วันศุกร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เผยโฉมไอ้หื่น ข่มขืนเด็กอายุต่ำกว่า15 กองปราบไล่ล่า จับ 10 รายในรอบปี

เผยโฉมไอ้หื่น ข่มขืนเด็กอายุต่ำกว่า15 กองปราบไล่ล่า จับ 10 รายในรอบปี

  • Share:

ขึ้นชื่อว่าอารมณ์ความรู้สึกมันพาไป ตัณหาครอบงำให้ทำชั่วคิดร้าย บางรายข่มขืนได้แม้กระทั่งลูกหลานในไส้ของตัวเอง และนี่ถือเป็นภัยสังคมแฝงอยู่ในหลายชุมชน เจาะรากลึกลงไปถึงปัญหาครอบครัว ปู่ ลุง น้า อา หรือแม้กระทั่งพ่อแท้ๆ กล้าที่จะลงมือมีเพศสัมพันธ์กับลูกหลานในสายเลือด ซ้ำร้ายไปกว่า แต่ละคนอายุยังไม่ถึง 15 ปี ที่ผ่านมามีผู้ต้องหาหนีหมายจับคดีข่มขืน แฝงตัวปะปนอยู่แทบจะทุกหย่อมหญ้า หากแต่ว่าตลอดทั้งปี 2561 ที่ผ่านมา ตำรวจกองปราบปราม โชว์ฝีไม้ลายมือ ไล่ล่าจับส่งเจ้าของพื้นที่ เพื่อรับโทษดำเนินคดีตามกฎหมาย หลายสิบราย โดยแยกเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน 10 ราย 

10.หนุ่มขายข้าวโพดต้ม ชำเราเด็ก 14 หนีคดี 3 ปี ย่าผู้เสียหายร้องมูลนิธิปวีณา 

วันที่ 21 ต.ค.61 เวลาประมาณ 08.45 น. พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป., พ.ต.ท.เผด็จ งามละม่อม รอง ผกก.2 บก.ป. สั่งการตำรวจในชุด จับกุมตัว "นายธานินทร์ หรือเอ็ม ชุมเศษ" อายุ 29 ปี ชาวจังหวัดลพบุรี จำเลยตามหมายจับของศาลจังหวัดระยอง ที่ 806/2558 ลงวันที่ 28 กันยายน 2558 คดีหมายเลขดำ ที่ อ.3643/2558 โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “ข่มขืนกระทำชำเรา ความผิดเกี่ยวกับเพศ ความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพ (หลบหนีไม่ไปศาล)” สามารถจับกุมตัวได้บริเวณห้องพักใน ต.พนานิคม อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง นำตัวส่งศาลจังหวัดระยอง

สอบถาม นายเอ็มผู้ต้องหา ให้การว่า เมื่อปี 2557 ได้ทำงานรับจ้างอยู่ที่ ต.ห้วยโป่ง อ.เมืองระยอง จ.ระยอง ได้คบหากับเด็กหญิงเอ (นามสมมติ) ต่อมาปู่และย่าของเด็กหญิงเอทราบเรื่อง จึงได้ไปแจ้งความโรงพักและร้องมูลนิธิปวีณาให้ช่วยดำเนินคดี เมื่อตนทราบเรื่องจึงได้ตระเวนหนีไปหลายจังหวัด และได้กลับมาขายข้าวโพดต้มใน อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง จนมาถูกตำรวจจับกุมในที่สุด

9.น้าชายขืนใจหลานสาววัย 12 ปี ยังปฏิเสธเสียงแข็ง 

จากกรณีตำรวจกองปราบจับกุมตัว นายสมพงษ์ จิตหาญ หรือเขียว อายุ 31 ปี ที่ก่อเหตุข่มขืนหลานสาววัย 12 ปี ส่งตำรวจ สภ.โนนกรุง อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี ดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยเจ้าตัวแสดงความไม่พอใจ อ้างว่าไม่ได้กระทำผิด รวมทั้งขู่จะฟ้องคนแจ้งความที่ทำให้ตนเองเกิดความเสียหาย ต่อมาวันที่ 27 ต.ค. 61  พ.ต.ท.เกรียงศักดิ์ จันทร์เต็ม สารวัตรสอบสวน สภ.โนนกรุง เปิดเผยว่า หลังจากสอบปากคำผู้ต้องหาแล้วปรากฏว่า ยังคงให้การปฏิเสธ จึงนำตัวไปส่งฝากขังต่อศาลในช่วงบ่ายวานนี้ (26 ต.ค.) เบื้องต้นพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนีไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ซึ่งศาลสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้านจึงอนุญาตให้ฝากขังได้ 

อย่างไรก็ตามในส่วนของการประกันตัวนั้น เบื้องต้นยังไม่มีรายงานเรื่องของการประกันตัวผู้ต้องหา ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัวไปแล้ว ส่วนที่ว่าศาลจะให้หรือไม่นั้นเป็นดุลยพินิจของศาล สำหรับคดีนี้ไม่ได้มีความซับซ้อนแต่อย่างใด หลังจากสอบปากคำพยานแล้วเสร็จ ก็จะรวบรวมเอกสารหลักฐานทางคดีส่งให้พนักงานอัยการพิจารณาได้เร็วที่สุดภายในสัปดาห์หน้า 

รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจาก นายสมพงษ์ รู้ตัวว่าต้องถูกคุมตัวส่งเข้าไปยังเรือนจำกลางจังหวัดอุบลราชธานีแล้ว ก็ไม่ได้มีท่าทีโวยวายเหมือนตอนที่อยู่บนโรงพัก กลับสงบเสงี่ยมเจียมตัวพอรู้ว่าจะต้องเข้าไปอยู่เรือนจำ เพราะกลัวว่าจะถูกรับน้องในห้องขัง อย่างไรก็ดี คาดว่าวานนี้ญาติของนายสมพงษ์คงจะหาหลักทรัพย์มาประกันตัวไม่ทัน ซึ่งเชื่อว่าทางญาติอยู่ระหว่างการเร่งหาหลักทรัพย์ไปยื่นต่อต่อศาลเพื่อให้พิจารณาปล่อยตัวชั่วคราว

8.ขืนใจหลานสาวเมีย วัย 14 ปี หนีคดี 15 ปี ก่อนจนมุมกองปราบ 

สืบเนื่องจากช่วงเดือนเมษายน พ.ศ.2546 นายอุทัย บุญเรือง ผู้ต้องหาซึ่งได้พักอาศัยอยู่ภายในบ้านพักที่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ หลังเดียวกันกับผู้เสียหาย ซึ่งเป็นเด็กหญิง อายุเพียง 14 ปี และยังเป็นหลานของภรรยาพี่ชายของนายอุทัย โดยนายอุทัย ได้ก่อเหตุขืนผู้เสียหายก่อนที่จะเกรงกลัวความผิดหลบหนีไป

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามได้สืบทราบว่านายอุทัยหลบหนีไปทำงานอยู่ภายในสวนยางพารา อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบได้ลงพื้นที่นำหมายจับของศาลจังหวัดสมุทรปราการที่ 1213/2546 ลงวันที่ 20 สิงหาคม 2546 ข้อหา “ข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกินสิบห้าปี ซึ่งมิใช่ภรรยาของตนโดยเด็กหญิงนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม” เข้าจับกุมตัวผู้ต้องหาที่บ้านพักภายในสวนยางพารา ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางแก้ว จ.สมุทรปราการ ดำเนินคดีตามกฎหมาย

7.ปู่ วัย 80 ปี ร่วมกับหลานชาย วัย 30 ปี ข่มขืนหลานสาว วัยเพียง 14  

20 มิ.ย. 61 ร.ต.อ.เอกชัย คำแหง รอง สว.(สอบสวน) สภ.มะนัง พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ นำเด็กหญิงบี (นามสมมติ) อายุ 14 ปี ลงพื้นที่ ต.นิคมพัฒนา อ.มะนัง จ.สตูล เพื่อไปยังบ้านพักที่เด็กเคยอาศัยทั้ง 2 หลัง เพื่อชี้ยังจุดเกิดเหตุภายในห้องนอน จุดที่ปู่เลี้ยงและอาได้ลงมือกระทำชำเราขืนใจนานร่วม 4 ปี

ผู้ก่อเหตุคือ นายแป้น จีดจีน อายุ 80 ปี เป็นปู่เลี้ยง (สามีใหม่ของย่า) วัย 80 ปี ที่ได้เลี้ยงดูเด็กหญิงบีมาตั้งแต่เรียนชั้นอนุบาล หลังพ่อแม่แยกทางกันและต่างคนไปทำงานต่างถิ่น โดยให้เด็กหญิงบีได้มาอาศัยอยู่กับปู่และย่า โดยก่อนลงมือขืนใจเด็กหญิงบีตั้งแต่อายุ 10 ขวบ ภายในห้องนอนเด็กเอง ซึ่งปู่เลี้ยงได้ยกห้องนอนที่มีอยู่ห้องเดียวภายในบ้านให้เด็กหญิงบี และได้ยกทีวีซึ่งมีเครื่องเดียวของบ้านไปไว้ในห้องนอนเด็กหญิงบี โดยนายแป้นมักจะทำทีเข้าไปดูทีวีภายในห้องของเด็กหญิงบีซึ่งแทบทุกคืน โดยย่ามักไม่ค่อยอยู่บ้าน เนื่องจากเดินทางไปต่างจังหวัดเยี่ยมญาติบ่อยครั้ง

นอกจากนี้ในระหว่างปี 2559 นายธันวา จีดจีน อายุ 30 ปี ซึ่งเป็นลูกชายของนายแป้น และมีศักดิ์เป็นอาแท้ๆ ก็ได้ล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงบี 2 ครั้ง โดยลวงให้ไปที่บ้านซึ่งอยู่ไม่ห่างกันมากนัก และมักจะสอบถามเด็กอยู่บ่อยครั้งว่านำเรื่องนี้ไปเล่าให้ใครฟังบ้าง โดยอามักจะนำปืนออกมาให้เห็นบ่อยๆ สร้างความหวาดกลัวให้กับเด็ก

ล่าสุดวันที่ 28 เม.ย. 61 ที่ผ่านมา ปู่ได้เข้ามาบังคับขืนใจอีกครั้ง เด็กหญิงบีจึงทนไม่ไหวได้หนีออกจากบ้านไปอยู่บ้านเพื่อนและเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดรวมทั้งการกระทำของปู่เลี้ยงและอาอย่างละเอียดให้แม่เพื่อนฟัง นางซีผู้เป็นแม่แท้ๆ หลังทราบเรื่องราวก็ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงนำเรื่องปรึกษาญาติพี่น้องและรับตัวลูกกลับมาอยู่ด้วย และรีบเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายแป้นและนายธันวาให้ถึงที่สุด

เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหาดำเนินคดีกับนายแป้น ปู่เลี้ยง ใน 4 ข้อหา คือ กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี, กระทำอนาจารเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี, ผิด พ.ร.บ.ความรุนแรงในครอบครัว, พรากผู้เยาว์ ส่วนอาแท้ๆ คือนายธันวา ถูกแจ้งดำเนินคดี 3 ข้อหา คือ กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี, กระทำอนาจารเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี, พรากผู้เยาว์ โดยทั้งคู่ให้การปฏิเสธหลังถูกควบคุมตัวโดยตำรวจ สภ.มะนัง 

6.ขืนใจเด็ก 14 หนี 7 ปี ไปบวชเป็นพระ ถูกบุกจับคาผ้าเหลือง

นายศตวรรษ หรืออาตี้ จันทะวงษ อายุ 27 ปี หรือ อดีตพระศตวรรษ ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดสกลนคร ลงวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2555 ในความผิดฐาน “ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้นั้นอยู่ในภาวะที่ไม่ขัดขืนได้” ถูกตำรวจกองปราบปรามจับกุมตัวได้ขณะที่หลบหนีไปบวชเป็นพระที่วัดแห่งหนึ่งในอำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น

จากกรณีเมื่อช่วงปี 2554 นายศตวรรษ ผู้ต้องหาได้นั่งดื่มสุราอยู่กับเพื่อนที่หน้าห้องที่เกิดเหตุ ในพื้นที่อำเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร ระหว่างนั้นผู้เสียหายซึ่งเป็นเด็กหญิงอายุเพียง 14 ปี ได้เข้ามาในห้อง ผู้ต้องหาได้ตามเข้าไป ก่อเหตุข่มขืนผู้เสียหายภายในห้องพัก ก่อนจะหลบหนีไป ผู้เสียหายได้แจ้งความกับตำรวจ สภ.พังโคน และ พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหารายนี้ไว้


เจ้าหน้าที่จึงทำการสืบสวนติดตามมาโดยตลอด ทราบว่าผู้ต้องหารายนี้หลบหนีมาบวชเป็นพระเมื่อวันที่ 4 มิ.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จึงเข้าแสดงหมายจับเพื่อจับกุมตัว ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงได้ประสานกับเจ้าอาวาสวัดเพื่อทำการลาสิกขาให้กับพระรูปดังกล่าว แล้วทำการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ ก่อนนำตัวส่ง พนักงานสอบสวน สภ.พังโคน จ.สกลนคร

5.ลวงเด็กหญิง 2 ราย วัย 13 ปี ขืนใจ ขณะเรียนมัธยม หนี 4 ปี ถูกจับยังปฏิเสธ  

เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. สั่งการ พ.ต.ท.กิตติเมศร์ โชติปิติเจริญรัฐ สว.กก.1 บก.ป. นำกำลังจับกุม นายอินทิชัย หรือน๊อต กองแก้ว อายุ 19 ปี ตามหมายจับศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ข้อหา “ร่วมกันข่มขืนเด็กไม่เกิน 15 ปี, พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี” ได้ที่หน้าบ้านเลขที่ 234 ซอยประชาชื่น 7 ถ.ประชาชื่น แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กทม.

ทั้งนี้ เมื่อประมาณต้นเดือนมกราคม 2557 ผู้ต้องหาซึ่งขณะนั้นยังเป็นนักเรียนมัธยมต้นในโรงเรียนแห่งหนึ่งย่านวงศ์สว่าง ได้ร่วมกับเพื่อนนักเรียนรวม 4 คน แชตเฟซบุ๊กชักชวนเด็กหญิงอายุ 13-14 ปี 2 คน มาเที่ยวที่บ้านเพื่อนผู้ต้องหาแถวชุมชนย่านเขตจตุจักร เมื่อมาถึงผู้ต้องหาและกลุ่มเพื่อนได้ใช้กำลังขืนใจผู้เสียหายทั้ง 2 คน ต่อมาผู้ปกครองผู้เสียหายพาลูกสาวเข้าแจ้งความดำเนินคดีไว้ที่ สน.ประชาชื่น กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมผู้ก่อเหตุได้ทั้งหมด เหลือเพียง นายอินทิชัย ที่ยังหลบหนี จากนั้นเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า นายอินทิชัย ได้หลบหนีมาพักอาศัยกับญาติย่านประชาชื่น จึงเข้าจับกุมดังกล่าว

สอบสวน นายอินทิชัย ให้การปฏิเสธว่า วันเกิดเหตุเพื่อนในกลุ่มชักชวนมาเที่ยวที่บ้าน ระหว่างนั้นผู้เสียหาย 2 คนได้มาที่ห้อง โดยเพื่อนบอกว่าเป็นแฟนเขา ตนจึงขอตัวออกไปหาข้าวกิน เมื่อกินข้าวเสร็จแล้วก็กลับมาที่บ้านหลังดังกล่าว แต่ไม่พบว่ามีใครอยู่แล้ว จึงออกไปเล่นเกมต่อแล้วเดินทางกลับบ้านทันที มาทราบภายหลังว่าถูกออกหมายจับ จึงหลบหนีเรื่อยมา กระทั่งมาถูกจับกุมดังกล่าว

4.ยาบ้ากรอกปาก เรียงคิวขืนใจเด็กหญิง 8 ขวบ ก่อนปล่อยทิ้งข้างทาง 

ตำรวจกองปราบปราม คุมตัว นายจีรศักดิ์ สุขเข อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดจันทรบุรี หลังร่วมกับพวกอีก 2 คน ล่อลวงเด็กหญิงอายุ 8 ขวบ ว่า จะพาไปเที่ยว แต่กลับไปบ้านพัก อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี จากนั้นนำยาบ้ากรอกปาก และ ใช้กำลังบังคับเรียงคิว ข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ จนเด็กหญิงที่อยู่ในสภาพสลบแน่นิ่งไม่ได้สติ จากนั้นก็นำร่างไปทิ้งไว้ข้างทาง เหตุเกิดเมื่อ 18 ธ.ค.2560 หลังเกิดเหตุตำรวจจับกุม นายชาตรี หาญชนะ และนายสุรเชษฐ์ จอมคำสิงห์

ส่วน นายจีรศักดิ์ หลบหนีไปได้นาน 6 เดือน ก่อนถูกจับกุมได้ บริเวณด้านหน้าโรงพยาบาลพระปกเกล้า จ.จันทบุรี สอบสวนนายจีรศักดิ์ให้การปฏิเสธ อ้างว่าไม่ได้ร่วมลงมือข่มขืนเด็กหญิง มีเพียงนายชาตรีและนายสุรเชษฐ์ที่ลงมือข่มขืนผู้เสียหาย แต่หลังจากเสร็จกิจทั้ง 2 คน ได้โทรศัพท์เรียกตนเองให้ไปพาผู้เสียหายไปปล่อยทิ้งไว้กลางทาง แต่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อจึงแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับ คือ ร่วมกันกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกินสิบสามปี โดยใช้กำลังบังคับขู่เข็ญ

3.คุณตาวัย 59 ปี ขืนใจหลานสาวในไส้ ยังให้การปฏิเสธ บอกแค่ลูบคลำ เอานิ้วแหย่ 

ตร.บุกจับตาหื่นลวงหลานสาวในไส้ขืนใจ เผยใช้มือถือมาล่อให้เล่นเกมก่อนพาไปข่มขืน ยังให้การภาคเสธอ้างแค่พาไปอาบน้ำแล้วลูบคลำ ใช้นิ้วแหย่อวัยวะเพศเท่านั้น ยังท้าให้ไปแจ้ง ตร.จับ บอกเอาผิดไม่ได้เพราะเรื่องนานแล้ว เหตุเกิดเมื่อวันที่ 21 ธ.ค. ที่กองปราบปราม พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. สั่งการ พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม ผกก.4 บก.ป. พ.ต.ท.อนุชา ศรีสำโรง พ.ต.ต.ฐิติวัสส์ แซมเขียว สว.กก.4 บก.ป. นำกำลังจับกุม นายกนก หรือแดง แม้นทิม อายุ 59 ปี ชาวกรุงเทพฯ ตามหมายจับศาลจังหวัดกาญจนบุรี ที่ 464/2561 ลงวันที่ 7 กันยายน 2561 ข้อหากระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี ซึ่งมิใช่ภริยาของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ได้ที่ริมถนนภายในซอยสำโรงใต้ 7 ต.สำโรงกลาง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ

พ.ต.อ.แมน เปิดเผยว่า ได้รับการประสานจากมูลนิธิปวีณาว่า ผู้ปกครองของ ด.ญ.เอ (นามสมมติ) อายุ 8 ปี ร้องเรียนว่า ลูกสาวถูกนายกนก ผู้ต้องหารายนี้ ซึ่งมีศักดิ์เป็นตาของเด็ก ก่อเหตุข่มขืนกระทำชำเรา เหตุเกิดขึ้นภายในบ้านพักของญาติ ต.ไทรโยค อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยผู้ต้องหาอาศัยความเป็นญาติเข้ามาตีสนิทกับเด็กหญิงผู้เสียหาย จากนั้นก็เอาแท็บเล็ตและโทรศัพท์มือถือมาให้เด็กเล่นเกม ก่อนจะลงมือก่อเหตุดังกล่าว

2.หนุ่มกู้ภัย ลวงขืนใจ 2 ด.ญ. อ้างมีเคราะห์ ทำพิธีในม่านรูด 

วันที่ 11 ต.ค. ที่กองปราบปราม พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รรท.ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ท.เชษฐ์พันธ์ กิติเจริญศักดิ์ รอง ผกก. พ.ต.ต.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ สว.กก.1 บก.ป. ร.ต.ท.นงค์ เนียมสูงเนิน รอง สว.กก.1 บก.ป. เข้าจับกุมนายดุสิต บุญฤทธิ์ หรือโน อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 91 ม.6 ต.นาสีนวล อ.เมือง จ.มุกดาหาร ตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ที่ จ.695/2561 ลงวันที่ 10 ต.ค. ในข้อหา “พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดาเพื่อการอนาจาร และกระทำชำเราแก่เด็กอายุยังไม่เกิน 13 ปี” โดยจับกุมตัวได้ที่อู่ซ่อมรถแห่งหนึ่งย่านถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กทม.

พ.ต.อ.ธงชัย เปิดเผยว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมา นายดุสิตล่อลวง ด.ญ.เอ (นามสมมติ) อายุ 14 ปี และ ด.ญ.บี (นามสมมติ) อายุ 12 ปี โดยชักชวนไปดูหนังที่โรงภาพยนตร์ในห้างสรรพสินค้าย่านถนนพระราม 2 เสร็จแล้วก็ใช้อุบายหลอกผู้เสียหายว่ากำลังมีเคราะห์ ต้องทำพิธีสะเดาะเคราะห์ ก่อนจะพาไปข่มขืนกระทำชำเราที่โรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่ง เสร็จแล้วก็พาตัวไปส่งที่ตลาดนัดอินดี้ย่านดาวคะนอง

หลังเกิดเหตุผู้ปกครองของผู้เสียหายทั้ง 2 คน พบความผิดปกติ จึงสอบถามจนทราบความจริง ก่อนพาเข้าแจ้งความ ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบสวนทราบว่า ผู้ต้องหาเป็นอาสาสมัครของกู้ภัยแห่งหนึ่ง และเป็นลูกจ้างอยู่ที่อู่ซ่อมรถดังกล่าว จึงนำกำลังเข้าจับกุมตัว สอบสวนนายดุสิตให้การรับสารภาพว่า รู้จักกับผู้เสียหายทั้ง 2 คนผ่านทาง ด.ญ.เอ ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกับผู้เสียหาย โดยมีการติดต่อกันผ่านทางแอปพลิเคชันไลน์ แต่ด้วยความที่ตนอ่านเขียนหนังสือไม่ออก จึงใช้การพูดคุยกับผู้เสียหายทั้ง 2 คนผ่านทางข้อความเสียงแทนการพิมพ์ 

"ในวันเกิดเหตุหลังจากดูหนังเสร็จแล้ว ก็ชักชวนผู้เสียหายทั้ง 2 ไปนั่งเล่นต่อที่สวนหย่อมใกล้ๆ กับห้าง โดยได้ขอดูลายมือของเด็กผู้เสียหายทั้ง 2 อ้างว่าสามารถดูดวงทำนายชะตาได้ เพราะเคยศึกษากับพระอาจารย์ที่วัดแห่งหนึ่งใน จ.มุกดาหาร มีบางเรื่องที่ทำนายได้ตรง ทำให้ผู้เสียหายเชื่อว่าดูดวงเม่นจริง จึงได้ทำนายไปว่าผู้เสียหายทั้ง 2 กำลังจะมีเคราะห์ ครอบครัวอาจต้องแตกแยก แต่ก็มีวิธีแก้กรรม จากนั้นก็พาผู้เสียหายไปทำพิธีแก้กรรมที่โรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่ง"

ระหว่างทำพิธี ตนก็ให้ผู้เสียหายถอดเสื้อผ้าออก เสร็จแล้วก็นำธูปมาเขียนอักขระลงบนร่างกาย เพื่อแสร้งทำเป็นพิธีกรรมสะเดาะเคราะห์ ระหว่างนั้นตนเกิดอารมณ์ทางเพศจึงลงมือข่มขืนเหยื่อทั้ง 2 คนจนสำเร็จความใคร่ เสร็จแล้วก็นำตัวไปส่งที่ตลาดฯย่านดาวคะนอง ก็ไม่คิดว่าจะถูกตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว

1.เด็กหญิงโร่ร้อง ถูกแม่แท้ๆ ขึงพืดให้พ่อเลี้ยงข่มขืน ด้านผัวเมียโต้ เด็กสร้างเรื่อง

เมื่อวันที่ 24 ธ.ค.61 ตำรวจกองปราบ กองกำกับการ 6 กองบังคับการปราบปราม เข้าจับกุม นายสมพร นพรัตน์ อายุ 54 ปี และ น.ส.ราตรี แก้วศรี อายุ 45 ปี สองผัวเมีย ตามหมายจับของศาลจังหวัดนาทวี ในข้อหาร่วมกันกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปี ซึ่งไม่ใช่ภรรยาหรือสามีของตนโดยเด็กจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม

โดยจับกุมได้ที่บ้านพักเลขที่ 152 หมู่ 1 ต.บางกล่ำ อ.บางกล่ำ จ.สงขลา และควบคุมตัวมาสอบสวนที่ศูนย์ประสานงานกองกำกับการ 6 กองบังคับการปราบปราม จ.สงขลา หลังจากที่ถูกแจ้งความว่า นายสมพร ได้ข่มขืนเด็กหญิงอายุ 14 ปี ซึ่งเป็นลูกเลี้ยงและลูกสาวแท้ๆ ของ น.ส.ราตรี ภรรยา และภรรยาเป็นคนช่วยจับตัวเด็กหญิงให้พ่อเลี้ยงข่มขืน

พ.ต.ท.ปิยพล แป้นแก้ว เปิดเผยว่า พี่สาวของเด็กได้มีการเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.สะเดา จ.สงขลา ซึ่งจากการสอบสวนทราบว่าเหตุเกิดเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2560 แม่ได้ตามลูกสาวอายุ 14 ปี ให้ไปที่ขนำของพ่อเลี้ยงซึ่งอยู่ในสวนยางพื้นที่หมู่ 10 ต.สะเดา อ.สะเดา จ.สงขลา ซึ่งทั้งแม่และพ่อเลี้ยงนอนอยู่บนขนำ (กระท่อม) และถูกพ่อเลี้ยงลวนลามและถอดเสื้อ แต่เด็กไม่ยอมแม่จึงได้ช่วยจับมือลูกสาวทั้งสองข้างในลักษณะขึงพืดและให้พ่อเลี้ยงข่มขืนต่อหน้าต่อตา และพยายามกระทำถึง 2 ครั้ง แต่ครั้งที่สองเด็กได้วิ่งหลบหนีมาหาพี่สาวให้ช่วยเหลือเอาไว้

แต่จากการสอบสวน น.ส.ราตรี และนายสมพร ผู้เป็นแม่ยังคงยืนกรานปฏิเสธเสียงแข็ง ว่าเรื่องนี้ไม่เป็นความจริง เป็นการแต่งเรื่องขึ้นมาของลูกสาวที่ไม่ชอบหน้าพ่อเลี้ยงคนนี้ และต้องการให้ตนแต่งงานกับพ่อเลี้ยงคนใหม่

โดย น.ส.ราตรี บอกว่า ในวันเกิดเหตุได้ตามให้ลูกสาวไปที่ขนำของพ่อเลี้ยงจริง ซึ่งอยู่ติดกับบ้านและตนกับสามีก็นอนอยู่ด้วยกันบนขนำ และตนได้ให้ลูกสาวช่วยเหยียบเพื่อคลายความเมื่อยล้า แต่ลูกสาวไม่ยอมตนจึงต่อว่าว่าขี้เกียจ ทำให้ลูกสาวน้อยใจนั่งร้องไห้อยู่บนขนำนานเกือบ 2 ชั่วโมง ไม่ได้จับตัวลูกสาวให้พ่อเลี้ยงข่มขืนตามที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด

ด้าน นายสมพร พ่อเลี้ยงบอกว่า หลังเกิดเหตุได้ถูกญาติพี่น้องของภรรยานับ 10 คน มารุมซ้อมที่ขนำด้วยความโกรธแค้นจนกระอักเลือดเพราะเข้าใจผิดว่าตนข่มขืนลูกเลี้ยง ต้องเข้ารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลหลายวัน จากนั้นจึงได้ย้ายมาอาศัยอยู่ในพื้นที่ อ.บางกล่ำ กับภรรยา แต่ไม่ใช่เพราะหลบหนี แต่เพราะกลับไปอยู่ที่เดิมไม่ได้เนื่องจากญาติพี่น้องฝ่ายภรรยาเข้าใจผิด

"ขณะนี้เรื่องทุกอย่างเข้าใจกันดีหมดแล้ว ลูกเลี้ยงทั้งสองคนก็มาหาที่บ้านที่ อ.บางกล่ำ ตามปกติ และลูกเลี้ยงก็สำนึกผิดได้ขอโทษที่แต่งเรื่องขึ้นมาเพราะ ไม่ชอบหน้าเป็นทุนเดิม และต้องการที่จะไปถอนแจ้งความที่ สภ.สะเดา แต่ทำไม่ได้เนื่องจากมีญาติเป็นผู้แจ้งความ และเรื่องนี้เป็นคดีอาญา ถอนแจ้งความไม่ได้ กำลังอยู่ระหว่างการหาทางออกว่าจะทำอย่างไร เพื่อให้คดีจบลง ส่วนญาติพี่น้องที่รุมซ้อมนั้นก็จะไม่เอาเรื่องปล่อยให้เป็นเรื่องของเวรกรรม ใครทำอะไรไว้ก็รับกรรมที่ทำกันเอาเอง".

คุณอาจสนใจข่าวนี้