วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ยกย่อง ‘กําพล วัชรพล’ เป็นครูใหญ่

ยกย่อง ‘กําพล วัชรพล’ เป็นครูใหญ่

  • Share:

‘คุณหมอจรัส’ ระบุให้ข้อคิดในการพัฒนาการศึกษาไทยเมื่อ 50 ปีก่อน

ประธานบอร์ดอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ยกย่อง “กำพล วัชรพล” เป็นครูใหญ่ที่ให้ข้อคิดในการพัฒนาการศึกษาไทยตั้งแต่ 50 ปีที่แล้ว โดยเข้าไปยกระดับคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็กและห่างไกล เป็นตัวอย่างที่สร้างความหวังว่าปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้ต้องสำเร็จ พร้อมชื่นชมแนวคิดที่กว้างไกลแม้จากไป 22 ปี แต่ผลงานยังปรากฏ สมควรได้รับการยกย่องจากยูเนสโกเป็นบุคคลสำคัญของโลก ขณะที่รางวัล “กำพล วัชรพล” สำหรับวิทยานิพนธ์ด้านสื่อสารมวลชน ปีนี้ไม่มีผู้สมควรได้รับรางวัล เตรียมปรับเกณฑ์ตัดสินใหม่ปีหน้า

เวียนมาบรรจบอีกปีสำหรับวัน “กำพล วัชรพล” ทั้งนี้ ที่ห้องประชุมชั้น 9 อาคาร 9 สำนักงานหนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. มูลนิธิไทยรัฐจัดงานวัน “กำพล วัชรพล” ประจำปี 2561 เพื่อมอบรางวัล “กำพล วัชรพล” สำหรับวิทยานิพนธ์ด้านสื่อสารมวลชน ครั้งที่ 22 ประจำปี 2561 โดยมีนายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ให้เกียรติเป็นประธาน มีคุณหญิงประณีตศิลป์ วัชรพล ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิไทยรัฐ นางยิ่งลักษณ์ วัชรพล รองประธานและเหรัญญิกมูลนิธิไทยรัฐ นายสราวุธ วัชรพล นายวัชร วัชรพล กรรมการบริหารมูลนิธิไทยรัฐ นายสนิท แย้มเกษร รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานคับคั่ง ในโอกาสนี้ ด.ญ.ชนิกานต์ พรมวัน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 77 (บ้านเนินสันติ) จ.ชุมพร ได้เป็นตัวแทนกล่าวสุนทรพจน์สดุดี “นายกำพล วัชรพล”

นายมานิจ สุขสมจิตร กรรมการบริหารมูลนิธิไทยรัฐ ในฐานะประธานกรรมการรางวัลวิทยานิพนธ์ “กำพล วัชรพล” กล่าวว่า คณะกรรมการประกวดวิทยานิพนธ์ ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากบัณฑิตวิทยาลัยของมหาวิทยาลัยทั้งรัฐและเอกชน รวมทั้งกรรมการจากมูลนิธิไทยรัฐ ได้พิจารณาวิทยานิพนธ์ของนิสิต นักศึกษา ระดับบัณฑิตศึกษาที่ส่งเข้าประกวดประจำปีนี้มีความเห็นพ้องต้องกันว่า ยังไม่มีวิทยานิพนธ์ฉบับใดสมควรที่จะได้รับรางวัลกำพล วัชรพลเลย วัตถุประสงค์ในการจัดประกวดวิทยานิพนธ์ เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการทำวิจัยของนิสิต นักศึกษา ระดับบัณฑิตศึกษาที่มีคุณภาพถูกต้องตามระเบียบวิธีวิจัย มีองค์ความรู้ใหม่ๆเป็นแบบอย่างและถือเป็นแนวปฏิบัติในการทำงานด้านนิเทศศาสตร์หรือวารสารศาสตร์ได้ จึงได้กำหนดเงินรางวัลไว้สูงถึง 2 แสนบาท จัดพิธีมอบในวันกำพล วัชรพล วันที่ 27 ธ.ค.ของทุกปี เมื่อไม่มีวิทยานิพนธ์ฉบับใดสมควรได้รับรางวัลดังกล่าวในปีนี้ คณะกรรมการฯจึงได้กำหนดเงื่อนไขและวิธีการคัดเลือกตัดสินใหม่ สำหรับปี 2562 จะประกาศให้ทราบในโอกาสต่อไป

จากนั้นได้มีพิธีมอบรางวัลเชิดชูเกียรติแก่โรงเรียนไทยรัฐวิทยาดีเด่น ผู้บริหารโรงเรียนไทยรัฐวิทยาดีเด่น และครูโรงเรียนไทยรัฐวิทยาดีเด่น ประจำปี 2561 โดยนายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

ต่อมา ศ.นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “ปฏิรูปแล้วการศึกษาของไทยจะดีขึ้นอย่างไร” โดยกล่าวว่า ขอแสดงความคารวะและขอบคุณนายกำพล วัชรพล ในโอกาสครบรอบ 99 ปี นายกำพลได้ทำคุณประโยชน์ไว้มากมาย ได้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ มูลนิธิไทยรัฐ โรงเรียนไทยรัฐวิทยา ส่งเสริมการทำวิทยานิพนธ์ด้านสื่อมวลชน แม้จะจากไปเป็นเวลา 22 ปีแล้วแต่ผลงานยังปรากฏเด่นชัด มีการสืบทอดรุ่นต่อรุ่น จนขณะนี้เป็นรุ่นที่ 3 แล้ว จึงสมควรอย่างยิ่งที่องค์การว่าด้วยการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก จะยกย่องให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกผู้มีผลงานดีเด่นด้านการศึกษาและสื่อสารมวลชน

“โรงเรียนไทยรัฐวิทยา เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2512 จนถึงปัจจุบันเป็นเวลาเกือบ 50 ปีแล้ว นายกำพลเป็นคนที่เห็นสิ่งที่จำเป็นที่สุดคือ การเข้าไปสร้างและพัฒนาโรงเรียนที่ห่างไกล เริ่มจาก ร.ร.ไทยรัฐวิทยา 1 (บ้านหัวช้าง) จ.ลพบุรี เป็นตัวอย่างที่เกิดจากความคิดที่กว้างไกล เพราะผ่านมา 50 ปี โรงเรียนได้รับการพัฒนาด้านต่างๆ มากมาย เริ่มจากการก่อสร้างอาคาร นำกิจกรรมต่างๆเข้าไปพัฒนาเด็กและครู พัฒนาหลักสูตร ศิลปวัฒนธรรมต่างๆ รวมทั้งแนวคิดข้ามชาติในการร่วมมือกับชาติต่างๆ โรงเรียนไทยรัฐวิทยาจึงไม่ใช่แค่โรงเรียน แต่เป็นสถาบันที่ทำประโยชน์อื่นๆมากมาย” ศ.นพ.จรัสกล่าว

ประธาน กอปศ. กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลเป็นประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา เห็นปัญหาการศึกษาที่จำเป็นต้องแก้ไข 4 ด้าน คือ 1. ปัญหาคุณภาพการศึกษาที่ตกต่ำ ไม่ได้มาตรฐาน โดยดูได้จากคะแนนโอเน็ตและคะแนนพิซ่า ที่ต่ำกว่ามาตรฐานค่อนข้างมาก 2. ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ร้ายแรงกว่าความเหลื่อมล้ำทางการแพทย์ เพราะเหลื่อมล้ำข้ามชั่วอายุคนเนื่องจากพ่อแม่ต้องการส่งลูกเข้าเรียนในโรงเรียนยกระดับคุณภาพชีวิต แต่กลับพบว่าส่งลูกไปเรียนในโรงเรียนที่ไม่มีคุณภาพ ก็ไม่สามารถเจริญขึ้นได้อย่างที่ต้องการ 3. ปัญหาความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย อยู่ในอันดับ 32 แต่คุณภาพการศึกษาอยู่อันดับที่ 56 แสดงให้เห็นว่าการศึกษาเป็นตัวถ่วงความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และ 4. ปัญหาระบบบริหารจัดการที่ด้อยประสิทธิภาพ โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดเล็ก

“เราเคยปฏิรูปครั้งใหญ่เมื่อปี 2542 แต่ยังไม่สำเร็จ แต่การปฏิรูปครั้งนี้จะไม่สำเร็จไม่ได้ผมเห็นว่าสิ่งที่โรงเรียนไทยรัฐวิทยาทำนั้น เป็นตัวอย่างของความสำเร็จ เช่น การเข้าไปช่วยดูแลโรงเรียนขนาดเล็ก ห่างไกล ให้มีคุณภาพ จึงทำให้มีความหวังว่าการปฏิรูปการศึกษาในครั้งนี้จะประสบความสำเร็จได้” ศ.นพ.จรัสกล่าวและว่า เราเข้าสู่โลกยุคดิจิทัล การศึกษาต้องปรับตัวให้ทัน เรียนได้ทั้งระบบออนไลน์ ออนแอร์ ออนกราวด์ ผ่านโทรทัศน์ อินเตอร์เน็ตโทรศัพท์มือถือ โดยไม่เน้นการศึกษาในห้องเรียน แต่เน้นการศึกษาตลอดชีวิต หากโรงเรียนไทยรัฐวิทยา นำเครื่องมือเหล่านี้มาปรับปรุงการเรียนการสอน จะทำให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล ถือเป็นความท้าทายของผู้บริหารไทยรัฐ” ประธาน กอปศ.กล่าว

ศ.นพ.จรัสกล่าวในตอนท้ายว่า ขอระลึกและคารวะนายกำพล เพราะท่านเป็นครูใหญ่ที่ให้วิธีคิดที่คนไม่ค่อยคิดเมื่อ 50 ปีที่แล้ว เป็นข้อคิดเมื่อ 50 ปีก่อนก็เป็นตัวอย่างการพัฒนา เรายังต้องพัฒนากันต่อไป เมื่อโลกเปลี่ยนแปลง สถาบันไทยรัฐเป็นตัวอย่างของการพัฒนาที่จะไปต่อได้ เพราะมีสื่อหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ ประเทศไทยจะปฏิรูปการศึกษาในครั้งนี้ได้สำเร็จ ทุกคนต้องช่วยกัน ไม่ดูดาย ใครทำอะไรได้ก็ทำ เพราะประเทศไทยจำเป็นต้องดีขึ้น การปฏิรูปการศึกษาจำเป็นต้องสำเร็จ และจะสำเร็จได้ทุกคนต้องร่วมมือกัน

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้