วันพุธที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ของดีขับสี่ Symmetrical All-Wheel Drive ใน SUBARU NEW XV

ของดีขับสี่ Symmetrical All-Wheel Drive ใน SUBARU NEW XV

  • Share:

Subaru new XV เจนเนอเรชั่นที่ 2 4 นำเข้ามาขายทั้งคันโดยบริษัท TC Subaru โดยเปิดตัวในประเทศไทยเมื่อช่วงปลายปี 2017 มันคือ Crossover ที่มีมิติมุมมองคล้ายกับรถแฮตช์แบคห้าประตู โดยมีการเติมความอเนกประสงค์ของห้องโดยสาร เบาะหลังแบบพับได้พร้อมพื้นที่ขนสัมภาระที่มากกว่ารถเก๋ง 4 ประตูไซส์เล็ก สัดส่วนความสูงที่มากกว่ารถซีดานในการทำตัวเป็นรถยนต์อเนกประสงค์ขาลุยขับเคลื่อนสี่ล้อ New XV 2018 มีส่วนความกว้างที่ตัวเลข 1,800 มิลลิเมตร กว้างมากกว่า XV โฉมแรก 20 มิลลิเมตร การออกแบบยังคงยึดโยงกับความสำเร็จของรถรุ่นแรก ทำให้ขนาดลำตัวใกล้เคียงกันมากจนดูแทบไม่ออก

New XV With Subaru Global Platform
โครงสร้างและแซสซีแบบใหม่ที่เรียกว่า Subaru Global Platform - SGP ใช้โครงสร้างโลหะเหล็กเหนียวที่เน้นความแข็งแกร่งในจุดที่ต้องรับแรงทั้งแรงบิดตัวและแรงกด เมื่อวางเครื่องยนต์สูบนอนแบบ Boxer ที่มีขนาดกะทัดรัดและมีความสูงไม่มาก จากสูบที่ชักอยู่ด้านข้างแทนที่จะเป็นสูบเรียงอย่างเครื่องยนต์ของรถทั่วไป ทำให้ความสูงของตัวเครื่องยนต์อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าปกติ เมื่อมีจุดศูนย์ถ่วงของเครื่องยนต์ที่ต่ำ การตอบสนองต่อการควบคุมจะทำได้ดีขึ้น รวมถึงการใช้ระบบขับเคลื่อนแบบสี่ล้อตลอดเวลา ซึ่งเหนือกว่ารถยนต์ Crossover ทั่วๆ ไปที่มักจะขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หน้า ต่อเมื่อเซ็นเซอร์ตรวจพบการลื่นไถล ระบบจึงจะสั่งให้ชุดขับเคลื่อนล้อหลังทำงานผ่านเพลาขับหลัง และส่วนใหญ่มีแรงบิดที่ส่งไปยังล้อคู่หลังน้อยกว่าล้อหน้า แรงบิดที่น้อยกว่า อาจทำให้การขับขี่ในสภาพทางที่เป็นอุปสรรค เมื่อต้องขึ้นจากหล่มโคลนทำได้ไม่ดีเท่ากับรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อตลอดเวลา

Subaru Global Platform - SGP ถูกนำมาปรับใช้กับรถยนต์หลากหลายรุ่นที่จะออกขายในอนาคต ชิ้นส่วนที่สามารถทดแทนกันได้ทำให้ต้นทุนในการผลิตลดลง ตัดปัญหาเรื่องการขาดแคลนชิ้นส่วนอะไหล่ แชสซีแบบใหม่ยังถูกออกแบบให้รองรับเครื่องยนต์พลังงานทางเลือกอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น Plug in Hybrid หรือแม้แต่ EV แพลตฟอร์มใหม่เน้นไปที่ความแข็งแกร่งและความปลอดภัยเมื่อเกิดอุบัติเหตุเป็นหลัก

การวางเครื่องยนต์ที่ต่ำกว่ารถทั่วไปบนแพลตฟอร์มใหม่ ทำให้ Subaru new XV สามารถควบคุมทิศทางได้ดี จุดศูนย์ถ่วงของตัวเครื่องที่เตี้ยลงอีก 5 มิลลิเมตรทำให้การถ่ายเทแรงบิดไปยังล้อขับเคลื่อนทุกล้อได้อย่างสมดุล ช่วยลดอาการโคลงตัวลงไปได้ถึง 50% ลดเสียงรบกวนจากภายนอกรวมถึงการลดแรงสั่นสะเทือนลงไปอีก 30% การจัดการเกี่ยวกับอัตราเฉลี่ยของการกระจายน้ำหนัก ก็มีตัวเลขที่สมมาตรเหมือนเดิม เรขาคณิตที่ดีของระบบรองรับที่ปรับปรุงใหม่ รวมกับความชำนาญด้านการสร้างรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อ ทำให้สมรรถนะของรถ New XV อยู่ในระดับหัวแถวของรถ Crossover ที่มีราคาประมาณล้านนิดๆ คู่แข่งอย่าง Honda HR-V / Mazda CX-3 Ford กลายเป็นมวยรองทันที จากรูปแบบของระบบขับเคลื่อน ลักษณะการวางเครื่องยนต์และการกระจายน้ำหนักที่ยังคงเป็นรองรถอย่าง Subaru New XV เมื่อเปรียบเทียบกันอย่างตรงไปตรงมา

New XV สีส้ม sunshine orange เหมือนรถแฮตช์แบคยกสูงที่สมส่วน ความยาวตัวถัง 4,465 มิลลิเมตร มองด้วยตาเปล่าแทบจะมองกันไม่ออกว่ามันยาวกว่าเดิม 15 มิลลิเมตร รูปลักษณ์ที่ลงตัวแต่ยังคล้ายกับ XV รุ่นแรก เกิดจากการออกแบบเพื่อทำให้มันมีรูปทรงที่กะทัดรัดสมกับความเป็นรถครอสโอเวอร์ที่ไม่ใช่เอสยูวี เหมาะกับการใช้งานในเมือง สำหรับขนาดความสูง 1,615 มิลลิเมตรนั้นยังคงเท่าเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ส่วนความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องอยู่ที่ 220 มิลลิเมตร ลุยทางวิบากได้อย่างสะดวก

รูปลักษณ์ของ new XV เจนเนอเรชั่นที่ 2 ออกแบบไฟหน้าใหม่ให้เล็กลง ไฟหน้ามีไฟหรี่กลางวัน LED Daytime Running Lights รูปแบบของไฟหน้าเฉียบคม โคมไฟพลาสติกใส ภายในวางไฟหรี่ LED ไฟสูง ไฟต่ำ แบบโปรเจคเตอร์ที่ทำงานโดยปรับองศาของมุมแสงหักเหไปตามทิศทางของพวงมาลัย หลอดไฟเลี้ยวยังคงติดตั้งไว้ในกรอบเดียวกัน ไฟหน้าของ New XV เชื่อมโยงกับรูปทรงของกระจัง ฝากระโปรง และสปอยเลอร์หน้า สปอยเลอร์หน้าขนาดใหญ่เป็นชิ้นเดียวกับกระจังหน้าที่คลุมทับส่วนหน้าทั้งหมดของ new XV กระจังหน้าออกแบบให้มีช่องรับอากาศ ทำจากพลาสติกสีดำทรงตะแกรงรังผึ้ง คาดกลางด้วยงานโครเมียมแปะตราสัญลักษณ์รูปดาวหกดวงบนพื้นสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นตราของแบรนด์หมู่ดาว Subaru ไฟตัดหมอกทรงกลมออกแบบให้ฝังลงในมุมทั้งสองข้างของสปอยเลอร์หน้าโดยมีการเพิ่มเติมรายละเอียดให้มากกว่ารุ่นแรก ใช้การเน้นกรอบไฟตัดหมอกด้วยการทำเป็นร่องวางตำแหน่งอยู่ในกรอบพลาสติกสีดำอย่างสวยงาม จุดเด่นของด้านหน้าใน Subaru new XV นอกจากไฟหน้าใหม่ กระจังหน้าใหม่และสปอยเลอร์แบบใหม่แล้ว ฝากระโปรงหน้ายังทำออกมาได้ดีจากดีไซน์ยกแนวสันนูนที่เฉียบคม สอดรับกับมุมของไฟหน้า เพื่อเพิ่มความเด่นชัดยามแสงตกกระทบ สัดส่วนด้านหน้าทั้งหมดสื่อให้เห็นถึงความตั้งใจในการออกแบบโดยยังคงติดกลิ่นของ XV รุ่นแรกอยู่พอสมควร

New XV มีขนาดที่กะทัดรัดและมีน้ำหนักเบา ทำให้เกิดความคล่องตัวเมื่อต้องขับในเมืองที่มีการจราจรคับคั่ง ด้านข้างของตัวถังเรียบและลื่นไหล พลาสติกกันกระแทกปิดคลุมซุ้มล้อโดยยังคงใช้ของเดิมคล้ายรุ่นแรกกลายเป็นวัสดุกันกระแทกที่ติดตั้งมาจากโรงงานเพื่อป้องกันริ้วรอยจากการวิ่งลุยทางหินทางฝุ่น ชิ้นงานพลาสติกชายล่างนี้ไล่ตั้งแต่ซุ้มล้อไปจนถึงสปอยเลอร์หลัง เสาหน้าที่มีองศาของความลาดเอียงที่เหมาะสม ออกแบบมาเพื่อทำให้ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานของอากาศมีตัวเลขที่ดีขึ้น กระจกบังลมบานหน้าที่ลาดเอียงมากกว่าปกติเชื่อมโยงแนวของหลังคาไปจนถึงเสาท้าย new XV มีความปราดเปรียวด้านมุมมอง แรคหลังคาทำจากอะลูมิเนียมสีเงิน (รุ่นที่แล้วใช้สีดำ) ติดมาให้เพื่อยึดกับแรคสำหรับการขนสัมภาระ แม้จะทำตัวเป็นรถลุย แต่ยังห่วงความสวยงามด้วยล้ออัลลอยลายใหม่ขอบ 17 นิ้ว ที่ออกแบบได้ดีและมีความแตกต่างจากล้อของ XV รุ่นแรกไม่มาก ล้อสีดำตัดขอบด้วยสีเงินของอัลลอย ส่วนยางติดรถมาจากโรงงานนั้นเป็นยางเยอรมันคุณภาพสูงยี่ห้อ Continental รุ่นพิเศษ Conti MAX Contact MC5 ขนาด 225/60/R17 97V (ยางของ XV รุ่นแรกมีแก้มที่เตี้ยกว่าเล็กน้อย) เป็นยางแก้มสูงถึง Series-60 และมีเนื้อนิ่ม สมรรถนะของยาง Continental ให้การยึดเกาะผิวถนนในเกณฑ์มาตรฐาน

แพลตฟอร์มใหม่ทำให้ new XV มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ความแข็งแกร่งก็เพิ่มมากขึ้น น้ำหนัก 1,439 กิโลกรัม หนักกว่า XV 2.0 i-P รุ่นที่แล้ว 5 กิโลกรัม บั้นท้ายแบบแฮตช์แบคห้าประตูตัวโย่งมีฝาท้ายที่เปิดออกได้ด้วยมุมกว้าง ไฟท้ายใหม่ทรงยาวสอดประสานไปกับแนวของฝาท้ายและสปอยเลอร์หลัง การออกแบบที่ดีทำให้ Subaru new XV เหมือน Impreza WRX รุ่นล่าสุดที่ถูกยกให้สูงโย่ง งานดีไซน์โดนใจลูกค้าจำนวนมากที่ชอบรถครอสโอเวอร์ไซส์เล็ก กระจกบังลมบานฝาท้ายโค้งเล็กน้อย กระจกบานท้ายติดตั้งใบปัดน้ำฝนด้านหลังให้และมีประโยชน์อย่างมากเมื่อต้องขับฝ่าสายฝน ไฟเบรกดวงที่สามติดอยู่บนสุดตรงกึ่งกลางของกระจกท้าย ออกแบบได้ดีด้วยการฝังตัวอยู่ในชิ้นงานตกแต่งที่อยู่บนสุดของขอบกระจก แถบพลาสติกสีแดงสะท้อนแสงที่มุมทั้งสองข้างของสปอยเลอร์คล้าย XV รุ่นแรก ช่วยเพิ่มมุมมองและความปลอดภัยในตอนกลางคืน ที่แปลกตาคือสปอยเลอร์หรือกันชนหลัง ที่ออกแบบให้มีครีบยื่นออกมาเล็กน้อย

new XV รุ่น 2.0i-P มีความปราดเปรียวทั้งในและนอกเมือง สำหรับการทดลองขับในเมือง ชุดส่งกำลังซึ่งเป็นเกียร์ Lineartronic CVT ให้ความกระชับและจับแรงบิดจากเครื่องยนต์ส่งลงพื้นถนนจนทำให้เกิดความคล่องแคล่ว มิติตัวถังมีขนาดไม่แตกต่างจากรถเก๋งเล็ก ทำให้การเปลี่ยนช่องทางมีความว่องไวใช้ได้ รวมถึงการถอยจอดในที่คับแคบก็ยังสะดวกเนื่องจากเซตพวงมาลัยให้เบาสบายมือขณะขับด้วยความเร็วต่ำ แม้จะมีขนาดที่เล็กแต่ XV ขับได้ง่ายกว่ากระบะดัดแปลง PPV-SUV ที่เป็นเจ้าตลาดรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อในประเทศไทย XV มีขนาดของตัวถังที่พอดิบพอดีไม่ใหญ่โตหรือสูงโย่ง ความสูงที่มากกว่ารถซีดานถูกปรับให้ลดอาการโคลงตัวจากแชสซีแบบใหม่ งานตกแต่งภายในของห้องโดยสารที่น่าตื่นตะลึงของ new XV สีส้ม sunshine orange เมื่อเข้าไปนั่ง ความเรียบง่ายของ XV รุ่นบุกเบิกกลายเป็นจุดที่ Subaru ใช้ในการปรับปรุงเพื่อสร้างบรรยากาศในการขับขี่ของ XV รุ่นใหม่ให้ดีขึ้นซึ่งก็ทำออกมาได้ดีเลยทีเดียว

รถขับเคลื่อน 4 ล้อของ Subaru เป็นที่รู้กันดีในหมู่นักเลงรถว่ามีระบบขับเคลื่อนที่ถูกอกถูกใจนักขับในไทยค่อนข้างมาก มันเป็นรถที่ขับได้ดี ทรงตัวได้อย่างยอดเยี่ยมและให้ความปลอดภัยเมื่อขับใชังานขณะฝนตกเมื่อถนนไม่อยู่ในสภาวะที่ปกติ แต่ติดอยู่ตรงศูนย์บริการที่มีไม่เยอะ รวมถึงราคาค่าซ่อมค่าชิ้นส่วนอะไหล่ของค่ายหมู่ดาวที่แพงเอาเรื่อง ทำให้ความนิยมเกิดขึ้นเฉพาะคนกลุ่มเล็กๆ ที่เสพติดการขับทุกล้อแบบสมมาตรโดยไม่ได้กระจายแพร่หลายเหมือนรถคู่แข่งอย่าง Honda HR-V / Mazda CX-3 / MG ZS / Toyota C-HR ความนิยมในระบบขับเคลื่อนสี่ล้อตลอดเวลา ความสามารถในการวิ่งทางไกล การลุยไปในพื้นที่ทุรกันดารวิบากสมบุกสมบันและการขับท่ามกลางฝนตกหนัก รถยนต์ Subaru กลายเป็นแบรนด์ที่มีความโดดเด่นด้านสมรรถนะของระบบขับเคลื่อนและประสิทธิภาพของเครื่องยนต์สูบนอน แนวคิดสร้างรถยนต์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวควบคู่ไปกับประสิทธิภาพในด้านออฟโรด เมื่อเลือกใช้รถยนต์ของ Subaru คุณจะต้องมีใจรักรถยี่ห้อนี้มากเป็นพิเศษรวมถึงชอบขับรถเป็นชีวิตจิตใจถึงเลือกใช้ Subaru

แนวคิดในการผลิต new XV เพื่อตอบสนองการใช้งาน โดยเน้นไปที่สภาพการควบคุม ประสิทธิภาพของการยึดเกาะและการทรงตัวบนผิวถนนที่หลากหลาย การใช้ล้อทุกล้อในการขับเคลื่อนตลอดเวลา พร้อมชุดบังคับเลี้ยวไฟฟ้าที่เซตมาอย่างลงตัว ช่วยเพิ่มความสามารถด้านการหักเลี้ยว เมื่อคุณมีความต้องการที่จะเดินทางท่ามกลางสมรรถนะและความนิ่มนวล คุณอาจมองข้ามรถ PPV-SUV ที่มีราคาสูสีกันแต่ขับได้ไม่ประทับใจเท่าที่ควร การหันมาเทใจให้กับ Subaru new XV คุณจะพบกับโลกของการขับขี่ที่เปิดกว้างมากกว่าเดิม สัมผัสของ Subaru ไม่ว่าจะเป็นรถรุ่นใดยากที่จะอธิบายให้เข้าใจได้อย่างถ่องแท้หากคุณไม่เคยลองขับด้วยตัวเอง Subaru new XV แม้จะเป็นรถยนต์ขับเคลื่อนทุกล้อและออกแนวลุยมากกว่ารถเก๋งทั่วไป แต่สัมผัสที่ได้รับยามวิ่งผ่านผิวถนนที่ไม่เรียบทำได้ดี ชุดกันสะเทือนเซตออกมาในแบบหนึบและนิ่มนวลทั้งการขับบนทางลาดยางเรียบๆ ทางลูกรังขรุขระที่ผมลองขับตะลุยเข้าไปในไร่อ้อย แรงบิด 196 นิวตันเมตรไม่มากมายอะไร เป็นแรงบิดในระดับอนุบาลที่พอจะเอาตัวรอดได้บ้างในเส้นทางที่มีความหลากหลายแบบนี้ การขับขึ้นเนินชันหรือวิ่งบนทางที่ไม่มีความสม่ำเสมอไม่สร้างปัญหาให้กับการควบคุม ยาง continental max contact mc5 ไซส์ 225/60R17 แก้มยางที่สูงกับเนื้อยางที่ค่อนข้างนิ่มทำให้นั่งขับได้สบาย

เครื่องสูบนอนขนาด 2.0 ลิตร ไม่มีระบบอัดอากาศ ทำให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงไม่ค่อยประหยัดเท่าที่ควร แต่ก็อย่าลืมว่าในความเป็นจริงนั้น รถขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลากินเปลืองกว่ารถขับเคลื่อน 2 ล้ออยู่แล้ว ตัวเลขอัตราสิ้นเปลือง 11.4 กิโลเมตรต่อลิตร บนเส้นทางแบบผสมทั้งทางราบและทางภูเขาเป็นการขับโดยใช้คันเร่งแบบปกติอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ การขับทดสอบในช่วงปีใหม่ ซึ่งเป็นคาบเวลาของฤดูหนาวอันแสนสั้น ท้องฟ้าใสแจ๋วไม่มีอุปสรรคในการบันทึกภาพประกอบบทความทดสอบท่ามกลางวิวทิวทัศน์สองข้างทางที่แปลกตา เมื่อขับ XV ในช่วงฤดูหนาวบนเส้นทางภูเขา ความสมบูรณ์แบบของระบบขับเคลื่อนสี่ล้อตลอดเวลา Symmetrical AWD ทำให้เจ้า XV สามารถฟันฝ่าเส้นทางที่ยากลำบากได้อย่างมั่นใจและเหนือกว่ารถยนต์ทั่วไปด้วยระบบขับเคลื่อนทุกล้อแบบสมมาตร การถ่ายเทกำลังจากเครื่องยนต์ผ่านเกียร์ Lineartronic CVT นิ่มนวล ไร้อาการกระตุกกระชากแต่มีความย้วยอยู่บ้าง เกียร์ CVT ทำงานไหลลื่น กลายเป็นชุดส่งกำลังที่ Subaru เลือกใช้ในรถหลายรุ่นแทนที่จะใช้เกียร์ออโต้แบบทอร์คคอนเวอร์เตอร์ซึ่งให้สัมผัสที่ชัดเจนกว่าแต่ก็มีต้นทุนที่สูงกว่า

เกียร์ Lineartronic CVT ถูกดัดแปลงให้ส่งถ่ายอารมณ์และความรู้สึกรวมถึงเปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่ได้ชิฟเกียร์ด้วยตัวเองทั้งๆ ที่มันเป็นเกียร์อัตโนมัติแบบสายพานที่ไม่มีตำแหน่งของเกียร์เหมือนกับเกียร์อัตโนมัติทั่วไป ในโหมดอัตโนมัติหรือ D-Mode เกียร์ CVT ลูกนี้จะปรับตัวเองทันทีเพื่อให้ตรงกับการเร่งความเร็วโดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์เองและรักษาโมเมนตัมของเครื่องยนต์ขณะทำการเร่ง ผลที่ได้รับคือประสบการณ์การขับขี่ที่คล้ายกับเกียร์อัตโนมัติที่มีอัตราทดจากเกียร์ 1 ไปจนถึงเกียร์ 7

การขับปีนขึ้น-ลงเนินเขาหรือขับผ่านสภาพทางที่ทุรกันดารด้วยสวิตช์ X-Mode ข้างคันเกียร์จะปรับอัตราทดให้เหมาะสมกับสภาพของเส้นทาง X-Mode ช่วยทำให้การขับแบบออฟโรดสามารถเอาตัวรอดได้บนเส้นทางวิบาก ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ และ X-Mode ทำงานในย่านความเร็วต่ำเพื่อถ่ายเทแรงบิดสำหรับการลุยในแนวออฟโรด เกียร์ CVT ลูกนี้ยังส่งถ่ายกำลังได้อย่างต่อเนื่องแม้จะมีอาการย้วยๆ อยู่บ้างเมื่อทำการคิกดาวน์เพื่อแซง เทคโนโลยีของระบบส่งกำลังนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อทำงานร่วมกับเครื่องยนต์ Boxer และระบบขับเคลื่อนทุกล้อแบบสมมาตร เพื่อช่วยลดการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิง อัตราทดของเกียร์ Lineartronic CVT ช่วยให้เครื่องยนต์สร้างแรงบิดได้ดีพอประมาณในช่วงของพลังงานที่เหมาะสม ในขณะที่เกียร์ทั้งลูกมีน้ำหนักเบาจากการออกแบบที่กะทัดรัดช่วยให้เครื่องยนต์ไม่ต้องรับภารกรรมมากนัก

พวงมาลัยแรคแอนด์พีเนียนพร้อมปั๊มพาวเวอร์ไฟฟ้าที่ต่อเชื่อมกับกล่องควบคุมหรือ ECU สัมผัสของพวงมาลัยในย่านความเร็วต่ำให้ความรู้สึกที่เบามือ การหมุนพวงมาลัยเพื่อหักเลี้ยวเปลี่ยนทิศทางหรือเลี้ยวกลับลำทำได้ดี พวงมาลัยไฟฟ้าแบบใหม่ส่งถ่ายความชัดเจนและความแม่นยำขณะขับขี่แทบจะไม่แตกต่างจากพวงมาลัยชั้นดีของรถเยอรมัน ความคงทนของแรคพวงมาลัยในชุดบังคับเลี้ยว วิศวกรของ Subaru ออกแบบให้จุดยึดและข้อต่อให้มีความแข็งแรงมากกว่าปกติ เนื่องจากชอบทำตัวเป็นรถออฟโรด แรคพวงมาลัยจึงมีความจำเป็นที่จะต้องทำให้เหนียวให้ทนเข้าไว้ พวงมาลัยแบบสามก้านหุ้มด้วยหนังแท้มีแป้นเปลี่ยนเกียร์ติดตั้งมาให้หลังวง รูปทรงที่เล็กกะทัดรัดของแป้นเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์เข้ากันกับพวงมาลัยได้ดี แม้จะทำด้วยพลาสติกสีดำที่มองดูแล้วมีต้นทุนไม่มากมายอะไร

จุดเด่นของ Subaru คือช่วงล่างที่ทำออกมาให้นั่งได้สบาย เป็นอีกหนึ่งจุดที่ต้องพูดถึง ในเรื่องความแข็งกระด้างของช่วงล่างถูกขจัดออกไปด้วยแก้มยางอย่างสูง Series-60 การออกแบบจุดยึดและการคำนวณค่าของมุมที่จะรับทั้งแรงกระแทก กับการยืดและยุบตัวของสปริงและโช้คอัพด้วยค่าที่ถูกต้องให้ความนุ่มนวลที่เหมาะสมกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน แถมยังมอบความมั่นใจเมื่อใช้ความเร็วได้ในเกณฑ์ที่ดี ช่วงล่างถ่ายเทความรู้สึกทั้งหมดตรงสู่พวงมาลัย ชุดกันสะเทือนของ New XV ด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สัน สตรัท สปริง เหล็กกันโคลง ส่วนด้านหลังเป็นแบบปีกนกสองชั้นพร้อมด้วยเหล็กกันโคลงให้การยึดเกาะอยู่ในเกณฑ์ดีออกแนวหนึบแน่น รวมถึงการขับเข้าโค้งก็ยังนิ่งใช้ได้ การออกแบบช่วงล่างทั้งหน้าและหลังโดยพยายามใช้การปรับตั้งค่าให้หน้ายางสัมผัสกับพื้นถนนเต็มที่ ทำให้ประสิทธิภาพของการยึดเกาะถนนและการตอบสนองต่อการบังคับควบคุมในทุกระดับความเร็วดีมาก อาการโคลงตัวขณะขับเข้าโค้งลดลง จากความสามารถของแพลตฟอร์มแบบใหม่ การถ่ายเทน้ำหนักทำได้ดีน่าประทับใจ ส่งผลไปถึงการควบคุมที่ง่ายดาย ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลาแบบ Symmetrical AWD ทำให้วิศวกรของ Subaru มีงานล้นมือในขั้นตอนของการพัฒนาตัวรถก่อนผลิตออกขาย มันคือความจำเป็นที่จะต้องออกแบบให้ครอสโอเวอร์รุ่นใหม่คันนี้มีความสมดุลและให้การกระจายตัวของการใช้พลังงานสำหรับการลากจูง

ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อเข้ามาช่วยเพิ่มเสถียรภาพ มันทำงานผ่านกลไกของกระบวนเฟืองขับที่สลับซับซ้อน แรงบิดถูกกระจายไปยังล้อทั้งสี่แบบเท่ากันพอดิบพอดีทุกล้อเพื่อสร้างความสมดุล แรงบิดพอได้อาศัยช่วยให้คุณผ่านเส้นทางที่ยากลำบากได้บ้าง การกระจายน้ำหนักระหว่างล้อหน้าและล้อหลังที่เท่ากัน รูปทรงของเครื่องยนต์สูบนอนที่แบนต่ำและกว้าง ซึ่งอยู่ในแนวนอนมากกว่าแนวตั้ง ทำให้จุดศูนย์ถ่วงของรถต่ำโคตรๆ เพลากลางถูกออกแบบให้มีสองส่วน ช่วยให้เครื่องยนต์ส่งถ่ายแรงบิดได้ดีขึ้น การลดจุดศูนย์ถ่วงลงไปอีก 5% ทั้งๆ ที่วางเครื่องได้ต่ำมากอยู่แล้ว ก่อให้เกิดการควบคุมที่ดี องค์ประกอบด้านความเสถียรจึงเกิดขึ้นทั่วทั้งคัน ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขการกระจายน้ำหนัก ระบบขับเคลื่อนแบบทุกล้อ น้ำหนักชิ้นส่วนของระบบขับเคลื่อนในรถ Subaru XV ถูกกระจายออกจากด้านหน้าไปยังด้านหลังเท่าๆ กัน เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำหนักตกลงยังส่วนหน้าหรือท้ายมากจนเกินไป

การเก็บเสียงที่เหนือกว่า HR-V / C-HR และ CX-3 ทำให้เสียงรบกวนขณะขับขี่ลดลงมากเมื่อวิ่งที่ความเร็วเกิน 100 กิโลเมตร ก็ได้ยินเสียงเพียงแค่เสียงของยางบดไปกับผิวถนนและเสียงลมปะทะตัวถังดังเข้ามาเบาๆ การขจัดเสียงรบกวนในรถ new XV มีการติดตั้งวัสดุซับเสียงเพิ่มเติมในจุดที่มักเกิดเสียงดังขณะวิ่งด้วยความเร็วสูง เสียงการทำงานของเครื่องยนต์ Boxer 2.0 ลิตร มีความดังที่แตกต่างไปจากเครื่องยนต์แบบสูบเรียงอย่างชัดเจน เป็นเครื่องยนต์สูบนอนบ้ารอบและชอบให้กดคันเร่งบนทางตรง เมื่อลงคันเร่งไฟฟ้าแบบจัดเต็มเพื่อเรียกกำลังสำหรับการแซง การเร่งเครื่องยนต์เกิดขึ้นแบบนิ่มนวลค่อยเป็นค่อยไป ความเร็วจะไหลขึ้นไปเรื่อยๆ แรงบิด 196 นิวตันเมตรนั้นน้อยเกินไปสำหรับการแซง แต่อย่างที่บอกว่าการยึดเกาะที่ดีของยางเมื่อทำงานร่วมกับช่วงล่างทำให้การควบคุมนั้นตอบสนองได้อย่างใจนึก การเอาชนะกฎเกณฑ์ด้านฟิสิกส์เมื่อต้องขับเคลื่อนด้วยล้อทั้งสี่ผ่านการปรุงแต่งจากประสบการณ์ในการสร้างรถยนต์ของ Subaru ล้อที่มีขนาดพอดีไม่ใหญ่โตจนเกินไปบวกกับแก้มยางที่ค่อนข้างสูง ส่งผลให้มันเอาชนะสภาพทางที่ค่อนข้างโหดหินได้ดีเลยทีเดียว

แม้ตัวจะเล็กแต่ขีดความสามารถในการลุยของ Subaru XV ใกล้เคียงกับรถออฟโรดเต็มรูปแบบ จากการทำตัวเป็นรถ Crossover กึ่งเรียบกึ่งลุย แรงบิดรอบต่ำแค่เพียงพอต่อการขับใช้งาน ไม่ได้เร็วแบบที่ต้องการเพราะเครื่องยนต์ไม่มีเทอร์โบ แต่ XV เป็นครอสโอเวอร์ที่สามารถเอาตัวรอดได้แทบจะทุกสถานการณ์ การออกแบบระบบขับเคลื่อนที่ขึ้นชื่อลือชาด้านสมรรถนะทำให้ Subaru XV มีความเหมาะสมและครอบคลุมทุกการใช้งาน ตำแหน่งของการนั่งขับที่ยอดเยี่ยม จากความสามารถในการปรับท่านั่งได้อย่างหลากหลาย พวงมาลัยไฟฟ้าแม่นยำเข้ามาช่วยเพิ่มเติมขีดความสามารถของรถรุ่นนี้ในการที่จะขับทั้งทางเรียบและเส้นทางวิบาก

จุดเด่น

1-ขับดีขึ้นผิดหูผิดตาจากแพลตฟอร์มใหม่

2-ภายในสวยขึ้นเยอะ เบาะครึ่งหนังครึ่งผ้า พร้อมภายในที่สวยงามและเก็บเสียงดีขึ้น

3-ยาง continental max contact mc5 225/60R17 เน้นนุ่มนวลจากแก้มยางสูงและเนื้อยางแนวนิ่ม

4-พวงมาลัยไฟฟ้าแม่นยำ ทำให้คุมง่าย ขับทางไกลสบายๆ ไม่ต้องมานั่งประคอง


จุดด้อย
1-เครื่องยนต์ เกียร์ แรงบิด อัตราเร่ง เหมือนเดิม 0-100 ใน 10 วินาทีแก่ๆ ท็อปสปีดแค่ 194 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เร่งแซงต้องกะระยะดีๆ คันเร่งยังย้วยจากเกียร์ Subaru Continuously Variable Transmission (CVT) 

2-อัตราสิ้นเปลือง ในและนอกเมือง เนื่องจากขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 11.4 กิโลเมตรต่อลิตร เป็นรองรถคู่แข่งพอสมควร

3- XV คือครอสโอเวอร์ที่ใช้ระบบขับเคลื่อนทุกล้อ ราคา 1.25 ล้าน ทำให้เป็นรถรุ่นเดียวในตลาดที่แพงกว่าคู่แข่ง แต่ก็มีระบบขับเคลื่อนที่เหนือชั้นกว่า CX-3 C-HR และ HR-V

ห้องโดยสารเมื่อเทียบกับ Subaru XV รุ่นแรกมีความเปลี่ยนแปลงชัดเจน แดชบอร์ดคอนโซลใหม่ ทำจากโฟมขึ้นรูปห่อหุ้มด้วยวัสดุหนังสังเคราะห์ เย็บเดินตะเข็บด้วยด้ายสีส้มแบบเบาะของรถสปอร์ต  Cockpit ของ Subaru New XV รุ่น 2.0 i-P ออกแบบโดยนำเอาจุดด้อยของห้องโดยสารในรถรุ่นแรกมาปรับแก้จนลงตัว พื้นที่ภายในมีขนาดความกว้างใกล้เคียงกับรถซีดานรุ่น Impreza แต่มีสัดส่วนพื้นที่เหนือศีรษะเพิ่มมากขึ้น คอนโซลขึ้นรูปจากโฟมหุ้มด้วยหนังสังเคราะห์มีต้นทุนสูงกว่าคอนโซลพลาสติก ช่วยซับเสียงแปลกปลอมจากภายนอกได้ดีกว่าและมีความคงทน เบาะคนขับและเบาะผู้โดยสารตอนหน้าแบบครึ่งหนังครึ่งผ้าที่งดงาม เบาะของ New XV เต็มไปด้วยรายละเอียดของชิ้นงานพวกผ้ากับหนังสังเคราะห์ที่ใช้ห่อหุ้ม เบาะเดินตะเข็บด้ายสีส้มเน้นบรรยากาศของรถสปอร์ต เบาะคนขับปรับไฟฟ้า ส่วนเบาะคนนั่งหน้าปรับด้วยมือ เบาะหลังพับได้แบบ 60/40 เมื่อพับราบลงกับพื้นจะมีพื้นที่ขนสัมภาระเพิ่มมากขึ้น 

ภายในของ Subaru new XV มีความเปลี่ยนแปลงแต่ยังคง DNA ของรถยนต์จากค่ายหมู่ดาวเอาไว้อย่างเหนียวแน่น จากรูปแบบของการจัดวางและวัสดุที่นำมาใช้ เช่น หนังและพลาสติก ตำแหน่งนั่งขับวางมาพอดิบพอดี เบาะคนขับปรับไฟฟ้า สามารถปรับได้ค่อนข้างครอบคลุมไม่ว่าจะยกสูงหรือปรับกดให้เบาะเตี้ยแบบรถซิ่งแต่ก็ไม่ได้เตี้ยมากอะไรจนเหมือนนั่งกองอยู่บนพื้นรถ พวงมาลัยปรับสูง-ต่ำ ไกล-ใกล้ได้ถึง 4 ทิศทาง แผงประตูครึ่งหนังครึ่งผ้า มีรายละเอียดเพิ่มเข้ามาตรงที่จับมือเปิดประตูโดยทำออกมาให้มีลายคล้ายงานคาร์บอนไฟเบอร์แต่ทำจากพลาสติก ช่องวางแก้วน้ำกับช่องใส่ของกระจุกกระจิก ช่องใส่ของและพนักเท้าแขน ช่องเชื่อมต่อ USB และช่องชาร์จไฟแบบ 12V คอนโซลกลางยังคาดกลางด้วยชิ้นงานพลาสติกสีเทาทำออกมาให้ดูคล้ายอะลูมิเนียมเพื่อตัดกับหนังสังเคราะห์สีดำ เย็บเดินตะเข็บด้วยด้ายสีส้ม แป้นคันเร่ง แป้นเบรกและที่พักเท้าซ้ายทำจากอัลลอยสีเงินเจาะรูแบบรถสปอร์ตเป็นอีกจุดที่แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะปรับให้ภายในของ new XV มีความสมบูรณ์แบบมากกว่ารุ่นแรก

อุปกรณ์ที่คุณจะต้องจับยึดไปตลอดทางก็คือพวงมาลัย สำหรับ new XV มีพวงมาลัยทรงสามก้านแบบสปอร์ตรอบวงหุ้มด้วยหนังเย็บเดินตะเข็บด้วยด้ายสีส้ม หน้าตาของพวงมาลัยใหม่นั้นสวยงาม มีขนาดที่กะทัดรัดราวกับพวงมาลัยของรถสปอร์ตรุ่น BRZ ก้านวงติดตั้งสวิตช์สั่งงานเครื่องเสียง การเลือกโหมดผ่านจอมอนิเตอร์ของระบบเครื่องเสียง ปุ่มรับ-วางโทรศัพท์แบบบลูทูธ สวิตช์ปรับตั้งระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control กับแป้นเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ หรือ Paddle Shift ขนาดเล็กหลังวงพวงมาลัย จุดนี้ถือว่าทำออกมาได้สวยงามและให้การยึดจับที่ถนัดมือดีมาก

หน้าปัดมาตรวัดออกแบบในลักษณะเรียบๆ มาตรวัดหน้าปัดแสดงรอบเครื่องยนต์และความเร็ว กึ่งกลางมีจอภาพ MID หรือ Multi information display แจ้งทริปมิเตอร์ A-B แจ้งเตือนและคำนวณระดับเชื้อเพลิงภายในถัง ตำแหน่งของเกียร์ออโต้ ภายในกรอบมาตรวัดยังมีไฟคอยแจ้งเตือนให้รับทราบถึงการทำงานในระบบต่างๆ ทั้งการเตือนเปิด-ปิดประตู เบรกมือ ไฟแบตเตอรี่ ระบบ ABS สวิตช์ทรงเหลี่ยมใช้ยกเลิก หรือกดใช้งานระบบควบคุมการทรงตัว ไฟเตือนโหมด AWD ขับเคลื่อนทุกล้อ ฯลฯ

จอแสดงผลกลางหรือมอนิเตอร์ มีขนาด 8 นิ้วใช้งานง่าย โดยสามารถสั่งงานด้วยการใช้นิ้วสัมผัสที่หน้าจอ ระบบต่างๆ ที่ติดตั้งมาให้ เช่น ระบบนำทางด้วยดาวเทียม (ที่ไม่ค่อยละเอียดเท่าที่ควร) เครื่องเสียงและฟังก์ชันต่างๆ จอภาพ 8 นิ้ว มีความละเอียดคมชัดใช้ได้ ระบบ DSP แบบใหม่ (3 way crossover switchable) และ bluetooth ภายในเครื่อง (HF/A2DP/SPP) ระบบ MUCH BETTER TOUCHING OPERATION รองรับการใช้งานกับ iPhone, iPod พร้อมด้วย APP MODE ช่องต่อ USB ระบบปรับแต่งเสียง band EQ highway sound เชื่อมต่อกับกล้องมองหลัง Rear view camera พร้อมระบบ VARIABLE COLOR COORDINATE และ KEY ILLUMINATION DIMMER ระบบนำทางด้วยดาวเทียมเนวิเกชั่นแบบ 3D บนเมนูภาษาไทยที่ใช้งานง่าย

ซุ้มคันเกียร์มีรายละเอียดที่สวยงาม ใช้เพลตพลาสติกสีดำกับไฟบอกตำแหน่งเกียร์สีแดงที่สวยงาม คันเกียร์หุ้มหนังแท้มีขนาดที่พอดิบพอดี สวยงามกว่าคันเกียร์แบบเก่าและจัดวางอยู่ในตำแหน่งที่ง่ายต่อการเลื่อนขึ้น-ลง ก้านคันเกียร์ทำจากโลหะแต่หัวเกียร์ถูกหุ้มด้วยหนังสีดำประกบกับชิ้นงานพลาสติกสีเงิน-ดำ ระยะการเลื่อนคันเกียร์ CVT แปรผัน 7 สปีด ค่อนข้างกระชับและสั้น สามาผลักคันเกียร์มาทางขวาแล้วชิฟเกียร์บนแป้น Paddle Shift ได้ในลักษณะการใช้งานแบบเกียร์แมนนวล ส่วนคันเบรกมือถูกเอาออกไปแล้วแทนที่ด้วยสวิตช์เบรกมือไฟฟ้าที่ใช้งานได้ง่ายกว่า

เครื่องยนต์ Boxer สูบนอนยันชักข้างที่มีลักษณะแบนและสั้นมีความสมมาตร มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ เมื่อนำมาวางลงในห้องเครื่องยนต์ของรถ Subaru ส่งผลให้รถคันนั้นจุดศูนย์ถ่วงต่ำลง การที่รถมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ จะทำให้มีการตอบสนองต่อการบังคับควบคุมพวงมาลัยได้ดีและแม่นยำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่ต้องหักเลี้ยวอย่างกะทันหัน รถจะตอบสนองได้ทันทีและไม่เสียการควบคุมเนื่องจากจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำกว่ารถยนต์ทั่วไป จุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำช่วยลดอาการโคลงตัว เครื่องยนต์ Boxer ที่มีลักษณะแบนเตี้ยจึงเข้ามาช่วยทำให้การควบคุมทิศทางมีความสามารถมากกว่ารถยนต์ที่วางเครื่องยนต์สูบเรียงหรือเครื่องยนต์สูบวี ส่วนลักษณะของระบบขับเคลื่อน โดยเฉพาะระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา รวมไปถึงการวางเครื่องยนต์เพื่อการกระจายน้ำหนักที่ดีนั้นมีส่วนอย่างมากในการเสริมความเสถียรของรถยนต์

XV 2.0 i-P วางเครื่องยนต์เบนซินสูบนอน รหัส FB20 แบบ 4 กระบอกสูบ DOHC (ดับเบิ้ลโอเวอร์เฮดแคมชาร์ป) 4 วาล์ว ต่อสูบ =16 วาล์ว ขนาด 2.0 ลิตร ปริมาตรความจุกระบอกสูบ 1,995 ซีซี. จ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดไฟฟ้าแบบยิงตรง Direct Injection ความกว้างกระบอกสูบ 84.0 มิลลิเมตร ช่วงชัก 90.0 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 12.5 : 1 เครื่องยนต์ FB20 มีกำลังสูงสุด 156 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 19.98 กิโลกรัม-เมตร หรือ 196 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ระบบส่งกำลังใช้เกียร์อัตโนมัติ Lineartronic CVT เป็นเกียร์สายพาน CVT แปรผันที่ออกแบบให้มีอัตราทด 7 สปีด ส่วนระบบขับเคลื่อนนั้นใช้การขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา All-Wheel Drive

เครื่องสูบนอน รหัส FB20 เปลี่ยนหัวฉีดเป็นแบบยิงตรง Direct Injection แรงม้าเพิ่มขึ้นมาอีก 6 ตัว เกียร์อัตโนมัติ CVT อัตราทดแปรผันที่ถูกปรับให้มีอัตราทด 7 สปีดยังคงใช้เกียร์สายพานพูเลย์ Lineartronic โซ่ขับเคลื่อนเกียร์มีการปรับปรุงให้แบบทำงานเงียบขึ้น ระบบส่งกำลังใน new XV พร้อมด้วยโหมดแมนนวลเพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถชิฟเกียร์ด้วยตัวเอง เครื่องยนต์ FB20 เป็นขุมกำลังแบบหายใจเองไม่มีระบบอัดอากาศ ท่อไอดีทำจากพลาสติกแทนที่จะเป็นอะลูมิเนียมเพื่อลดน้ำหนัก ระบบวาล์วแปรผันแบบแอคทีฟ AVCS Active Valve Control System ท่อไอดีแบบพลาสติกยังมีระบบเสริมแรงบิดในรอบต่ำจากการออกแบบ เครื่องยนต์ FB20 มีกำลังสูงสุด 156 แรงม้า หรือ 110.4 กิโลวัตต์ สร้างแรงบิดที่ 196 นิวตันเมตร ในรอบเครื่องยนต์ 4,200 รอบต่อนาที ชิ้นส่วนภายในของเครื่องยนต์พวกวาล์ว ช่องพอร์ต ลูกสูบผลิตจากวัสดุที่เบา เพื่อลดภาระการทำงานของเครื่องยนต์ แซลซีแบบ Dynamic Control ส่วนระบบรองรับหรือช่วงล่าง ด้านหน้าแมคเฟอร์สัน สตรัท สปริง โช้คอัพ เหล็กกันโคลง ส่วนด้านหลังใช้แบบดับเบิ้ลวิชโบน สปริงพร้อมเหล็กกันโคลงที่หนึบแน่นตามสไตล์ของค่ายหมู่ดาวที่เน้นการควบคุมมากเป็นพิเศษ

Subaru new XV เกิดมาเพื่อลุยบนทางวิบากทุรกันดารและขับได้ดีบนทางเรียบ ประสิทธิภาพของแชสซีใหม่และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา ทำให้มันเหนือชั้นกว่ารถคู่แข่ง แต่ราคาก็สูงกว่าเป็นเงาตามตัว ด้วยเงินจำนวน 1.25 ล้านบาทที่จะต้องจ่ายเพื่อแลกกับการครอบครอง Subaru new XV รุ่น 2.0i-P หากเป็นคนที่ชอบขับรถทางไกลและชอบกลไกการทำงานของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อก็ควักเงินซื้อได้เลย แม้จะซ่อมแพงและราคาขายต่อหล่นเยอะ แต่แลกกับการขับที่ดีโดยเฉพาะตอนฝนตกหนัก เป็นผมถ้ารักกันจริงก็ยอมจ่ายครับ.

Subaru XV 2.0 i AWD 1,159,000 บาท

Subaru XV 2.0 i-P AWD 1,259,000 บาท (คันทดสอบ)

SUBARU NEW XV 2.0i-P AWD 1,259,000 บาท
เครื่องยนต์ เบนซินสูบนอน สี่สูบ สี่จังหวะ
แบบเครื่องยนต์ Boxer DOHC 16 วาล์ว
กระบอกสูบคูณช่วงชัก 84.0 มิลลิเมตร x 90.0 มิลลิเมตร
ปริมาตรความจุ 1,995 ซีซี
อัตราส่วนกำลังอัด 12.5:1
ระบบจ่ายเชื้อเพลิง ไดเรคอินเจคชั่น
กำลังสูงสุด 115 กิโลวัตต์ 156 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด 196 นิวตัน-เมตร 20.0 กิโลกรัม/เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที
อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 10.4 วินาที
ความเร็วสูงสุด 194 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

อัตราสิ้นเปลืองในเมืองเฉลี่ย 9.2 กิโลเมตรต่อลิตร
อัตราสิ้นเปลืองนอกเมืองเฉลี่ย 11.7 กิโลเมตรต่อลิตร

ระบบขับเคลื่อน ขับเคลื่อนสี่ล้อตลอดเวลา Symmetrical All-Wheel Drive system
ระบบส่งกำลัง เกียร์อัตโนมัติ Subaru's Continuously Variable Transmission (CVT)
อัตราทดเกียร์
เกียร์ D 3.600-0.512
เกียร์ 1 3.600
เกียร์ 2 2.155
เกียร์ 3 1.516
เกียร์ 4 1.092
เกียร์ 5 0.843
เกียร์ 6 0.667
เกียร์ 7 0.557
เกียร์ถอยหลัง 3.687
อัตราทดเฟืองท้าย 3.900
ระบบรองรับ
ด้านหน้า แมคเฟอร์สัน สตรัท สปริง โช้คอัพ เหล็กกันโคลง
ด้านหลัง ดับเบิ้ลวิชโบน ปีกนกคู่
ระบบบังคับเลี้ยว พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้าแรคแอนด์พีเนียน
รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.4 เมตร
ระบบเบรก
ด้านหน้า ดิสเบรกพร้อมครีบระบายความร้อน
ด้านหลัง ดิสเบรกพร้อมครีบระบายความร้อน
ล้อและยาง อัลลอยขอบ 17 นิ้วลายใหม่ ยาง continental max contact mc5 225/60R17

มิติตัวถัง
ความยาว 4,465 มิลลิเมตร
ความกว้าง 1,800 มิลลิเมตร
ความสูง 1,615 มิลลิเมตร
ฐานล้อ 2,665 มิลลิเมตร
ระยะห่างล้อหน้า 1,550 มิลลิเมตร
ระยะห่างล้อหลัง 1,555 มิลลิเมตร
ความสูงจากพื้นถึงใต้ท้อง 220 มิลลิเมตร
ความจุสัมภาระ 1,240 ลิตร (เมื่อพับเบาะหลัง)
น้ำหนัก 1,439 กิโลกรัม
สมรรถนะในการลากจูง 1,400 กิโลกรัม

อุปกรณ์มาตรฐาน
ไฟหน้า Projector Lens แบบ LED
ไฟหน้า พร้อมระบบปรับระดับสูง-ต่ำ อัตโนมัติ
ระบบเปิด-ปิดไฟหน้า แบบอัตโนมัติ
ไฟ Daytime Running Light แบบ LED
ไฟหน้า ปรับตามทิศทางการเลี้ยว SRH
ระบบฉีดน้ำล้างไฟหน้าอัตโนมัติ
ระบบปัดน้ำฝนแบบอัตโนมัติ Rain Sensor
ราวหลังคาสีเงิน
ภายในห้องโดยสาร แดชบอร์ดหน้า เดินตะเข็บด้ายสีส้ม
วัสดุตกแต่งภายในห้องโดยสาร คาร์บอนแบบเงา และสีเงินเมทัลลิค
พวงมาลัย หุ้มด้วยหนัง เดินตะเข็บด้ายสีส้ม
หัวเกียร์ หุ้มด้วยหนัง เดินตะเข็บด้ายสีส้ม
ฐานเกียร์ตกแต่งด้วยสีดำเงา Piano Black
สวิตช์กระจกหน้าต่าง ตกแต่งด้วยสีดำเงา Piano Black
แผงบังแดดคู่หน้า พร้อมกระจกส่องหน้า และไฟส่องสว่าง
แป้นคันเร่ง – เบรก อะลูมิเนียม
หน้าจอสีอเนกประสงค์ แสดงข้อมูลการขับขี่ ขนาด 6.3 นิ้ว ด้านบนแดชบอร์ด
มาตรวัด Optitron ตกแต่งด้วยขอบโครเมียม และ จอ MID แบบสี
ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ แยกอิสระซ้าย-ขวา Dual Zone
แผ่นปิดสัมภาระด้านท้าย

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้