วันเสาร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ทลายอู่ใหญ่ ชำแหละรถ จับ 4 ช่างโจร!

ทลายอู่ใหญ่ ชำแหละรถ จับ 4 ช่างโจร!

  • Share:

ฉกสวมซาก-แกะรอย2เดือน

ศปจร.บช.ก.ร่วมกองปราบฯ บุกค้นอู่รถย่านลาดหลุมแก้ว ปทุมธานี ล็อก 4 ผู้ต้องหาขณะชำแหละรถเก๋ง 2 คัน ตรวจพบ เป็นรถที่คนร้ายไปทำทีเช่าแล้วเชิดหนี เผยทำเป็นขบวนการ คนร้ายกลุ่มแรกจะไปเช่ารถยนต์จากผู้เสียหาย จากนั้นจะนำไปขายให้อู่ซ่อมรถยนต์ เป็นกลุ่มที่ 2 เพื่อดัดแปลงหรือสวมซากรถยนต์ที่ประสบอุบัติเหตุ จากนั้นจะนำไปขายต่อเต็นท์รถยนต์มือสองหรือกลุ่มลูกค้าที่สนใจ

ทลายอู่ชำแหละรถขโมยมาสวมซากขายครั้งนี้เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 5 ธ.ค. ที่กองปราบปราม พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.3 บก.ป. พ.ต.ท.อนุชา ธนะอุดม พ.ต.ท.อรรถพล พานประทีป พ.ต.ท.สิงห์ชัย ฐานไชยสิทธิ์ รอง ผกก.3 บก.ป. พ.ต.ท.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ สว.กก.3 บก.ป ร.ต.อ.หญิงกัญจิรา นรสาร รอง สว.กก.3 บก.ป. สนธิกำลังกับศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ศปจร.ก.) นำหมายค้นศาลอาญา ลงวันที่ 3 ธ.ค.61 เข้าตรวจค้นอู่รถยนต์เลขที่ 3022 ต.บางหลวง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี หลังสืบทราบเป็นสถานที่ตัดต่อสวมซากรถยนต์ รวมทั้งอาจมีความเกี่ยวโยงกับขบวนการโจรกรรมรถยนต์รายใหญ่

อู่รถดังกล่าวเป็นอู่รถยนต์ขนาดใหญ่ มีรั้วรอบขอบชิด จากการตรวจค้นพบชาย 4 คน ทราบชื่อภายหลังคือ นายรุ่ง เศร้าภาษา อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 355/58 หมู่ 2 ตำบลและอำเภอบางบัวทอง จ.นนทบุรี เจ้าของอู่รถยนต์ นายอดิพงษ์ เศร้าภาษา อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 47/4 แขวงบวรนิเวศ เขต พระนคร ช่างสี นายสุวิทย์ ภูธนะวีระชาติ อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 78/1 หมู่ 2 ต.บางตาหงาย อ.บรรพต จ.นครสวรรค์ ช่างสี และนายยุติธร ประสมจินดา อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 14/2494 หมู่ 1 ตำบลและอำเภอบางบัวทอง จ.นนทบุรี ช่างเคาะ ตัดเชื่อม กำลังรุมชำแหละรถ 2 คัน ตรวจสอบพบเป็นยี่ห้อฮอนด้าแจ๊ซ สีขาว ทะเบียน กล 5206 พิษณุโลก มีร่องรอยตัดหมายเลขตัวถังรถยนต์ออกไป ส่วนอีกคัน ยี่ห้อมาสด้า 2 สีขาว ทะเบียน กจ 6690 หนองคาย พบรอยตัดหมายเลขตัวถังรถออกที่บริเวณที่นั่งคนขับ เจ้าหน้าที่ได้คุมตัวทั้ง 4 คนไปสอบสวนขยายผล และตรวจยึดซากรถยนต์ 2 คัน พร้อมทะเบียน และเครื่องยนต์นำส่งกองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบ

พ.ต.อ.บุญลือกล่าวถึงการเข้าตรวจค้นอู่รถยนต์แห่งนี้ว่า เมื่อวันที่ 21 ก.ย.ที่ผ่านมา มีกลุ่มคนร้ายติดต่อเช่ารถเก๋ง รุ่นแจ๊ซ สีส้ม ทะเบียน 8 กข 3580 กรุงเทพมหานคร ของ น.ส.วาสนา พวงสุวรรณ อายุ 38 ปี ผู้เสียหาย จากย่านถนนพระราม 3 แขวงและเขตบางคอแหลมแล้วขาดการติดต่อ ต่อมาผู้เสียหายไปพบรถคันดังกล่าวจอดอยู่ที่เต็นท์รถยนต์แห่งหนึ่ง ย่านถนนทางหลวงชนบท สมุทรสาคร ต.สวนหลวง อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร จึงแจ้งเจ้าหน้าที่กองปราบปรามเข้าไปตรวจสอบ พบว่า รถคันดังกล่าวถูกสวมทะเบียนรถ เป็นทะเบียน กค 5797 กรุงเทพมหานคร และยังพบอีกว่าเอกสารรถไม่ตรงกับทะเบียนรถที่ระบุ เมื่อประสานเจ้าของทะเบียนรถตัวจริงทราบว่า รถยนต์ ทะเบียน กค 5797 กรุงเทพมหานคร นั้นประสบอุบัติเหตุขายทิ้งจากนั้นได้ขยายผลต่อจนทราบว่า รถคันดังกล่าวเชื่อมโยงกับอู่รถยนต์แห่งนี้ จึงได้ขออำนาจศาลออกหมายค้นเพื่อหาพยานหลักฐานและผู้ที่เกี่ยวข้อง

มีรายงานด้วยว่า ตำรวจกองปราบปราม และศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ใช้เวลาแกะรอยขบวนการดังกล่าวกว่า 2 เดือน โดยแนวทางการสืบสวนพบว่า มีการกระทำลักษณะเป็นขบวนการ แบ่งงานกันทำ คนร้ายกลุ่มแรกจะออกอุบายหลอกเหยื่อขอเช่ารถยนต์ จากนั้นจะนำไปขายให้กับกลุ่มที่สองคือ อู่ซ่อมรถยนต์ โดยกลุ่มนี้จะนำรถยนต์ที่ได้จากการโจรกรรมไปสวมกับซากรถยนต์ที่ประสบอุบัติเหตุ แต่ละเดือนสามารถดัดแปลงได้มากกว่า 20 คัน จากนั้นจะนำไปขายต่อให้กับกลุ่มที่ 3 เป็นเต็นท์รถยนต์มือสองหรือประชาชนที่สนใจ หรือกลุ่มลูกค้าที่สมัครใจซื้อรถยนต์ที่ผ่านการสวมซาก เนื่องจากมีราคาต่ำกว่าท้องตลาด

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้