วันศุกร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เขยแค้นญาติเมีย ยิงยกครัว 7 ศพ คลั่งสติแตก-รัวใส่ทีละคน!

เขยแค้นญาติเมีย ยิงยกครัว 7 ศพ คลั่งสติแตก-รัวใส่ทีละคน!

  • Share:

ฆ่า2ลูกน้อยจ่อขมับดับตาม

เขยเมาคลั่งฆ่าล้างครัว 7 ศพสยองรับวันปีใหม่ ไล่ยิงเรียงตัวคู่เขยพี่เมีย แม่ยาย และลูกตัวเองอีก 2 คนตายเกลื่อนบ้านก่อนระเบิดขมับปลิดชีพหนีอาญา น้องเมียดวงแข็งโดนยิงบาดเจ็บต้องแกล้งตายเลยรอดชีวิตมาได้คนเดียว เช็กประวัติหนุ่มปืนโหดเป็นนายทุนเงินกู้เพิ่งพ้นคุกคดีพยายามฆ่าตำรวจ มาอยู่บ้านครอบครัวเมียใน จ.ชุมพร ส่วนเมียหนีไปทำงานอยู่กรุงเทพฯตั้งแต่ช่วงที่ผัวติดคุก ทำเอาแค้นฝังใจเพราะคิดว่าครอบครัวเมียรู้เห็นเป็นใจแถมไม่ชอบขี้หน้ากันจนมีเรื่องระหองระแหงมาตลอด กระทั่งสบโอกาสที่ทุกคนกลับมานั่งดื่มกินฉลองเคาต์ดาวน์ปีใหม่กับครอบครัวอยู่กันพร้อมหน้าลงมือก่อเหตุสลด

เหตุสลดใจรับปีใหม่ หนุ่มเดนคุกเมาคลั่งบุกยิงยกครัว 7 ศพครอบครัวเมียตายเกลื่อนบ้านรายนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 00.20 น.วันที่ 1 ม.ค. พ.ต.ท.ลาภ คำพันธ์ สว.(สอบสวน) สภ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร รับแจ้งเหตุยิงกันตายหลายศพที่บ้านเลขที่ 86 หมู่ 8 ต.พะโต๊ะ จึงรายงานให้ พ.ต.อ.ธานี นาคหควิ ผกก. พ.ต.ท.พิษณุ บุษย์วิทย์ รอง ผกก.ป. นำกำลังฝ่ายสืบสวน พร้อมด้วยนายสมพร ปัจฉิมเพชร รอง ผวจ.ชุมพร พ.ต.อ.เสริมศักดิ์ พ่วงพิศ ผกก.สส.ภ.จ.ชุมพร ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน หน่วยกู้ภัยพะโต๊ะ-พุทธประทีปหลังสวน ไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นห้องแถวชั้นเดียว 2 คูหาเปิดเป็นร้านเสริมสวยชื่อ “อ่อนมุกข์” อยู่ใจกลางตลาดพะโต๊ะ ห่างจากที่ว่าการอำเภอพะโต๊ะ และ สภ.พะโต๊ะ ประมาณ 200 เมตร มีชาวบ้านพากันมุงดูจำนวนมาก บริเวณโต๊ะหินอ่อนหน้าบ้านมีขวดเบียร์และจานชามอาหารวางอยู่ พบศพนายวิจิตร นาคลอด อายุ 50 ปี นอนจมเลือดอยู่บนพื้นข้างโต๊ะ ถูกยิงด้วยปืน 9 มม.เข้ากลางหน้าอก 1 นัด ส่วนที่ห้องโถงภายในบ้านพบศพนางงุด อ่อนมุกข์ อายุ 71 ปี เจ้าของบ้านนอนจมเลือดอยู่บนพื้น ใกล้กันเป็นศพ น.ส.ผกามาศ อ่อนมุกข์ อายุ 47 ปี ลูกสาวของนางงุด นั่งเสียชีวิตอยู่บนโซฟา ทั้ง 2 ศพถูกยิงกลางหน้าอกศพละ 1 นัด ถัดเข้าไปเป็นทางเดินไปยังห้องครัวหลังบ้านพบศพนางรัชพร อ่อนมุกข์ อายุ 50 ปี ลูกสาวคนโตของนางงุด และเป็นภรรยาของนายวิจิตรถูกยิงเข้ากลางหน้าอก 1 นัดเช่นกัน

ส่วนในห้องนอนแรกฝั่งขวาพบผู้เสียชีวิตอีก 3 ศพ นอนจมเลือดอยู่บนเตียง ทราบชื่อนายสุชีพ ศรสังข์ อายุ 41 ปี ผู้ก่อเหตุเป็นลูกเขยของนางงุด ถูกยิงขมับขวา 1 นัด มือขวากำปืน 9 มม.บาเร็ตต้า 1 กระบอก ใกล้กันเป็นศพ ด.ช.กษิเดช ศรสังข์ อายุ 9 ขวบ ถูกยิงเข้าใบหน้า 1 นัด และ ด.ญ.ชนัญธิดา ศรสังข์ อายุ 6 ขวบ ถูกยิงกลางหน้าอก 1 นัด ทั้ง 3 ศพเป็นพ่อลูกกัน รวมผู้เสียชีวิตทั้งหมด 7 ศพ ตำรวจตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนตกอยู่เกลื่อนกลาด 7 ปลอกเก็บไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 คนคือนายทินกร อ่อนมุกข์ อายุ 33 ปี ลูกชายของนางงุดและเป็นน้องเมียของนายสุชีพ ถูกยิงที่หน้าท้องกระสุนแฉลบออกสีข้างด้านขวา ชาวบ้านช่วยนำตัวส่ง รพ.พะโต๊ะ กระสุนไม่ถูกอวัยวะสำคัญ อาการปลอดภัยแพทย์รักษาบาดแผลแล้วให้กลับบ้านได้

สอบสวนนายทินกร ผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์สยองขวัญเพียงคนเดียวให้การว่า ตนพร้อมด้วยนางรัชพร พี่สาว และนายวิจิตร พี่เขยทำงานอยู่กรุงเทพฯเดินทางกลับมาเยี่ยมแม่ที่บ้านในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ตั้งแต่วันที่ 29 ธ.ค. คืนเกิดเหตุนั่งดื่มกินสังสรรค์ฉลองเคาต์ดาวน์ปีใหม่กับครอบครัวที่โต๊ะหินอ่อนหน้าบ้านกันอย่างสนุกสนาน ระหว่างนั้นได้มีนายสุชีพ พี่เขย บ้านเดิมอยู่ จ.นครศรีธรรมราช พักอาศัยในอยู่บ้านเดียวกัน ขับรถกระบะมาจอดในโรงเก็บรถข้างบ้าน เดินเข้ามาในบ้านด้วยอาการมึนเมาสุรา ปรี่เข้ามาหาเรื่องต่อว่าตะโกนลั่น “พวกมึงไม่ต้องมองหน้ากู” แล้วชักปืนออกมาข่มขู่พร้อมพูดต่อว่า “กูอยู่ที่นี่ช่วยทุกอย่าง ไม่มีความดีเลยสักอย่าง แต่พวกมึงยังไม่ชอบหน้ากู” จนเกิดการโต้เถียงมีปากเสียงกันขึ้น

น้องเมียหนุ่มปืนโหดให้การต่อไปว่า ทันใดนั้นเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อนายสุชีพหันปากกระบอกปืนลั่นไกยิงใส่นายวิจิตร คู่เขย ที่นั่งอยู่บนม้าหินอ่อน จนร่วงตกเก้าอี้เสียชีวิตเป็นศพแรก แล้วหันมายิงใส่ตน 1 นัด กระสุนถูกที่หน้าท้องจนล้มลงกองกับพื้น ต้องนอนนิ่งแกล้งทำเป็นตาย จากนั้นนายสุชีพวิ่งเข้าไปยิงนางงุด แม่ยาย และ น.ส.ผกามาศ พี่เมีย ที่นั่งอยู่บนโซฟาจนเสียชีวิต แล้วไล่ตามไปยิงนางรัชพร พี่เมีย อีกคน ที่วิ่งหนีจนล้มทรุดเสียชีวิตอยู่หน้าห้องนอน นายสุชีพยังไม่หยุดความบ้าคลั่งเปิดประตูห้องนอนเข้าไปยิงลูกชายและลูกสาวตัวเองที่นอนเล่นเกมมือถืออยู่บนเตียงจนเสียชีวิตแล้วใช้ปืนกระบอกเดียวกันจ่อขมับยิงตัวตายหนีความผิดที่ก่อขึ้น

ตำรวจตรวจสอบประวัตินายสุชีพ หนุ่มปืนโหดที่ก่อเหตุเป็นนายทุนปล่อยเงินกู้นอกระบบในพื้นที่ เคยถูกจับคดียักยอกทรัพย์ในตัวเมืองชุมพร นอกจากนี้ยังมีประวัติพัวพันกับยาเสพติด และเพิ่งพ้นโทษคดีพยายามฆ่าตำรวจที่ จ.นครศรีธรรมราช ติดคุกอยู่ 4 ปีเศษ ออกมาเมื่อวันที่ 20 พ.ย.60 กลับมาอยู่ที่บ้านของครอบครัวภรรยา ส่วนภรรยาของนายสุชีพหนีไปทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่ช่วงที่สามีอยู่ในเรือนจำ เนื่องจากทนพฤติกรรมของนายสุชีพไม่ไหวที่ชอบเที่ยวเตร่ไม่ทำงานเป็นหลักแหล่ง และยังยุ่งเกี่ยวกับสิ่งผิดกฎหมาย สร้างความโกรธแค้นให้นายสุชีพจนมีเรื่องระหองระแหงกับครอบครัวภรรยามาตลอด แต่ตัวเองยังไม่ยอมย้ายออกไปอยู่ที่อื่นและเคยพูดจาข่มขู่ว่า จะฆ่าให้ตายทั้งครอบครัว เนื่องจากเข้าใจว่าทุกคนรู้เห็น เป็นใจให้ภรรยาตัวเองหนีไปอยู่กรุงเทพฯ จนกระทั่งมาก่อเหตุเมื่อครอบครัวของภรรยามาอยู่กันพร้อมหน้าดังกล่าว

ต่อมาช่วงสายวันเดียวกัน ญาติไปรับศพนางงุด นางรัชพร น.ส.ผกามาศ ด.ญ.ชนัญธิดา และ ด.ช.กษิเดช ทั้ง 5 ศพเป็นแม่ยาย พี่เมีย และลูกชายหญิงของนายสุชีพ มือปืนผู้ก่อเหตุ จาก รพ.พะโต๊ะ ไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่สำนักสงฆ์ปะติมะ หมู่ 7 ต.พะโต๊ะ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้าของญาติๆ และเพื่อนบ้านที่มาร่วมพิธีจำนวนมาก ส่วนศพนายวิจิตร คู่เขยของนายสุชีพ ญาตินำไปบำเพ็ญ กุศลที่วัดน้ำผุด ต.วังใหม่ อ.เมืองชุมพร ขณะที่ศพนายสุชีพ เขยปืนโหดยังอยู่ที่ รพ.พะโต๊ะ เพื่อรอญาติมารับไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด จ.นครศรีธรรมราช

นางหีด นาคลอด อายุ 63 ปี พี่สาวของนายวิจิตรเผยว่า ปกติน้องชายกับมือปืนเป็นคู่เขยไม่เคยมีปัญหากัน ก่อนเกิดเหตุยังโทรศัพท์พูดคุยกันอยู่ นิสัยส่วนตัวนายสุชีพเป็นคนพูดเพราะ อ่อนน้อมเจอใครจะยกมือไหว้ก่อนตลอด ชอบช่วยเหลืองานสังคม แต่มีประวัติเคยติดคุกมาแล้ว เมื่อพ้นโทษออกมาอยากจะกลับตัวเป็นคนดีแต่อาจจะมีปัญหากับญาติฝ่ายภรรยาที่ยังไม่ให้การยอมรับ เพราะที่ผ่านมามีประวัติไม่ดี ส่วนภรรยาไปอยู่ที่อื่นไม่ได้อยู่ด้วยกันจึงอาจเป็นสาเหตุให้เกิดความเครียดจนมาก่อเหตุขึ้น

ต่อมาเวลา 15.00 น. พล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลปะชัย ผบก.ภ.จ.ชุมพร นำกำลังตำรวจไปที่บ้านเกิดเหตุเพื่อเก็บหลักฐานเพิ่มเติมอย่างละเอียดและสอบปากคำนายทินกร ผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ นายทินกรให้การว่า นายสุชีพผู้ก่อเหตุเป็นพี่เขย หลังพ้นโทษข้อหาพยายามฆ่ามาได้กว่า 1 ปีกลับมาอยู่กับลูกสาวและลูกชายที่บ้านแม่ตน ส่วนพี่สาวที่เป็นภรรยานายสุชีพไปอยู่กรุงเทพฯแล้วไม่กลับมาบ้านอีกเลย เพราะไม่ชอบพฤติกรรมของผู้เป็นสามีเนื่องจากไม่ประกอบ อาชีพอะไรเป็นหลักแหล่งจนทุกคนเอือมระอา วันเกิดเหตุคนในครอบครัวนั่งสังสรรค์ปีใหม่อยู่หน้าบ้าน นายสุชีพกลับมาจากดื่มเบียร์ข้างนอกเมื่อเจอกันก็พูดคุยทักทายเล็กน้อยแล้วเดินเข้าไปในบ้าน ต่อมาตนและญาติๆนั่งปรับทุกข์พูดคุยกันว่าจะทำอย่างไรให้พี่เขยออกไปจากบ้านเสียที ระหว่างพูดคุยกันอยู่ปรากฏว่านายสุชีพเดินออกมายืนฟังพอดี จนเกิดมีปากเสียงทะเลาะกันแล้วนายสุชีพชักปืนออกมาพร้อมกับพูดว่า “ถ้างั้นเอาแบบนี้ก็แล้วกัน” ก่อนลั่นไกยิงทุกคนจนเสียชีวิต ส่วนตนแกล้งทำเป็นตายเลยรอดมาได้หวุดหวิด

พล.ต.ต.สหรัฐกล่าวว่า เหตุสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้น มาจากปัญหาครอบครัว หลังจากผู้ก่อเหตุถูกจำคุกข้อหาพยายามฆ่าที่ จ.นครศรีธรรมราช พ้นโทษออกมาเมื่อปีที่แล้วกลับมาอยู่กับลูก 2 คนที่บ้านแม่ยายเพื่อรอคอยภรรยาที่ไปทำงานอยู่นอกพื้นที่ แต่ภรรยาไม่กลับมา จนมีเรื่องกระทบกระทั่งกับญาติๆภรรยาจากปัญหาที่สะสมมานานกระทั่งลงมือก่อเหตุฆ่ายกครัว 7 ศพดังกล่าว ส่วนกรณีที่ผู้ก่อเหตุมีประวัติพัวพันเรื่องยาเสพติดและปล่อยเงินกู้นอกระบบพอจะทราบข้อมูลจากผู้ใกล้ชิด จะต้องตรวจสอบกันต่อไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้