วันศุกร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
6 วันอันตราย ตาย 410 ศพ โคราชแชมป์ กทม.ที่ 1 เมาขับ

6 วันอันตราย ตาย 410 ศพ โคราชแชมป์ กทม.ที่ 1 เมาขับ

  • Share:

6 วันอันตรายเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ยอดตาย 410 ราย โคราชสูงสุด 24 ราย กรุงเทพฯยอดเมาแล้วขับพุ่งอันดับ 1 การจราจรถนนมิตรภาพมุ่งสู่เมืองกรุงรถติดขัดต่อเนื่อง เส้นทางภาคเหนือผ่านสะพานเดชาติวงศ์ปากนํ้าโพรถหนาแน่น ต้องเปิดช่องทางพิเศษ ขณะที่ “บิ๊กตู่” สั่งเข้ม ศปถ.ดูแลความปลอดภัยประชาชนเดินทางกลับ

ถนนทุกสายมุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพฯ การจราจรยังหนาแน่น เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 2 ม.ค. นายจรูญ จงไกรจักร รอง ผอ.สำนักงานขนส่งจังหวัดนครราชสีมา นักวิชาการขนส่งชำนาญการ กล่าวว่า ประชาชนเริ่มทยอยกลับเข้ากรุงเทพฯ จากเดิมเตรียมรถไว้จำนวน 291 เที่ยว แต่ยังไม่เพียงพอต้องเพิ่มเป็น 400 เที่ยว และเพิ่มรถโดยสารไม่ประจำทางอีก 50 คัน คาดมีผู้โดยสาร 2-3 หมื่นคน ส่วนที่ท่าอากาศยา5นตรัง และสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดตรัง ประชาชนต่างเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯกันเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่เพิ่มจำนวนไฟต์บิน และเสริมรถโดยสาร

สำหรับการจราจรบนถนนมิตรภาพ จ.นครราชสีมา ช่วงขาเข้ากรุงเทพฯ ปริมาณรถยังหนาแน่น เจ้าหน้าที่เปิดช่องทางพิเศษในช่วง ต.จอหอ อ.เมือง ต.คลองไผ่ อ.สีคิ้ว ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง และต.กลางดง อ.ปากช่อง เพื่อระบายรถที่ติดสะสม
ส่วนเส้นทางภาคเหนือมุ่งสู่กรุงเทพฯ ที่ทางหลวงหมายเลข 1 ตั้งแต่แยกอุทยานสวรรค์ไปจนถึงแยกค่ายจิรประวัติ และทางหลวงหมายเลข 117 นครสวรรค์-พิษณุโลก ตั้งแต่ทางแยกนวมินทร์ไปจนถึงแยกอุทยานสวรรค์ การจราจรค่อนข้างหนาแน่น รถเคลื่อนตัวช้า บริเวณแยกเดชาติวงศ์ จ.นครสวรรค์ รถติดขัด เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรเปิดสะพานเดชาติวงศ์กลางเป็นช่องจราจรพิเศษ พร้อมปิดจุดกลับรถตามเส้นทางสายหลัก เพื่อเร่งระบายการจราจร

ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พล.ท.สมศักดิ์ สมรักษ์ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารบก ผู้แทนเลขาธิการคณะ คสช. แถลงสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ว่า วันที่ 6 ของการรณรงค์ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร เกิดอุบัติเหตุ 664 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 89 ราย ผู้บาดเจ็บ 675 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เมาสุรา ร้อยละ 43.22 ขับรถเร็วเกินกำหนดร้อยละ 31.48 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดได้แก่ รถ จยย. ร้อยละ 84.60 รถกระบะ 4.84 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรงร้อยละ 64.91 มีผู้ถูกดำเนินคดีรวม 185,944 ราย ความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 50,013 ราย ไม่มีใบขับขี่ 45,323 ราย จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ กาญจนบุรี 24 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา 10 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุดได้แก่ นครศรีธรรมราช 31 คน สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 6 วัน (27 ธ.ค.61-1 ม.ค.62) เกิดอุบัติเหตุรวม 3,425 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 410 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 3,516 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต หรือตายเป็นศูนย์มี 6 จังหวัด ได้แก่ ตาก พังงา แพร่ แม่ฮ่องสอน สตูล และสมุทรสงคราม จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช 109 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา 24 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช 127 คน

พล.ท.สมศักดิ์กล่าวอีกว่า ประชาชนบางส่วนยังคงอยู่ระหว่างการเดินทางกลับจากภูมิลำเนา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. สั่งการให้ ศปถ. ประสานจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนตลอดเส้นทางอย่างต่อเนื่อง ดำเนินการแก้ไขปัญหาการจราจร เปิดช่องทางพิเศษเพื่อเร่งระบายรถ และปิดจุดเสี่ยงอุบัติเหตุ ด้าน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ภาพรวมยอดความสูญเสียของอุบัติเหตุจากการใช้รถใช้ถนน อาจไม่มากเหมือนปีที่ผ่านมา แต่อุบัติเหตุหลักที่จับกุมมากที่สุดคือการขับรถเร็ว และดื่มสุรา

ด้านนายประสาร มหาลี้ตระกูล อธิบดีกรมคุมประพฤติ เปิดเผยถึงสถิติคดีที่ศาลสั่งคุมประพฤติ ยอดสะสมรวม 6 วัน ระหว่างวันที่ 27 ธ.ค.61-1 ม.ค.62 ว่า มีจำนวน 6,390 คดี จังหวัดที่มียอดคดีขับรถขณะเมาสุราสะสมรวม 6 วันสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ กรุงเทพฯ 413 คดี จ.มหาสารคาม 411 คดี และ จ.สกลนคร 382 คดี นอกจากนี้ ศาลยังมีคำสั่งติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์คุมประพฤติ หรือกำไร EM ในคดีขับรถขณะเมาสุรา โดยมีเงื่อนไขให้รายงานพนักงานคุมประพฤติ พร้อมเข้ารับการอบรมความรู้เกี่ยวกับกฎจราจร 4 ครั้งมีกำหนด 1 ปี ให้ทำงานบริการสังคมและสาธารณประโยชน์ 24 ชั่วโมง พักใช้ใบอนุญาตขับขี่มีกำหนด 6 เดือน และห้ามออกจากที่อยู่อาศัยของตนตั้งแต่เวลา 22.00-04.00 น. ในระยะเวลา 15 วัน สำหรับสถิติจำนวนยอดสะสม 6 วัน เป็น 67 ราย ได้แก่ กรุงเทพฯ 35 ราย จ.ขอนแก่น 14 ราย จ.บุรีรัมย์ 12 ราย จ.ราชบุรี 5 ราย และ จ.ระยอง 1 ราย

ต่อมาเวลา 16.30 น. วันเดียวกัน พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วยนายเฉลียว ไวยกัญหา หัวหน้าสถานีรถไฟกรุงเทพ และเจ้าหน้าที่ในส่วนที่เกี่ยวข้อง เดินทางมาตรวจพื้นที่บริเวณสถานีรถไฟหัวลำโพง เพื่อเตรียมรองรับผู้โดยสารขากลับเข้า กทม. พร้อมทั้งกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟและเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานช่วยกัน ตรวจตราดูแลความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนให้ดีตลอดช่วงเทศกาลปีใหม่

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้