วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'จาตุรนต์' อัดรัฐเอาเปรียบถ่วงปลดล็อก ขวางพรรคการเมืองจนนาทีสุดท้าย!

'จาตุรนต์' อัดรัฐเอาเปรียบถ่วงปลดล็อก ขวางพรรคการเมืองจนนาทีสุดท้าย!

  • Share:

"จาตุรนต์" อัด รบ.เอาเปรียบถ่วงเวลาปลดล็อก ขัดขวางพรรคการเมืองพูดคุย ปชช.ถึงนโยบายพรรคจนนาทีสุดท้าย หวังใช้เวลา-งบประมาณเอื้อโครงการประชารัฐหาเสียง เพื่อให้คุณพรรคหนุน "บิ๊กตู่" สับไร้ข้อตกลงใช้ ม.44 ช่วงเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.61 นายจาตุรนต์ ฉายแสง สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ(ทษช.) และประธานยุทธศาสตร์พรรค กล่าวถึงผลการหารือร่วมกันของแม่น้ำ 5 สายกับพรรคการเมือง เพื่อชี้แจงแผนและขั้นตอนการดำเนินการทางการเมือง เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งทั่วไปว่า การหารือของ คสช.กับพรรคการเมืองที่ทำท่าทีขึงขังเหมือนกับว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรมากๆ ปรากฏว่าเมื่อออกมาแล้ว ไม่มีอะไรเลยสมกับที่ทำเป็นว่าจะเป็นเรื่องใหญ่เรื่องสำคัญ แนวโน้มที่จะปลดล็อกคงถูกถ่วงไปใกล้วันรับสมัครเลือกตั้ง ส่วนเนื้อหาที่ชี้แจงออกมาเป็นเรื่องที่รู้กันอยู่แล้ว และ กกต.สามารถชี้แจงเองได้อยู่แล้ว การที่มีแนวโน้มว่าจะถ่วงเวลาการปลดล็อกออกไป นอกนั้นไม่มีการประกาศยืนยันอะไร ทำให้เห็นได้ว่าการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นจะเป็นไปอย่างยุติธรรม คงเห็นการเอาเปรียบในการเลือกตั้งอยู่ต่อไป รวมทั้งจะทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่เสรีเป็นธรรมอย่างที่หลายๆ ฝ่ายอยากเห็น 

นายจาตุรนต์ กล่าวต่อว่า เรื่องแรกคือการยังไม่ปลดล็อก ทำให้การที่พรรคจะรับฟังความเห็นและสื่อสารกับประชาชน เกี่ยวกับนโยบายยังทำไม่ได้ ทั้งๆ ที่เรื่องนโยบายเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับประชาชน ควรจะได้รับข้อมูลและควรมีสิทธิเสนอต่อพรรคการเมืองว่า มีปัญหาอะไร และต้องการให้พรรคการเมืองมีนโยบายอย่างไร กระบวนการนี้ถูกขัดขวางมาตลอดที่ผ่านมา และคงถูกขัดขวางไปถึงนาทีสุดท้าย

"ในขณะที่นายกรัฐมนตรีและรัฐบาล สามารถหาเสียงในเรื่องที่เกี่ยวกับนโยบายได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะการใช้โครงการและงบประมาณของรัฐ อย่างโครงการประชารัฐที่ลด แลก แจก แถม อย่างไม่อั้น และไม่ได้คำนึงถึงผลทางเศรษฐกิจ โดยโครงการนี้มีชื่อพ้องกันกับพรรคการเมืองที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.เป็นนายกฯต่อไป และ พล.อ.ประยุทธ์ กำลังจะมีชื่ออยู่ในบัญชีพรรคที่จะเสนอให้เป็นนายกฯ ขณะที่นายกฯ กำลังจะมีชื่อเป็นผู้สมัคร คือ เข้าสู่การแข่งขัน แต่ไม่มีทีท่าที่นายกฯ และรัฐบาลจะประกาศที่จะเป็นรัฐบาลรักษาการเหมือนกับรัฐบาลหลังการยุบสภาก่อนการเลือกตั้ง ทำให้รัฐบาลไม่มีข้อจำกัดใช้งบประมาณ อนุมัติงบประมาณและการใช้งบประมาณผูกพัน รวมทั้งการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ เมื่อนายกฯ มีฐานะเป็นหัวหน้า คสช.ด้วย ย่ิงสามารถปลดโยกย้ายข้าราชการได้ แม้กระทั่งองค์กรอิสระ ดังนั้น สภาพอย่างนี้จะทำให้ข้าราชการตกเป็นเครื่องมือของผู้มีอำนาจ และใช้อำนาจรัฐให้คุณให้โทษกับพรรคการเมือง" นายจาตุรนต์ กล่าว

ส่วนที่สำคัญอีกอย่างในการหารือ เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.ที่ผ่านมา ควรประกาศให้ชัดเจนว่า หัวหน้า คสช.จะไม่ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ในเรื่องที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งอีกต่อไป แต่ก็ไม่มีการประกาศ รวมทั้งมีคำถามว่า คสช.ยังใช้อำนาจตัวเองให้ทหารไปแจ้งความดำเนินคดีกับคนที่วิจารณ์รัฐบาลหรือวิจารณ์นายกฯ และไม่ได้บอกด้วยว่าจะยุติการแทรกแซงสื่อหรือไม่ ทั้งหมดนี้จึงเป็นเรื่องที่หารือกันไม่มีความก้าวหน้าแล้ว ยังทำให้เราเห็นได้ว่าเรื่องเลวร้ายทั้งหลายไม่เป็นธรรม และเป็นประโยชน์ต่อพรรคการเมืองที่สนับสนุนนายกฯ ยังมีขึ้นต่อไป

นายจาตุรนต์ กล่าวต่อว่า การที่ยังไม่พูดทันทีจะปลดล็อกได้เมื่อไหร่วันไหน ซึ่งอาจจะปลายเดือน ธ.ค.เลยก็ได้ จริงๆ ควรปลดล็อกหลายเดือนมาแล้ว นี้ก็ถ่วงเวลานาทีสุดท้าย ระหว่างนี้นายกฯ และรัฐมนตรี สามารถโฆษณาหาเสียงด้วยนโยบายและโครงการต่างๆ ที่พรรคการเมืองจะไปอวดอ้างว่าเป็นนโยบายของตน หากเลือกพรรคของตนเองแล้วจะใช้นโยบายเหล่านี้ต่อไป โดยดำเนินโครงการต่างๆ เหล่านี้ใช้งบประมาณจำนวนมาก โดยที่ไม่ใช่รัฐบาลรักษาการ นั้นเท่ากับสามารถใช้งบรัฐในการหาเสียงให้กับพรรคการเมืองและตัวนายกฯ เอง

นายจาตุรนต์ กล่าวต่อว่า ส่วนที่เปิดให้หาเสียงได้หลังประกาศ พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง วันที่ 2 ม.ค.62 โดยความจริงแล้วเมื่อมี พ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งแล้ว กกต.จะใช้กฎระเบียบต่างๆ ต่อผู้ที่เตรียมจะสมัคร หรือต่อมาจะเป็นผู้สมัครจะใช้กฎระเบียบนี้ หมายความว่าถ้าใครทำอะไรเข้าข่ายหาเสียงและมีค่าใช้จ่ายในขณะที่ยังไม่ได้เป็นผู้สมัคร และต่อมาเป็นผู้สมัครจะถูกคิดค่าใช้จ่ายย้อนหลัง ถ้าทำอะไรผิดกฎหมายจะถูกดำเนินการจาก กกต.ได้ เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับการทำสอดคล้องกับวัฒนธรรม ค่านิยมทางสังคมหรือไม่ ที่ผ่านมา กกต.มักจะมีกฎระเบียบที่เข้มงวดเกินเหตุ จนทำให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งไม่สามารถทำตามประเพณีวัฒนธรรมได้

"เรื่องนี้ยังไม่น่าเป็นห่วงกับการที่ กกต.จะมีข้อจำกัดในการสื่อสารกับประชาชน หรือจำกัดการหาเสียงที่ทำกันมา คือการปราศรัยกับประชาชนจำนวนมากได้อย่างเสรี กับการใช้โซเชียลมีเดียที่มีค่าใช้จ่ายถูกมาก แต่ กกต.ดูเหมือนจ้องจำกัดการใช้ช่องทางนี้ ซึ่งเวลานี้น่าเป็นห่วง 2 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนก่อนประกาศ พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง ห้ามสื่อสารประชาชน ห้ามจัดประชุมเสวนาเพื่อสื่อสารประชาชน และการหาเสียงมากกว่าปกติต่อไปอีก" นายจาตุรนต์ กล่าว

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้