วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
กำไล EM ประสบความสำเร็จ

กำไล EM ประสบความสำเร็จ

โดย สหบาท
8 ธ.ค. 2561 05:01 น.
  • Share:

ศาลยุติธรรมนำกำไลข้อเท้า (EM) มาใช้ตั้งแต่เดือน มี.ค.61 สำหรับผู้ต้องหาหรือจำเลยที่ไม่มีเงินเพียงพอวางหลักทรัพย์ประกันตัว เพราะกำไลข้อเท้าไม่ต้องเสียเงินวางเป็นหลักประกันหรือวางเพียงเล็กน้อย

ชุดแรกกว่า 5,000 เครื่อง เช่าจากเอกชนประมาณ 80 ล้านบาท ใช้ในศาลชั้นต้น 164 แห่ง

บทบาทของกำไลข้อเท้าที่เห็นเด่นชัดในช่วงสงกรานต์ กรมคุมประพฤติประสานงานกับสำนักงานศาลยุติธรรม ใช้อุปกรณ์มอนิเตอร์ติดตามดูพฤติการณ์ผู้ต้องหาคดีเมาแล้วขับและเหล่าเด็กซิ่ง สามารถจำกัดเวลาขับรถได้

ใครฝ่าฝืนคำสั่งศาล เจ้าหน้าที่จะรู้ทันที แล้วโทร.ไปเตือนให้เลิกฝ่าฝืน

นายปุณณพัฒน์ มหาลี้ตระกูล ฐานะประธานกรรมการบริหารและจัดการระบบควบคุมการปล่อยตัวชั่วคราวและการบังคับตามคำสั่งศาลโดยใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ บอกว่า ตอนนี้กำไลอีเอ็มสามารถกันน้ำได้ลึกถึง 3 เมตร และมีระบบ GPS

กำไลข้อเท้ายังเป็นเบาะแสให้ตำรวจติดตามตัวคนร้ายได้ เนื่องจากเคยมีผู้ต้องหากระทำผิดซ้ำขณะยังสวมกำไลอีเอ็มอยู่ เจ้าหน้าที่นำภาพถ่ายมาให้ศูนย์ฯช่วยติดตามจนพบคนร้ายนำไปสู่การจับกุม

ผ่านมาเกือบสิ้นปี ศาลสั่งใช้งานไป 5,374 ครั้ง กรมควบคุมความประพฤติใช้ 304 ครั้ง เป็นคดียาเสพติด 38% ความผิดลักวิ่งชิงปล้น 21% การกระทำผิดตามกฎหมายจราจรทางบก 16% ผู้กระทำผิดเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ 13% ความผิดเกี่ยวกับร่างกาย (ฆ่าหรือพยายามฆ่า) 8% และความผิดเรื่องอาวุธปืน 4%

ศาลมีอำนาจกำหนดระยะเวลาที่ต้องสวมกำไลอีเอ็ม แต่สำหรับการใช้คุมประพฤติจะมีระยะเวลา 15 วัน

หลังจากใช้งานมามีผู้ต้องหาเพียง 2% ที่หลบหนี ตามจับกุมได้แล้ว 37 คน!

ขณะนี้มีกระแสความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าศาลชั้นต้นบางแห่ง ผู้พิพากษาใช้ดุลพินิจจำคุก แต่รอการลงโทษจำเลยที่กระทำผิดซ้ำซากหลายครั้งและไม่สั่งใช้กำไลอีเอ็ม

ทำให้กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ มองว่าไม่เด็ดขาด สับสนว่าหลังพิพากษาแล้วไม่ใส่กำไลข้อเท้าได้หรือไม่?

ความจริงแล้วการใช้กำไลอีเอ็มในชั้นคุมประพฤติ ไม่ต้องฟังว่าผู้ต้องหายินยอมหรือไม่ ต่างกับชั้นพิจารณาที่เป็นดุลพินิจ จะต้องได้รับความยินยอมก่อน นายปุณณพัฒน์กล่าว

ดูจากผลการใช้งาน กำไลข้อเท้าประสบความสำเร็จพอสมควรนะครับ...

สหบาท

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้