึงภาคเกษตรกรที่ให้ความสำคัญเป็นที่สุด

กราบสิ่งศักดิ์สิทธิ์–เข้าเฝ้าสังฆราช

จากนั้นช่วงบ่าย พล.อ.ประยุทธ์พร้อมภริยา นางนราพร จันทร์โอชา เดินทางเข้าเฝ้าสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช ณ วัดราชบพิธ สถิตมหาสีมารามเป็นการส่วนตัว ก่อนเดินทางไปยังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม สักการะพระแก้วมรกต สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง จากนั้นได้เดินทางต่อมายังศาลหลักเมืองเพื่อสักการะศาลหลักเมืองและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อเป็นสิริมงคลเนื่องในเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ โดยมีประชาชน และนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาทักทายและขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึก

“ประวิตร” โยน กกต.ดูเลื่อนเลือกตั้ง

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ครม. ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวการเลื่อนการเลือกตั้ง โดยกล่าวเพียง สั้นๆว่า ให้ไปถาม กกต. เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะเลื่อนไปหลังพระราชพิธีบรมราชาภิเษกตามที่มีหลายฝ่ายเสนอหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่ทราบ ให้ไปถาม กกต. เนื่องจากเป็นเรื่องที่ กกต.จะต้องพิจารณาเอง ส่วนการดูแลรักษาความเรียบร้อยในช่วงนี้นั้น ไม่จำเป็นต้องดูแลความปลอดภัยเป็นพิเศษ ขณะนี้ทุกอย่างยังปกติดี

เลขาฯ กกต.ยันเลือกตั้งตามโรดแม็ป

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. กล่าวถึงกรณีที่หากในวันที่ 2 ม.ค.มีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง ส.ส.ออกมา ตามที่ได้เคยตกลงไว้ในการประชุมแม่น้ำ 5 สายว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามโรดแม็ป แต่การที่ไม่มี พ.ร.ฎ.วันที่ 2 ม.ค. ไม่ได้หมายความว่าการเลือกตั้งจะเลื่อนออกไป ส่วนกระแสข่าวที่ระบุว่ามีคนในสำนักงาน กกต.โทรศัพท์ไปยังพรรคการเมืองต่างๆ แจ้งเรื่องการเลื่อนเลือกตั้งนั้น ไม่เป็นความจริง เพราะในสำนักงานไม่มีใครรู้เรื่องเลื่อนเลือกตั้ง ยังยืนยันว่าเป็นไปตามโรดแม็ป ส่วนปัญหาบัตรเลือกตั้งขณะนี้สำนักงาน กกต.ได้กำหนดทีโออาร์เรียบร้อยแล้ว สำหรับการรับรองผล ส.ส.หลังการเลือกตั้ง ให้มีจำนวนครบร้อยละ 95 ของจำนวน ส.ส.ทั้งหมดเพื่อเปิดประชุมรัฐสภา เลือกนายกรัฐมนตรีนั้น ปกติตามที่กฎหมายกำหนด กกต.จะต้องประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส.ไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ภายใน 60 วัน แต่ในอดีตที่ผ่านมา กกต.ก็เคยประกาศได้เร็วคือใช้เวลาเพียง 30 วัน

“จุลเจิม” เสนอเลือกตั้งหลังพิธีสำคัญ

ม.จ.จุลเจิม ยุคล โพสต์เฟซบุ๊กว่า รัฐบาลไหน? เก่าหรือใหม่? ควรจะเป็นผู้ดูแลรับสนองพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งสำคัญยิ่งนี้? เมื่อมีประกาศสำนักพระราชวัง เรื่อง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตั้งการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกอย่างเป็นทางการไปแล้ว ตั้งแต่วินาทีแรกที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯรัฐบาล คสช. เป็นผู้มีอำนาจหน้าที่รับสนองงานพระราชพิธีอันเป็นมหามงคลของพระราชอาณาจักรและประชาชนชาวไทยนี้ จนกว่าพระราชพิธีบรมราชาภิเษกจะแล้วเสร็จ!? เพราะฉะนั้น “กกต.สมควรเลื่อนเลือกตั้งออกไปเป็นวันที่ 19 พ.ค. หลังจากพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เสร็จสิ้น ซึ่งจะเป็นการเหมาะสมที่สุด” (ความเห็นส่วนตัว ในการเสนอแนะโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยครับ) ไหนๆก็ทนรอกันมาได้ หากจะลงแดงตายกัน ก็ให้มันรู้กันไป

“อาทิตย์” หวั่นเลือกตั้งก่อนจะวุ่นวาย

ขณะที่นายอาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์เฟซบุ๊กว่า เมื่อได้มีประกาศพระบรมราชโองการกำหนดพระราชพิธีบรมราชาภิเษก อันเป็นสิริมงคลยิ่งในวันที่ 4-6 พ.ค. ถือเป็นของขวัญปีใหม่อันเป็นมงคลยิ่งแก่พสกนิกรชาวไทยทั้งปวง ที่ต่างปลื้มปีติยินดีเป็นอย่างยิ่ง ประเทศไทยจะได้เริ่มศักราชแห่งสุวรรณภูมิแดนศิวิไลซ์ปวงข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายขอถวายพระพรชัยมงคล แด่สมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร จงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน สถิตเป็นมิ่งขวัญของปวงพสกนิกรชาวไทยตลอดไป ในช่วงก่อนพระราชพิธีอันเป็นมงคลยิ่งใหญ่ของชาติและประชาชนนี้ จึงมิควรที่จะจัดให้มีการเลือกตั้งทางการเมืองขึ้น เพราะจะเป็นต้นเหตุของความขัดแย้ง แตกแยก และไม่สามัคคีปรองดองกัน อีกทั้งกฎเกณฑ์กติกาในการเลือกตั้งก็ยังไม่เป็นธรรมประชาธิปไตยเหมาะสมกับประเทศไทยดีพอ พวกเราชาวไทยน่าจะได้มาร่วมใจเฉลิมฉลองยินดีปรีดาปราโมทย์กับพระราชพิธีอันยิ่งใหญ่นี้ก่อน แล้วจึงมาร่วมกันสร้างแนวทางกฎเกณฑ์กติกาใหม่นำประเทศชาติไปสู่สังคมธรรมาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ให้สงบสันติสุขเจริญรุ่งเรือง สมกับเป็นสุวรรณภูมิแดนศรีวิไลสืบไป

บี้ กกต.ห้ามกำหนดวันเลือกตั้ง

วันเดียวกัน ที่สำนักงาน กกต. สภาประชาชนปฏิวัติสันติแห่งชาติ นำโดยพระสมาน ศรีงาม ยื่นหนังสือต่อ กกต. โดยนายภิเศก อาจทวีกุล ทนายความประจำสภาประชาชนปฏิวัติสันติแห่งชาติ กล่าวว่า ขอเรียกร้อง กกต.ไม่ให้ออกประกาศกำหนดวันเลือกตั้งก่อนที่จะมีงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เนื่องจากการเลือกตั้ง การหาเสียง รวมถึงการจัดตั้งรัฐบาลจะส่งผลต่อบรรยากาศอันดีในการร่วมเฉลิมฉลองพระราชพิธีอันยิ่งใหญ่ระหว่างวันที่ 4-6 พ.ค. อีกทั้งไม่ควรอย่างยิ่งเปลี่ยนรัฐบาลช่วงนี้ เพราะจะเกิดเหตุฉุกละหุก เนื่องจากงานพระราชพิธีดังกล่าวต้องเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ครบถ้วน สมบูรณ์แบบที่สุด มีความสำคัญสูงสุดกว่าสิ่งอื่นใด

“สมชัย” ชี้กฤษฎีกาออกช้าเลื่อนแน่

วันเดียวกัน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรสาคร พรรคประชาธิปัตย์ และอดีต กกต.โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า การออกกฤษฎีกาการเลือกตั้งเป็นหน้าที่ของรัฐบาล ส่วนการกำหนดวันเลือกตั้งเป็นหน้าที่ กกต.ที่จะต้องมีมติภายใน 5 วัน หลังจากรัฐบาลประกาศกฤษฎีกา ดังนั้น หากรัฐบาลประกาศกฤษฎีกาล่าช้า จากกำหนดเดิม 2 ม.ค. เพียง 2-3 วัน กกต.สามารถทดเวลา โดยมีมติกำหนดวันเลือกตั้งได้เร็วขึ้นได้ ไม่มีผลกระทบต่อโรดแม็ปเดิม แต่หากรัฐบาลไม่ยอมประกาศกฤษฎีกาในสัปดาห์นี้ จะทำให้กำหนดการต่างๆ ที่เคยกำหนดไว้ต้องขยับออกไป ไม่สามารถกำหนดวันเลือกตั้งในวันที่ 24 ก.พ.2562 ดังนั้นต้องจับตาดูว่ารัฐบาลจะเอาอย่างไร หากประกาศกฤษฎีกาช้า ย่อมไม่ใช่ความผิดของ กกต.ในการประกาศเลื่อนวันเลือกตั้ง ยกเว้นสองฝ่ายจะแอบตกลงกัน แสดงถึงการขาดความเป็นอิสระของ กกต. ทำให้ประชาชนยิ่งขาดความเชื่อถือในความเป็นกลางการจัดการเลือกตั้ง

“มาร์ค” ยังเชื่อเลือกตั้งไม่เกินต้น มี.ค.

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวเลื่อนการเลือกตั้งว่า การเลือกตั้งต้องเกิดขึ้นภายใน 150 วัน หลังจากกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งประกาศใช้ ซึ่งกฎหมายเลือกตั้งบังคับใช้ตั้งแต่ 11 ธ.ค.2561 ฉะนั้นการเลือกตั้งจะต้องเกิดขึ้นก่อนวันที่ 6 พ.ค. 2562 ขณะนี้ที่รอกันอยู่คือ พระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ให้มีการเลือกตั้ง และการกำหนดวันเลือกตั้ง ต้องอยู่ภายใน 60 วัน นับตั้งแต่ พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง มีผลบังคับใช้แล้วด้วย ซึ่งหาก พ.ร.ฎ.มีผลบังคับใช้ในวันนี้ (2 ม.ค.) แปลว่าท้ายที่สุดวันเลือกตั้งจะต้องไม่เกินช่วงต้นเดือน มี.ค.2562 ตนเชื่อว่าคงจะไม่มีอำนาจตามมาตรา 44 โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง เพราะจะบั่นทอนความเชื่อมั่นโดยส่วนรวม สำหรับความพร้อมการส่งผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ จะมีการประชุมกรรมการบริหารพรรคในวันที่ 6 ม.ค. คาดว่าจะเรียบร้อยทั้งหมด 350 เขต รวมทั้งบัญชีรายชื่อ 150 คน ส่วนเรื่องที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะไม่ส่งนายชุมพล จุลใส อดีต ส.ส.ชุมพร ลงสมัครนั้น ขณะนี้มติของกรรมการบริหารพรรค ยังไม่ได้เห็นชอบ ต้องการจะให้นายชุมพลเข้ามาพูดคุยกับพรรคก่อน

ย้ำอุดมการณ์ไม่ตรงจับมือไม่ได้

นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงกระแสข่าวพรรคเพื่อไทยชักชวนประชาธิปัตย์จัดตั้งรัฐบาลว่า ขณะนี้ตนยังไม่เห็นเหตุผลอะไร ที่จะไปพูดถึงการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ หรือพรรคไหนไปจับมือกับพรรคไหน แนวทางใหญ่ๆ ที่ปรากฏออกมายังเป็นสามแนวทาง คือ แนวทางของประชาธิปัตย์ แนวทางของผู้มีอำนาจในปัจจุบัน กับแนวทางของพรรคเพื่อไทย ก็ต้องไปแข่งขันกันนำเสนอนโยบายให้ประชาชนเลือกว่าจะสนับสนุนใครมากกว่ากัน ถึงจะมาเป็นเรื่องจัดตั้งรัฐบาล ตนยืนยันมาตลอดว่าพรรคการเมืองที่จะร่วมรัฐบาลกับประชาธิปัตย์ จะต้องร่วมอุดมการณ์เดียวกันกับพรรค ถ้าร่วมกันไม่ได้ เช่น จับมือไปทำงานแล้วมีการทุจริตคอร์รัปชัน เกิดปัญหาเศรษฐกิจล้มเหลว พรรคก็ไม่เห็นประโยชน์ที่จะไปเป็นรัฐบาล จึงต้องบอกกับประชาชนว่าอาสาเป็นหลักให้บ้านเมือง ไม่มีความจำเป็นใดต้องไปจับมือกับใคร หรือต้องไปดำเนินการอะไร

แต่งเพลงหาเสียงแก้ราคายางดิ่ง

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เพลงหาเสียงที่จะใช้ในพื้นที่ภาคใต้ ได้ครูหมี คลองเหนือ ครูเพลงที่ประสบอุบัติเหตุ จนทำให้ขาพิการมาช่วยแต่งให้ มีชื่อเพลง “แรงใจไปสานฝัน” เนื้อหาในเพลงพูดถึงความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนยางพารา และสวนปาล์มที่ทนทุกข์กับราคาที่ตกต่ำต่อเนื่อง ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยนิ่งนอนใจและชูนโยบาย 5 คูณ 2 พลิกฟื้นชีวิตเกษตรกรอย่างยั่งยืน ขอแรงสนับสนุนจากประชาชน เพื่อบริหารประเทศขับเคลื่อนนโยบาย 5 คูณ 2 ประกันรายได้ให้เกษตรกรมีชีวิตที่มั่นคง

พท.ไม่เกี่ยงใครขึ้นนายกฯเบอร์ 1

นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวพรรคเพื่อไทยจะสนับสนุนให้นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีต รมว.คมนาคม เป็นแคนดิเดตเบอร์ 1 ในบัญชีนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยว่า ระหว่างคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานกรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย กับนายชัชชาติ ใครจะเป็นแคนดิเดตนายกฯเบอร์ 1 หรือเบอร์ 2 ของพรรคเพื่อไทย สมาชิกไม่มีปัญหา ทั้งคู่ต่างมีความสามารถ ไม่ว่าจะเป็นใครต้องเข้ามาทำงานให้ประชาชน เรื่องนี้เพิ่งเห็นตามที่มีข่าวออกมา แต่ความชัดเจนเรื่องนี้จะหารือในพรรคอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นใครเชื่อว่าสมาชิกก็ ไม่มีปัญหา

“ชัชชาติ” ลุยสนามการเมืองเต็มที่

น.ส.อภิญญา จารุตระกูลชัย รองกรรมการผู้จัดการบริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ QH แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีต รมว.คมนาคม ได้ครบวาระการดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และได้ลาออกจากตำแหน่งกรรมการบริษัท โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2562

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การลาออกของนายชัชชาติ ครั้งนี้ น่าจะเป็นการเตรียมพร้อมเพื่อลงสนามการเมือง ที่กำลังจะมีการเลือกตั้งใหญ่ หลังมีกระแสข่าวยืนยันว่านายชัชชาติจะเป็นหนึ่งแคนดิเดตลงชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย

ทษช.เปิด 4 นโยบายเศรษฐกิจ

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน ประธานคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้พรรคไทยรักษาชาติพร้อมเสนอ 4 นโยบายเศรษฐกิจ ได้แก่ การลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ขยายโอกาส โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย เป็นหลักการเดิมจากพรรคไทยรักไทย โดยพัฒนาแอปฯต่างๆมาช่วยสนับสนุนนโยบายนี้ นโยบายโค้ดประเทศไทยเป็นการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทย เปิดกว้างให้ผู้มีความรู้ความสามารถร่วมกันปรับแก้ประเทศไทยในแบบอย่างที่คนส่วนใหญ่อยากเห็น นโยบายสร้างสภาวะเหมาะสม เพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ทางเทคโนโลยี ส่งเสริมและพัฒนากรอบแนวคิดของเยาวชน โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วม มีความเชื่อมต่อกับภาครัฐและเอกชน และนโยบายการปฏิรูปโครงสร้างราคาพลังงาน และการกำจัดการผูกขาดในธุรกิจพลังงาน รวมถึงทำลายการผูกขาดทั้งหมด นี่เป็นเพียง 4 นโยบายเริ่มต้นที่พรรคจะทยอยเสนอนโยบายที่เป็นประโยชน์กับประเทศ

แจ้งความถูกเผาป้ายพรรคใน กทม.

นายวิม รุ่งวัฒนจินดา รองเลขาธิการพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวถึงกรณีการเผยแพร่ภาพวิดีโอในเฟซบุ๊กภาพการเผาป้ายพรรคไทยรักษาชาติว่า เห็นภาพในโซเซียลมีเดียเมื่อคืนวันที่ 31 ธ.ค. 2561 มอบให้เจ้าหน้าที่พรรคประสานบริษัทที่รับติดตั้งป้ายดังกล่าวตรวจสอบเป็นพื้นที่บริเวณใด ทราบว่าป้ายดังกล่าวอยู่ในเขตราษฎร์บูรณะ กทม. จึงส่งให้เจ้าหน้าที่พรรคไปตรวจสอบพบว่า ป้ายที่ถูกเผาถูกถอดไปแล้ว พบเพียงร่องรอยไฟไหม้บริเวณดังกล่าวเท่านั้น ส่วนซากเศษป้ายที่ถูกเผาถูกเก็บไปจากบริเวณที่ติดตั้งแล้ว อย่างไรก็ตาม วันที่ 3 ม.ค. จะมีการประชุมฝ่ายกฎหมายเพื่อแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจหาตัวผู้ทำความผิดต่อไป เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่สามารถสันนิษฐานได้ว่าเป็นผลทางการเมืองหรือความคึกคะนองของกลุ่มผู้ทำความผิด เนื่องจากพรรคไทยรักษาชาติเป็นพรรคใหม่ ไม่น่ามีความขัดแย้งทางการเมืองที่เด่นชัด ทำให้เกิดกรณีดังกล่าวได้

ครม.สัญจรเหยียบจมูก “ทักษิณ”

เมื่อเวลา 13.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุม ครม.ว่า ก่อนการประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ช่วงเทศกาลปีใหม่ ทั้งทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องที่อำนวยความสะดวกให้ประชาชน รวมถึง ผบ.ทบ. และทหารที่ลงพื้นที่ติดตามเหตุการณ์ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และเห็นชอบการจัดประชุม ครม.นอกสถานที่อย่างเป็นทางการ (ครม.สัญจร) ระหว่างวันที่ 14-15 ม.ค.นี้ ที่ จ.เชียงใหม่และลำปาง โดยนายกฯและคณะจะลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.เชียงใหม่ และ จ.ลำปาง วันที่ 14 ม.ค.และประชุม ครม.สัญจรที่ จ.ลำปาง ในวันที่ 15 ม.ค. พร้อมกันนี้นายกฯพูดถึงการเป็นประธานอาเซียนของประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.นี้ โดยอยากให้ประชาชนร่วมเป็นเจ้าภาพที่ดี ตลอดทั้งปีจะมีการประชุมวงเล็กและวงใหญ่ 180 การประชุมขอให้ทุกคนช่วยเป็นเจ้าภาพที่ดี

“เรืองไกร” ชำแหละต่อคดีนาฬิกาหรู

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่า ในวันที่ 3 ม.ค.นี้ จะไปยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. ที่สำนักงาน ป.ป.ช. ให้ขยายผลเพิ่มเติมคดีครอบครองนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม แม้ ป.ป.ช.จะลงมติ 5 ต่อ 3 ไม่มีความผิดกรณีการปกปิดบัญชีทรัพย์สิน แต่ ป.ป.ช.ต้องดำเนินการตรวจสอบต่อ เพราะ พล.อ.ประวิตรยืมนาฬิกามาจากเพื่อน เท่ากับมีสถานะเป็นผู้ยืม จึงมีหน้าที่ต้องแจ้งนาฬิกาทั้ง 22 เรือน เป็นหนี้สินต่อ ป.ป.ช.ด้วย เมื่อ พล.อ.ประวิตรยืมมาต้องถือเป็นหนี้สินเหมือนกรณีเงินกู้ 45 ล้านบาท ของ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ หรือกรณีการไม่แจ้งหนี้สินเงินกู้ 100 ล้านบาท ของ น.ส.ชินณิชา วงศ์สวัสดิ์ ที่ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด รวมถึงการยืมนาฬิกาดังกล่าวยังเข้าข่ายได้รับประโยชน์อื่นใดอันเนื่องมาจากการยืมฟรี โดยไม่ต้องจ่ายค่าเช่า เพราะนาฬิกาดังกล่าวมีมูลค่าหลายล้านบาท และ พล.อ.ประวิตรเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หากจะรับหรือยืมทรัพย์สินต้องอยู่ในหลักเกณฑ์การให้โดยธรรมจรรยาในโอกาสเทศกาลประเพณีต่างๆ เช่น ปีใหม่ งานแต่งงาน แต่ห้ามมีมูลค่าเกิน 3,000 บาท แต่กรณีการให้ยืมนาฬิกาหรูเป็นการให้ยืมฟรี ไม่ได้เกี่ยวเนื่องกับการให้โดยธรรมจรรยาเลย

กกต.ส่งชื่อ 200 ส.ว.ให้ คสช.

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า ที่ประชุม กกต. มีมติเห็นชอบรายชื่อผู้ได้รับการเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ทั้ง 200 คน ตามที่ กกต.จัดให้มีการเลือกเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.2561 พร้อมให้ส่งรายชื่อทั้งหมดให้ คสช. เพื่อไปคัดเลือกเหลือ 50 คน และขึ้นบัญชีสำรองไว้อีก 50 คน ส่วนเรื่องร้องคัดค้านที่มีอยู่ 16 เรื่องนั้น อยู่ระหว่างการพิจารณาสอบสวน จะรายงานให้ คสช.ทราบด้วย หากการสืบสวนสอบสวนของ กกต.แล้วเสร็จ และพบว่าผู้ได้รับการเลือกคนใดได้รับเลือกโดยไม่สุจริต จะแจ้ง คสช.ทราบ และยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาให้เพิกถอนสิทธิสมัครของผู้นั้นต่อไป

“วิษณุ” โฉบหารือ กกต.คาดถกวัน ลต.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีที่ยังไม่มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง ส.ส. ออกมาในวันที่ 2 ม.ค. รวมทั้งเกิดความไม่แน่นอนว่าวันเลือกตั้งจะยังเป็นวันที่ 24 ก.พ.62 นี้หรือไม่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้ประสานไปยัง กกต.ว่าจะไปหารือกับ กกต. ในวันที่ 3 ม.ค. เวลา 13.00 น. ที่สำนักงาน กกต. โดยการหารือดังกล่าวน่าจะเกี่ยวข้องกับการกำหนดวันเลือกตั้งและการจัดการเลือกตั้งว่าควรจะเป็นเมื่อใดจึงจะเหมาะสม เพื่อให้ไม่กระทบต่อพระราชพิธีสำคัญที่จะมีขึ้นในช่วงต้นเดือน พ.ค. ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าในการประชุม กกต. ได้หารือถึงความพร้อมของสำนักงาน ในภารกิจต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเลือกตั้ง หากจะมีการเลือกตั้ง ในวันที่ 24 ก.พ. รวมถึงระยะเวลาการพิจารณาเรื่องร้องเรียน ที่กฎหมายกำหนดให้ดำเนินการ ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันว่า หากจะเหลือเวลาพิจารณาเรื่องร้องเรียนเพียง 30 วัน สามารถดำเนินการได้หรือไม่เพียงใด ซึ่งทางสำนักงานยืนยันว่าสามารถดำเนินการได้ เพราะแม้พ้นระยะเวลาดังกล่าว หากพบว่าผู้ใดได้รับเลือกมาโดยไม่สุจริตก็สามารถเสนอศาลฎีกาเพิกถอนได้ ซึ่งในอดีตกฎหมายก็ให้เวลา กกต.พิจารณาเรื่องร้องเรียนภายใน 30 วัน ก็ดำเนินการได้ไม่มีปัญหา

อ่านเพิ่มเติม...
พระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯร.10เลือกตั้ง62ข่าวหน้า1บรมราชาภิเษกรัชกาลที่ 10ข่าวทั่วไป