วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
‘มาร์ค’ ฟันธงแล้ว ไม่จับมือพลังประชารัฐ หนุนตู่นายกฯ

‘มาร์ค’ ฟันธงแล้ว ไม่จับมือพลังประชารัฐ หนุนตู่นายกฯ

  • Share:

ปชป.-พท.ไม่ไปฟังกกต. ส่วนปปช.ถอยแจงบัญชี สมศักดิ์ยังอัดทักษิณต่อ

“อภิสิทธิ์” กร้าวประกาศ ปชป.ไม่จับมือ พรรคพลังประชารัฐ หนุน “บิ๊กตู่” นั่งนายกฯต่อ ตอกวิธีบริหารเศรษฐกิจ โยกย้ายดูดนักการเมือง รวมศูนย์อำนาจ เดินคนละแนวไม่สอดคล้อง ย้ำไม่ร่วมหารือ คสช.เชิญไป แค่รับฟัง ไม่ใช่ร่วมกำหนดแนวทางเลือกตั้ง “นิพิฏฐ์” ลั่นพรรคมีอิสระคนนอกบ้านบีบไม่ได้ “เจ๊หน่อย” เมินสังฆกรรม ต้านผู้มีอำนาจครอบงำ กกต. “ชูศักดิ์” สับ หน.คสช.ชื่อโผล่แคนดิเดตนายกฯ พรรคชื่อเดียวกับนโยบายรัฐบาล ผลประโยชน์ทับซ้อนขัดจริยธรรม “สงคราม” ฉะนายกฯมาเป็นผู้เล่นหมดความชอบธรรมเป็นกรรมการ ยก “หิริโอตัปปะ” บี้ลาออกจากการทำหน้าที่พร้อม 4 รมต. พปชร.จัด 3 แกนนำเช็กอินเวทีปลดล็อก “สมศักดิ์” โอ่ รธน.ปูพรมส่ง “ประยุทธ์” ขึ้นแท่น ซัดนโยบาย “ทักษิณ” ก่อหนี้สะสมชาวบ้านบักโกรก ป.ป.ช.ถอยแก้ประกาศยกเว้นบางตำแหน่งไม่ต้องยื่นทรัพย์สิน

กรณีมีกระแสข่าวว่ามีบิ๊กทหารต่อสายตรงประสานให้พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จับมือกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จัดตั้งรัฐบาลและสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นนายกฯอีกสมัย ล่าสุดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันจะไม่ร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ เพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ รวมทั้งจะไม่เข้าร่วมการประชุมกับ คสช. และ กกต.เพื่อหารือการปลดล็อกทางการเมือง เช่นเดียวกับพรรคเพื่อไทยและแนวร่วมฝ่ายประชาธิปไตย

“มาร์ค” ลงปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1 นำทัพ

เมื่อเวลา 09.49 น. วันที่ 5 ธ.ค. ที่ศูนย์ประสานงานสาขาพรรคประชาธิปัตย์ เขตห้วยขวาง กทม. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินทางไปเปิดศูนย์ประสานงานสาขาพรรคประชาธิปัตย์เขตห้วยขวางว่า ที่ผ่านมากฎหมายใหม่เข้ามา ทำให้พรรคต้องปรับตัว การบริหารจัดการภายในพรรค การตั้งสาขาพรรค เพื่อต้องการให้ระบบสมาชิกพรรคมีประสิทธิภาพเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ตั้งสาขาพรรคต้องมีสมาชิกไม่น้อยกว่า 500 คน เวลาส่งผู้สมัคร ส.ส.ต้องรับฟังเสียงสมาชิก ให้ฟังผ่านตัวแทนสาขาพรรค กำลังเลือกตัวแทนพรรคประจำจังหวัด คาดว่าอีก 3-4 วันจะชัดเจน เพื่อนำไปสู่การสรรหาผู้ลงสมัคร ส.ส.ต่อไป แต่ยังไม่ถึงเวลาหาเสียง เชื่อว่าสัปดาห์หน้าจะปลดล็อกให้ทำกิจกรรมทางการเมืองได้ ช่วงที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้หยุดงาน แต่ยังทำงานในพื้นที่รับฟังความเห็นประชาชนมาตลอด อย่างไรก็ตามยืนยันลงสมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ เพื่อช่วยสมาชิกพรรครณรงค์หาเสียงเลือกตั้งทั่วประเทศ กฎหมายกำหนดว่าหัวหน้าพรรคลงบัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 ได้

ลั่น ปชป.ไม่จับมือ พปชร.หนุน “บิ๊กตู่”

นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า ส่วนการประชุมแม่น้ำ 5 สายกับพรรคการเมืองวันที่ 7 ธ.ค. พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันไม่เข้าร่วมประชุม ไม่เห็นประโยชน์ที่จะเข้าร่วม หากเป็นไปตามที่หนังสือเชิญของ คสช. ระบุว่าเป็นเพียงการรับฟังการชี้แจงแนวทางการจัดการเลือกตั้ง ไม่ใช่การร่วมหารือเพื่อกำหนดแนวทางการเลือกตั้ง ทำให้ไม่แน่ใจว่าจะได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นหรือไม่ ขอย้ำว่าพรรคประชาธิปัตย์จะไม่ร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ เพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. เป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัย เพราะไม่ใช่เวลาที่จะมาคุยเรื่องขั้วอำนาจสนับสนุนใคร ต้องให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน อีกทั้งแนวทางของพรรคพลังประชารัฐ การบริหารงานด้านเศรษฐกิจ การโยกย้ายฝ่ายการเมือง การรวมศูนย์อำนาจ เหล่านี้ที่แสดงออกมา ไม่สอดคล้องกับพรรคประชาธิปัตย์

กร้าวคนนอกพรรคมาบีบไม่ได้

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีเกิดกระแสข่าวบิ๊กทหารต่อสายตรง ประสานให้พรรคประชาธิปัตย์จับมือกับพรรคพลังประชารัฐจัดตั้งรัฐบาลว่า วันนี้พรรคการเมืองต้องพูดว่ามีนโยบายแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ปากท้องชาวบ้านได้อย่างไร ถ้าปลดล็อกให้หาเสียงได้แล้วได้เตรียมเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดียเรื่องแนวทางแก้ไขราคาสินค้าเกษตรทั้งยางพารา ปาล์ม การประมงและการท่องเที่ยว เน้นหนักที่ภาคใต้ที่พรรคมอบหมาย ดังนั้นวันนี้จะไปคิดหรือพูดเรื่องว่าใครจะไปจับมือกับใครคงไม่ใช่เวลา เพราะถ้าคิดอย่างนั้นคือการคิดเพื่ออำนาจตัวเองเท่านั้น จึงไม่อยากไปพูดขณะนี้ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าเมื่อถึงเวลาแล้วไม่มีใครบีบใครได้ ทุกพรรคมีอิสระ โดยเฉพาะประชาธิปัตย์เป็นตัวของตัวเอง คนอื่นที่ไม่ได้อยู่ในพรรค ไม่สามารถมาบีบเราได้หรอก

“แม่เลี้ยงติ๊ก” โอ่เป็นค่ายหลัก

นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นาทีนี้ยังเร็วไปที่จะพูดว่าใครจะจับมือกัน แต่ในสนามเลือกตั้งเชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์จะได้รับโอกาสจากชาวบ้าน เราผ่านร้อนผ่านหนาวมามากถูกตีถูกดูดอย่างไรก็ไม่แตกกัน เมื่อผ่านการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคเสร็จแล้ว เราร่วมกันสู้เหมือนอย่างที่หัวหน้าพรรคว่าไว้เราเป็นพรรคการเมืองหลักที่เข้ากับทุกฝ่ายได้ เพียงแต่พรรคนั้นๆต้องมีอุดมการณ์ประชาธิปไตย ทำนโยบายเพื่อประชาชนอยู่ดีกินดีได้ บนพื้นฐานที่ไม่ทำให้เสียวินัยการเงินการคลังของประเทศ ห้ามมีการทุจริตเด็ดขาด แต่ส่วนตัวคิดว่าถ้าแนวทางตรงกับพรรคไม่มีปัญหาที่จะร่วมไปในทิศทางเดียวกันได้ ถ้าไม่ตรงก็เป็นเรื่องยาก

“เจ๊หน่อย” ต้าน คสช.ครอบงำ กกต.

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่บ้านเด็กตาบอดผู้พิการซ้ำซ้อน รามอินทรา คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย พร้อมนางลัดดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรค นายอนุสรณ์ ปั้นทอง ทีมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.และกลุ่มคนรุ่นใหม่ ร่วมกิจกรรมสาธารณประโยชน์ บำเพ็ญสาธารณสุข เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายแด่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 จากนั้นคุณหญิงสุดารัตน์กล่าวถึงการประชุมร่วมระหว่าง กกต.และ คสช.กับพรรค การเมืองในวันที่ 7 ธ.ค. ว่า การจัดการเลือกตั้งเป็นหน้าที่ของ กกต. เมื่อเรียกประชุมทุกครั้งเราก็ไป แต่ไม่คิดว่ารัฐบาลและหัวหน้า คสช.ซึ่งจะเป็นแคนดิเดตนายกฯ รวมถึงตั้งพรรคขึ้นมา แล้วจะมาจัดการการเลือกตั้งอีก รวมถึงการใช้มาตรา 44 อะไรที่ไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ ไปแล้วจะเกิดประโยชน์อะไร ที่ พล.อ.ประยุทธ์ระบุว่าพรรคที่ไม่เข้าร่วมการหารือ เป็นพวกไม่อยากเลือกตั้งนั้น ยืนยันว่าทำตามกติกากฎเกณฑ์ มั่นใจว่าการเลือกตั้งจะบริสุทธิ์ยุติธรรมต่อเมื่อปล่อยให้ กกต.ทำงานได้อย่างอิสระอย่างแท้จริง เราไม่สนับสนุนการครอบงำ กกต.จากอำนาจมาตรา 44 ของ คสช.หรือรัฐบาล รวมทั้ง การครอบงำฝ่ายรัฐบาลในกรมกองของกระทรวงต่างๆ ด้วยอำนาจรัฐบาลและพรรคการเมืองในนามรัฐบาล

“บิ๊กตู่” ไขก๊อกหรือไม่อยู่ที่จิตสำนึก

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวอีกว่า กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.จะเข้าไปเป็น 1 ในรายชื่อนายกฯของพรรคพลังประชารัฐ ควรลาออกจากตำแหน่งก่อนหรือไม่ว่ายากที่จะพูดเป็นจิตสำนึกของแต่ละคน ไปตอบแทนไม่ได้ต้องดูว่าเหมาะสมหรือไม่ ที่ผ่านมาโครงการที่ทุ่มงบประมาณของรัฐเป็นชื่อเดียวกับพรรคการเมือง ขณะเดียวกันยังถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯพรรคดังกล่าวด้วย ที่ พล.อ.ประยุทธ์ระบุสนใจร่วมกับพรรคที่มียุทธศาสตร์เหมือนกันนั้น ทีมงานยังเป็นชื่อเดียวกัน คงสอดคล้องทุกประการ ทั้งรัฐมนตรีที่ทำโครงการประชารัฐ ไปเป็นผู้บริหารพรรคการเมือง งบประมาณแผ่นดินภาษีอากรที่ลงไปในโครงการยังชื่อเดียวกับพรรคเลย ประชาชนต้องพิจารณาเอา พรรคพลังประชารัฐประกาศสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ทำได้ แต่ถ้าพรรคเพื่อไทยประกาศอาจผิดกฎหมาย รัฐธรรมนูญไม่ได้ร่างมาเพื่อเรา หลังปลดล็อกกิจกรรมทุกอย่าง รวมถึงเรื่องของตนจะชัดเจน

ปัดศึกฟาดปากแย่งลง ส.ส.ขอนแก่น

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวถึงกระแสข่าวกรณีที่นายนวัธ เตาะเจริญสุข อดีต ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ทำร้ายร่างกายนายธนิก มาสีพิทักษ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เพราะแย่งกันลงสมัคร ส.ส.เขตว่าไม่ถึงขั้นใช้กำลัง แต่เป็นความน้อยใจหัวหน้าพรรคจะให้ความเป็นธรรมกับทุกคน เพราะ กกต.เพิ่งประกาศแบ่งเขต โดยทำให้ ส.ส. ของพรรคที่เคยมีถูกแบ่งกระจายออกไป ขณะนี้ยังมีความซ้ำซ้อนในเขตการเลือกตั้งประมาณ 10 กว่าเขต พยายามจะดำเนินการให้เรียบร้อยโดยการใช้โพลสำรวจความนิยมต่างๆ ข่าวที่ออกไปมีการใช้คำที่เกินเลยออกไป เชื่อว่าท้ายที่สุดสปิริตของคนพรรคเพื่อไทยจะเข้าใจกัน

ขึ้นเสียงนิดนึงไม่ถึงขั้นลงไม้ลงมือ

นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีอดีต ส.ส.ใช้กำลังกันเป็นข่าวที่เกินเลยความเป็นจริง ตนอยู่ในเหตุการณ์ไม่ถึงขั้นลงไม้ลงมือ เพียงแต่มีปากเสียงกันนิดหน่อยเป็นการตะโกนถามกันเท่านั้น วันดังกล่าวตนยืนคุยกับนายนวัธที่มาสอบถามความชัดเจนผู้สมัคร ส.ส.เขต 7 ขอนแก่นที่นายนวัธเป็น ส.ส.เก่า แล้วนายธนิกเดินผ่านมา นายนวัธเลยตะโกนถามมายุ่งอะไรในเขต 7 ตามภาษาผู้ชายจะเสียงดังหน่อย เลยบอกให้ใจเย็น คณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคกำลังให้สมาชิกส่งประวัติแจ้งความประสงค์เข้ามา จะเริ่มพิจารณาหลังวันที่ 15 ธ.ค. ที่คาดว่าจะปลดล็อกการเมืองแล้ว จากนั้นให้นายนวัธนั่งลงร่วมโต๊ะรับประทานอาหารกับสมาชิกคนอื่น ขณะที่นายธนิกเดินออกไป

“หัวเขียง” ยันไม่ก่อปัญหาขัดแย้ง

นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ หรือฉายา “หัวเขียง” คณะกรรมการสรรหาผู้สมัครพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่ฟังจากเขาเล่ามาเหมือนใช้เท้าแหย่กันเตะก้น ไม่ถึงขั้นลงไม้ลงมือกันรุนแรง นายธนิกไม่ได้เจ็บอะไรมากมาย แม้จะแจ้งความกันได้แต่ตนได้พูดคุยกับนายธนิกแล้วว่า ขอให้ทุกอย่างจบกันไป นายธนิกก็ไม่ถือเป็นคนหน้าใหม่ที่ไหน เป็นอดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่คนพื้นที่และตอนนี้ยังมีบ้านพักใน อ.มัญจาคีรี เป็นอำเภอในเขตเลือกตั้ง และการสรรหาว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ยังไม่มีการวางตัวบุคคล เนื่องจากคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครของพรรคจะพิจารณาอย่างรอบด้าน เรื่องนี้จะไม่กลายเป็นปัญหาความขัดแย้งของสมาชิกพรรค

อัดประโยชน์ทับซ้อนขัดจริยธรรม

นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีรองนายกฯและอดีตประธาน กกต.ระบุว่า รัฐบาลนี้ไม่ใช่รัฐบาลรักษาการ ทำอะไรได้ทุกอย่างและ รมต.4 คน ไม่จำเป็นต้องลาออกไม่มีกฎหมายห้าม คงไม่ต้องไปถกเถียงอะไรเพราะเขียนรัฐธรรมนูญไว้อธิบายได้เช่นนั้นจริงๆให้ คสช.ยังอยู่ใช้อำนาจได้เต็มที่ไปจนถึงมี ครม.ชุดใหม่ ระหว่างเลือกตั้งมีอำนาจเต็ม มาตรา 44 ยังอยู่ เรื่องผลประโยชน์ขัดกัน คนร่างรัฐธรรมนูญคงไม่ได้คิดว่ารัฐมนตรีในรัฐบาล คสช.จะหาญกล้าถึงขนาดมาตั้งพรรคการเมืองขณะเป็นรัฐมนตรีร่วมรัฐบาล คสช. การตั้งพรรคโดยใช้ชื่อพรรคกันตรงๆ เหมือนนโยบายรัฐบาล การเดินสายไปทำอะไรต่างๆ แม้จะแอบหลบๆแบบนอกเวลาราชการ วันหยุด การเสนอว่าที่นายกฯ โดยมีหัวหน้าคสช.เป็นแคนดิเดตนายกฯ ล้วนแสดงให้เห็นว่าเป็นเรื่องประโยชน์ทับซ้อน หนีไม่พ้นเกี่ยวพันถึงการใช้อำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรี รัฐธรรมนูญฉบับนี้ผู้ร่างบอกเป็นฉบับปราบโกง นำประมวลมาตรฐานทาง จริยธรรมมาใช้ การทำผิดจริยธรรมร้ายแรง เป็นเหตุถอดถอนออกจากตำแหน่ง หากใช้รถประจำตำแหน่ง มีรถนำขบวน ไปเปิดงานของพรรค มีคำถามง่ายๆว่าขัดจริยธรรมหรือไม่เพียงใด

“สงคราม” ฉะ คสช.ไร้ความชอบธรรม

นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ กล่าวถึงเหตุผลที่พรรคเพื่อชาติไม่เข้าร่วมหารือกับ คสช.และ กกต.วันที่ 7 ธ.ค.ว่า ไม่ใช่ว่าเราไม่ให้ความร่วมมือ แต่หน้าที่จัดการเลือกตั้งเป็นของ กกต. แล้ว คสช.จะมาจัดหารือในฐานะอะไร ก่อนหน้านี้ คสช.เคยออกคำสั่งเกี่ยวกับการแบ่งเขตเลือกตั้ง ชัดเจนว่ามีอำนาจเหนือ กกต. ดังนั้น การที่ คสช.จะเรียกพรรคการเมืองหารือจึงเป็นเพียงการไปนั่งฟังสิ่งที่เขาคิดและเตรียมการไว้แล้ว ที่ผ่านมาไม่ว่าพรรคการเมืองจะเสนอความคิดเห็นอะไรไม่เห็น คสช.นำไปทำตาม ทุกอย่างมีธงไว้ทั้งหมด พรรคการเมืองที่เข้าร่วมจึงเป็นเพียงแค่ตัวประกอบที่ไปสร้างความชอบธรรมให้ คสช. ทุกอย่างที่คสช.ทำชัดเจนว่าต้องการสืบทอดอำนาจ เพราะพรรคพลังประชารัฐที่มีรัฐมนตรีในรัฐบาลเข้าร่วมประกาศแล้วว่าจะเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์เป็นแคนดิเดตนายกฯอันดับหนึ่งของพรรค เมื่อเตรียมตัวจะเป็นผู้เล่น ไม่ควรทำหน้าที่กรรมการต่อ ความชอบธรรมที่จะมาสั่งการพรรคการเมืองของ คสช.หมดไปแล้ว

ยก “หิริโอตตัปปะ” บี้ผู้นำ-4 รมต.ไขก๊อก

นายสงครามกล่าวว่า วันนี้ คสช.มีอำนาจทุกอย่างเราคงไปขวางอะไรไม่ได้ ทำได้เพียงแต่ชี้แจงเหตุผลให้ประชาชนรับฟัง แต่เมื่อยังไม่ปลดล็อกไปทำอะไรมากไม่ได้ แต่จากการรับฟังประชาชนระหว่างการหาสมาชิกพรรค เขาเข้าใจเกี่ยวกับกลไกการสืบทอดอำนาจของ คสช. มีคนบอกกับตนว่าเขารู้ว่าเลือกแบบไหนจะรวยวันเดียว แบบไหนจะไม่อดอยากปากแห้งไปอีก 4 ปี ดังนั้น เมื่อมีพรรค การเมืองเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นแคนดิเดตนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ควรลาออกจากการทำหน้าที่ รวมถึงรัฐมนตรีทั้ง 4 คน ก็ควรลาออกจากตำแหน่งเช่นกัน เพราะถือเป็นการเอาเปรียบกันมากเกินไป จะลงสนามควรประกาศตัวให้ชัดไม่ใช่หลบๆซ่อนๆ ชาวพุทธมีคำว่า “หิริโอตตัปปะ” หรือความละอายต่อบาป ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์เคยบอกว่า รัฐบาลไม่มีเงินมาแจกชาวบ้าน แต่วันนี้ทำไมรัฐบาลออกนโยบายลด แลก แจก แถมช่วงปีใหม่ เป็นเหมือนการซื้อเสียงล่วงหน้า สิ่งที่เคยพูดไว้เหมือนลืมไปหมด แล้วที่เคยชี้หน้าด่านักการเมืองว่าเลวอย่างนั้นอย่างนี้อย่าไปเลือก ที่พรรคพลังประชารัฐไปดูดมาถือเป็นคนดีใช่หรือไม่

พปชร.ส่ง 3 บิ๊กหารือปลดล็อก

นายสุรพร ดนัยตั้งตระกูล กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีที่มี พรรคการเมืองประกาศไม่เข้าร่วมการประชุมกับ คสช.และ กกต.วันที่ 7 ธ.ค.ว่าพรรคพลังประชารัฐเข้าร่วมการหารือแน่นอน มีนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค และนายวิเชียร เชาวลิต นายทะเบียนสมาชิกพรรค เป็นตัวแทนพรรค เราจะไม่สร้างเงื่อนไขเพื่อต่อรองใดๆทั้งสิ้น ส่วนกระแสวิพากษ์วิจารณ์กรณีที่พรรคจะเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯเป็นการสืบทอดอำนาจนั้น เมื่อรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ บริหารประเทศ ได้ดี มีนโยบายประชารัฐทำให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น การที่แกนนำพรรคจะยอมรับในตัว พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ใช่เรื่องผิดปกติทางการเมือง จะตีความว่าสืบทอดอำนาจไม่ได้ เพราะผู้ที่จะตัดสินให้พรรคไหนชนะการเลือกตั้ง เข้ามาบริหารประเทศอยู่ที่คนไทยทุกคนที่มีสิทธิลงคะแนน

“สมศักดิ์” ซัดนโยบาย “ทักษิณ” ก่อหนี้สะสม

ช่วงบ่าย ที่ จ.พิษณุโลก นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการรณรงค์การหาเสียงเลือกตั้งพรรคพลังประชารัฐ เดินทางไปเปิดศูนย์ประสานงานพรรคฯ โดยนายสมศักดิ์กล่าวว่า วันนี้มาในนามคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง พรรคพลังประชารัฐ เพราะ คสช.ยังไม่เปิดให้หาเสียง หาได้แค่สมาชิก จึงอยากมาเชิญชวนให้พี่น้องไปร่วมเป็นสมาชิกพรรค เพื่อก้าวข้ามความขัดแย้งอย่างเช่นที่ผ่านมา พรรคพลังประชารัฐตั้งใจทำให้พี่น้องอยู่ดีกินดี ทำคุณภาพ ชีวิตของคนไทยให้ดีขึ้น ที่ผ่านมานโยบายของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ส่วนใหญ่จะให้กู้จนเวลานี้ชาวบ้านเริ่มเป็นหนี้สะสมในกองทุนหมู่บ้าน จนอยากให้รัฐผ่อนผันด้วยการพักชำระหนี้ แต่พรรคพลังประชารัฐมีแนวคิดสร้างอาชีพเสริม เพื่อประชาชนจะได้มีเงินไปใช้หนี้ เรื่องนี้พรรคพลังประชารัฐกำลังรวบรวมความเห็นของพี่น้องประชาชนไปทำนโยบาย เราแตกต่างและต้องทำให้สำเร็จ

รธน.ปูพรมส่ง “ประยุทธ์” ขึ้นแท่น

“จากประสบการณ์ทางการเมืองเวลานี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. มีโอกาสง่ายกว่าคนอื่นที่จะเป็นนายกฯอีกสมัย เพราะ คสช.มีอำนาจในการแต่งตั้ง ส.ว.ตามรัฐธรรมนูญที่กำหนดในบทเฉพาะกาลและ ส.ว.เป็นผู้มีสิทธิลงคะแนนเลือกนายกฯร่วมกับ ส.ส.” นายสมศักดิ์กล่าว

“เทวัญ-ฐิติวัจน์” ช่วยสร้างบรรยากาศ

นายดล เหตระกูล เลขาธิการพรรคชาติพัฒนา กล่าวถึงกรณีที่ กกต.เชิญพรรคการเมืองร่วมประชุมหารือกับแม่น้ำ 5 สายวันที่ 7 ธ.ค.ว่าพรรคชาติพัฒนายินดีส่งนายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคและ พล.อ.ฐิติวัจน์ กำลังเอก รองหัวหน้าพรรค เข้าร่วมการประชุม ถือเป็นการเสริมสร้างบรรยากาศความ ร่วมมือเข้าสู่การเลือกตั้งที่จะมาถึง และจะได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ข้อเสนอแนะจากฝ่ายต่างๆ เป็นประโยชน์ต่อการเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญต่อประเทศมาก ถ้าร่วมมือกันทุกฝ่ายช่วยกันทำให้กระบวนการที่เกี่ยวข้องในทุกส่วนของการเลือกตั้งเป็นไปได้ด้วยความเรียบร้อยสุจริต ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ จะเป็นโอกาสอันดีของประเทศไทยที่ได้รับด้านความเชื่อมั่นและการยอม รับจากนานาชาติ และนักลงทุน เป็นผลดีต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม โดยเฉพาะการส่งออก การลงทุน การท่องเที่ยว นำประเทศสู่ประชาธิปไตยและภาวะปกติอีกครั้ง

“เทือก” ดอดกราบอดีตพุทธะอิสระ

เมื่อเวลา 07.30 น. ที่บริเวณโรงเจหอคุณธรรมฟ้า วัดอ้อน้อย (ธรรมอิสระ) จ.นครปฐม นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานคณะทำงานรณรงค์เชิญชวนประชาชนสมัครสมาชิกพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) พาแกนนำพรรค และว่าที่ผู้สมัครพรรค รปช.จ.นครปฐม เดินทางไปกราบนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ อดีตพระพุทธะอิสระและอดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย และร่วมพิธีอัญเชิญองค์พระมหาพุทธพิมพ์ “ปกเกล้าปกแผ่นดิน” ขึ้นประดิษฐานบุษบกโลหะ อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แจ้งไว้ว่าจะมาร่วมงานด้วย แต่ท้ายที่สุดนายจตุพรเพิ่งจะแจ้งทางวัดเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. ว่าไม่สามารถมาได้

แต่งตัวรอแค่เทียบเชิญหารือ

นายสุเทพให้สัมภาษณ์ว่า ตนเป็นลูกศิษย์หลวงปู่พุทธอิสระในชีวิตได้ร่วมทำงานเพื่อชาติเพื่อแผ่นดินกับหลวงปู่ บังเอิญว่าเวลานี้ไปไหนก็ไปคารวะแผ่นดิน คารวะประชาชนเลยถือโอกาสมาคารวะประชาชนที่วัดอ้อน้อย ส่วนการไปร่วมคุยกับ คสช. วันที่ 7 ธ.ค. ยังไม่ทราบว่าหนังสือเชิญมาถึงหรือยัง หากได้รับหนังสือเชิญจะไป เราจะร่วมมือกับทางรัฐบาลและ คสช.เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย กรณีที่ตนพูดเรื่องปากท้องประชาชนเป็นการรายงานข้อเท็จจริง อย่าไปตีความกันผิด ไม่ได้มีเจตนาจะเรียกร้องหรือไปตำหนิ คสช.

กกต.เพิ่มแอ็กเคานต์อัปเดตสมาชิก

นายนิกร จำนง ผอ.พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกรณีพรรคการเมืองประสบปัญหาจัดทำ ทะเบียนสมาชิกช่วงการเลือกตั้ง เพราะจำนวนแอ็กเคานต์ของพรรคการเมืองไม่เพียงพอว่า ขอขอบคุณหลังจากเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. ได้โทรศัพท์หารือกับผู้รับผิดชอบ กกต.เห็นด้วยจึงออกหนังสือไปยังทุกพรรคเพื่อแก้ปัญหาคอขวด พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการกกต. ฐานะนายทะเบียนพรรคการเมืองได้ลงนามในหนังสือด่วนที่สุดส่งถึงหัวหน้าพรรคการเมือง สรุปว่า เพื่ออำนวยความสะดวกและสนับสนุนการเข้าใช้งานระบบ ตรวจสอบการเป็นสมาชิกพรรค การเมืองและเป็นไปตามระเบียบของ กกต.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 ข้อ 25 จึงขอให้พรรคที่ได้รับรหัสแล้ว ให้นำเข้าข้อมูลสมาชิกเป็นปัจจุบัน ส่วนพรรคที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนผู้เข้าใช้งาน ให้ติดต่อรับรหัสเพื่อดำเนินการข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน หากจำเป็นต้องขอเพิ่มรหัสผู้ใช้งาน จะพิจารณาตามหลักเกณฑ์และวิธีการและเงื่อนไขจะตรวจสอบจากการใช้งานจริงว่ามีเหตุสมควรหรือไม่ อย่างไรก็ตามการเข้าใช้งานในระบบพร้อมกันหลายรหัสอาจทำให้ประสิทธิภาพของระบบล่าช้าลงได้ จึงขอสงวนสิทธิกำหนดช่วงเวลาหรือปรับลดรหัสผู้ใช้งาน โดยจะแจ้งให้พรรคการเมืองทราบเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง

โปรดเกล้าฯ กกต.เพิ่มอีก 2 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศแต่งตั้งกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทร เทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่าโดยที่ สนช.ให้ความเห็นชอบผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามเป็น กกต.เพิ่มเติม 2 คน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 222 ของรัฐธรรมนูญ 2560 ประกอบมาตรา 8 และมาตรา 12 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อดีตปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ ทนายความ เป็นกรรมการ กกต. ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 4 ธ.ค. พ.ศ. 2561 ผู้รับสนองพระราชโองการ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.

ป.ป.ช.จ่อยกเว้นยื่นทรัพย์สิน

อีกเรื่องนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เกี่ยวกับการยื่นแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สินว่า ป.ป.ช.ยังไม่ได้แจ้งมาว่าจะทำอย่างไร แต่เขารู้ปัญหาหมดแล้วกำลังคิดว่าจะออกประกาศอย่างไรให้ดีที่สุด และตามหลักธรรมาภิบาล ตำแหน่งที่สุ่มเสี่ยงต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน บางตำแหน่งแม้จะไม่ต้องยื่นก็ยังเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ป.ป.ช.เข้าไปตรวจสอบได้อยู่ดี ปัญหาที่กำลังเกิดคือ ป.ป.ช.จะดูว่าตำแหน่งใดสุ่มเสี่ยง แต่ที่แล้วมาไม่ได้ดูกวาดหมดทุกตำแหน่ง ข้อเสนอของ ป.ป.ช.อาจยกเลิกบางตำแหน่งให้ไม่ต้องยื่นทรัพย์สิน เขาแบ่งตำแหน่งเป็น 3-4 กลุ่มคือตำแหน่งที่ไม่ต้องยื่นอะไรทั้งสิ้น เพราะไม่ได้สุ่มเสี่ยงใดๆ กลุ่มที่ควรต้องให้ยื่น แต่ไม่ต้องเผยแพร่ต่อสาธารณะ ส่วนใหญ่จะกลัวการเผยแพร่ กลุ่มที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและต้องเปิดเผยต่อสาธารณะ ป.ป.ช.ต้องไปจัดกลุ่มแบบนี้ ประกาศที่ออกมาไม่ได้แบ่งไว้แบบนี้ ไม่ใช่ว่า ป.ป.ช.ถูกกดดันแต่มีเหตุผลแต่ที่ไม่คิดเช่นนี้ตั้งแต่แรกเพราะตอนนั้นมีเวลาไม่มาก และเป็นความลับปรึกษาใครไม่ได้ แต่เมื่อประกาศออกมาแล้วเขารับฟัง สุดท้ายถ้าตำแหน่งใดต้องยื่นหรือไม่ยื่น ต้องยืนบนหลักธรรมาภิบาลและกฎหมาย เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องแก้ปัญหาด้วยมาตรา 44

ติงมีเวลาแก้ไขไม่ต้องรีบไขก๊อก

เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้เคยระบุว่าจะมีการประกาศฉบับแก้ไขออกมาขณะนี้ใกล้หรือยัง นายวิษณุกล่าวว่า ป.ป.ช.แจ้งว่ายังไม่เสร็จเรียบร้อย เมื่อขยายเวลายื่นบัญชีทรัพย์สินออกไปทำ ยังมีเวลาดูเรื่องนี้อยู่ จึงไม่ควรไปตื่นเต้น รีบลาออกกัน เมื่อถามว่ากรรมการสภามหาวิทยาลัยและกรรมการในองค์การมหาชนที่ลาออกไปแล้ว จะกลับมาดำรงตำแหน่งอีกได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่าได้แต่บางตำแหน่งกลับง่ายบางตำแหน่งกลับยาก เช่นกรรมการสภามหาวิทยาลัย ต้องตั้งกรรมการสรรหาและต้องนำขึ้นทูลเกล้าฯเพื่อโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง ใช้เวลาหลายเดือน

“สุรชัย” เร่งหาที่ประชุม สนช.ชั่วคราว

นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะประธานคณะทำงานเพื่อจัดหาสถานที่เพื่อใช้ในการประชุมของสมาชิก สนช.แห่งใหม่ กล่าวว่า วันที่ 11 ธ.ค.จะลงพื้นที่ดูสถานที่ใช้เป็นสถานที่ประชุมสมาชิกชั่วคราว 6 เดือน ระหว่าง ม.ค.-มิ.ย. 62 เบื้องต้นมี 5 ตัวเลือกคือ 1.ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ 2.หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ 3.ห้องประชุมทีโอที ถนนแจ้งวัฒนะ 4.ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และ 5.ห้องประชุมกองทัพภาคที่ 1 เงื่อนไขสำคัญคือการอำนวยความสะดวกให้สมาชิก สถานที่จอดรถ ห้องอาหาร ห้องพักผู้รอเข้าชี้แจง ระบบการลงมติและค่าเช่า คาดว่าจะได้ข้อสรุปวันที่ 13 ธ.ค.ส่วนความคืบหน้าการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ย่านเกียกกาย รับทราบเบื้องต้นผ่านนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาฯว่าจะเสร็จช่วงเดือน มิ.ย.62

ปิดตำนาน 44 ปีรัฐสภา ถ.อู่ทองใน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเบื้องต้นมีแนวโน้มเป็นไปได้ว่าจะเลือกใช้ห้องประชุมทีโอที ถนนแจ้งวัฒนะ เนื่องจากมีความพร้อมด้านการประชุมมากที่สุด รองรับสมาชิกได้กว่า 500 ที่นั่ง แต่ต้องพิจารณาเงื่อนไขอื่นคือค่าเช่าพื้นที่วันละ 8 หมื่นบาท ช่วงเช้า 08.00-12.00 น.และช่วงบ่าย 12.00-16.00 น. แต่ สนช.อาจใช้เวลาประชุมช่วง 10.00-17.00 น.อาจขอต่อรองค่าเช่าเพียงวันละ 6 หมื่นบาท สัญญาเช่า 1 ปี เริ่มตั้งแต่เดือน ม.ค.62 สำหรับกองทัพภาคที่ 1 ก่อนหน้านี้ สนช.เตรียมขอใช้โดยไม่มีค่าเช่า แต่มีข้อท้วงติงถึงความสง่างาม อาจถูกสังคมวิจารณ์ได้ว่าประชุมในค่ายทหาร จึงอาจเป็นตัวเลือกสุดท้าย ทั้งนี้อาคารรัฐสภาอู่ทองใน เปิดทำการครั้งแรกเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2517 ถึงวันที่ 31 ธ.ค.2561 รวมระยะเวลารับใช้สมาชิกรัฐสภา ฝ่ายนิติบัญญัติทั้งมาจากการเลือกตั้งและแต่งตั้งรวม 44 ปี

“พิชัย” จวกรัฐบาลรีดภาษีไปแจก

ส่วนกรณีที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติผ่านร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากรเรียกเก็บภาษีจากผู้ขายสินค้าผ่านทางออนไลน์ วันเดียวกัน นายพิชัย นริพทะพันธุ์ ประธานคณะทำงานด้านเศรษฐกิจพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กล่าวว่า การเก็บภาษีการค้าสินค้าและบริการออนไลน์เป็นเรื่องที่ควรต้องปฏิบัติแต่ต้องมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน ต้องไม่ทำให้การค้าออนไลน์หยุดชะงักหรือไปกระทบการโอนเงินอื่นๆที่ไม่เกี่ยวกัน และจัดเก็บในกรณีที่ไปชำระเงินกันในต่างประเทศด้วยเพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำ ต้องคิดโครงสร้างการจัดเก็บที่เป็นระบบมาตรฐานสากล อย่าให้ประชาชนคิดได้ว่าที่รัฐบาลมีโครงการลด แลก แจก แถม เหมือนต้องการซื้อเสียง ทั้งแจกเงินช็อปช่วยชาติ ทำให้เงินไหลเข้ากระเป๋าคนรวยแล้วนำมาหักภาษี แจกซิมโทรศัพท์แก้จน เพิ่มเงิน อสม.แต่กลับจะมารีดภาษีเอากับคนทำมาหากินด้วยความยากลำบาก

สอนมวยตรากฎหมายต้องรัดกุม

นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีต ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การเรียกเก็บภาษีผู้ค้าออนไลน์เป็นเรื่องดี แต่ที่กำหนดให้สถาบันการเงินต้องรายงานข้อมูลความเคลื่อนไหวทุกบัญชีของบุคคลและนิติบุคคล 400 ครั้งต่อปีจำนวน 2 ล้านบาทขึ้นไปให้กรมสรรพากรตรวจสอบเกรงว่า จะละเมิดสิทธิส่วนบุคคลหรือไม่ ปกติข้อมูลเหล่านี้เป็นความลับที่ธนาคารต้องปกปิด และจากการอภิปรายของ สนช. เห็นชัดว่าทุกคนเกรงกลัวการถูกตรวจสอบธุรกรรมทางการเงิน การแยกแยะบุคคลธรรมดากับผู้ค้าออนไลน์จะมองเพียงแค่ธุรกรรมทางการเงินอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีข้อมูลอื่นๆประกอบด้วย เช่น ความสม่ำเสมอของธุรกรรมกี่ครั้งเวลาเท่าใดถึงประเมินว่าเป็นผู้ค้าออนไลน์ ทั้งรัฐบาลกำลังรณรงค์ให้เป็นสังคมไร้เงินสด หากดูแค่การทำธุรกรรมคนที่ใช้แอปพลิเคชันธนาคารบนมือถือคงเข้าหลักเกณฑ์ต้องถูกตรวจสอบ อยากให้ฟังเสียงวิจารณ์นำไปปรับแก้กฎหมายให้รัดกุม

“สมชัย” ขู่ป้ายเชียร์ผู้นำผิดกฎหมาย

เมื่อเวลา 18.00 น. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์และอดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัวกรณีโลกโซเชียลมีเดียได้เผยแพร่ภาพป้ายขนาดใหญ่ที่มีรูปของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ หัวหน้า คสช.ยืนจับมือกับนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร เป็นภาพขนาดใหญ่สีน้ำเงิน ติดอยู่ข้างทางเด่นชัดเจนริมถนนเพชรเกษม กม.ที่ 79 ขาเข้า กทม. หมู่ 1 ต.วังเย็น อ.บางแพ จ.ราชบุรี ว่า พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 83 ระบุให้ผู้สมัครพรรคการเมือง หรือผู้ใด ติดประกาศหรือแผ่นป้ายเฉพาะในสถานที่ ขนาด และจำนวนตามที่ กกต.กำหนด ป้ายนี้วันนี้ยังไม่ผิด แต่หากมี พ.ร.ฎ.เลือกตั้งประกาศเมื่อไร ต้องเอาลงในวินาทีนั้นทันที ไม่เช่นนั้นคนติดจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกินหมื่นหรือทั้งจำทั้งปรับครับ

“อ๋อย” ถามคนอื่นทำบ้างได้ไหม

ด้านนายจาตุรนต์ ฉายแเสง แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กเช่นกันว่า “สงสัยจะบอกว่าใครทำให้ไม่รู้ แบบนี้ความจริงเป็นสิทธิเสรีภาพ แต่ กกต.จะว่าไงและพรรคอื่นหรือนักการเมืองคนอื่นทำบ้างจะได้ไหม แต่คงไม่มีนักการเมืองคนไหนเอารูปผู้นำประเทศอื่นมาใช้หาเสียงหรอก เครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชันจริงรึเปล่าก็ไม่รู้ แบบนี้ดูจะไม่ตรงไปตรงมา”

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้