วันอังคารที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
จับรตท.-ลูก ขายข้อมูล “ทะเบียนรถ” เปิดเฟซบุ๊กล้วงรหัสลับส่งให้ลูกค้า

จับรตท.-ลูก ขายข้อมูล “ทะเบียนรถ” เปิดเฟซบุ๊กล้วงรหัสลับส่งให้ลูกค้า

  • Share:

รวบ “ร.ต.ท.” พร้อมลูกชาย ลูกสะใภ้ 3 ผู้ต้องหาขายข้อมูลราชการทางเฟซบุ๊ก รับจ้างเช็กทะเบียนรถยนต์ เช็กอายัด รวดเร็ว 24 ชม. เผยรองสารวัตรจราจร สน.ท่าข้าม ล้วงข้อมูลส่งให้ลูกชายสร้างเพจเฟซบุ๊กรับจ้างเช็กเรื่องละ 1,000 บาท ส่งข้อมูลทางไลน์ให้กับผู้ใช้บริการ ให้ลูกค้าโอนเงินเข้าบัญชีลูกสะใภ้ ขณะที่นายตำรวจฉาวถูกดำเนินคดีอาญากับพวกแล้วยังถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยด้วย

นายตำรวจฉาวร่วมมือกับลูกชายและลูกสะใภ้ล้วงข้อมูลราชการขายลูกค้าผ่านสื่อออนไลน์ เปิดเผยขึ้นที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 7 ธ.ค. พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. ในฐานะรอง ผอ.ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) ร่วมแถลงรวบเพจเช็กทะเบียนราษฎร์ผิดกฎหมาย จับกุม ร.ต.ท.บุญเสริม เฟื่องสิน อายุ 59 ปี รอง สว.จร.สน.ท่าข้าม นายทรงศักดิ์ เฟื่องสิน อายุ 27 ปี ลูกชาย และ น.ส.จินดารัตน์ เฟื่องสิน อายุ 31 ปี ภรรยาของนายทรงศักดิ์ หลังเจ้าหน้าที่ ศปอส.ตร. รับเรื่องร้องเรียนว่ามีเฟซบุ๊กชื่อ “รับเช็กทะเบียนรถยนต์ออนไลน์ เช็กอายัด รวดเร็ว 24 ชม.” รับจ้างตรวจสอบข้อมูล และประวัติบุคคลผ่านออนไลน์ เป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวว่า เจ้าหน้าที่สืบสวนจนทราบว่า ร.ต.ท.บุญเสริม เฟื่องสิน เป็นผู้ใช้งานสืบค้นในกรณีดังกล่าว เมื่อสืบค้นข้อมูลเสร็จแล้วจะส่งให้กับนายทรงศักดิ์ เฟื่องสิน เป็นผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “รับเช็กทะเบียนรถยนต์ ออนไลน์ เช็กอายัด รวดเร็ว 24 ชม.” และแจ้งไลน์ไอดี @ 2car ให้ลูกค้าติดต่อ คิดค่าบริการเช็กเรื่องละ 1,000 บาท แต่ถ้าต้องการตรวจสอบว่ามีรถยนต์กี่คัน หรือเคยจดทะเบียนสมรสหรือไม่ จะต้องจ่ายเพิ่มอีก 1,000 บาท โอนเงินผ่านบัญชีธนาคารกสิกรไทย บัญชีชื่อ น.ส.จินดารัตน์ เฟื่องสิน จากนั้นผู้ใช้แอปพลิเคชันไลน์ “ตรวจสอบสถานะรถยนต์” จะส่งภาพข้อมูลจากการตรวจสอบในระบบทะเบียนราษฎร์ให้กับผู้ใช้บริการ

รอง ผอ.ศปอส.ตร. เผยอีกว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจเชิญตัว ร.ต.ท.บุญเสริม นายทรงศักดิ์ และน.ส.จินดารัตน์ มาสอบปากคำและรับทราบข้อกล่าวหา ในฐานความผิดห้ามมิให้ผู้ใดเปิดเผยข้อความหรือตัวเลขนั้นแก่บุคคลใดๆ ซึ่งไม่มีหน้าที่ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ หรือแก่สาธารณชน เว้นแต่ผู้มีส่วนได้เสียขอทราบเกี่ยวกับสถานภาพทางครอบครัวของผู้ที่ตนจะมีนิติสัมพันธ์ด้วย หรือเมื่อมีความจำเป็นเพื่อประโยชน์แก่การสถิติ หรือเพื่อประโยชน์แก่การรักษาความมั่นคงของรัฐ หรือการดำเนินคดีและการพิจารณาคดี หรือการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย และไม่ว่าในกรณีใดจะนำข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎร์ไปใช้เป็นหลักฐานที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่เจ้าของข้อมูลมิได้ มีอัตราโทษจําคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ตามมาตรา 17 ประกอบมาตรา 49 ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน ศปอส.ตร. ดำเนินคดี ภายหลังสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ถูกปล่อยตัวชั่วคราว เพราะเป็นการเข้ามอบตัวรับทราบข้อหา

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวต่ออีกว่า จากการตรวจสอบและขยายผล ยังไม่พบผู้ร่วมกระทำความผิดเพิ่มเติม ส่วนนายตำรวจคนดังกล่าวหลังแจ้งข้อหาดำเนินคดีแล้ว ผู้บังคับบัญชามีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัย สำหรับนายตำรวจระดับ “ร.ต.ท.” สามารถเข้ารหัสและนำข้อมูลราชการไปขายได้อย่างไรนั้น เบื้องต้นคาดว่านายตำรวจคนดังกล่าว น่าจะไปเห็นรหัสการเข้าข้อมูลจากผู้บังคับบัญชา ระดับ ผกก. หรือรอง ผกก.จากการขยายผลพบว่า การนำข้อมูลดังกล่าวไปขายเป็นความผิดเกี่ยวกับรถยนต์เท่านั้น พร้อมฝากเตือนไปยังข้าราชการตำรวจหรือหน่วยงานราชการที่นำข้อมูลไปขาย หากตรวจสอบพบจะต้องถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้