วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
พลังประชารัฐคึก ปิดอิมแพคระดมทุน '600ล้าน' จัด 200 โต๊ะจีน ฟันโต๊ะละ 3 ล้านบาท

พลังประชารัฐคึก ปิดอิมแพคระดมทุน '600ล้าน' จัด 200 โต๊ะจีน ฟันโต๊ะละ 3 ล้านบาท

  • Share:

‘ตู่’ ไล่พรรคไม่มาฟังลงเวทีไปเลย เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์โต้ถึงไม่ไปแต่พร้อมสู้

“วิษณุ” แจงเวทีหารือ 7 ธ.ค. ปูทางสู่เลือกตั้ง เคาะรายละเอียดโรดแม็ป ลุ้นวันปลดล็อก-หย่อนบัตร รับมีธงอยู่แล้วเล็งปล่อยของแน่ เพราะตุนไว้เยอะ “บิ๊กป้อม” ฉะพรรคการเมืองจ้องตีรวนไม่เข้าร่วม นายกฯ ฉุนเป็นนักมวยจะขึ้นชกไม่มาฟังกติกา ก็ลงจากเวที ไปเลย กกต.เผยตอบรับแล้วราว 60 พรรค เพื่อไทยย้ำไม่ร่วมสังฆกรรม “สุดารัตน์” เหน็บ “บิ๊กตู่” ไม่แฟร์วางตัวอยู่เหนือกรรมการ “พลภูมิ” ซัดแค่ปาหี่สร้างภาพ ใช้พรรคการเมืองเป็นเครื่องมือ ปชป.แถลงย้ำ 4 เหตุผลไม่ร่วมวง เสรีรวมไทย-เพื่อชาติ-ประชาชาติ นัดกันบอยคอต เอาออกแล้วป้ายเชียร์ “ลุงตู่” กกต.เด้งเชือกไม่รู้สี่รู้แปด “วิษณุ-บิ๊กป้อม” ประสานเสียงทำได้ไม่ผิดกฎหมาย “สุริยะ-สมศักดิ์” ย้ำมั่นใจ พปชร.กวาด 150 เก้าอี้ ชี้ความซื่อสัตย์จุดแข็งโป๊ก “บิ๊กตู่” เตรียมปิดอิมแพคโชว์ป๋า จัดโต๊ะจีนอลังการอล่างฉ่าง ตั้งเป้าระดมทุน 600 ล้าน

เวทีหารือระหว่าง คสช. กกต. และพรรคการเมือง วันที่ 7 ธ.ค. ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.เป็นประธาน เพื่อชี้แจงแผนและขั้นตอนการดำเนินการเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้ง มีพรรคการเมืองตอบรับเข้าร่วมด้วยจำนวนมาก แต่ก็มีบางส่วนปฏิเสธร่วมเวทีดังกล่าว โดยเฉพาะพรรคใหญ่อย่างพรรคเพื่อไทย และประชาธิปัตย์ เพราะเห็นว่าทำได้แค่ไปรับฟัง ไม่สามารถเสนออะไรได้

“วิษณุ” แจง 7 ธ.ค. หารือ-สอบถาม

เมื่อเวลา 14.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการหารือร่วมระหว่างคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และพรรคการเมือง เพื่อรับฟังความคิดเห็นชี้แจงแผนและขั้นตอนการดำเนินการทางการเมืองเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งทั่วไป ที่สโมสรทหารบก วิภาวดีฯ ในวันที่ 7 ธ.ค.ว่า น่าจะทราบรายละเอียดต่างๆ ส่วนจะปลดล็อกเมื่อไรนั้นรอให้หัวหน้า คสช.เป็นผู้ชี้แจงจะดีกว่า สำหรับรูปแบบการหารือ คสช.และรัฐบาลจะชี้แจงขั้นตอนต่างๆ ในภาพรวม ขณะที่รายละเอียดอาจให้ผู้เกี่ยวข้องชี้แจง จากนั้นจะเปิดโอกาสให้สอบถาม หากเกี่ยวกับใครผู้นั้นจะตอบ เมื่อถามว่า ในวงหารือพรรคการเมืองจะสามารถเสนอความเห็นอะไรได้หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า เวทีนี้เปิดให้แสดงความเห็น สอบถาม และหารือ การหารืออาจมีการเสนอว่า จะตกลงร่วมกันเช่นนี้ยอมหรือไม่ ถ้ายอมก็เป็นเช่นนั้น ส่วนจะมีการทำข้อตกลงร่วมกันว่าจะเดินหน้าการเลือกตั้งอย่างไรหรือไม่นั้น ไม่ทราบ แต่ไม่จำเป็นต้องไปถึงขั้นนั้น และการหารือต่างๆ จะจบในวันที่ 7 ธ.ค.เลยหรือไม่ขึ้นอยู่กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.จะว่าอย่างไร

ยอมรับมีธง–มีปล่อยของแน่

เมื่อถามว่า เหตุที่พรรคการเมืองใหญ่ไม่เข้าร่วม เพราะมองว่า คสช.มีธงไว้อยู่แล้ว นายวิษณุกล่าวยอมรับว่า มี เพราะจะไปโดยไม่มีอะไรอยู่ในมือได้อย่างไร อย่างน้อยก็บอกว่าวันไหนเลือกตั้ง ส่วนจะรับฟังความเห็นของฝ่ายการเมืองมาปรับใช้หรือไม่นั้น เราเชิญมาหารือ คำนี้กำหนดไว้ในข้อ 8 ของคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 53/2560 ดังนั้นความเห็นของฝ่าย คสช.ยังมีความหมาย ส่วนการที่พรรคใหญ่ไม่เข้าร่วมก็ไม่ใช่เงื่อนไขว่าจะปลดล็อกหรือไม่ปลดล็อก เพราะต่อให้ไม่มีการประชุมเลย คสช.ก็มีเรื่องคิดจะทำไว้อยู่แล้ว ไม่มีปัญหาอะไร ทุกอย่างเดินหน้าไป อย่างไรก็ตาม ในการประชุมครั้งนี้บอกได้แต่เพียงว่า มีของมาปล่อยแน่ เพราะตุนไว้เยอะ

“บิ๊กป้อม” ฉะพรรคการเมืองตีรวน

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า วันที่ 7 ธ.ค. คงไม่มีการทำข้อตกลงอะไร ฝ่ายการเมืองอยากรู้อะไรเกี่ยวกับการเลือกตั้งก็ให้ถามมา เราจะบอกไป เมื่อถามว่า การที่พรรคใหญ่ไม่เข้าร่วมมีเจตนาอะไรหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า เขาก็คงจะตีรวน แต่ไม่ส่งผลอะไร เราเชิญมาให้พูดคุยกัน สื่อจะได้ไม่ต้องมาถามแทนพรรคการเมือง อยากรู้อะไรจะได้ถามเลย ซึ่งไม่เห็นมีเหตุผลเลยที่จะไม่มา เมื่อถามว่า หากพรรค การเมืองถามว่า คสช.กับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) มีความเชื่อมโยงกันหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ก็ดูสิว่ามันมีความสัมพันธ์กันอย่างไร มีเพียงรัฐมนตรีเข้าไปเกี่ยวข้อง แล้วมี คสช.เข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่ รัฐมนตรีกับ คสช.ทำงานด้วยกัน แต่ไม่เกี่ยวข้องกันแล้ว คสช.กับพรรคพลังประชารัฐจะไปเกี่ยวกันได้อย่างไร

“บิ๊กตู่” ฉุนไล่ลงเวทีไม่มาฟังกติกา

ที่ จ.สมุทรปราการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวว่า เรื่องการเมืองก็ว่ากันไป สำคัญอย่าลืมไปเที่ยวงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว ที่แสดงถึงความรัก ความสามัคคีความจงรักภักดี สถาบันหลักของชาติ อย่ากลับไปที่เก่า ประเทศเราต้องสงบ 4 ปีที่ผ่านมาสงบแล้ว แม้มีบ้างที่ผิดกฎหมายหรือทุจริต ไม่ได้บอกว่าไม่มีเลยทั้งหมดขึ้นอยู่กับทุกคนรวมถึงผู้นำการเมือง วันนี้ขอร้องอย่าเอาการเมืองกฎหมายมาสู้กัน ต้องเอากฎหมายที่เขียนไว้เพื่อคนทุกคนมาทำให้ได้ ใครที่ไม่เห็นชอบ ไม่ยอมมาดูกฎกติกา ก็คิดกันเอาเอง ถ้าไม่มาก็คือไม่ต้องมา แล้วถ้าประชาชนจะเลือกกลับเข้ามาอีกก็ตามใจ เป็นนักมวยขึ้นเวทีแล้วกรรมการเรียกนักมวยทั้ง 2 ฝ่ายมาชี้แจงกติกาแต่ไม่ยอมมา ถ้าไม่มาก็เลิกชกไปเสีย ประชาชนก็อย่าไปดูและคิดเอาเอง

กกต.เผย 50–60 พรรคตอบรับ

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต.กล่าวว่า การหารือของ กกต. กับ คสช.รัฐบาลและพรรคการเมืองในวันที่ 7 ธ.ค.เบื้องต้นมีพรรคการเมืองตอบรับเข้าร่วม 50-60 พรรคแล้ว โดยสำนักงาน กกต.จะรายงานถึงความพร้อมในจัดการเลือกตั้งโดยเฉพาะระเบียบและประกาศที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง และหากกฎหมายเลือกตั้งมีผลบังคับใช้จะทยอยประกาศระเบียบต่างๆออกมาตามลำดับ

พท.ไม่ร่วมแต่พร้อมสู้เกมบิดเบี้ยว

ที่บิ๊กซี ราชดำริ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ยืนยันพรรคเพื่อไทยไม่เข้าร่วมประชุมวันที่ 7 ธ.ค.นี้อย่างแน่นอน ที่ผ่านมากฎกติกาต่างๆ ถูกออกแบบเพื่อเอาเปรียบพรรคการเมืองที่อยู่ตรงข้ามพรรคที่สนับสนุนรัฐบาล อีกทั้งเป็นกฎระเบียบภายใต้รัฐธรรมนูญที่ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในการจัดเลือกตั้งปกติ แต่ถูกออกแบบมาเพื่อเอาเปรียบไม่เปิดโอกาสให้พรรคการเมืองมีส่วนร่วมกับประชาชน ไม่รับฟังความเห็นจากประชาชน ซึ่งท้ายที่สุดประชาชน จะเสียประโยชน์ และสิ่งที่ทำอยู่ไม่ใช่การปฏิรูปการเมือง อย่างที่ คสช.และรัฐบาลบอกมาตลอด ทั้งนี้ ขอฝากไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ว่าขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นกรรมการรักษากฎกติกา แต่กลับลงมาเป็นผู้เล่น จึงไม่แปลกที่จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าผลการประชุมจะออกมาอย่างไรเราพร้อมปฏิบัติตามด้วยความอดทน แม้จะเป็นกฎกติกาที่บิดเบี้ยว แม้จะเป็นเพียงมดตัวเล็กๆที่ต้องต่อสู้กับช้างสารแต่จะไม่ทำให้เกิดความวุ่นวายต่อประเทศ

เหน็บ “บิ๊กตู่” วางกติกาเองแข่งเอง

คุณหญิงสุดารัตน์ยังโพสต์เฟซบุ๊กเพิ่มเติมว่า กรณีที่ คสช.กำหนดให้พรรคการเมือง ไปประชุมที่สโมสรทหารบก โดยให้ กกต. เป็นเพียงคนเชิญ แทนที่จะให้ กกต.เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการประชุมนั้น พรรคเพื่อไทยเห็นว่าคนที่จะเสนอตัวเป็นคนกลางในการกำหนดกติกา ไม่ควรเป็นหนึ่งในผู้ที่จะลงแข่งขันด้วย พล.อ.ประยุทธ์นอกจากมีสถานะเป็นประธาน คสช. เป็นนายกรัฐมนตรี ยังเป็นว่าที่แคนดิเดตนายกฯของพรรคพลังประชารัฐ พล.อ.ประยุทธ์เปรียบการเลือกตั้งเหมือนการชกมวย ที่นักมวยต้องมาฟังกติกา ถ้าอย่างนั้น พล.อ.ประยุทธ์ย่อมเปรียบได้กับเจ้าของค่ายมวย ที่กำลังจะส่งตัวเองลงแข่ง ถ้าอยากจะนั่งหัวโต๊ะประชุมในบทบาทของคนเป็นกรรมการกลาง ช่วยประกาศให้ชัดเจนก่อนดีหรือไม่ว่าจะไม่เซ็นชื่อ เพื่อตอบรับเป็นตัวเลือกนายกฯ ตามที่พรรคพลังประชารัฐเสนอ ถ้าไม่ประกาศให้ชัดเจน พล.อ.ประยุทธ์ควรมานั่งฟังกติกาในฐานะนักมวยคนหนึ่ง แล้วปล่อยให้ประธาน กกต.ได้ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างอิสระและเป็นธรรม ดังนั้น สำหรับเวทีนี้พรรคเพื่อไทยยืนยันว่าไม่ขอเข้าร่วม เพราะเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่มีคุณสมบัติเป็นกลางเพียงพอ ที่จะเรียกพรรคการเมืองไปฟังกติกา

“พลภูมิ” ซัดปาหี่สร้างภาพเสียเวลา

นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีต ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไม่แปลกใจที่พรรคการเมืองใหญ่ๆ ทั้งพรรคเพื่อไทย ประชาธิปัตย์ รวมถึงพรรคอื่นๆ จะไม่เข้าร่วมหารือกับ คสช. และ กกต. ในวันที่ 7 ธ.ค. เนื่องจากทุกพรรคการเมืองรู้ดีว่า คสช. มีธงที่ตัวเองต้องการไว้หมดแล้ว การเรียกพรรคการเมืองไปหารือเป็นเพียงไปนั่งฟังสิ่งที่เขาต้องการจะทำ ไม่ใช่ให้พรรคการเมืองไปยื่นข้อเสนออะไร และต่อให้เปิดโอกาสให้พรรคการเมืองแสดงความคิดเห็น คสช.ก็คงไม่เอาความเห็นเหล่านั้นไปปรับใช้เหมือนที่ผ่านๆมา ดังนั้น การหารือที่จะเกิดขึ้นจึงเป็นเพียงปาหี่ทางการเมืองที่จะสร้างภาพให้คนคิดว่า คสช.เปิดกว้างเท่านั้น จึงไม่มีใครคิดจะไปเป็นเครื่องมือของ คสช. และส่วนตัวมองว่าแทนที่ คสช.จะมาจัดประชุมอะไรแบบนี้ ก็ควรประกาศให้ชัดไปเลยดีกว่าว่าขั้นตอนข้อบังคับอะไรทำได้ไม่ได้แค่ไหน พรรคการเมืองจะได้ดำเนินการให้ถูกต้องและได้เดินหน้าไปสู่การเลือกตั้งเสียที

ปชป.แจง 4 เหตุผลไม่สังฆกรรม

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายธนา ชีรวินิจ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงเหตุผลที่ไม่ส่งตัวแทนพรรคเข้าร่วมประชุมในวันที่ 7 ธ.ค.ว่า 1.หัวหน้าคสช.เป็นผู้ออกคำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 เองแต่กลับไม่เคารพคำสั่งที่ตัวเองออกมาที่กำหนดให้รับฟังความเห็นจากพรรคการเมือง 2.พรรคการเมืองไม่สามารถไปชี้แจงหรือร่วมทำความเห็นกับที่ประชุมนี้ได้ 3.ท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ไม่เหมาะสมที่แสดงความเป็นเจ้าของการเลือกตั้ง ขอให้เคารพและให้เกียรติประชาชนเจ้าของประเทศ และ 4.การที่ พล.อ.ประยุทธ์มีหลายสถานะเป็นทั้งนายกฯ หัวหน้า คสช. และจะเป็นหนึ่งในรายชื่อที่พรรคพลังประชารัฐเสนอเป็นนายกฯมีส่วนได้เสียโดยตรงกับการเลือกตั้งถือว่าไม่ได้เคารพยึดมั่นในธรรมาภิบาลอย่างแท้จริง และไม่ว่าผลประชุมในวันที่ 7 ธ.ค.จะออกมาเป็นอย่างไรเราพร้อมยอมรับจะเข้าร่วมการเลือกตั้งวันที่ 24 ก.พ.62 ทั้งต้องชี้ให้ประชาชนเห็นว่ามีอะไรที่ไม่ชอบธรรม ซึ่งปัญหาต่างๆเหล่านี้อาจเป็นข้ออ้างนำไปสู่การสร้างความขัดแย้ง การถูกแทรกแซงและอาจทำให้บางฝ่ายไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง

คนอยากเลือกตั้งหนุนตรงข้าม คสช.

เมื่อเวลา 11.30 น. ที่พรรคเสรีรวมไทย “โบว์” น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้งเข้าพบมอบกระเช้าดอกไม้ให้กำลังใจ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ที่แสดงจุดยืนไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจ คสช. โดย น.ส.ณัฏฐากล่าวว่า มาให้กำลังใจพรรคเสรีรวมไทยที่มีความชัดเจนแสดงตัวอยู่ตรงข้ามเผด็จการ ทำให้ถูกตั้งข้อหาหรือกลั่นแกล้งในกระบวนการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้น ขณะที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า ขอบคุณคณะที่รักประชาธิปไตย พยายามต่อสู้เพื่อประเทศ การที่ไม่ไปร่วมประชุม คสช.เนื่องจากรัฐบาลชุดนี้ปล้นเขามา ถ้าอยากเห็นความเปลี่ยนแปลงต้องเปลี่ยนผู้นำใหม่ เลือกตั้งครั้งนี้มีเผด็จการกับประชาธิปไตยเท่านั้น หากฝ่ายประชาธิปไตยชนะพวกเผด็จการจะ ไม่มีแผ่นดินอยู่ จากนั้นเวลา 14.20 น. น.ส.ณัฏฐาได้นำกระเช้าดอกกุหลาบสีขาวไปมอบให้พรรคเพื่อชาติด้วย

เพื่อชาติท้าลงสนามฟรีแฟร์

ที่พรรคเพื่อชาติ ห้างอิมพีเรียลเวิลด์ ลาดพร้าว น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ พร้อมด้วยนายรยุศด์ บุญทัน และ น.ส.พรพรหม พรหมชาติ รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ ตั้งโต๊ะแถลงข่าวโดย น.ส.เกศปรียากล่าวว่า ที่ประชุมพรรคลงมติเป็นเอกฉันท์ไม่ร่วมประชุมกับ คสช. เพราะเมื่อ คสช.ตั้งธงเพื่อให้รับฟังสิ่งที่ คสช.ต้องการ เหมือนเรียกไปฟังสิ่งที่ตัวเองต้องการจะพูดเป็นทัศนะเผด็จการไม่เคารพผู้อื่น พรรคไม่จำเป็นต้องไปรับฟังคำสั่งของ คสช.ขอเรียกร้องให้ คสช.ยุติการแทรกแซงกระบวนการจัดการเลือกตั้งถอยออกไปเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ หากหัวหน้า คสช.ต้องการเข้าสู่อำนาจจริงขอให้ลาออกจากตำแหน่งลงมาสู้ในสนามอย่างฟรีและแฟร์

เตรียมปูพรมเดินสายลงใต้

น.ส.พรพรหมกล่าวว่า พรรคเพื่อชาติกำหนด การเดินสายภาคใต้เพื่อจัดตั้งตัวแทนพรรคประจำจังหวัด นำโดยนายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรค มีวิทยากรจากสถาบันพัฒนาการเมืองพรรคเพื่อชาติร่วมให้ความรู้ทางการเมือง นำโดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายยงยุทธ ติยะไพรัช ผู้สนับสนุนพรรค เพื่อไปพบปะรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องภาคใต้ ในวันที่ 10 ธ.ค. ไปที่ จ.สงขลา สตูล และพัทลุง วันที่ 11 ธ.ค.ไป จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.ชุมพร วันที่ 12 ธ.ค. ไป จ.ระนอง และ จ.ภูเก็ต และวันที่ 13 ธ.ค. ไป จ.พังงา กระบี่ และ จ.ตรัง

ประชาชาติไม่ไปร่วมสโมสร ทบ.

นายสุพจน์ อาวาส รองโฆษกพรรคประชาชาติ กล่าวว่า พรรคประชาชาติไม่เข้าร่วมหารือกับ คสช.และ กกต.ในวันที่ 7 ธ.ค. เนื่องจากสโมสรทหารบก เป็นสถานที่ที่ คสช.ใช้ยึดอำนาจจากประชาชนเราจึงไม่อยากไปใช้สถานที่เหล่านั้นร่วมกับ คสช.อีก และไม่มั่นใจในบทบาทหน้าที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จะสวมหมวกอะไรระหว่างการเป็นกรรมการหรือผู้เล่น ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ยังแบ่งแยกพวกเขาพวกเราอยู่ โดยเปรียบกับนักมวยที่ไม่มาฟังกรรมการตอนชี้แจงกติกาก็ให้เลิกชกไป และเหตุที่เราไม่เข้าร่วมเพราะไม่มั่นใจท่าทีเหล่านี้

เอาออกแล้วป้ายเชียร์ “ลุงตู่”

อีกกรณี หลังจากที่มีการขึ้นป้ายขนาดใหญ่บริเวณริมถนนเพชรเกษมขาเข้า กทม.หมู่ 1 ต.วังเย็น อ.บางแพ จ.ราชบุรี เป็นภาพ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ขณะจับมือกับนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร พร้อมข้อความ “สังคมใฝ่หา นายกรัฐมนตรีที่ไม่โกงกิน” ระบุเป็นของกลุ่มภาคีเครือข่ายภาคประชาชนต่อต้านคอร์รัปชัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ป้ายดังกล่าวมีคนใช้รถกระบะขนป้ายนำมาติดเมื่อหลายวันก่อน แต่หลังจากมีข่าวออกไปช่วงเย็นวันที่ 5 ธ.ค.มีชาย 2 คนใช้มีดมากรีดขอบป้ายทุกด้านแล้วเก็บออกไป ซึ่งปกติทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งนายทวี ไกรคุปต์ อดีต ส.ส.จ.ราชบุรี จะนำป้ายมาติดที่จุดนี้

พ.ต.ท.ดิตถชาติ กอสนาน ผอ.สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำ จ.ราชบุรี กล่าวว่า จะรายงานเรื่องนี้ไปยัง กกต.กลางไว้เป็นเบื้องต้นเผื่อมีการร้องเรียนจะได้นำมาประกอบสำนวน ช่วงที่ยังไม่มีการเลือกตั้งควรพึงระวัง เท่าที่ทราบมีการติดป้ายลักษณะนี้อยู่ที่เดียวไม่รู้ว่าฝ่ายไหนติด

“ปารีณา” ปัดเป็นเจ้าของป้าย

นางปารีณา ไกรคุปต์ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐและว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ราชบุรี ให้สัมภาษณ์ว่า ป้ายดังกล่าวไม่ใช่ของตน ไม่ทราบว่าเป็นของใครนำมาติด บริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่เลือกตั้งของนายสรอรรถ กลิ่นประทุม ประธานที่ปรึกษาพรรคภูมิใจไทย ขณะที่เขตของตนอยู่ที่ อ.โพธารามและ อ.จอมบึง เรื่องนี้ไม่กังวลว่าจะถูกเชื่อมโยงให้เป็นประเด็นการเมือง ผู้ใหญ่ในพรรคทั้งนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และคนอื่นๆก็ไม่ได้พูดถึง

กกต.เด้งเชือกเข้าข่ายหาเสียง

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต.กล่าวถึงการขึ้นป้ายสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ที่ จ.ราชบุรีจะเข้าข่ายหาเสียงล่วงหน้าหรือไม่ว่า หลักการทั่วไปของการหาเสียงจะต้องคำนึงถึงความเป็นธรรมกำหนดโดยค่าใช้จ่ายในการหาเสียงที่เท่ากันทุกพรรคในวันที่ 19 ธ.ค. กกต.จะนัดพรรคการเมืองทุกพรรคมาหารือถึงแนวทางการหาเสียง การจัดทำป้ายหาเสียง การใช้สื่อโซเชียลมีเดีย การดีเบต และค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง ส.ส.

โฆษก รบ.ยันนายกฯไม่เกี่ยวขึ้นป้าย

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กรณีที่โซเชียลมีเดียเผยแพร่ภาพถ่ายป้ายภาพ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ที่ จ.ราชบุรี คล้ายกับป้ายหาเสียง และมีข้อความสนับสนุนนายกฯที่ไม่โกงกินนั้น นายกฯได้รับรายงานแล้วและป้ายดังกล่าวถูกปลดลงแล้ว ยืนยันนายกฯไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด และส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับการกระทำเช่นนี้ นายกฯยังเน้นย้ำว่าการกระทำดังกล่าวเป็นเรื่องส่วนบุคคล ไม่มีส่วนรู้เห็น แต่เข้าใจถึงเจตนาดีที่ผู้กระทำต้องการเห็นบ้านเมืองปราศจากการทุจริตคอร์รัปชัน แม้จะชื่นชอบหรือให้การสนับสนุนนายกฯ แต่ฝากเตือนให้ระมัดระวัง ศึกษาข้อกฎหมายและระเบียบต่างๆให้รอบคอบหรือไม่ทำเลย เพื่อไม่ให้ผิดกฎหมายเลือกตั้ง

“วิษณุ” ชี้ทำได้ขึ้นป้ายเชียร์นายกฯ

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯกล่าวถึงกรณีที่มีการขึ้นป้ายสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ที่ จ.ราชบุรีว่า วันนี้ทำได้ แต่เมื่อมีพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) การเลือกตั้งออกมา จะต้องระมัดระวัง วันนี้พรรคอื่นๆ ก็สามารถทำได้ ไม่ผิด แต่ละพรรคจะเสนอชื่อใครเป็นนายกฯ สามารถขึ้นป้ายได้ แต่เมื่อมี พ.ร.ฎ.การเลือกตั้งออกมาจะมีการคิดค่าใช้จ่าย เมื่อถามว่า หาก พล.อ.ประยุทธ์ตอบรับการเสนอชื่อเป็นนายกฯ ตามที่พรรคการเมืองเชิญ ควรวางตัวอย่างไร นายวิษณุตอบว่า ตนตอบได้ แต่ให้ กกต.เป็นผู้ชี้แจงดีกว่า เพราะถ้ารัฐบาลพูดว่าได้ แล้ว กกต.พูดว่าไม่ได้ จะเป็นอย่างไร ใครจะเถียงกับเขาได้ เมื่อถามอีกว่า จะทราบรายชื่อนายกฯ ที่แต่ละพรรคการเมืองเสนอเมื่อใด นายวิษณุตอบว่า พรรคการเมืองต้องเสนอรายชื่อผู้ที่จะสนับสนุนให้เป็นนายกฯ ก่อนปิดรับสมัคร ส.ส. ซึ่ง กกต.จะเป็นผู้กำหนดว่าจะให้ ไปเสนอสถานที่ใด และจะประกาศออกมา

“ประวิตร” สำทับไม่ผิด ก.ม.ทำได้

ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า เขาบอกติดป้ายได้หาก พ.ร.ฎ.การเลือกตั้งยังไม่ประกาศ หากประกาศแล้วต้องเอาลง และไม่ใช่เป็นการโฆษณา เป็นป้ายของกลุ่มต่อต้านทุจริตไม่ใช่คนทั่วไป วันนี้พล.อ.ประยุทธ์รับเป็นหนึ่งในรายชื่อให้พรรคการเมืองเสนอเป็นนายกฯอีกครั้งแล้วหรือยัง ที่ประเมินกันว่านายกฯจะรับในอนาคตนั้น สื่อคิดกันเอง ต้องเอาเรื่องจริงสิ เมื่อถามว่า พรรคอื่นหากจะสนับสนุนใครก็ติดป้ายได้ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่รู้ แต่หากทำอะไรไม่ผิดกฎหมายก็ทำได้

ออกตัวดีล ปชป.คุย “มาร์ค” ดีกว่า

เมื่อถามถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศจะไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “แหม เขายังไม่ได้บอกว่าไม่ร่วมเลย เขาบอกว่ายังไม่ถึงเวลาพูด เขาเป็นพรรคใหญ่ก็มีสิทธิ์จะพูด ผมไม่เคยไปเจอใคร เพียงแต่ฟังอย่างเดียวและหากจำเป็นต้องคุยจะไปเจอนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ทำไม ผมไปเจอนายอภิสิทธิ์ไม่ดีกว่าหรือ เพราะเขาเป็นหัวหน้าพรรค แล้วนายเฉลิมชัยทำอะไรได้ แต่ยืนยันขณะนี้ยังไม่ได้คุย” เมื่อถามถึงกระแสข่าวนักการเมืองหลายพรรคไปพูดคุยด้วย พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่เคยพบกับพรรคใด ทั้งประชาธิปัตย์ เพื่อไทย พลังประชารัฐ ตนพบแต่คนที่เป็นรัฐมนตรี แต่ก็ไม่ได้คุยเรื่องการเมือง คุยแต่เรื่องงาน เมื่อถามว่า หลังเลือกตั้งหากมีคนมาขอคุย พร้อมคุยหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า เขาคงไม่คุยแล้ว เพราะไม่อยู่ในตำแหน่งแล้ว ตอนนี้เขายังไม่คุย แล้วจะคุยหลังเลือกตั้งหรือ มองไม่เห็นภาพเลย

“หน่อย” เย้ยคนเอาเปรียบน่าห่วงกว่า

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีการขึ้นป้ายสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯต่อไปว่า ไม่ห่วงว่าพรรคเพื่อไทยจะเสียเปรียบ แต่เป็นห่วงคนที่เอาเปรียบมากกว่า เพราะสังคมจับตาดูอยู่ และเชื่อว่าประชาชนคิดได้ ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นพรรคเพื่อไทยไม่สามารถห้ามอะไรได้ อยู่ที่จิตสำนึกของคนทำ การเลือกตั้งครั้งนี้เราเสียเปรียบอยู่แล้ว แต่ไม่กลัวที่จะสู้ตามวิถีทางประชาธิปไตย

“เจี๊ยบ” ซัดขึ้นป้ายหวังลบปมด้อย

ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ผู้ทำป้ายดังกล่าวคงต้องการช่วยลบปมด้อยให้ พล.อ.ประยุทธ์ที่ไม่ได้รับการยอมรับจากประชาคมโลก เพราะได้อำนาจมาจากการรัฐประหาร ตนไม่เคยเห็นผู้นำชาติไหนในโลกหาเสียงโดยการเกาะกระแสผู้นำของประเทศอื่น เพราะมันดูเสียฟอร์ม สะท้อนความไม่มั่นใจในตัวเอง ตนเคยเห็นแต่อดีต ส.ส.ไทยรักไทย และเพื่อไทย ขึ้นป้ายคู่นายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ เพราะหวังว่าคนที่ชื่นชอบผลงานของอดีตนายกฯทั้งสองจะช่วยลงคะแนนให้ตัวเองด้วยเท่านั้น น่าสงสัยว่าที่ผ่านมาเหตุที่ พล.อ.ประยุทธ์ดิ้นรนบินไปร่วมประชุมกับผู้นำต่างชาติ เพราะต้องการถ่ายรูปกับผู้นำต่างชาติเพื่อเอามาใช้โปรโมตตัวเอง และลบปมด้อยที่โลกไม่ยอมรับรัฐบาลเผด็จการแค่นั้นหรือ

“สุริยะ” ย้ำความมั่นใจกวาด 150 ส.ส.

วันเดียวกัน เวลา 09.30 น. ที่ห้องแคทลียา โรงแรมรามาการ์เด้นส์ พรรคพลังประชารัฐ จัดสัมมนาแนวทางการรับสมัครสมาชิกภาคกลาง โดยมีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำพรรคฯ และกรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง เป็นประธาน ท่ามกลางแกนนำพรรคร่วมชี้แจง อาทิ นายสุชาติ ตันเจริญ นายอนุชา นาคาศัย นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ และนายวิเชียร ชวลิต นายทะเบียนพรรค มาให้ความรู้ในเรื่องกฎหมายเลือกตั้ง โดยมีว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภาคกลางเข้าร่วมประชุม อาทิ นายอำนวย คลังผา ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ลพบุรี นายฉลอง เรี่ยวแรง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นนทบุรี รวมถึง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ชลบุรี ที่มายกจังหวัด เป็นต้น นายสุริยะให้สัมภาษณ์ว่า การเลือกตั้งครั้งนี้แตกต่างจากอดีต จึงต้องทำความเข้าใจกฎเกณฑ์ต่างๆ เวลานี้พรรค พลังประชารัฐต้องทำนโยบายที่ตอบสนองประชาชนเพื่อให้ได้ ส.ส.มากที่สุด ขณะนี้กระแสของพรรคเป็นไปด้วยดี หากผู้สมัครได้ลงพื้นที่อย่างหนักกระแสของพรรคจะดีขึ้นอีก ช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาจากการลงพื้นที่และผลโพล เราประเมินว่าจะได้ ส.ส. 150 คนทั่วประเทศ ภาคอีสานจะได้ประมาณ 50 ถึง 60 คน กลาง 40 คน ภาคใต้น่าจะได้ไม่มาก เพราะในอดีตพรรคประชาธิปัตย์ถือว่ามีจุดแข็ง แต่เราจะพยายามทำให้ดีที่สุด ส่วนภาคเหนือวันนี้ประชาชนตอบรับดี เชื่อว่าจะได้คะแนนและ ส.ส.สูสีกับพรรคเพื่อไทย

ชูความซื่อสัตย์จุดแข็งโป๊ก “บิ๊กตู่”

เมื่อถามว่า จะนำนโยบายของรัฐบาลมาหาเสียงหรือไม่ นายสุริยะตอบว่า วันนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะจะมีคนลอกเลียนแบบ แต่ยอมรับว่านโยบายของรัฐบาลจะเป็นส่วนหนึ่งในนโยบายหาเสียง ควบคู่กับการลงพื้นที่และถามความคิดเห็นของประชาชนว่าต้องการอะไร เมื่อถามถึงกรณีที่ผลโพลของมหาวิทยาลัยรังสิต ที่ความนิยมของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.สูงขึ้น จะเป็นจุดแข็งของพรรคหรือไม่ นายสุริยะตอบว่า โพลมีหลายสำนัก และโพลมหาวิทยาลัยรังสิตเป็นการทำในเบื้องต้น ถ้าวันนี้ผู้สมัครทุกคนสามารถลงพื้นที่และบอกในสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ทำไว้ให้กับประชาชนได้ เชื่อว่าความนิยมของ พล.อ.ประยุทธ์จะสูงขึ้น แต่ขณะนี้ต้องไม่ลืมว่า พล.อ.ประยุทธ์ยังไม่ตัดสินใจหรือแสดงเจตนาในเรื่องการเมือง แต่มั่นใจว่าคะแนน นิยมของ พล.อ.ประยุทธ์จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์อยู่ได้ถึง 4 ปี เพราะมีความซื่อสัตย์

ปิดอิมแพคโชว์ป๋าระดมทุน 600 ล.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างการสัมมนาไม่เปิดให้ผู้สื่อข่าวเข้าสังเกตการณ์ โดยช่วงหนึ่งของการสัมมนา นายสุริยะกล่าวว่า กระแสของพลังประชารัฐดีขึ้นจากเดิม ช่วงก่อตั้งพรรคมีความนิยมร้อยละ 2 แต่ขณะนี้มีความนิยมเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 30 เชื่อว่าเมื่อถึงช่วงเลือกตั้งกระแสจะดีกว่านี้ ทั้งนี้เมื่อมีผู้สมัครถามว่า เวลาลงพื้นที่หากถูกถามว่าพรรคพลังประชารัฐเป็นพรรคทหารจะชี้แจงอย่างไร นายสุชาติ ตันเจริญ แกนนำพรรค จึงตอบว่า “ไม่ต้องเลือกทหาร ให้เลือกผู้สมัครของพรรคพลังประชารัฐ” นอกจากนี้ ผู้สมัครยังแสดงความเป็นห่วงนโยบายเกี่ยวกับการช่วยเหลือเกษตรกร โดยเฉพาะเรื่องข้าว แกนนำระบุว่าได้แก้ให้บางส่วนแล้ว ส่วนที่ยังแก้ไม่ทั่วถึงจะนำไปเสนอรัฐบาล สำหรับวันที่ 19 ธ.ค. พรรคจะจัดงานระดมทุนรูปแบบโต๊ะจีน 200 โต๊ะ โต๊ะละ 3 ล้าน ที่อิมแพค เมืองทองธานี

“สมศักดิ์” ฟันธง พปชร.ได้ 120+30

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงภาพรวมการลงพื้นที่ จ.นครสวรรค์ พิจิตร พิษณุโลก สุโขทัย ว่า ยืนยันไม่ได้หาเสียง เดินทางมาเปิดศูนย์ประสานงานของพรรค แต่ประชาชนมาต้อนรับเพราะ อยากรู้ว่าเราทำอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อเขาได้บ้าง เวลานี้เราไม่หวังสูง แต่นโยบายที่จะเชื่อมโยงงานของรัฐบาล ได้เป็นหนึ่งปัจจัยในการดูดคะแนนให้ ผู้สมัคร ส.ส. และขณะนี้ประชาชนเริ่มเข้าใจว่ารัฐบาลทำอะไรให้กับประเทศบ้าง กระแสตอบรับพรรคพลังประชารัฐดีขึ้นเป็นลำดับ ได้ประเมิน ส.ส.เขตไม่น้อยกว่า 120 คน และ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ไม่ต่ำกว่า 30 คน และเมื่อทำความเข้าใจกับประชาชนก็จะทำให้ตัวเลขขยับขึ้นอีก เมื่อถามถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ บอกว่าจะไม่ร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาเป็นนายกฯ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ในช่วงการหาเสียง หลายพรรคจะชูหัวหน้าพรรคของตัวเอง ตามรูปแบบการเมืองปกติ แต่หลังการเลือกตั้ง ท่าทีของพรรคการเมืองจะเปลี่ยนไป

ย้ำกองทุนหมู่บ้านหนี้พอกหางหมู

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า โครงการกองทุนหมู่บ้านเป็นนโยบายที่ดี แต่ขณะนี้ กลับสร้างหนี้ให้กับชาวบ้านจริงๆ นายสุริยะ นายสมศักดิ์ และตนลงพื้นที่รับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชนมากว่า 6 เดือน ชาวบ้านเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ บอกว่าเป็นหนี้กองทุนหมู่บ้านจนต้องไปกู้เงินนอกระบบมาจ่าย กลายเป็นดินพอกหางหมู นายสมศักดิ์เข้าใจชาวบ้านดี จึงมีแนวคิดที่จะช่วยเหลือชาวบ้านโดยการเสนอให้รัฐบาลพักหนี้กองทุนหมู่บ้าน ไม่ได้โจมตีใส่ร้ายใคร ไม่เชื่อลองไปถามชาวบ้านดูได้ ในอดีตนายสมศักดิ์เคยทำโครงการโคแก้จน คนปลดหนี้ แต่ผู้นำในขณะนั้นไม่ยอมดำเนินการ หากช่วงนั้นแบ่งเงินกองทุนหมู่บ้านมาทำโครงการสนับสนุนให้ชาวบ้านเลี้ยงโค ป่านนี้นอกจากชาวบ้านจะไม่เป็นหนี้แล้ว ยังอาจมีเงินล้านอีกด้วย

พท.ย้อนถามกล้ายกเลิกหรือเปล่า

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด คณะทำงานสื่อสารการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการรณรงค์การหาเสียงเลือกตั้งพรรคพลังประชารัฐ ระบุนโยบายของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ส่วนใหญ่จะให้กู้จนชาวบ้านเป็นหนี้สะสมในกองทุนหมู่บ้านว่า ไม่แน่ใจว่านายสมศักดิ์ความจำสั้น หรือเลือกจำบางเรื่อง ถ้านโยบายกองทุนหมู่บ้านไม่ดีจริง ตอนนายสมศักดิ์เป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลนายทักษิณ ทำไมไม่คัดค้าน ถ้ามีปัญหาจริงนายสมศักดิ์และพรรคพลังประชารัฐกล้าประกาศยกเลิกหรือไม่ นายสมศักดิ์โจมตีใส่ร้ายนโยบายของพรรคอื่น แต่สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ หลายจังหวัด โดยเฉพาะ จ.ศรีสะเกษ กลับไปแจกเอกสารนโยบายพรรคว่าจะทำกองทุนหมู่บ้าน ควรละอายหรือไม่ ขอท้ามาแข่งนโยบายให้ประชาชนเลือกดีกว่า อย่าโจมตีใส่ร้ายกัน

ปชป.ซัดบัตรสวัสดิการเอื้อนายทุน

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เห็นด้วยกับหลักการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่การโอนเงินต้องโอนตรงเข้าบัญชีธนาคารของผู้มีรายได้น้อย ไม่ใช่โอนเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และต้องมีการอัปเดตข้อมูลรายได้ทุกปี ใครรวยแล้วก็ต้องพ้นจากโครงการดังกล่าว แต่ขณะนี้ไม่ใช่ใครรวยพ้นไป แต่มันคือการแจกเงินก่อนเลือกตั้ง อีกทั้งการโอนเงินช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยเข้าบัตรคนจน เป็นวิธีการที่ประชาชนไม่ได้รับประโยชน์โดยตรง แต่ไปตรงเข้ากระเป๋าเจ้าสัวแทน เพราะกว่าจะใช้เงินได้ต้องไปที่ร้านค้าประชารัฐ ซึ่งสินค้าในร้านประชารัฐเป็นของนักธุรกิจ รายใหญ่ เมื่อโอนเงินเข้าบัตรคนจนจึงเท่ากับเป็นการโอนเงินเข้าบัญชีร้านใหญ่ทันที ลักษณะแบบนี้ คิดว่าไม่ได้ช่วยคนจน แต่ช่วยคนขายของให้คนจน หรือเป็นการช่วยเจ้าสัวมากกว่า ตนจึงขอเสนอให้โอนเงินตรงเข้าบัญชีธนาคารของผู้มีรายได้น้อย

เปิดตัวกลุ่ม “เพื่อนเฉลิมชัย”

เวลา 18.00 น. ที่ร้านอาหารบ้านดาวล้อมเดือน ถนนราชพฤกษ์ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ จัดงานเลี้ยงให้แก่ว่าที่ผู้สมัครของพรรคภาคกลางในกลุ่มเพื่อนเฉลิมชัยมีแกนนำพรรค อาทิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายอัศวิน วิภูศิริ รองหัวหน้าพรรค คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รองหัวหน้าพรรค นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ คณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร และอดีตรองหัวหน้าพรรค เป็นต้น ส่วนว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. มีทั้งที่เป็นอดีต ส.ส.และอดีตผู้สมัคร ผู้สมัครหน้าใหม่ อาทิ นายธีระชาติ ปางวิรุฬรักษ์ และนายสราวุธ อ่อนละมัย อดีต ส.ส.ชุมพร นายประมวล พงศ์ถาวราเดช และนายมนตรี ปาน้อยนนท์ อดีต ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ นายอรรถพร พลบุตร นายอภิชาติ สุภาแพ่ง และนายกัมพล สุภาแพ่ง อดีต ส.ส.เพชรบุรี กลุ่มราชบุรี พ.ต.ท.สันทัด เจียมสกุล นายชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ นายชัยโรจน์ เอกอัครอัญธรณ์ นอกจากนี้ ยังมีนายกุลเดช พัวพัฒนกุล อดีต ส.ส.อุทัยธานี และอดีต ส.ส.กทม. อาทิ นายสากล ม่วงศิริ พ.ต.อ.สามารถ ม่วงศิริ รวมกว่า 40 คน

นายกฯเปิดลองใช้รถไฟฟ้าสายสีเขียว

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 6 ธ.ค. ที่โรงจอดและซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าสมุทรปราการ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานพิธีเปิดทดลองให้บริการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ โดยมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ประธานหอการค้าสมุทร-ปราการ ร่วมพิธี โดยนายกฯกล่าวว่า ถือเป็นของขวัญให้ประชาชน ขอบคุณทุกภาคส่วนร่วมผลักดัน การปฏิรูประบบทางรางยังไม่เสร็จ อยากให้ช่วยกันอธิบาย ต้องสร้างการเชื่อมต่อ อาศัยเวลา ทำเป็นจ็อบๆไม่ได้ ต้องมียุทธศาสตร์ แผนแม่บท ทำแล้วมีประโยชน์ย่อมมีผู้เสียประโยชน์บ้าง จะได้หมดหรือเสียทั้งหมดไม่ได้ แต่ส่วนใหญ่ต้องได้ จากนั้นนายกฯได้กดปุ่มเปิดการทดลองใช้รถไฟฟ้าสายสีเขียว เยี่ยมชมห้องควบคุมขบวนรถไฟฟ้า และทดลองใช้บริการจากโรงจอดและซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าสมุทรปราการไปยังสถานีรถไฟฟ้าเคหะสมุทรปราการ

กระเซ้าคนบางปูถามยังมีปูอยู่มั้ย

ต่อมาเมื่อนายกฯเดินทางถึงสถานีรถไฟฟ้าเคหะสมุทรปราการ ได้ทักทายกล่าวกับประชาชน 100 กว่าคนที่มาต้อนรับในพิธีเปิดทดลองให้บริการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ พร้อมสอบถามประชาชนที่มาต้อนรับว่ามาจากพื้นที่ใดบ้าง โดยประชาชนตอบว่ามาจากบางปู นายกฯจึงกระเซ้าว่า “มาจากบางปูแล้ววันนี้ยังมีปูอยู่หรือเปล่า พื้นที่นี้เคยไป”

ไม่ได้แจกทำหนี้ประเทศล้มละลาย

จากนั้นนายกฯกล่าวว่า รัฐบาลพยายามที่จะสร้างงานสร้างรายได้ให้ประชาชนดีขึ้น แต่ไม่ใช่การแจก แต่เพื่อลดภาระแม้จะเป็นเงินไม่กี่ร้อยบาท และไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ ไม่ใช่เพื่อให้มารักตน เพราะถึงให้อย่างไรก็ด่าตนอยู่ทุกวันว่าให้น้อย ต้องการ มากกว่านี้จะเอาเงินที่ไหนให้ ทั้งหมดต้องคำนึงถึงสัดส่วนการใช้งบฯ ต้องดูว่าทำไมสมัยก่อนเราถึงไม่มีเงิน ทำไมถึงมีผู้มีรายได้น้อย ไม่ได้รับเงินช่วยเหลือตรงนี้ เงินไปอยู่ที่ไหนลองคิดดู ยืนยันว่าทั้งหมดไม่เกินสัดส่วนตามที่กฎหมายกำหนดหนี้สาธารณะ 41.7 เปอร์เซ็นต์ แต่กลับมีคนบอกว่ารัฐบาลนี้ทำหนี้สาธารณะประเทศล้มละลาย สำคัญประชาชนต้องปรับตัวด้วย อย่างค้าขายออนไลน์มีคู่แข่งมาก วันหน้าร้านค้าจะมีปัญหา เพราะคนชอบสบายอยู่บ้าน โทรศัพท์สั่งเดี๋ยวก็มาแล้ว แต่ออนไลน์ต้องมีกฎหมายออกมาดูแล ถ้าทุกคนต้องการมีรายได้ แต่ไม่เข้าสู่ระบบภาษีก็ลำบาก รัฐบาลก็ช่วยอะไรไม่ได้ เพราะไม่ถูกกฎหมาย

เปิดทดลองใช้บริการฟรี 4 เดือน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ เป็นโครงการรถไฟฟ้าแบบยกระดับตลอดเส้นทาง ระยะทาง 13 กม. จำนวน 9 สถานี โดยภายหลังนายกรัฐมนตรี ทำพิธีเปิดการทดลองเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการแล้วเสร็จ ประชาชนสามารถทดลองใช้บริการรถไฟฟ้าช่วงดังกล่าวได้ตั้งแต่ 12.00 น.เป็นต้นไป การทดลองเดินรถไฟฟ้าสายนี้ ได้ใช้รถไฟฟ้าขบวนเก่าและรถขบวนใหม่รวม 3 ขบวน โดยช่วงทดลองเดินรถ จะฟรีค่าโดยสารเป็นเวลา 4 เดือน เฉพาะ 9 สถานี เริ่มตั้งแต่วันที่ 6 ธ.ค.61 ถึงวันที่ 15 เม.ย.62 เวลาให้บริการ 06.00-24.00 น. ความถี่การเดินรถช่วงทดลองทุกๆ 10 นาที ประชาชนสามารถรับบัตรโดยสารฟรีได้ที่ตู้จำหน่ายตั๋ว หรือติดต่อรับบัตรที่เจ้าหน้าที่ ส่วนการคิดราคาค่าโดยสาร กทม.มีนโยบายให้เพดานค่าโดยสารตลอดสายสูงสุดไม่เกิน 65 บาท ซึ่งจะต้องได้ข้อสรุปเรื่องราคาก่อนเปิดเดินรถจริงในเดือน เม.ย.62

“ปู” สวนบอกสบายดีอยู่ทุกแห่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ถามประชาชนชาวบางปูว่ามาจากบางปูแล้ววันนี้ยังมีปูอยู่หรือเปล่า ระหว่างการลงพื้นที่เปิดการทดลองรถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงเช้าวันที่ 6 ธ.ค.นั้น ช่วงเย็นวันเดียวกัน เวลา 16.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้โพสเฟซบุ๊กว่า “วันนี้อากาศหนาว จามเป็นพิเศษ เหมือนมีคนถามถึง ปูคนนี้ยังสบายดีและอยู่ทุกแห่งค่ะ”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้