วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ตรึงแอลพีจี 363 บาทถึงสิ้นปีนี้ เพิ่มเพดานขึ้นอีกหรือไม่แนะรอรัฐบาลชุดใหม่

ตรึงแอลพีจี 363 บาทถึงสิ้นปีนี้ เพิ่มเพดานขึ้นอีกหรือไม่แนะรอรัฐบาลชุดใหม่

  • Share:

รัฐบาลอุดหนุนราคาแอลพีจีเหลือเพียง 0.84 บาทต่อ กก. หลังราคาโลกลดลง กระทรวงพลังงานมั่นใจ วงเงินที่กำหนดไว้ 7,000 ล้านบาท เพื่อดูแลราคาแอลพีจีถัง 15 กก.ไม่เกิน 363 บาทเอาอยู่ได้ถึงสิ้นปีนี้ ล่าสุดใช้เงินไปดูแลติดลบแล้ว 5,092 ล้านบาท แต่ปีหน้า จ้องขยับเพดานราคาเพิ่มขึ้นเกิน 363 บาทต่อ กก. สมาคมผู้ค้าแอลพีจีสนับสนุนให้ดูแลไปจนกว่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่มาพิจารณา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงที่ผ่านมาราคาน้ำมันดิบดูไบที่ปรับลดลงเฉลี่ยมาอยู่ที่ 60-61 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล ได้สะท้อนมายังราคาก๊าซปิโตรเลียมเหลว หรือก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ตลาดโลก ให้สามารถปรับตัวลดลง โดยเคลื่อนไหวเฉลี่ย 450 เหรียญสหรัฐฯต่อตัน จากที่เมื่อเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา ราคาแอลพีจีตลาดโลกราคาพุ่งไปสูงแตะในระดับ 500 เหรียญฯต่อตัน ดังนั้น กระทรวงพลังงานจึงมั่นใจว่ากรอบวงเงินของกองทุนน้ำมัน ที่คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ที่มีนายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมว.พลังงาน เป็นประธาน ได้กำหนดไว้ที่ 7,000 ล้านบาท เพื่อนำมาใช้ดูแลราคาแอลพีจีถังครัวเรือน 15 กิโลกรัม (กก.) ไม่เกิน 363 บาทต่อถัง จะสามารถใช้ดูแลราคาขายปลีกแอลพีจีในระดับดังกล่าว จนถึงสิ้นปีนี้ ตามเป้าหมายที่ กบง.กำหนดไว้อย่างแน่นอน

ทั้งนี้ ราคาแอลพีจีตลาดโลกที่ไต่ระดับลดลงดังกล่าว ส่งผลให้ขณะนี้กองทุนน้ำมัน ซึ่งเงินในส่วนบัญชีแอลพีจีถูกนำไปชดเชยราคาแอลพีจีเหลือเพียง 0.84 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) จากเมื่อวันที่ 1 ต.ค. ที่ผ่านมา ได้ใช้ชดเชยสูงถึง 7.58 บาทต่อ กก. ส่งผลให้สภาพคล่องของกองทุนน้ำมันปรับตัวดีขึ้นเหลือเงินไหลออกเฉลี่ยหลัก 100 ล้านบาทต่อเดือนเท่านั้น และเงินบัญชีแอลพีจี ณ วันที่ 2 ธ.ค.ที่ผ่านมา ติดลบที่ 5,092 ล้านบาท ทำให้ กบง.มั่นใจว่าวงเงินที่กำหนดไว้ 7,000 ล้านบาท จะสามารถดูแลระดับราคาแอลพีจีในประเทศให้สามารถจำหน่ายไม่เกิน 363 บาทต่อถังได้ โดยไม่ต้องขออนุมัติวงเงินเพิ่มเติมจาก กบง.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ณ ปัจจุบันสถานะกองทุนน้ำมัน มีเงินสุทธิอยู่ที่ 26,172 ล้านบาท แบ่งเป็นบัญชีน้ำมัน 31,264 ล้านบาทและบัญชีแอลพีจีติดลบ 5,092 ล้านบาท และหากพิจารณาราคาแอลพีจี ถัง 15 กก.ที่กำหนดไว้ไม่เกิน 363 บาท ราคาแอลพีจีตลาดโลก จะต้องอยู่ในระดับ 400 เหรียญสหรัฐฯต่อตัน หรือเทียบกับน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ย 500 เหรียญฯต่อบาร์เรล ซึ่งในระยะยาวแล้ว ระดับราคาดังกล่าวมีโอกาสที่จะเกิดขึ้นน้อยมาก จึงทำให้ประเมินว่าที่สุดแล้วประเทศไทย ก็จะยังคงต้องชดเชยราคาแอลพีจีเพื่อช่วยเหลือประชาชนต่อไป

ดังนั้น กระทรวงพลังงานจึงได้เตรียมหารือกับ กบง.ถึงความเป็นไปได้ที่อาจจะต้องทบทวน การกำหนดราคาขายปลีกแอลพีจีครัวเรือนไว้ไม่เกิน 363 บาทต่อถัง 15 กก.ให้เพิ่มขึ้นในช่วงต่อไป เพื่อลดการชดเชยลง ส่วนโอกาสที่จะไม่มีการชดเชยราคาแอลพีจี โดยปล่อยให้ขึ้นลงตามราคาตลาดโลก กบง.ก็ประเมินว่าคงไปเป็นได้ยาก เพราะจะต้องหารือกับกระทรวงพาณิชย์ในเรื่องนี้ด้วย หากจะมีการเปลี่ยนแปลงราคาชดเชยดังกล่าว เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ในแต่ละช่วงเวลา เพราะหากจะปล่อยให้สูงกว่าราคาที่ชดเชยขณะนี้ก็อาจกระทบต่อภาวะค่าครองชีพของประชาชน ซึ่งคงจะเป็นเรื่องที่ กบง. ต้องไปพิจารณาดำเนินการในปี 2562

นายชิษณุพงษ์ รุ่งโรจน์งามเจริญ ประธานที่ปรึกษา สมาคมผู้ค้าก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี) กล่าวว่า การที่รัฐบาลดูแลราคาแอลพีจีถังครัวเรือน 15 กก.ไว้ที่ไม่เกิน 363 บาท ถือเป็นนโยบายที่ดีและเหมาะสมกับปัจจุบัน เพราะหากจะมีการเปลี่ยนแปลงการดูแลเรื่องราคาก็ขอให้เป็นเรื่องของรัฐบาลชุดใหม่ เนื่องจากเห็นว่าขณะนี้แม้ว่าเศรษฐกิจจะมีการขยายตัวจากปีที่ผ่านมา แต่ค่าครองชีพของคนระดับฐานรากไม่สู้ดีนัก เพราะราคาสินค้าเกษตรหลายรายการมีราคาตกต่ำ ประกอบกับผู้ใช้แอลพีจีภาคครัวเรือน มีสูงถึง 20 ล้านครัวเรือน และแอลพีจีก็ยังเกี่ยวข้องกับทุกอาชีพ อาทิ ร้านอาหารริมทาง แผงลอยข้างถนน เป็นต้น

“สมาคมฯมองว่าการที่รัฐบาลจะช่วยเหลือแอลพีจีราคาถูก ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่ก็เพียง 45 บาทต่อ 3 เดือนเท่านั้น ถือว่ายังน้อยมาก จึงคิดว่าการคงราคาไม่เกิน 363 บาทต่อถัง 15 กก. จะเข้าถึงผลประโยชน์ของประชาชนได้มากกว่าการช่วยเหลือผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ”

สำหรับสถานการณ์แอลพีจีภาคขนส่งในช่วงที่ระดับราคาน้ำมันลดลง ก่อนหน้านี้ส่งผลให้เจ้าของธุรกิจปั๊มแอลพีจีมีการประกาศขายกิจการทิ้ง และบางส่วนหันไปเปลี่ยนเป็นปั๊มจำหน่ายน้ำมันแทน เนื่องจากรถยนต์รุ่นใหม่ๆแทบไม่มีการใช้แอลพีจีแล้วในขณะนี้ ขณะเดียวกันรถยนต์รุ่นเก่าๆก็หันไปเติมน้ำมันแทน แต่จากราคาน้ำมันที่เริ่มสูงขึ้นและทรงตัวช่วงนี้ การขายปั๊มแอลพีจี และเปลี่ยนไปเป็นปั๊มน้ำมันก็จะเริ่มทรงตัว.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้