วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
อย.ชงตํารวจดําเนินคดี 50 ดาราโพสต์เมจิกสกิน เหยื่อจี้อัยการกลัวไม่ทัน

อย.ชงตํารวจดําเนินคดี 50 ดาราโพสต์เมจิกสกิน เหยื่อจี้อัยการกลัวไม่ทัน

  • Share:

คดีเมจิกสกินภาค 2 เริ่ม “วิระชัย” รอง ผบ.ตร. เผยเตรียมเรียกดาราหน้าเดิมกว่า 50 คน ที่รับรีวิวสินค้ามาแจ้งข้อหาดำเนินคดีอาญา อ้าง อย.เป็นผู้มีความเห็น ขณะที่ผู้เสียหายกว่า 140 คน บุกอัยการสูงสุด หวั่นคดีหมดอายุความฟ้องไม่ทัน เพราะได้รับข้อมูลจากตำรวจว่า ส่ง 3 สำนวนแรกสั่งฟ้องผู้ต้องหา 6 คนให้อัยการแล้วตั้งแต่เดือน ก.ค. แต่อัยการยังสั่งสอบเพิ่มหลายครั้ง “โกศลวัฒน์” รองโฆษก อสส.ยันรอดูวันที่ 13-14 และ 18 ธ.ค.61 ที่เรียกผู้ต้องหามาฟังคำสั่งคดี รับรองอัยการไม่ได้ทำสำนวนล่าช้า แต่ต้องการให้สำนวนละเอียดรอบคอบที่สุด

กรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) นำโดย พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร.จับมือสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) นำกำลังหลายหน่วยตรวจค้นร้านค้ากว่า 200 แห่งภายในตลาดใหม่ดอนเมือง หลังได้รับการร้องเรียนว่า ขายเครื่องสำอางและอาหารเสริมไม่ได้มาตรฐาน อาจเป็นอันตรายแก่ประชาชน และไม่ได้รับอนุญาตจาก อย. พบเครื่องสำอางและอาหารเสริมไม่ได้มาตรฐานกว่า 3 แสนชิ้น มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท เบื้องต้นนำของกลางทั้งหมดไปตรวจสอบเพื่อแจ้งข้อหาดำเนินคดีผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเรียกดารานักแสดงที่รีวิวสินค้ามาสอบสวนด้วย

ความคืบหน้าจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 6 ธ.ค. พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. เรียกประชุมคณะพนักงานสอบสวนคดีเมจิกสกิน เผยว่า การประชุมวันนี้เพื่อติดตามคดี 3 ประเด็นคือ 1.การติดตามความคืบหน้ากลุ่มบริษัทเมจิกสกินและผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาที่เป็นนิติบุคคล 5 ราย บุคคลธรรมดา 15 คน บางรายอาจผิดหลายข้อหา พนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมดไปยังอัยการแล้ว มีบางประเด็นที่อัยการสั่งให้สอบเพิ่ม การประชุมวันนี้จะสรุปแล้วส่งให้อัยการเพื่อฟ้องศาลต่อไป

“2.การยึดทรัพย์กลุ่มบริษัทเมจิกสกินและผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ขณะนี้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) รับเป็นคดีฟอกเงิน เพราะกลุ่มบริษัทเมจิกสกินและผู้ต้องหาถูกดำเนินคดีข้อหาฉ้อโกงประชาชน เข้ามูลฐานความผิด ขณะนี้พนักงานสอบสวนยึดทรัพย์เงินสดมากกว่า 19 ล้านบาทและรถยนต์หรู 2 คัน มูลค่า 20 ล้าน บาท อยู่ระหว่างตรวจสอบเตรียมอายัดเพิ่มเติม ฝากไปยังผู้เสียหายทั่วประเทศให้นำหลักฐานความเสียหายไปขอเฉลี่ยทรัพย์ที่ ปปง. แสดงตัวภายใน 30 วันนับตั้งแต่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ขณะนี้ยังไม่ได้ประกาศแต่สามารถไปยื่นก่อนได้” รอง ผบ.ตร.กล่าว

พล.ต.อ.วิระชัยกล่าวต่อว่า ส่วนการดำเนินคดีกลุ่มศิลปินดาราที่รีวิวสินค้าให้บริษัทเมจิกสกิน ประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานอาหารและยา (อย.) ฟันธงมีดาราเข้าข่ายการกระทำความผิดอาญาไม่น้อยกว่า 50 คน อย.จะส่งรายชื่อมาให้พนักงานสอบสวนเพื่อออกหมายเรียกมาแจ้งข้อหา คาดว่าสัปดาห์หน้าจะทราบว่าใครทำผิดข้อหาไหน และเรียกมารับทราบข้อหาวันไหนจะแจ้งอีกครั้งเพราะมีหลายคน

ที่สำนักงานอัยการสูงสุด เมื่อเวลา 11.30 น.วันเดียวกัน กลุ่มผู้เสียหายคดีถูกฉ้อโกงจากการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารเสริมไม่ได้คุณภาพเครือบริษัทเมจิกสกินกว่า 140 คน เดินทางมาร้องขอความเป็นธรรมต่อสำนักงานอัยการสูงสุด มีนายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด รับเรื่องเเละพูดคุยทำความเข้าใจ กลุ่มผู้เสียหายร้องเรียนว่า หลังจากพนักงานสอบสวนส่งสำนวนพร้อมความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาเเล้ว พนักงานอัยการมีคำสั่งให้เลื่อนฟังคำสั่งคดีออกไปหลายครั้ง เกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมเเละประวิงคดีจนหมด อายุความ

อีกทั้งพนักงานอัยการมีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนไปสอบสวนเพิ่มเติมในประเด็นที่ผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่ตัวเเทนจำหน่ายมีอาการเเพ้ มองว่าเป็นคนละประเด็นกับเรื่องที่กลุ่มเป็นผู้เสียหายถูกฉ้อโกง ขณะนี้มีความยากลำบากการนำตัวผู้ใช้ผลิตภัณฑ์มาให้พนักงานสอบสวนสอบเพิ่มตามคำสั่งอัยการ เนื่องจากผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ไม่มีใครยอมมา บางคนอยู่ไกลหรืออยู่ต่างประเทศ ได้ทราบจาก พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตาว่า ความจริงสำนวนสอบสวนน่าจะครบถ้วนสมบูรณ์พอฟ้องได้เเล้ว จึงกังวลว่าหากไม่สามารถสอบเพิ่มเติมตามคำสั่งอัยการได้ คดีจะถูกสั่งไม่ฟ้อง เพราะเดือดร้อนจากการถูกโกงเงิน คนละเรื่องกับการเอาผลิตภัณฑ์ไปใช้เเล้วเเพ้ จึงมาร้องขอให้อัยการมีคำสั่งโดยเร็ว

ด้านนายโกศลวัฒน์ ชี้แจงว่า คดีนี้พนักงานอัยการสำนักงานคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร นัดฟังคำสั่งคดีอีกครั้งวันที่ 13, 14 เเละ 18 ธ.ค.นี้ อัยการไม่ได้นิ่งนอนใจ นายเข็มชัย ชุติวงศ์ อัยการสูงสุด สั่งกำชับให้ความสำคัญมาโดยตลอด อัยการพิจารณาสำนวนในรูปเเบบคณะทำงาน ตั้งระดับรองอธิบดีอัยการพิเศษพิจารณาสำนวน เรื่องนี้ไม่ได้ล่าช้า เนื่องจากอัยการรับสำนวนมาช่วงเดือน ก.ค. 3 สำนวนมีผู้เสียหายทั้งหมดประมาณ 300 คน อัยการต้องอ่านคำให้การผู้เสียหายทุกคน ตรงไหนเห็นว่าไม่ครบถ้วนต้องสั่งสอบเพิ่ม รวมถึงเรื่องการขอให้ชดใช้ค่าเสียหาย อัยการพยายามทำให้ดีที่สุดและทราบว่าคดีนี้มีประชาชนได้รับความเสียหายจำนวนมาก

“ส่วนที่ถามว่าทำไมถึงต้องสั่งสอบเพิ่มในส่วนผู้ที่ใช้ผลิตภัณฑ์แล้วแพ้ ซึ่งไม่เกี่ยวกับเรื่องฉ้อโกง เพราะอัยการต้องดูสำนวนให้ครบถ้วนเพื่อให้ได้พยานหลักฐานสมบูรณ์ที่สุด เป็นประโยชน์กับคดีมากที่สุด ถ้าพนักงานสอบสวนให้เราหาแต่เราหาไม่ได้ ก็ไปแจ้งพนักงานสอบสวนตามความจริง การที่อัยการใช้ให้สอบเพิ่มแสดงให้เห็นว่า พนักงานอัยการใส่ใจอ่านสำนวนละเอียด หากหาพยานมาไม่ได้จะตัดพยานได้หรือไม่อยู่ที่คณะทำงานพิจารณา ที่บอกว่ามีตำรวจบอกพยานหลักฐานครบถ้วนแล้ว ต้องเข้าใจว่าต่างคนต่างทำหน้าที่ ตำรวจไม่ได้มีหน้าที่ยื่นฟ้องศาล คนที่ยื่นฟ้องในศาลคืออัยการ” รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดกล่าว

นายโกศลวัฒน์กล่าวต่อว่า ที่ถามย้ำว่าทุกคนที่มาวันนี้เป็นผู้เสียหายคดีฉ้อโกง ทำไมต้องสอบสวนเพิ่มประเด็นเรื่องแพ้ครีมของผู้บริโภค อยากให้ทราบว่า ในสำนวนที่พนักงานสอบสวนทำความเห็นมา เห็นควรให้ฟ้องข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ข้อหาร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าเสียหายแก่ผู้อื่น ประชาชน ข้อหาร่วมกันผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ควบคุมฉลากโดยแสดงฉลากไม่ถูกต้องและชื่อสถานที่ผลิตไม่ตรงตามที่ได้รับอนุญาต และข้อหาร่วมกันจำหน่ายและผลิตอาหารปลอม ฉะนั้นอัยการต้องพิจารณาให้ครบถ้วนตามที่พนักงานสอบสวนเห็นควรสั่งฟ้อง ข้อหาที่ฟ้องมาจะมีเรื่องเกี่ยวข้องในประเด็นที่สั่งสอบเพิ่ม ขอให้ผู้เสียหายใจเย็นๆ รอฟังคำสั่งที่จะนัดผู้ต้องหามาฟังวันที่ 13, 14 และ 18 ธ.ค.61 ที่พนักงานสอบสวนส่งมาแล้ว 3 สำนวน

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้