วันพุธที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
"ปีหมูไฮเทค" เร่งเครื่องปฏิบัติการสู่ไทยแลนด์ 4.0 ก่อนตกยุค รับมือ "เทคโนโลยีป่วนโลก"

"ปีหมูไฮเทค" เร่งเครื่องปฏิบัติการสู่ไทยแลนด์ 4.0 ก่อนตกยุค รับมือ "เทคโนโลยีป่วนโลก"

  • Share:

เทคโนโลยีป่วนโลก!

เรากำลังอยู่ในยุคที่ “เทคโนโลยีใหม่” กำลังไล่กลืนกิน “เทคโนโลยีเก่า” ที่เกิดขึ้นแบบฉับพลัน

ขณะที่ในอดีตโลกเราใช้เวลาเปลี่ยนผ่านยุคสมัยจากเกษตรกรรมเข้าสู่การปฏิวัติอุตสาหกรรมเป็นร้อยปี จากยุคอุตสาหกรรมสู่ยุคทุนนิยมก็ใช้เวลาไม่ต่างกันมากนัก แต่เมื่อเข้าสู่ยุคดิจิทัลที่มีเทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อน ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เราจึงเห็น การล้มหายตายจากของธุรกิจที่ปรับตัวไม่ทันจำนวนมาก ทุกอย่างกำลังถูกแทนที่ด้วย “ปัญญาประดิษฐ์” หรือสมองกล หรือ หุ่นยนต์ ที่มาแทนที่มนุษย์

ถ้ายังจำกันได้ “โดราเอมอน” น่าจะเป็นการ์ตูนหุ่นยนต์รุ่นแรกๆ ที่เด็กไทยเราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี กับ หุ่นยนต์แมว ที่ถูกส่งมาจากอนาคตเพื่อช่วยโนบิตะซึ่งเป็นตัวเอกของเรื่อง โดย มีของ “วิเศษ” มากมาย ซึ่งก็คือสิ่งประดิษฐ์จากโลกอนาคตที่ทำให้เด็กๆไทยสามารถสร้างจินตนาการต่อไปได้อีกมากมาย

และแล้วจินตนาการในวันนั้นก็เกิดขึ้นจริงแล้วในวันนี้ ถ้าจะเปรียบเทียบ โดราเอมอน ก็คือ AI ที่ย่อมาจาก Artificial Intelligence หรือ ปัญญาประดิษฐ์ นั่นเอง ที่มนุษย์สร้างขึ้นให้มีความฉลาด มีตรรกะการคิดได้เทียบเท่าหรือเหนือกว่ามนุษย์ที่มีความฉลาด

ปัจจุบันนี้ AI มาอยู่ในโทรศัพท์มือถือที่เสมือนเป็นโลกทั้งใบของเราแล้ว และในอนาคตจะมีเทคโนโลยีที่ยากจะคาดเดาเกิดขึ้นในโลกอีกมากมาย แค่รถยนต์ไร้คนขับที่เกิดแล้วในต่างประเทศ หุ่นยนต์ที่คาดการณ์ว่าจะเก่งพอๆ กับมนุษย์ รวมถึงแอปพลิเคชัน แพลตฟอร์มออนไลน์ใหม่ๆ ที่รองรับการเติบโตทางการเงิน การธนาคาร การขนส่ง ฯลฯ มีทั้งที่เกิดขึ้นแล้ว และกำลังพัฒนา สิ่งเหล่านี้ทำให้โลกเปลี่ยน และโลกในวันนี้ก็ไม่ใช่โลกใบเดิมอีกต่อไป โลกเปลี่ยนแปลงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน...เราเรียกมันว่า ยุคเทคโนโลยีป่วนโลก!

ดร.สุวิทย์

คำถามคือ ในโลกที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป แล้วคนไทยจะปรับตัว อย่างไร?

“กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ต้องเป็นตัวขับเคลื่อนหลักในการเปลี่ยนผ่านประเทศสู่ 4 ระบบเศรษฐกิจใหม่ คือ ระบบเศรษฐกิจฐานชีวภาพที่ยั่งยืน ระบบเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม ระบบเศรษฐกิจฐานข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ และ ระบบเศรษฐกิจแบ่งปัน ทั้งภาคเอกชนและภาคประชาชน ต้องปรับตัวรับภาวะ “โลกป่วน” ที่เกิดจากพลวัตการเปลี่ยนแปลงในเทคโนโลยี ซึ่งจะส่งผลต่อการใช้ชีวิต ทักษะและอาชีพ ตลอดจนโมเดลในการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เอสเอ็มอี และ สตาร์ตอัพ ต้องยกระดับการบริหารจัดการ การใช้เทคโนโลยีเพื่อรังสรรค์นวัตกรรม ด้วยการทำงานร่วมกับเครือข่ายมหาวิทยาลัยในอุทยานวิทยาศาสตร์ตามภูมิภาคต่างๆ เพื่อ ปรับตัวและสร้างโมเดลธุรกิจที่สามารถแข่งขันได้ในยุคเทคโนโลยีป่วนโลก ทุกคนต้องตั้งอยู่ในความไม่ประมาท เปลี่ยนก่อนที่จะถูกเปลี่ยน” ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์ฯ กล่าวถึงการรับมือกับยุคเทคโนโลยีป่วนโลก

แน่นอน เมื่อโลกมันเปลี่ยนประเทศไทยต้องปรับ

“กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ โดยสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมกิจการอุทยานวิทยาศาสตร์ (สอว.) กำลังต่อยอดอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในการส่งเสริมภาคเอกชนให้ลงทุนทำวิจัยและพัฒนา พร้อมนำทรัพยากรและโครงสร้างพื้นฐานวิจัยพัฒนาในภาครัฐมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ที่มีอยู่ทั่วประเทศ ทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ โดยมีมหาวิทยาลัยทั่วประเทศเป็นเครือข่ายให้เชื่อมโยงกับผู้ประกอบการ ชาวบ้าน เพื่อนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมไปยกระดับผลิตภัณฑ์ให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โอทอปและสตาร์ตอัพ เพื่อพัฒนาสู่ความเป็นอีสาน 4.0 ล้านนา 4.0 และด้ามขวาน 4.0 เพื่อให้เชื่อมต่อกับไทยแลนด์ 4.0 ที่เป็นภาพใหญ่ของประเทศไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำขึ้นในสังคมไทย เพราะถ้าชาวบ้านเข้าถึงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมได้ พวกเขาจะไม่จน สามารถพัฒนาต่อได้ สู้กับเทคโนโลยีป่วนโลกได้” ดร.สุวิทย์ ระบุ

อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ที่มีอยู่ทั่วประเทศจึงเปรียบเสมือนหัวใจเป็นยุทธศาสตร์ และเป็นประตูผ่านเพื่อให้ท้องถิ่นมีการพัฒนาทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม โดยอาศัยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นเครื่องมือ มหาวิทยาลัยมีความพร้อมด้านองค์ความรู้ ความพร้อมในหลักสูตรและห้องวิจัย เครื่องมือต่างๆ รวมถึงบุคลากรที่มีประสบการณ์ในการยกระดับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โอทอปและสตาร์ตอัพ ที่ถือเป็นคนกลุ่มใหญ่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากเป็นไปอย่างได้ผล และขณะนี้มีผลิตภัณฑ์ของอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคออกสู่สาธารณะแล้ว ทั้งได้รับการยอมรับ อาทิ การวิจัยพัฒนาพันธุ์ไก่ “ไก่ 3 low” หรือ “ไก่ ไม่เกาต์” คือ กินแล้วไม่เป็นโรคเกาต์ ยูริกต่ำ–ไขมันต่ำ–คอเลสเทอรอลต่ำ หรือ การคิดค้น “เล็ทส์ฟันส์ (Lets Funds)” ซึ่งเป็น แพลตฟอร์มรวมเงินทุนสำหรับผู้ประกอบการแบบครบวงจร เป็นต้น

“การดำเนินการของอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค สามารถตอบโจทย์ระบบเศรษฐกิจฐานชีวภาพที่ยั่งยืน ระบบเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม และระบบเศรษฐกิจแบ่งปันได้ อย่าลืมว่าการเกิดดับของเทคโนโลยีมาเร็วมาก ส่งผลให้วงจรชีวิตผลิตภัณฑ์สั้นลง ผู้คนส่วนใหญ่เริ่มตามไม่ทันและเริ่มคิดว่าจะต้องมีโมเดลธุรกิจแบบไหนจึงจะสามารถรับมือได้ทัน ดังนั้น แนวคิดที่จะทำให้อยู่รอดและสร้างความมั่งคั่งภายในยุคเทคโนโลยีป่วนโลก คือ 1.ต้องมีการปรับเปลี่ยนเชิงยุทธศาสตร์ โดยการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในการทำธุรกิจ 2.เน้นรูปแบบมากกว่าผลิตภัณฑ์ คือต้องมองไปไกลกว่าตัวผลิตภัณฑ์เพราะตัวผลิตภัณฑ์อาจถูกเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา 3.ต้องหาสมดุลระหว่างมนุษย์และเครื่องจักร นำเอาศักยภาพสูงสุดของมนุษย์มาทำงานร่วมกับปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์ให้ได้ 4.ทำให้คนสามารถอยู่กับวัฒนธรรมดั้งเดิมได้” รมว.วิทยาศาสตร์ฯ กล่าวย้ำในตอนหนึ่ง

น.ส.ทิพวัลย์

ขณะที่ น.ส.ทิพวัลย์ เวชการัณย์ ผอ.สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมกิจการอุทยานวิทยาศาสตร์ (สอว.) ในฐานะกลไกขับเคลื่อนอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค เปิดเผยว่า อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคจะเพิ่มเครือข่ายในพื้นที่ต่างๆ เพื่อกระจายการให้บริการแก่ประชาชนอย่างทั่วถึงพร้อมทั้งผลักดันการจัดตั้งอุทยานวิทยาศาสตร์ ภูมิภาคเพิ่มเติมในพื้นที่ใหม่ เช่น มหาวิทยาลัยบูรพาในภาคตะวันออก รวมทั้งการเพิ่มเติมมหาวิทยาลัยเครือข่าย รวมถึงเชื่อมโยงความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยราชภัฏและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล นอกจากนี้ จะเร่งขยายผล โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลงานที่มีผลกระทบในวงกว้าง เพื่อให้เกิดการยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างงานสร้างอาชีพให้กับประชาชนในภูมิภาค

ผศ.ดร.ธัญญานุภาพ

ด้าน ผศ.ดร.ธัญญานุภาพ อานันทนะ ผอ.อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ กล่าวว่า จะผนึกพลังกับมหาวิทยาลัยในเครือข่าย คือ แม่โจ้ แม่ฟ้าหลวง พะเยา นเรศวร ราชภัฏพิบูลสงครามและ ราชภัฏอุตรดิตถ์ สร้างและพัฒนานักธุรกิจรุ่นใหม่ในอุตสาหกรรมเป้าหมายเชื่อมโยงระบบดิจิทัล

ศ.ดร.ศุภชัย

ขณะที่ ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ผอ.อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า จะเน้นเรื่องเกษตรและอาหารที่เกี่ยวข้องกับพืชเศรษฐกิจ ข้าว มันสำปะหลัง อ้อย พริก สมุนไพรท้องถิ่นและปศุสัตว์ สุกรและไก่ อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์เพื่อสุขภาพ อุตสาหกรรมด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ดิจิทัล และอิเล็กทรอนิกส์

ส่วน ผศ.คำรณ พิทักษ์ ผอ.อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคใต้ กล่าวว่า อุทยานฯภาคใต้ จะเปิดในปี 2562 จะ เน้นเรื่องนวัตกรรม โดยเฉพาะการเพิ่มมูลค่ายางพารารวมทั้ง ทรัพยากรของภาคใต้ การนำผลงานวิจัย และนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์

ผศ.คำรณ

“มีคำถามว่าต้องเตรียมตัวอย่างไรเพื่อรับมือเทคโนโลยีป่วนโลก แน่นอนถ้าต้องการรบให้ชนะ ถ้าต้องการสยบความปั่นป่วน สิ่งที่ต้องลงมือทำ คือ การเตรียมอาชีพสำหรับอนาคต เพราะจากนี้ไปธุรกิจในอนาคตจะต้องใช้องค์ความรู้ของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมากขึ้น อีกทั้งการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นกับคนเกือบทุกกลุ่มในเกือบทุกเรื่อง เช่น สำหรับคนทั่วไปนั้น เราจะเริ่มเห็นว่าคนที่จบมหาวิทยาลัยเกิน 5 ปีขึ้นไป จะมีทักษะที่ล้าสมัย ไม่สามารถนำไปใช้ได้ในการทำงาน ซึ่งพบว่ามีคนเกือบ 20 ล้านคนที่เข้าข่ายดังกล่าว สิ่งที่ทุกคนจะต้องเตรียมพร้อมรับมือ คือ อาชีพสำหรับอนาคต เชื่อว่า 70–80% ของอาชีพในอนาคตจะต้องใช้องค์ความรู้ที่เรียกว่า สะเต็ม คือ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ซึ่งจะเป็นยาดำที่ซ่อนอยู่ในเกือบทุกวิชาชีพ ดังนั้นสิ่งที่จะต้องเตรียม คือจะ ทำอย่างไรให้คนของเรามีความรู้ในเรื่องดิจิทัลและวิทยาศาสตร์ เหมือนที่เราส่งเสริมให้คนมีความรู้ทางการเงิน” รมว.วิทยาศาสตร์ฯ สรุปตบท้าย

“ทีมข่าววิทยาศาสตร์” มองว่า การรับมือกับ ยุคเทคโนโลยีป่วนโลก ทุกภาคส่วนของสังคมไทย ต้องเตรียมพร้อม โดยเฉพาะกลไกของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ที่มีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง ทำอย่างไรจึงจะเปลี่ยนบทบาทของมหาวิทยาลัย ที่ปัจจุบันไม่สามารถตอบโจทย์การมีงานทำ ให้เป็นมหาวิทยาลัยที่เปลี่ยนจากการเรียนในห้องเรียนในลักษณะแบบประมวลผลและให้เหตุผลกับข้อมูล เป็นการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ เรียนรู้ด้วยสมองและลงมือทำจริง

ขณะที่ผู้ประกอบการที่กระทรวงสนับสนุนอยู่ โดยเฉพาะเอสเอ็มอีและสตาร์ตอัพ จะทำอย่างไรให้มีการใช้เทคโนโลยีเป็นฐานในการประกอบธุรกิจให้ได้

ที่สำคัญระบบราชการ ที่ต่อไปจะเข้าสู่ระบบราชการรูปแบบดิจิทัล จะต้องมีการปรับเปลี่ยนกรอบความคิด โดยต้องมองว่าเรายังอยู่แบบเดิมได้หรือไม่

และทั้งหมดคือกลไกที่จะต้องเร่งเครื่องปรับเปลี่ยนด้วย ปฏิบัติการขั้นเทพเพื่อรับมือกับสังคมยุคเปลี่ยนผ่าน...ยุคเทคโนโลยีป่วนโลกเพื่อให้อยู่รอดปลอดภัยในปี “หมูไฮเทค” และอยู่อย่างยั่งยืนตลอดไป!!!

ทีมข่าววิทยาศาสตร์

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้