Thairath Logo
กีฬา

ศาลไทยไฮเทคก้าวล้ำสู่เวทีโลก ร่วมมือสมาชิกระหว่างประเทศ

Share :

ภาพ : ไสลเกษ วัฒนพันธุ์

ประเทศไทยในเวทีโลกกำลังเป็นที่จับตามอง ในปี 2562 ศาลยุติธรรมภายใต้การนำของ นายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา ได้ถูกกำหนดทิศทางโดยนโยบายสี่ข้อ คือการอำนวยความยุติธรรมที่รวดเร็วเป็นธรรม ปราศจากอคติ ส่งเสริมบุคลากรในการอบรมศึกษาในต่างประเทศ การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการคดี

ซึ่งความร่วมมือด้านงานยุติธรรมทางอาญาระหว่างประเทศก็น่าจะเป็นส่วนหนึ่งของภาระหน้าที่ของศาลที่ชาวโลกจับตามอง

ข่าวการร้องขอส่งตัว นายฮาคิม อาลี อัลไรวาลี นักฟุตบอลชาวบาห์เรน ที่ถูกบาห์เรนออกหมายจับเพราะก่ออาชญากรรมร้ายแรงกับมีโทษจำคุก 10 ปี ได้หลบหนีมายังประเทศไทย ในขณะที่นายฮาคิมเป็นผู้รับการลี้ภัยจากประเทศออสเตรเลีย คดีอยู่ระหว่างการสืบพยานเพื่อส่งตัวไปตามข้อมูลที่ตำรวจสากลและกระทรวงการต่างประเทศร้องขอมา ก็เป็นประเด็นร้อนว่า ในระหว่างกฎหมาย “ส่งผู้ร้ายข้ามแดน” ที่รัฐภาคีต้องปฏิบัติตามกติกา จะสำคัญกว่า “ถ้อยแถลง” ของรัฐมนตรีต่างประเทศออสเตรเลียว่านายฮาคิมต้องได้รับความคุ้มครองและส่งตัวกลับออสเตรเลียในฐานะผู้ลี้ภัยทางการเมืองหรือไม่

ไม่ว่ารูปคดีจะออกมาอย่างไร แต่ศาลยุติธรรมได้มีความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัดและมีระเบียบแบบแผนเป็นที่ยอมรับของศาลสากล ที่น่าจับตามีดังนี้ หนึ่ง ศาลยุติธรรมในกลุ่ม CLMV ประเทศในลุ่มแม่น้ำโขง มีกัมพูชา เมียนมา เวียดนาม ลาว โดยชาติเหล่านี้มีการพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นข้อราชการกันมาตลอด เพื่อกำชับความสัมพันธ์ ล่าสุดศาลไทยจัดสัมมนาวิชาการระหว่างประเทศเรื่องการบริหารจัดการงานคดีเพื่อความเป็นเลิศทางศาลในยุคปัจจุบัน โดยประธานศาลฎีกาแต่ละประเทศเดินทางมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์

สองศาลยุติธรรมในกลุ่มอาเซียน ที่ไทยเป็นสมาชิกสภาประธานศาลสูงสุดอาเซียน ซึ่งเป็นองค์กรที่มีความสัมพันธ์กับอาเซียนตามกฎบัตรสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ไทยเข้าร่วมการประชุมประธานสภาศาลสูงสุดอาเซียน หรือ CACJ ทุกครั้ง

ซึ่งมีวัตถุประสงค์ดังนี้ หนึ่งส่งเสริมความสัมพันธ์ ความเข้าใจร่วมกันระหว่างศาลยุติธรรมในภูมิภาคอาเซียนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น สองเปิดโอกาสให้ประธานศาลสูงสุดอาเซียนสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน สามประสานความร่วมมือทางศาลเพื่อช่วยส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ ที่ผ่านมามีการประชุมไปแล้ว 6 ครั้ง

ล่าสุดที่สิงคโปร์ มี นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ รองประธานศาลฎีกา เป็นผู้แทนศาลฎีกา ซึ่งที่ประชุมสภาประธานศาลสูงสุดอาเซียนได้ตั้งคณะทำงาน ที่ให้แต่ละชาติส่งผู้แทนชาติละหนึ่งคน เพื่อประชุมร่วมกันหาแนวทางพัฒนาความร่วมมือจัดทำข้อเสนอหรือรายงานเพื่อเสนอที่ประชุมสภาประธานศาลสูงสุดอาเซียนพิจารณา

นอกจากนี้ศาลยุติธรรมในปี 2562 ศาลยุติธรรมยังมีความร่วมมือกับชาติต่างๆนอกอาเซียน เช่น รัสเซีย ในรอบสิบปีที่ผ่านมาศาลยุติธรรมไทยมีการแลกเปลี่ยนการเยือนศาลฎีกากับรัสเซียมาตลอด เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทางศาล ส่งเสริมความรู้ความเข้าใจ โดยเฉพาะความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง ความสัมพันธ์กับศาลอินเดีย ประธานศาลฎีกาส่งตัวแทนไปร่วมประชุมประธานศาลฎีกาประเทศสมาชิก BIMSTEC ซึ่งเป็นความร่วมมือของประเทศแห่งอ่าวเบงกอล ทางวิชาการและเศรษฐกิจ ช่วยสร้างโอกาสทางการค้า การลงทุนในชาติสมาชิก มีความ ช่วยเหลือชาติสมาชิกในการศึกษาวิจัย เป็นต้น นอกจากนี้ศาลยุติธรรมยังแสวงหาความร่วมมือกับประเทศต่างๆ เช่น สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร เยอรมนี ที่ส่งข้าราชการฝ่ายตุลาการไปเพิ่มพูนความรู้และพัฒนาองค์กรอยู่เสมอ

นอกจากนี้ ยังมีความร่วมมือในการสืบ พยานข้ามประเทศในกรณีศาลต่างประเด็นหรือศาลไทยขอให้ศาลในอีกประเทศ สืบพยานแทน โดยส่งประเด็นไปให้สืบพยานบุคคลซึ่งมีถิ่นที่อยู่ในประเทศนั้นๆ เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย.

เชษฐ์ สุขสมเกษม

อ่านเพิ่มเติม...
ไสลเกษ วัฒนพันธุ์ศาลฎีกาศาลยุติธรรมศาลไทยเชษฐ์ สุขสมเกษมกฏหมาย