วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ปัดหาเสียง รัฐลุยปุ๋ยถูก ลดค่าใช้จ่ายเกษตรกร ชงครม.สัปดาห์หน้า

ปัดหาเสียง รัฐลุยปุ๋ยถูก ลดค่าใช้จ่ายเกษตรกร ชงครม.สัปดาห์หน้า

  • Share:

"สมคิด" นัดถก “พาณิชย์-เกษตร” วาระพิเศษ เร่งหามาตรการลดราคาปุ๋ยลง 30% ให้เกษตรกร จ่อผลักดันสหกรณ์การเกษตร 700 แห่งผลิตปุ๋ยเอง ดึง ธ.ก.ส.-เอสเอ็มอีแบงก์ ปล่อยกู้ เตรียมชงครม. สัปดาห์หน้า...

เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาติดตามงานเป็นวาระพิเศษ ที่กระทรวงพาณิชย์ โดยได้เชิญกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาหารือร่วมกันในการหาทางดูแลปัจจัยการผลิตให้กับเกษตรกรตามที่ได้รับมอบหมายจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยที่ประชุมมีมติให้หาแนวทางดำเนินการให้ราคาปุ๋ยลดลง 30% จากราคาปัจจุบัน ซึ่งมีแนวทางดำเนินการ ให้สหกรณ์การเกษตรที่เข้มแข็งอำเภอละ 1 แห่ง หรือประมาณ 700 แห่งทั่วประเทศ เป็นศูนย์กลางการผลิตปุ๋ยสั่งตัด (ปุ๋ยที่ใช้เฉพาะกับแต่ละพื้นที่) และปุ๋ยผสม และกระจายให้กับสมาชิก รวมถึงใช้กลไกร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ 30,000 แห่งทั่วประเทศ เป็นจุดจำหน่ายปุ๋ยสั่งตัด และปุ๋ยผสมของสหกรณ์การเกษตรที่เข้าร่วมโครงการ รวมถึงปุ๋ยสำเร็จรูป ที่จะประสานกับผู้ผลิตให้จัดส่งมาให้จำหน่ายด้วย

“ปุ๋ยเป็นปัจจัยการผลิตหลัก คิดเป็นต้นทุน 30% ของต้นทุนการผลิตทั้งหมดของเกษตรกรกว่า 30 ล้านคนทั่วประเทศ ส่วนใหญ่เป็นการซื้อปุ๋ยแบบสินเชื่อ ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น จึงต้องหาทางลดค่าใช้จ่าย โดยผลักดันให้สหกรณ์การเกษตรผลิตปุ๋ยเอง ทำให้ลดต้นทุนผลิตปุ๋ยลงได้ถึง 50% โดยเฉพาะปุ๋ยผสม และเมื่อผลิตปุ๋ยเองได้ เกษตรกรก็จะซื้อปุ๋ยได้ราคาถูกลง พร้อมกับสั่งการให้กรมการค้าภายใน ศึกษาการกำหนดเพดานราคาขายปลายทางปุ๋ยทุกประเภทด้วย เพื่อไม่ให้ราคาสูงเกินสมควร”

นอกจากนี้ ได้ประสานกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) ให้ช่วยปล่อยสินเชื่อในอัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นพิเศษ ให้กับเกษตรกรผ่านสหกรณ์การเกษตรที่มีอยู่ เพื่อให้เกษตรกรนำไปซื้อปุ๋ย และกรณีซื้อผ่านร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ จะมีกลไกในการให้สินเชื่อด้วย ขณะเดียวกันยังได้รับแจ้งจากบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ว่าสนใจที่จะผลิตปุ๋ยขายในตลาด และอาจจะเป็นผู้ผลิตปุ๋ยรายใหม่ โดยมั่นใจว่าจะผลิตปุ๋ยได้ในราคาที่ถูกลง เนื่องจากวัตถุดิบบางอย่างมีพร้อมอยู่แล้ว

ทั้งนี้จะนำความคืบหน้าในเรื่องการแก้ไขปัญหาราคาปุ๋ยเสนอให้คณะรัฐมนตรี รับทราบในสัปดาห์หน้า และคาดว่าภายใน 1-2 เดือนนี้ ทุกอย่างจะเริ่มเห็นผล และเกษตรกรจะได้ใช้ปุ๋ยราคาถูก โดยปัจจุบันมูลค่าตลาดปุ๋ยเคมีอยู่ที่ 98,000 ล้านบาท หากลดลง 30% จะลดค่าใช้จ่ายของเกษตรกรลงได้เกือบ 30,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ยืนยันการดำเนินการครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการหาเสียง แต่นายกรัฐมนตรีห่วงใยเกษตรกร ที่ต้องซื้อปุ๋ยในราคาสูงมาก และพยายามหาทางลดต้นทุนปุ๋ยให้เกษตรกรมาอย่างต่อเนื่อง แต่เนื่องจาก การขายปุ๋ยมีกลไกที่ซับซ้อนมาก จึงต้องร่วมมือกันหลายหน่วยงานจึงจะสำเร็จ

นายสนธิรัตน์ กล่าวต่ออีกว่า นายสมคิดได้หยิบยกประเด็นใหม่จากการค้าออนไลน์ที่ขยายตัว ทำให้กลไกการค้าเปลี่ยนรูปแบบมาก และการค้าขายแบบดั้งเดิม ชะงักไปหมด และไม่มีที่ให้อยู่รอดได้ ถ้าไม่ปรับตัว จึงได้มอบหมายให้กระทรวงฯ ไปทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหามาตรการรับมือและยกระดับร้านค้ารายย่อย ร้านโชห่วย รวมถึงร้านค้าธงฟ้าประชารัฐให้เข้มแข็งให้ได้ โดยมีเป้าหมาย 200,000-300,000

“รองนายกฯ เอาข้อมูลมาให้ดู ท่านมาส่งสัญญาณ บอกว่า มีบริษัทขนส่งบริษัทเดียว เมื่อก่อนส่งพัสดุ 70,000-80,000 ชิ้นต่อวัน แต่มาวันนี้ส่งเป็น 1 ล้านชิ้นต่อวัน เพราะการค้าออนไลน์ ทำให้ค้าขายดั้งเดิมชะงักหมด และได้มอบให้กระทรวงทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อช่วยยกระดับร้านค้าให้ค้าขายออนไลน์ได้ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้ยืนยันไปแล้วว่าจะทำให้เป็นวาระเร่งด่วน และสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงฯ ที่กำลังดำเนินการอยู่”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้