วันศุกร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ตายทับถม 5 วัน เมาซิ่ง 314 ศพ ยึดรถได้เพียบ ทยอยเข้ากรุง ปิดฉากปีใหม่

ตายทับถม 5 วัน เมาซิ่ง 314 ศพ ยึดรถได้เพียบ ทยอยเข้ากรุง ปิดฉากปีใหม่

  • Share:

ประชาชนร่วมทำบุญตักบาตรแน่นสนามหลวง ฉลองวันแรกศักราชใหม่ รมว.วัฒนธรรมเผยตัวเลขสวดมนต์ข้ามปีเกือบ 22 ล้านคน ขณะที่ประชาชนทยอยเดินทางกลับเข้ากรุง ถนนสายหลักรถติดหนึบ ปิดฉากเทศกาลหยุดยาว สรุป 5 วันยอดตายสังเวย 314 ราย คสช.ขอบคุณทุกภาคส่วนจัดงานเรียบร้อย ทั่วโลกฉลองปีใหม่คึกคัก ระทึกหนุ่มยุ่นซิ่งเก๋งใส่ฝูงชนเจ็บระนาว 9 คน หนุ่มใหญ่ชาวอังกฤษไล่แทงชาวบ้านและตำรวจเจ็บอีก 3 คน

ประชาชนร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ 2562 อย่างสนุกสนานพร้อมร่วมงานสวดมนต์ข้ามปี และทำบุญตักบาตรรับศักราชใหม่เนืองแน่น ขณะที่ประชาชนบางส่วนทั่วประเทศทยอยเดินทางกลับจากภูมิลำเนาปิดฉากเทศกาลหยุดยาว ส่งผลให้การจราจรสายหลักเริ่มติดขัด เจ้าหน้าที่ระดมกำลังคอยอำนวยความสะดวกอย่างใกล้ชิด

ร่วมลงนามถวายพระพร

เมื่อวันที่ 1 ม.ค. ที่พระบรมมหาราชวัง มีการลงนามถวายพระพรสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 2562 ตลอดทั้งวัน มีบุคคลสำคัญองคมนตรี นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี ประธานรัฐสภา ประธานศาลฎีกา ประธานองค์กรอิสระ ตลอด จนคณะทูตานุทูตต่างๆทุกประเทศ ข้าราชการระดับสูง ผู้บัญชาการเหล่าทัพ นักการเมือง นักธุรกิจ รวมถึงประชาชนทั่วไปเดินทางมาร่วมลงนามถวายพระพรกันอย่างต่อเนื่อง

ตักบาตรแน่นสนามหลวง

บรรยากาศวันแรกของศักราชใหม่ 2562 ที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง เมื่อเวลา 07.00 น. กระทรวงวัฒนธรรมจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 167 รูป เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ มีนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม เป็นประธานในพิธี พร้อมหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ตลอดจนประชาชนจำนวนมากเข้าร่วม ขณะเดียวกัน พุทธศาสนิกชนจำนวนมากสักการะพระบรมสารีริกธาตุ และพระพุทธรูปสำคัญจากต่างประเทศ 12 ประเทศ ที่ประดิษฐานอยู่ที่บุษบกมณฑลพิธีท้องสนามหลวง เพื่อความเป็นสิริมงคลของชีวิตในวันแรกของปีพุทธศักราชใหม่ ท่ามกลางอากาศช่วงเช้าที่สดใสมีแสงแดดอ่อนๆ

สวดมนต์ข้ามปี 22 ล้านคน

นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า ได้รับรายงานจากนายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ อธิบดีกรมการศาสนา (ศน.) สรุปจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีถวายพระราชกุศล เสริมสิริมงคลทั่วโลก ศน.ร่วมมือกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ สำรวจสถิติผู้เข้าร่วมสวดมนต์ข้ามปีทั่วประเทศ พบว่ามีวัด ศาสนสถานและสถานที่อื่นๆจัดสวดมนต์ข้ามปีทั่วประเทศและในต่างประเทศ 36,559 แห่ง เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาจำนวน 3,392 แห่ง ส่วนสถิติผู้เข้าร่วมสวดมนต์ข้ามปี 2561 รวมทั้งสิ้น 21,964,312 คน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาร้อยละ 6.19 ถือว่าเป็นที่น่ายินดีที่ชาวพุทธทั้งในประเทศไทยและในต่างประเทศร่วมสวดมนต์ข้ามปี เพื่อถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ และร่วมกิจกรรมสวดมนต์แทนการฉลองด้วยการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นสาเหตุของความรุนแรง การบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจร

ทั่วประเทศพร้อมใจทำบุญ

ประชาชนทั่วประเทศพร้อมใจทำบุญตักบาตรส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เริ่มที่บริเวณแยกธนาคารกรุงไทย ต.ในเมือง อ.เมืองพิษณุโลก นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผวจ.พิษณุโลก พร้อมพุทธศาสนิกชนร่วมพิธีทำบุญกลางเมือง และตักบาตรพระสงฆ์ 500 รูป เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก ที่อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) อ.เมืองนครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา พร้อมด้วยประชาชนกว่า 1 พันคน ทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 199 รูป และสักการะอนุสาวรีย์ย่าโมเพื่อความเป็นสิริมงคล ส่วนที่วัดพะโคะ ต.ชุมพล อ.สทิงพระ จ.สงขลา เป็นถิ่นกำเนิดหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด พุทธศาสนิกชนพร้อมใจทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 30 รูป เช่นเดียวกับ จ.นครศรีธรรมราช จัดให้มีการทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 200 รูป ถนนราชดำเนิน หน้าวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารเพื่อความเป็นสิริมงคลเนื่องในวันขึ้นปีใหม่

คลื่นประชาชนแห่เข้ากรุง

ส่วนบรรยากาศการเดินทางกลับที่สถานีขนส่งจังหวัดขอนแก่นแห่งที่ 2 ประชาชนจำนวนมากหอบหิ้วข้าวสารอาหารแห้ง สัมภาระ และของฝาก เพื่อรอขึ้นรถโดยสารเดินทางกลับเข้าสู่กรุงเทพฯอย่างคึกคัก เจ้าหน้าที่คุมเรื่องความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เช่นเดียวกับสถานีขนส่งจังหวัดนครราชสีมาแห่งที่ 2 เต็มไปด้วยผู้โดยสารจำนวนมาก ยืนรอต่อแถวซื้อตั๋วโดยสารจนล้นออกมานอกชานชาลา ขณะที่ขนส่งต้องเพิ่มเที่ยวรถป้องกันผู้โดยสารตกค้าง ส่วนการจราจรถนนมิตรภาพฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ ช่วงผ่าน จ.นครราชสีมา ตั้งแต่ช่วงบ่ายปริมาณรถหนาแน่น ตำรวจทางหลวงต้องเปิดช่องทางพิเศษเพื่อระบายรถช่วง ต.คลองไผ่ อ.สีคิ้ว ยาวต่อเนื่องไปถึง ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง ส่วนถนนทางหลวงหมายเลข 304 นครราชสีมา-กบินทร์บุรี การจราจรหนาแน่นรถติดสะสมเคลื่อนตัวได้ช้า

สายเหนือรถหนาแน่น

ขณะที่การจราจรบนถนนพหลโยธิน ฝั่งขาเข้าเส้นทางผ่าน อ.เมืองนครสวรรค์ ปริมาณรถจากภาคเหนือมุ่งสู่ภาคกลางเป็นจำนวนมาก เคลื่อนตัวช้าสลับหยุดนิ่ง โดยเฉพาะช่วงก่อนขึ้นสะพานเดชาติวงศ์ ไปจนถึงแยกหน้าค่ายจิรประวัติ เจ้าหน้าที่เปิดช่องจราจรพิเศษ 1 ช่อง เพื่อเร่งระบายรถ ส่วนถนนสายเอเซีย ขาเข้าช่วง จ.อ่างทอง รอยต่อ อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี และ อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา ปริมาณรถหนาแน่นทุกช่องจราจร ใช้ความเร็วได้ 40-50 กม. ส่วนถนนเพชรเกษม ขาขึ้นช่วง อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ การจราจรหนาแน่นแต่ยังเคลื่อนตัวได้ดี เช่นเดียวกับถนนเพชรเกษม ช่วงผ่าน จ.เพชรบุรี ปริมาณรถมากและติดสะสมบ้างบางจุด

หัวลำโพง–หมอชิตคึกคัก

ที่สถานีรถไฟกรุงเทพ หรือหัวลำโพง ตลอดทั้งวันขบวนรถไฟจากทั่วทุกพื้นที่เข้ามาส่งผู้โดยสารอยู่เป็นระยะๆ และจะเห็นเป็นภาพที่คุ้นตาทันทีที่ผู้คนลงจากรถ นอกจากสัมภาระติดตัวแล้วยังมีสิ่งของประทังชีวิตอย่างข้าวสาร และผลิตผลทางการเกษตร แบกใส่บ่ามาเพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในเมืองหลวงที่มีค่าครองชีพสูง คาดว่าวันที่ 1-2 ม.ค. มีประชาชนเดินทางกลับ 1 แสนคน เช่นเดียวกับที่สถานีขนส่งกรุงเทพ (จตุจักร) หรือหมอชิต 2 พบว่าตลอดทั้งวันมีรถโดยสารจากทั้งสายเหนือ สายตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าสถานีมาส่งผู้โดยสารอยู่เป็นระยะ เมื่อลงจากรถบางส่วนไปต่อรถเมล์ ขสมก. อีกส่วนได้มารอที่จุดขึ้นรถแท็กซี่เพื่อกลับที่พัก

5 วันยอดตายพุ่ง 314 ราย

ที่ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นพ.ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ประธานแถลงสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์ พบว่าวันที่ 31 ธ.ค. เป็นคืนส่งท้ายปี 2561 และวันที่ 5 ของการรณรงค์ “ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร” นั้น เกิดอุบัติเหตุ 569 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 72 ราย ผู้บาดเจ็บ 591 คน สาเหตุหลัก ได้แก่ ดื่มแล้วขับ ขับรถเร็วเกินกำหนด ส่วนยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถ จยย. รถปิกอัพ เส้นทางที่เกิดอุบัติเหตุมากสุด ได้แก่ เส้นทางตรง ถนนกรมทางหลวง สำหรับจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช (23 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี (จังหวัดละ 4 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช (27 คน) เมื่อสรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 5 วัน (27-31 ธ.ค.61) เกิดอุบัติเหตุรวม 2,761 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 314 ราย ผู้บาดเจ็บ รวม 2,848 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 10 จังหวัด จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ (91 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา (14 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช (96 คน)

จับเมายึดรถ 3,684 คัน

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก คสช.กล่าวว่า การจัดกิจกรรมส่งท้ายปี 2561 เพื่อเข้าสู่ปีใหม่ 2562 ในพื้นที่ต่างๆ ภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยขอขอบคุณทุกภาคส่วน สำหรับมาตรการ “ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ” เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุในวันที่ 31 ธ.ค.2561 พบผู้กระทำผิดดังนี้ รถ จยย.พบการกระทำความผิด 39,708 ครั้ง จำเป็นต้องยึดรถ 732 คัน และส่งผู้กระทำผิดดำเนินคดี 34,439 คน สำหรับรถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคล พบการกระทำความผิด 34,836 ครั้ง ยึดใบขับขี่ 670 คน รถยนต์ 223 คัน ส่งผู้กระทำความผิดดำเนินคดี 26,628 คน ตลอด 5 วันที่ ผ่านมา (27-31 ธ.ค.61) เจ้าหน้าที่ได้เก็บรักษารถที่ฝ่าฝืนมาตรการดื่มไม่ขับไว้แล้ว 3,684 คัน (แยกเป็นรถจักรยานยนต์ 2,677 คัน และรถยนต์ 1,007 คัน) และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด ในส่วนรถจักรยานยนต์ 97,679 คน รถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ส่วนบุคคล 67,301 คน

5 วันคดีจราจรขึ้นศาลอื้อ

นายสุริยันห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า การรวบรวมข้อมูลดำเนินคดี พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 ช่วง 7 วันอันตราย มีปริมาณคดีความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ ที่เข้าสู่การพิจารณาพิพากษาของศาลชั้นต้นทั่วราชอาณาจักร 232 ศาล ช่วง 5 วันที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ 27-31 ธ.ค.61 รวบรวมข้อมูลโดย “ศูนย์ข้อมูลคดี สำนักแผนงานและงบประมาณ” สำนักงานศาลยุติธรรมนั้น มีข้อหาที่เข้าสู่การพิจารณา รวม 15,772 ข้อหา ศาลพิจารณาพิพากษาเสร็จ 14,785 ข้อหา คิดเป็น 93.74% (เหตุที่เรียกเป็นรายข้อหา เพราะผู้ต้องหาคนหนึ่งถูกดำเนินคดี 3 ข้อหา ศาลแขวงจะนับเป็นรายข้อหา) ข้อหาที่มีการกระทำผิดสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ 1.ขับรถขณะเมาสุรา 14,436 ข้อหา 2.ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาต 750 ข้อหา 3.ขับรถขณะเสพยาเสพติด 496 ข้อหา ขณะที่จังหวัดที่มีปริมาณคดีขึ้นสู่การพิจารณาสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ 1.ชลบุรี 817 ข้อหา 2.กรุงเทพฯ 812 ข้อหา 3.เชียงใหม่ 750 ข้อหา

ขอบคุณ ตร.ดูแล ปชช.

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ขอบคุณตำรวจทุกพื้นที่ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน การอำนวยความสะดวกด้านการจราจรให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว ตามจุดที่มีการจัดงานเฉลิมฉลองขนาดใหญ่ทั่วประเทศ การจัดงานในภาพรวมเรียบร้อยดี พร้อมกำชับกำลังพลทุกนายดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกการจราจรให้กับประชาชนที่ทยอยเดินทางกลับจากภูมิลำเนา หรือกลับจากสถานที่ท่องเที่ยวให้ครบทุกช่องทาง โดยเฉพาะการจราจรทางถนนนั้นจะมีความหนาแน่นเป็นพิเศษ ให้ตำรวจทุกนายพร้อมให้บริการช่วยเหลือ และอำนวยการจราจรอย่างเต็มความสามารถและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด

หนุ่มยุ่นขับรถพุ่งใส่ฝูงชน

สำหรับบรรยากาศวันขึ้นปีใหม่ทั่วโลก เกิดเหตุระทึกขวัญที่กรุงโตเกียว ญี่ปุ่น เมื่อนายคาซุฮิโระ คุซาคาเบะ อายุ 21 ปี ขับรถยนต์เช่าพุ่งใส่ฝูงชนบน ถนนช็อปปิ้งทาเคชิตะ ย่านแฟชั่นฮาราจุกุชื่อดัง ส่งผล ให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 9 คน เหตุเกิดเมื่อเวลา 00.10 น. ของวันที่ 1 ม.ค. ตามเวลาท้องถิ่น รถยนต์ของคนร้ายได้ขับฝ่าเข้าไปในพื้นที่ห้ามรถวิ่ง และพุ่งชนผู้คนเป็นระยะทางกว่า 100 เมตร ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าควบคุมตัว อ้างว่าตั้งใจก่อการร้าย แต่ต่อมาระบุว่าก่อเหตุเพราะต้องการตอบโต้โทษประหารชีวิต ส่วนที่ นครแมนเชสเตอร์ อังกฤษ เกิดเหตุระทึกเมื่อคนร้ายอายุประมาณ 50 ปี ก่อเหตุแทงชาวบ้านและตำรวจในสถานีรถไฟแมนเชสเตอร์ วิคตอเรีย ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 คน คนร้ายถูกควบคุมตัวในที่เกิดเหตุฐานพยายามฆ่า และเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบสวนเพิ่มเติม

ฟิลิปปินส์จุดพลุเจ็บ 50

ส่วนที่นครนิวยอร์ก ชาวอเมริกันและนักท่องเที่ยวฉลองวันขึ้นปีใหม่อย่างคึกคักแน่นเต็มจัตุรัสไทม์สแควร์ ท่ามกลางสายฝนโปรยปราย ขณะที่นครซิดนีย์ รัฐนิวเซาท์เวลส์ ของออสเตรเลีย จัดแสดงพลุแสงสีเสียงครั้งยิ่งใหญ่เป็นประวัติการณ์ บริเวณโรงละครซิดนีย์ โอเปรา เฮาส์ และอ่าวซิดนีย์ ฮาร์เบอร์ แต่ปรากฏว่าเทศบาลนครซิดนีย์ ผู้จัดงานขึ้นป้ายไฟตรงสะพานอ่าวซิดนีย์ผิดพลาดเป็นปีเก่าเขียนว่า “สวัสดีปีใหม่ 2018” ส่งผลให้เกิดกระแสล้อเลียนในโลกโซเชียล ส่วนที่ฮ่องกง กลุ่มนักเคลื่อนไหวและประชาชนหลายพันคนเดินขบวนตามท้องถนนเรียกร้องความมีเสรีภาพทางการเมือง ความไม่เท่าเทียมทางสังคม แต่ไม่มีรายงานเหตุกระทบกระทั่ง ส่วนที่ฟิลิปปินส์ มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บจากการจุดดอกไม้ไฟฉลองวันขึ้นปีใหม่อย่างต่อเนื่อง ยอดรวมกว่า 50 คน

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้