Thairath Logo
กีฬา

ปีติ ในหลวงทรงเปิด-ปั่นอุ่นไอรัก

Share :

เสียงแซ่ซ้อง ‘ทรงพระเจริญ’ ดังกึกก้อง เหล่าพสกนิกรเฝ้ารับเสด็จฯเนืองแน่น

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว “สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์” ก่อนทรงบีบแตรให้สัญญาณขบวนจักรยาน Bike อุ่นไอรัก ทรงจักรยานพร้อมพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ นำขบวนพสกนิกรทุกหมู่เหล่าที่เข้าร่วมกิจกรรมปั่นจักรยานจากพระลานพระราชวังดุสิต ถึงสวนสุขภาพลัดโพธิ์ จ.สมุทรปราการ ท่ามกลางประชาชนแต่งกายด้วยชุดไทยแบบย้อนยุคสมัยรัชกาลที่ 5 และเสื้อสีเหลืองและสีฟ้า เฝ้ารอรับเสด็จอย่างล้นหลาม ต่างปลื้มปีติทรงแย้มพระสรวล โบกพระหัตถ์ให้อย่างไม่ถือพระองค์

ตามที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พระราชทานพระราชานุญาตให้จัดงาน “อุ่นไอรัก คลายความหนาว สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์” ในวันที่ 9 ธ.ค.61 ถึงวันที่ 19 ม.ค.62 และจัดกิจกรรม “Bike อุ่นไอรัก” ในวันที่ 9 ธ.ค.61 โดยเสด็จทรงเปิดงานและทรงจักรยานนำขบวนข้าราชบริพาร ข้าราชการ และประชาชนนับหมื่นคนไปตามเส้นทางจากพระลานพระราชวังดุสิต ถึงสวนสุขภาพลัดโพธิ์ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ รวมระยะทางไปกลับ 39 กม.

เสด็จทรงเปิดงานอุ่นไอรักฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อเวลา 16.08 น. วันที่ 9 ธ.ค. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ออกจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระลานพระราชวังดุสิต ทรงเปิดงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว “สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์” และกิจกรรม “Bike อุ่นไอรัก” ณ บริเวณพระลานพระราชวังดุสิต และสนามเสือป่า ท่ามกลางประชาชนที่ส่วนใหญ่แต่งกายด้วยชุดไทยแบบย้อนยุคสมัยรัชกาลที่ 5 และเสื้อสีเหลือง เฝ้ารอรับเสด็จอย่างเนืองแน่น

ฉลองพระองค์ชุดราชประแตน

เมื่อเสด็จฯถึงสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฉลองพระองค์ราชประแตนสีงาช้าง พระภูษาโจงกระเบนผ้าไหมสีแดงเข้ม พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ฉลองพระองค์ผ้าไทยสีโอโรส ส่วนพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ฉลองพระองค์ชุดไทยแขนหมูแฮมผ้าไหมแพรวา พระภูษาโจงกระเบนสีแดง ทรงวางพานพุ่ม และทรงจุดเทียนถวายราชสักการะพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จากนั้นเสด็จพระดำเนินไปยังพลับพลาพิธี ประทับพระราชอาสน์ ทรงโบกพระหัตถ์ และแย้มพระสรวลให้ประชาชนที่รอเฝ้ารับเสด็จ โอกาสนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ฉลองพระองค์ผ้าไทยสีม่วง ทรงรอรับเสด็จ นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และภริยา คณะรัฐมนตรี คณะกรรมการจัดงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว “สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์” และข้าราชการ เฝ้าฯรับเสด็จ

“ทรงพระเจริญ” ดังกึกก้อง

จากนั้น พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฐานะประธานกรรมการจัดงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว “สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์” กราบบังคมทูลรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดงาน พร้อมทั้งกราบบังคมทูลเชิญเสด็จฯทอดพระเนตรการแสดงนิทรรศการและกิจกรรมต่างๆ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯออกจากพลับพลาพิธีไปยังแท่นพิธี ทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดแพรคลุมป้ายงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว “สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์” สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เสด็จฯไปทอดพระเนตรห้องแสดงนิทรรศการ “พระมหากรุณาธิคุณแห่งสายน้ำ” โดยประชาชนต่างเปล่งเสียง “ทรงพระเจริญ” ดังก้องไปทั่วบริเวณ

ทรงจักรยานนำขบวนพสกนิกร

ลำดับต่อมา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประทับรถไฟฟ้าพระที่นั่ง ทอดพระเนตรนิทรรศการตามโซน ต่างๆ ณ พระลานพระราชวังดุสิต และทอดพระเนตร ร้านจิตอาสา 904 ตลอดจนร้านค้าในพระบรมวงศานุวงศ์ ร้านค้ารับเชิญ ลานกิจกรรม “มัจฉาพาโชค” ณ บริเวณสนามเสือป่า ก่อนทรงเปลี่ยนฉลองพระองค์ชุดจักรยาน ทรงจักรยานพระที่นั่ง เสด็จฯไปยังจุดเริ่มต้นขบวน A บริเวณด้านหน้ากองทัพภาคที่ 1 ถนนราชดำเนินนอก ต่อมาเวลา 18.00 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจักรยานพระที่นั่งนำขบวนพสกนิกรผู้เข้าร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ เส้นทางพระลานพระราชวังดุสิต-สวนสุขภาพลัดโพธิ์ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ไป-กลับ รวมระยะทาง 39 กม.

ชาวเจริญกรุงเฝ้ารับเสด็จเต็มพื้นที่

ต่อมาในช่วงเย็น ที่ถนนเจริญกรุง ย่านวังบูรพา ตั้งแต่บริเวณแยกสี่กั๊กพระยาศรี แยกเฉลิมกรุงยาวไปจนถึงแยกสามยอด มีประชาชนร่วมปั่นจักรยาน ไบค์อุ่นไอรัก มารอร่วมขบวนปั่นอย่างเนืองแน่น ขณะที่ประชาชนที่ไม่ได้ร่วมปั่นจักรยานก็พากันถือธงชาติ ภาพวาดฝีพระหัตถ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภาพครอบครัวจักรยาน และธงงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว “สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์” มานั่งปักหลักอยู่ริมบาทวิถีเฝ้ารอรับเสด็จขบวนจักรยานสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างใจจดใจจ่อ นอกจากนี้ยังมีแม่ค้าพ่อค้าย่านเจริญกรุง วังบูรพา กลุ่มนักเรียน นักศึกษา ประชาชน และชาวต่างชาติ ต่างสวมเสื้อ สีเหลืองรอชมพระบารมีอย่างใกล้ชิด ขณะที่รอบพื้นที่ มีทหารและตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบยืนเฝ้าทุกซอยที่ขบวนจักรยานจะเคลื่อนผ่าน นอกจากนี้สองฝั่งถนนเจริญกรุง ตามจุดต่างๆมีการตั้งบูธแจกน้ำดื่มพระราชทานให้ประชาชนที่มารอเฝ้ารับเสด็จ รวมทั้งมูลนิธิและองค์กรต่างๆได้นำน้ำดื่มมารอแจกจ่ายให้ประชาชนอย่างทั่วถึง

ทรงบีบแตรสัญญาณเริ่มปั่น

กระทั่งเวลา 18.27 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฉลองพระองค์ชุดปั่นจักรยาน เสื้อกล้ามสีเหลือง ทรงจักรยานพระที่นั่งมายังจุดปล่อยตัวหน้ากองทัพภาคที่ 1 เพื่อทรงบีบแตรสัญญาณปล่อยขบวนปั่นจักรยานไบค์ อุ่นไอรัก จากนั้นทรงจักรยานนำขบวน โดยมีพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ โดยเสด็จด้วย ทั้งนี้ ประชาชนที่มารอเฝ้ารับเสด็จต่างเปล่งเสียงทรงพระเจริญดังกึกก้อง พร้อมโบกสะบัดธงงานอุ่นไอรักกันอย่างพร้อมเพรียง ขณะเดียวกัน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงยกพระหัตถ์ทักทายประชาชน

สุดปีติ ร.10 ทรงโบกพระหัตถ์

เวลา 18.45 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงปั่นจักรยานนำขบวนเอ ที่ประกอบด้วยนายทหาร นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีและข้าราชการระดับสูง มาถึงถนนเจริญกรุง ท่ามกลางประชาชน นักธุรกิจ ผู้ประกอบการค้า และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เฝ้ารอรับเสด็จสองฝั่งถนน ต่างโบกธงชาติไทย และธงตราสัญลักษณ์ วปร. รวมถึงธงภาพวาดฝีพระหัตถ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานภาพวาดการ์ตูนฝีพระหัตถ์ครอบครัวจักรยาน และธงงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว “สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์” พร้อมเปล่งเสียง “ทรงพระเจริญ” ตลอดทางที่ขบวนเคลื่อนผ่าน โดยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงแย้มพระสรวล และทรงโบกพระหัตถ์ให้พสกนิกรสองฝั่งถนน ที่ต่างรู้สึกปลื้มปีติที่ได้เฝ้ารอรับเสด็จอย่างใกล้ชิด และถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่สมเด็จพระเจ้า อยู่หัวทรงปั่นจักรยานบนถนนสายมงคลแห่งนี้

ชาวฝั่งธนรอรับเสด็จเนืองแน่น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในเวลา 18.49 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจักรยานถึงอนุสาวรีย์สมเด็จ พระเจ้าตากสิน ท่ามกลางความปลื้มปีติของพสกนิกรที่มาเฝ้ารอรับเสด็จและชื่นชมพระบารมีจนแน่นสองฟากฝั่งถนน และพร้อมใจโบกธง เปล่งเสียงถวายพระพรทรงพระเจริญ จนขบวนเสด็จฯ ผ่านพ้นไป ประชาชนก็ยังส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจนักปั่นที่เข้าร่วมในกิจกรรมนี้ด้วย เช่นเดียวกับที่บริเวณ รพ.สมเด็จ พระปิ่นเกล้า พลันที่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจักรยานมาถึงถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน ประชาชนที่รอรับเสด็จต่างพร้อมใจกันเปล่งเสียงทรงพระเจริญดังกึกก้องไปตลอดทั้งเส้นทาง

ชาวพระประแดงแห่รอชมพระบารมี

ส่วนที่บริเวณสวนสุขภาพลัดโพธิ์ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นจุดปลายทางในการปั่นฯ ช่วงแรกผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนจำนวนมากเข้ามารอรับเสด็จ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กันตั้งแต่หัววัน โดยทุกคนสวมเสื้อสีเหลืองเพื่อมารอรับเสด็จ ตามเส้นทางที่กำหนดผ่านสามแยกพระประแดง เข้าสู่ถนนนครเขื่อนขันธ์ ผ่านตลาดพระประแดง มุ่งสู่สวนสุขภาพลัดโพธิ์ ซึ่งตลอดทั้งวันจนถึงค่ำ ประชาชนต่างมารอชื่นชมพระบารมีพระองค์อย่างเนืองแน่นตลอดทั้ง 2 ฝั่งถนน

สุดซาบซึ้งในพระเมตตา

นางอรุชาภัทร เกษแก้ว ประชาชนชาวพระประแดงที่มารอรับเสด็จ บริเวณสวนสุขภาพลัดโพธิ์ กล่าวว่า วันนี้ชาวพระประแดงและประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง ต่างรู้สึกปลื้มปีติที่ทรงพระเมตตาเสด็จฯ มาที่ อ.พระประแดง ถึงแม้ว่าจะเดินทางมารอตั้งแต่เช้าก็ไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยหรือเหนื่อยล้าแต่อย่างใด เชื่อว่าเมื่อพระองค์เสด็จฯ มา จะนำความเจริญและมีการพัฒนาเข้ามาสู่ชาวอำเภอพระประแดงและเชื่อว่าพระองค์ท่านจะสานต่องานของในหลวง ร.9 ต่อไปเพื่อให้ทั่วโลกได้ประจักษ์ถึงพระปรีชาสามารถของพระองค์ เช่นเดียวกับนางรวิวรรณ ปิยกวินกุล 1 ในผู้เข้าร่วมกิจกรรมปั่นจักรยานด้วย กล่าวว่ารู้สึกอบอุ่นใจ ปลาบปลื้มใจที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมในครั้งนี้ โดยตนมาพร้อมครอบครัวทั้งสามี ลูกสาว พี่สาว และเหลน ซึ่งกิจกรรมปั่นจักรยานอุ่นไอรัก เป็นอีก 1 กิจกรรมที่ครอบครัวได้ทำร่วมกันเป็นกิจกรรมที่สานสัมพันธ์ในครอบครัวเป็นอย่างดี นอกจากนี้ครอบครัวของตนเองก็ได้เข้าร่วมปั่นในทุกกิจกรรมที่ผ่านมา ที่จัดขึ้นทั้งปั่นเพื่อพ่อ, ปั่นเพื่อแม่ และจิตอาสาทำความดีด้วยหัวใจ

ตกแต่งดอกไม้งามสะพรั่งถนน

สำหรับย่านปากคลองตลาด ถนนจักรเพชร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดสองฟากถนนที่เป็นเส้นทางขบวนเสด็จฯ เนืองแน่นไปด้วยประชาชนคนค้าขายในย่านปากคลองตลาดมาจับจองที่นั่งเพื่อเฝ้ารับเสด็จเป็นแถวยาว ตั้งแต่แยกทางลงสะพานพุทธ ห้ามเลี้ยวซ้ายเข้าปากคลองตลาด ยาวเรื่อยไปตามถนนจักรเพชร จนถึง สน.พระราชวัง โดยตลอดเส้นทางถนนจักรเพชร ในช่วงปากคลองตลาด ชาวปากคลองตลาด ร่วมกับประชาชน จิตอาสา นำดอกไม้มาตกแต่งบริเวณทางเท้ากลายเป็นถนนสายดอกไม้อย่างสวยงามที่สุดในเส้นทางปั่นไบค์อุ่นไอรักครั้งนี้ และได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติไม่น้อย

ให้กำลังใจนักปั่นทุกคน

กระทั่งเวลา 21.25 น. ขบวนจักรยานสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวลงจากสะพานพุทธเข้าปากคลองตลาด ตามถนนจักรเพชร ประชาชนที่เฝ้ารอรับเสด็จทั้งสองฟากฝั่งถนน ต่างเปล่งคำว่า “ทรงพระเจริญ” ดังลั่น โดยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงแย้มพระสรวล และโบกพระหัตถ์ให้กับประชาชนที่มารับเสด็จตลอดเส้นทาง นอกจากนี้ ประชาชนสองฟากฝั่งของถนนจักรเพชร ยังตะโกนคำว่า “สู้ๆ” ให้กำลังใจผู้ที่เข้าร่วมปั่นจักรยานเสียงดังอย่างต่อเนื่องอีกด้วย ด้านนางศรีทอง แก้วแสงสิง อายุ 47 ปี ชาวปากคลองตลาด กล่าวว่า ตนและญาติมาจับจองที่นั่งตั้งแต่เช้าเพื่อให้ได้ที่นั่งอยู่ใกล้จุดที่พระองค์ทรงนำขบวนปั่นจักรยานไบค์ อุ่นไอรักมากที่สุด เมื่อพระองค์ทรงนำขบวนปั่นจักรยาน ไบค์อุ่นไอรักผ่านปากคลองตลาด ทรงแย้มพระสรวล และโบกพระหัตถ์ ทำให้รู้สึกปลาบปลื้มอย่างหาที่สุดมิได้

ทอดพระเนตรขบวนเห่เรือฯ

ต่อมาเวลาประมาณ 21.32 น. ขบวนจักรยาน ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯจากสวนสุขภาพลัดโพธิ์ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ถึงพระลานพระราชวังดุสิต จากนั้นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทอดพระเนตรศาลานิทรรศการการจัดขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารค โดยมีฝีพายประจำเรือพระที่นั่งจำลองทั้ง 4 ลำ ประกอบด้วย เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์, เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9, เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ อันเป็นกำลังพลจากกองทัพเรือจำนวน 93 นาย ได้แสดงกาพย์เห่เรือชุดสดุดีรัชกาลที่ 9 อันเป็นบทเห่เรือเฉลิมพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่นานัปการ มาตลอดรัชกาล เพื่อความอยู่ดีมีสุขของปวงพสกนิกรชาวไทย ถวายหน้าพระพักตร์ ก่อนเสด็จฯกลับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต

รวมพลสนามหลวง 2 หมื่นคัน

สำหรับบรรยากาศการรวมพลของประชาชนที่เข้าร่วมกิจกรรม “ไบค์อุ่นไอรัก” ที่มีจำนวนนับหมื่นคนนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ท้องสนามหลวง จุดปล่อยตัวขบวน F ร่วมปั่นในระยะ 11 กม. เส้นทางเริ่มต้นตั้งแต่สนามหลวง-แยกหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน-แยก S.A.B.-สะพานพระปกเกล้า-แยกบ้านแขก-ถนนอิสรภาพ-ถนนท่าดินแดง-สะพานพุทธ-ถนนมหาราช-ถนนหน้าพระธาตุ กลับมาสิ้นสุดที่สนามหลวง ได้เปิดให้นักปั่นลงทะเบียนรายงานตัวตั้งแต่เวลา 09.00-14.00 น. ซึ่งมีนักปั่น ทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่น ตลอดจนคนสูงอายุและเยาวชนจำนวนมากทยอยนำบัตรประชาชนและแท็กจักรยานที่ได้รับไปก่อนหน้านี้เข้าจุดลงทะเบียนบริเวณสนามหลวงฝั่งตรงข้ามศาลฎีกากว่า 20,000 คน จนถึงเวลา 15.00 น. ยังมีคนเข้ารายงานตัวไม่ขาดสาย ทำให้ในสนามหลวงหนาแน่นไปด้วยนักปั่น และจักรยานนานาชนิดที่แต่ละคนนำมาร่วมปั่นรวมทั้งนายบุญเลิศ บุญฤทธิ์ อายุ 64 ปี จากย่านหนองจอก มีนบุรี นำจักรยานล้อเดียวขนาดใหญ่มาร่วมปั่นด้วย

2 ลุงขอปั่นครบระยะทาง

นอกจากนี้ นายประเสริฐ คล่องณรงค์ อายุ 84 ปี จากสุทธิสาร และนายจำนงค์ บุญน้อย อายุ 83 ปี จากบางกอกน้อย นำจักรยานสำหรับปั่นจ่ายตลาดติดธงชาติมาร่วมปั่นในขบวน F จนเป็น ที่สนใจของเพื่อนร่วมปั่น เนื่องจากเป็นนักปั่นที่สูงอายุที่สุดในขบวน ต่างเข้ามาสอบถามและขอถ่ายรูป โดยนายประเสริฐกล่าวว่า ปั่นมาคนเดียวจากบ้านย่านสุทธิสาร ถนนวิภาวดีรังสิต ลูกหลานก็เป็นห่วงแต่ไม่ห้าม เพราะเห็นความตั้งใจ และตนปั่นจักรยานทุกวันอยู่แล้ว เคยร่วมปั่นมาตั้งแต่ไบค์ฟอร์มัม ตอนนั้นปั่นได้ครบระยะทาง ครั้งนี้ตั้งใจจะปั่นให้ครบตามระยะทางเหมือนกัน แม้จะอายุมาก และมีอาการกระดูกทับเส้น ยืนนานไม่ได้ เพราะขาจะชาจนอาจจะล้ม คนที่เห็นตนอาจจะเป็นห่วงว่าแก่มากแล้วจะไหวไหม แต่ตนก็ตั้งใจ เพราะความที่อายุมากแล้วจึงอยากมา หากไม่มาก็กลัวว่าจะไม่มีโอกาสอีกแล้ว อยากมาร่วมแสดงความรักต่อสถาบันกษัตริย์ เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. ได้ร่วมซ้อมปั่นมาแล้ว อาจจะมีปัญหาบ้างช่วงเชิงสะพานจะสูง แต่ก็มีเทคนิคปั่นโยกสลับไปมาจะช่วยให้ขึ้นได้ง่าย

จัดโรงครัวพระราชทาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณสนามหลวงฝั่งตรงข้ามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีการตั้งโรงครัวพระราชทานอาหารเลี้ยงประชาชนที่เข้าร่วมกิจกรรมปั่นจักรยาน หลังจากได้ลงทะเบียนรายงานตัวแล้ว จะได้รับแจกอาหารกล่อง มีทั้งข้าวมันไก่ ซาลาเปา น้ำ ขนม ซึ่งมีคนเข้าแถวรอรับอาหารจำนวนมาก และใกล้ๆกันมีการแสดงดนตรีขับกล่อมสร้างความสุข ในระหว่างรอเวลา รวมทั้งมีจุดพยาบาลบริการคนที่มีอาการป่วยระหว่างร่วมกิจกรรม ซึ่งพบว่ามีผู้สูงอายุหลายรายที่มีอาการหน้ามืด เวียนศีรษะ เนื่องจากสภาพอาการช่วงเที่ยงค่อนข้างอบอ้าว แต่สอบถามผู้สูงอายุต่างยืนยันที่จะร่วมปั่นจักรยานตามความตั้งใจ

เฝ้ารอรับเสด็จตั้งแต่เช้า

ส่วนที่ถนนราชดำเนินใน บริเวณหน้าศาลฎีกา ต่อเนื่องมาถึงหน้ากระทรวงกลาโหม พบว่าตั้งแต่ช่วงเช้า มีประชาชนเข้ามาจับจองที่นั่งรอเฝ้ารับเสด็จ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจักรยานผ่านถนนราชดำเนิน ถนนสนามไชยเข้าถนนเจริญกรุงจนถึงเวลา 16.00 น.แถวของประชาชนได้นั่งต่อเนื่องจากบริเวณหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ไปตามแนวถนนที่ขบวนรถจะเคลื่อนผ่านมีการนำเสื่อมาปูบนฟุตปาทให้ประชาชนนั่งด้วยความสะดวกสบาย และมีการตั้งจุดบริการน้ำดื่มตลอดเส้นทาง นอกจากนี้ก็พบว่ามีชาวต่างชาติหลายคนนำรถจักรยานมาร่วมปั่นด้วย และส่วนหนึ่งปักหลักรอชมขบวนจักรยานที่จะเริ่มเคลื่อนจากจุดสตาร์ตในเวลา 17.00 น.

คนเนืองแน่นสองฟากถนน

จากนั้นในเวลา 17.05 น. บริเวณหน้าลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ ถนนราชดำเนินกลาง ประชาชนยังคงหลั่งไหลเข้ามาจับจองที่นั่งตามทางเดินบนฟุตปาทกันอย่างเนืองแน่น แทบไม่เหลือพื้นที่ให้เดิน มีตั้งแต่หนูน้อยไปถึงผู้สูงวัย ทั้งคนไทยรวมไปถึงชาวต่างชาติ ทุกคนต่างร่วมใจกันสวมเสื้อเหลือง พร้อมทั้งในมือโบกสะบัดธงชาติและธงตราสัญลักษณ์ โดยมีเหล่าทหารจิตอาสายืนประจำจุดคอยดูแลความเรียบร้อยและอำนวยความสะดวก

สุดประทับใจพลังสามัคคี

ด้าน น.ส.กิ่งแก้ว สุวรรณมงคล อายุ 62 ปี กล่าวว่า ออกเดินทางจากบ้านพักย่านสุขุมวิทมากับเพื่อนบ้าน ด้วยรถแท็กซี่และเดินเข้ามาจากแยกหลานหลวง ตั้งแต่เวลา 12.00 น. เพื่อมารอรับเสด็จ นับว่าเป็นครั้งที่ 3 แล้วที่ได้มาร่วมชมกิจกรรมดีๆอย่างนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรม Bike for mom หรือ Bike for dad ตนก็มาเข้าร่วมเช่นกัน และยังกล่าวอีกว่ารู้สึกดีใจและภาคภูมิใจกับกิจกรรมที่จัดขึ้น ถือเป็นกิจกรรมที่ดีช่วยให้ประชาชนสนใจหันมาออกกำลังกายรักสุขภาพกันมากขึ้น ส่วนนางสาวปรียารัตน์ สร้อยกระจ่าง อายุ 25 ปี พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ออกเดินทางจากบ้านย่าน จ.นนทบุรี เวลาประมาณ 14.00 น. ด้วยรถประจำทาง กล่าวว่าเป็นครั้งแรกที่ได้มีโอกาสมาเฝ้ารอรับเสด็จ ก่อนหน้านี้เคยแต่ชมถ่ายทอดสดทางทีวี วันนี้จึงตั้งใจอยากมาเห็นด้วยตาของตนเอง รู้สึกประทับใจเป็นอย่างมากที่เห็นประชาชนจำนวนมากให้ความสนใจกับกิจกรรมดีๆอย่างนี้ รวมไปถึงเหล่านักปั่นสมัครสมานสามัคคีรวมพลังมากันนับหมื่นคน ถือว่าเป็นสิ่งที่ควรจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ของชาวไทย

ยายวัย 70 มาพร้อมสามล้อคู่ใจ

ขณะที่นางประไพศรี ช่อมณี อายุ 70 ปี และนางนพรัตน์ พงศ์เพชรลักษณ์ อายุ 72 ปี ชาวชุมชนสุทธาวาส ที่มาพร้อมจักรยาน 3 ล้อคู่ใจ เข้าร่วมกิจกรรมที่จุด รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า กล่าวว่า ตั้งใจมาเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ และดีใจสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจักรยานผ่านเส้นทางนี้ โดยที่ผ่านมาร่วมกิจกรรมทั้งไบค์ฟอร์มัมและไบค์ฟอร์แด๊ดมาแล้ว แต่ด้วยอายุที่มากขึ้น ในการร่วมกิจกรรมครั้งนี้จึงลงสมัครในส่วนของจุด รพ.พระปิ่นเกล้าเท่านั้น เนื่องจากตอนร่วมกิจกรรมไบค์ฟอร์มัม ลงร่วมกิจกรรมตลอดเส้นทาง กว่าจะกลับถึงบ้านก็เกือบจะตี 1 การร่วมกิจกรรมครั้งนี้จึงเอาที่ร่างกายจะไหว เพราะอายุมากขึ้นแล้ว

นักการเมืองคนดังร่วมขบวน

นอกจากประชาชนทั่วไปที่พร้อมใจออกมาร่วมกิจกรรมไบค์อุ่นไอรักแล้ว ก็ยังกลุ่มนักการเมือง คนดัง เข้าร่วมกิจกรรมนี้ด้วยเช่นกัน อาทิ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย นำสมาชิกพรรคมาลงทะเบียนที่จุดมรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา ส่วนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และอดีตนายกฯ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ฯลฯ มาลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมที่สนามม้านางเลิ้ง 1 ขณะที่แกนนำพรรคคนอื่นๆต่างลงพื้นที่ในเขตเลือกตั้งหรือจังหวัดภูมิลำเนาเพื่อร่วมขบวนปั่นจักรยานในงานดังกล่าวกับทางจังหวัดและส่วนภูมิภาคที่ร่วมจัดงานครั้งนี้พร้อมกันทั่วประเทศ

8 พันคนร่วมปั่นแบบครอบครัว

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าเมื่อเวลา 07.00 น. ที่ถนนบำรุงเมือง บริเวณเสาชิงช้า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.ต.สุพิชัย สุนทรบุระ รองเลขาธิการพระราชวัง เป็นประธานในพิธีปล่อยขบวนจักรยานครอบครัว ซึ่งเป็นขบวน “Bike อุ่นไอรัก” ขบวน D เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนเห็นความสำคัญในการรักษาสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย และเสริมสร้างความรักความสามัคคีในครอบครัวและสังคม โดยมี พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมด้วยนางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัด กทม. และคณะผู้บริหาร กทม. ร่วมปล่อยขบวนรถจักรยาน บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก เมื่อประชาชนที่มาลงทะเบียนร่วมกิจกรรมจำนวน 8 พันคน ต่างนำจักรยานรูปแบบต่างๆ เข้าร่วมขบวน ไม่ว่าจะเป็นจักรยานแม่บ้านญี่ปุ่น จักรยานโบราณ เสือภูเขา จักรยานล้อขนาดเล็ก โดยขบวนจักรยานแบ่งเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มละ 2,000 คน แต่ละขบวนจะถูกปล่อยทุกๆ 30 นาที ปั่นเป็นขบวนท่องเที่ยวชมความงดงามของเมืองบริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ รวมระยะทางประมาณ 5.5 กิโลเมตร

ปชช.ร่วมปั่นจักรยานทั่วประเทศ

สำหรับบรรยากาศการจัดงาน Bike อุ่นไอรัก ที่จัดกิจกรรมพร้อมกันทั่วประเทศ ต่างผ่านไปด้วยความเรียบร้อย โดยส่วนใหญ่กำหนดจุดและเริ่มปั่นจักรยานในเวลา 13.00 น. และทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ควบคู่กันไป ซึ่งประชาชนในพื้นที่พร้อมใจใส่เสื้อพระราชทานหรือไม่ก็เสื้อเหลืองไบค์ฟอร์แดด ไบค์ฟอร์มัม มาร่วมงานกันอย่างคึกคัก เช่น ที่ จ.เชียงใหม่ ประชาชนทุกเพศทุกวัยร่วมหมื่นคน เข้าร่วมกิจกรรมปั่นจักรยานในครั้งนี้ โดยทุกคนแต่งกายด้วยเสื้อพระราชทาน, Bike for Dad, Bike for Mom หรือเสื้อสีเหลืองร่วมกิจกรรมจนเหลืองอร่ามไปทั่วบริเวณ โดยเวลา 15.00 น.ขบวนรถจักรยาน นำโดยนายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผวจ.เชียงใหม่ ได้ออกจากจุดเริ่มต้นไปตามถนนคันคลองชลประทาน ผ่านสี่แยกต้นพะยอม และ สี่แยกแม่เหียะ แล้วเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนราชพฤกษ์ไปยังอุทยานหลวงราชพฤกษ์ จากนั้นจะปั่นไปตามเส้นทางมงคลทรงจักรยานภายในอุทยานหลวงราชพฤกษ์ ผ่านหอคำหลวง และออกมายังวงเวียนอุทยานหลวงราชพฤกษ์ ย้อนกลับถนนคันคลองชลประทานอีกครั้ง โดยมีจุดสิ้นสุดที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้าเฉลิมพระเกียรติฯ รวมระยะทาง 27 กิโลเมตร

ชาวบึงกาฬร่วมปั่นจักรยานคึกคัก

ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดบึงกาฬ บรรยากาศการจัดกิจกรรมปั่นจักรยาน “Bike อุ่นไอรัก” จังหวัดบึงกาฬได้มีประชาชนที่ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม ทยอยเดินทางเข้ามาลงทะเบียนการปั่นอย่างคึกคัก โดยต่างสวมใส่เสื้อยืดพระราชทาน “Bike อุ่นไอรัก” และเสื้อผ้าสีเหลือง ทั้งนี้ จังหวัดบึงกาฬ กำหนดระยะทางปั่นจักรยานไว้จำนวน 3 สเต็ป สเต็ปแรกระยะทางรวม 29.9 กิโลเมตร สเต็ปสองระยะทาง 7 กิโลเมตร และสเต็ปสามระยะทาง 5 กิโลเมตร

อุบลฯ เติมพลังด้วยกล้วยน้ำว้า

ส่วนที่ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี คึกคักผู้ร่วมกิจกรรมต่างสวมใส่เสื้อเหลืองพระราชทานนำจักรยานมาเตรียมความพร้อม โดยมีจุดให้บริการตรวจเช็กรถจักรยานฟรี มีจุดบริการอาหาร น้ำดื่ม โดยเฉพาะกล้วยน้ำว้าที่ทางจังหวัดนำมาแขวนไว้บริการผู้ร่วมกิจกรรมฟรีได้รับความสนใจจากบรรดานักปั่นเป็นอย่างมาก หลายคนปอกกินทันทีและเก็บไว้เป็นเสบียงระหว่างทางด้วย สำหรับเส้นทางปั่นจักรยาน “Bike อุ่นไอรัก” มีจุดเริ่มต้นและสิ้นสุดที่ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี รวมระยะทางการปั่นจักรยาน 29 กม. ระหว่างเส้นทางจะมีจุดพักชมนิทรรศการ รวมทั้งกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์แห่งลำน้ำโขง ชี มูล จำนวน 5 จุด

ขอนแก่นปลูกต้นไม้ก่อนสตาร์ต

จ.ขอนแก่น จัดกิจกรรมบริเวณทุ่งดอกทานตะวัน สวนสาธารณะบึงทุ่งสร้าง เขตเทศบาลนครขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น นำหัวหน้าส่วนราชการ และประชาชน ร่วมกันปลูกต้นพะยูง 10 ต้น และต้นยางนา 200 ต้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากนั้นเปิดขบวนรถจักรยานกิจกรรม “Bike อุ่นไอรัก” มีผู้ร่วมงานกว่า 20,000 คน ระยะทาง 24 กม. จุดเริ่มต้นและสิ้นสุดที่สวน สาธารณะบึงทุ่งสร้าง ผ่านศาลหลักเมือง ประตูเมือง สนามกีฬาจังหวัด วัดหนองแวงพระอารามหลวง บึงแก่นนคร ศาลเจ้าแม่สองนาง องค์พระโพธิสัตว์ กวนอิม ศาลเจ้าปึงเถ่ากง-ม่า ศาลเจ้าปู่ครูเย็นอนุสาวรีย์พระนครศรีบริรักษ์ แลนด์มาร์คของขอนแก่น

นักปั่นอุดร–เลยร่วมแปรอักษร

ที่ลานหน้ากองบัญชาการกองบิน 23 อุดรธานี นายวัฒนา พุฒิชาติ ผวจ.อุดรธานี พร้อมหัวหน้าส่วนราชการและประชาชนกว่า 2 หมื่นคน ร่วมกิจกรรม “Bike อุ่นไอรัก” ก่อนออกสตาร์ตได้นำนักปั่น 1,000 คน แปรอักษร “Bike อุ่นไอรัก” เพื่อถ่ายภาพมุมสูง จากนั้นเริ่มการปั่นจักรยานไปตามเส้นทางที่กำหนด 28 กม. ทุกคนต่างมีสีหน้ายิ้มแย้มและสนุกสนานที่ได้เข้าร่วมกิจกรรม เช่นเดียวกับ จ.เลย ที่สนามศาลากลางจังหวัด นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผวจ.เลย นำข้าราชการและประชาชนร่วมกิจกรรมปั่นจักรยาน “Bike อุ่นไอรัก” มีการแปรอักษรนักปั่นจักรยานเป็นรูปหัวใจ ก่อนออกสตาร์ตมุ่งหน้าไปที่ว่าการอำเภอวังสะพุง แล้วกลับมาสิ้นสุดที่ศาลากลางจังหวัด รวมระยะทาง 58 กม. มีผู้สมัครลงทะเบียนร่วมปั่น 6,080 คน

ปัตตานีปั่นท่ามกลางสายฝน

ด้าน จ.ปัตตานี ประชาชนกว่า 4,000 คน ร่วมปั่นจักรยาน “Bike อุ่นไอรัก คลายความหนาว” กันอย่างคึกคัก แม้ท้องฟ้ามืดและมีฝนโปรยปรายเล็กน้อยแต่ก็ไม่เป็นอุปสรรค ทุกคนต่างมีรอยยิ้มมีความตั้งใจที่ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ โดยนักปั่นที่มาร่วมมีทุกเพศทุกวัยตั้งแต่เด็กเล็กไปจนถึงวัย 70 ปี ร่วมปั่นระยะทาง 29 กม.ตลอดเส้นทางมีเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย กว่า 500 นาย และมีเฮลิคอปเตอร์คอยดูแลทางอากาศอย่างเต็มที่และมีรถพยาบาลตามขบวนตลอดระยะทางด้วย ส่วน จ.นราธิวาส ข้าราชการและประชาชนทุกสาขาอาชีพรวมทั้งชาวมาเลเซีย พร้อมใจกันมาร่วมกิจกรรมกว่า 5,000 คน จากยอดลงทะเบียนจำนวน 7,306 คน โดยนายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าฯ ประธาน ก่อนขบวนเริ่มออกสตาร์ตจากภายในศาลากลางจังหวัด มุ่งหน้าสู่จุดหมาย 9 สถานที่สิริมงคลของจังหวัดมีระยะทางยาว 29 กม. มีประชาชนที่ไม่ได้ร่วมกิจกรรมพากันยืนให้กำลังใจตลอดเส้นทาง โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร รปภ.เข้มทั้งทางบกและทางอากาศ

รวมพลังแปรขบวนรูปจักรยานยักษ์

ที่ จ.ยะลา นักเรียน นักศึกษา จากสถาบันต่างๆ ราว 5,000 คน ร่วมกันแปรอักษรคำว่า YALA LOVE THE KING และรูปหัวใจ โดยมีนายอนุชิต ตระกูลมุทุตา ผู้ว่าฯ และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ หัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วมแปรอักษรด้วย ก่อนเข้าประจำจุด Start โดยมีประชาชนชาวจังหวัดยะลา ที่สวมเสื้อปั่นจักรยานพระราชทาน เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 7,000 คน ระยะทางปั่น 29 กม.ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยทั้งภาคพื้นที่และภาคอากาศเต็มที่ ส่วนที่สนามกีฬากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าฯ พร้อมข้าราชการชั้นผู้ใหญ่และประชาชนกว่า 7,000 คน สวมเสื้อสีเหลืองรวมพลังร่วมกันแปรขบวนรูปจักรยานขนาดใหญ่บนพื้นสนามฟุตบอล พร้อมแปรอักษรข้อความ “Bike อุ่นไอรัก สุราษฎร์ธานี” บนเนื้อที่ 699 ตารางเมตร ใช้ผู้แปรขบวนเป็นภาพ 3,499 คน ถือเป็นการแปรขบวนจักรยานที่ใหญ่มาก ก่อนเริ่มต้นปั่นรวมระยะทาง 29 กม.

ปั่นไปปล่อยปู–กุ้ง 6 แสนตัว

ขณะที่เมื่อช่วงเช้ามืด นายกอบชัย บุญอรณะ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี นำทุกภาคส่วนถวายความเคารพหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แล้วตัดริบบิ้นปล่อยลูกโป่งและบีบแตรให้สัญญาณเริ่มปั่นจักรยาน “Bike อุ่นไอรัก” จากศาลากลางจังหวัดเพชรบุรี โดยแบ่งเป็นสองขบวน เนื่องจากจำนวนนักปั่นมีมากถึง 6,479 คน และเมื่อไปถึงจุดชมวิวหาดเจ้าสำราญ ผวจ.เพชรบุรี พร้อมหัวหน้าส่วนราชการร่วมกันปล่อยปูม้าและกุ้งทะเล รวม 6 แสนตัว และรับชมการแสดง TO BE NUMBER ONE Dance exercise จากนั้นปั่นกลับศาลากลางจังหวัดเพชรบุรี โดยระหว่างทางมีประชาชนมาร่วมเชียร์และให้กำลังใจนักปั่นตลอดเส้นทาง รวมระยะทางปั่น 38.4 กม.

ตราดปั่นไกลสุด 109 กม.

ที่บริเวณหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หน้าศาลากลางจังหวัดตราด นายประเสริฐ ลือชาธนานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ได้ปล่อยตัวนักปั่นจักรยาน “Bike อุ่นไอรัก” ชุดแรกของจังหวัดตราด ในระยะทางที่ไกลที่สุด 109 กิโลเมตร โดยมีประชาชนชาวตราดเดินทางสวมใส่เสื้อยืดพระราชทาน “Bike อุ่นไอรัก” และเสื้อสีเหลือง มาเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 400 คน โดยใช้เส้นทางจากจุดปล่อยขบวน บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดตราด เลี้ยวเข้าสู่ถนนหลักเมือง มุ่งหน้าสู่เส้นทางอ่างเก็บน้ำเขาระกำตอนล่าง กลับเข้าสู่ถนนสุขุมวิท มุ่งหน้าสู่อำเภอเขาสมิง กลับตัวบริเวณใต้สะพานท่าจอด พร้อมทั้งร่วมกิจกรรมปล่อยพันธุ์กุ้ง (แชบ๊วย) จำนวน 1,000,000 ตัว ลงสู่แม่น้ำเวฬุ ก่อนที่ขบวนนักปั่นจักรยานทั้งหมด ปั่นกลับเข้าสู่เมืองตราด เลี้ยวซ้ายบริเวณแยกตราด-คลองใหญ่ กลับตัวช่วงเทศบาลตำบลชำราก ปั่นกลับเข้าสู่เมืองตราด กลับมายังจุดสิ้นสุดที่หน้าศาลากลางจังหวัดตราด ซึ่งตลอดเส้นทางบรรยายการปั่นจักรยานเป็นไปด้วยความคึกคัก ทั้งนี้ กิจกรรมจักรยาน “Bike อุ่นไอรัก” จังหวัดตราด มีประชาชนผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมรวมทั้งสิ้น 4,981 คน

เมืองนนท์คนพิการร่วมปั่นด้วย

ส่วนที่ศาลากลางจังหวัดนนทบุรี เวลา 15.00 น. นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี นำประชาชน 7,541 คน ปั่นจักรยาน Bike อุ่นไอรักจังหวัดนนทบุรี โดยมีผู้พิการหลายสิบคนร่วมปั่นจักรยานด้วย ในเส้นทางถนนรัตนาธิเบศร์ตลอดสายในช่องคู่ขนานไปกลับ 28 กิโลเมตร ไปกลับรถบริเวณจุดตัดถนนกาญจนาภิเษก และกลับมาสิ้นสุดที่ศาลากลางจังหวัดนนทบุรี ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจปิดการจราจรในทางเบี่ยงทางแยก และซอยแยกย่อยตลอดแนวถนนรัตนาธิเบศร์ และร่วมขบวนดูแลความปลอดภัย Bike อุ่นไอรัก พิการร่วมปั่นด้วย ซึ่งงานลุล่วงไปด้วยความเรียบร้อย

อ่านเพิ่มเติม...
Bike อุ่นไอรักสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวปั่นอุ่นไอรักพระราชวังดุสิตข่าวหน้า1ข่าวทั่วไป