วันอังคารที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
จับตาสรรหา “ผอ.สถาบันวัคซีนแห่งชาติ”

จับตาสรรหา “ผอ.สถาบันวัคซีนแห่งชาติ”

  • Share:

หลังเลิกเป็นองค์การมหาชน ชี้สถานะเท่า สปสช.คุมวัคซีนสัตว์-ชีววัตถุ

นพ.จรุง เมืองชนะ ผอ.สถาบันวัคซีนแห่งชาติ กล่าวว่า ที่ผ่านมาสถาบันวัคซีนแห่งชาติจัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.ฎ.จัดตั้งสถาบันวัคซีนแห่งชาติ (องค์การมหาชน) พ.ศ.2555 มีสถานะเป็นองค์การมหาชน แต่ล่าสุด พ.ร.บ. ความมั่นคงด้านวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ.2561 ได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 21 พ.ย. 2561 และมีผลบังคับใช้วันที่ 22 พ.ย. ที่ผ่านมา

โดยกำหนดให้มีคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และ รมว.สาธารณสุข (สธ.) เป็นรองประธาน กรรมการโดยตำแหน่ง 10 คนและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิไม่เกิน 10 คน ซึ่งจะต้องมาจากการสรรหา ดำรงตำแหน่งคราวละไม่เกิน 4 ปี ไม่เกิน 2 วาระ และกำหนดให้จัดตั้งสถาบันวัคซีนแห่งชาติขึ้น โดยไม่มีสถานะเป็นองค์การมหาชนอีกต่อไป เรียกว่ามีสถานะเหมือนกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) โดยมีคณะกรรมการบริหารสถาบันทำหน้าที่บริหาร

นพ.จรุงกล่าวว่า สำหรับสาระสำคัญของกฎหมายฉบับใหม่ จะมีเรื่องของความมั่นคงด้านวัคซีน โดยนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ความมั่นคงด้านวัคซีนแห่งชาติ จะต้องมีเรื่องของการวิจัย พัฒนา การผลิต การประกัน การควบคุมคุณภาพ การบริหารจัดการ และการจัดหาวัคซีน โดยสามารถขอความร่วมมือหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชนและเอกชน ให้ดำเนินการ หรือสนับสนุนเรื่องวิจัย พัฒนาและผลิตวัคซีนได้ และเมื่อเกิดกรณีฉุกเฉินสามารถให้ผลิตวัคซีนตามชนิดและปริมาณที่กำหนดได้ ซึ่งจะมีเรื่องของการบังคับใช้และบทลงโทษ หากไม่ดำเนินการตามที่คณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติสั่ง จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ ยังมีการนำวัคซีนสัตว์และชีววัตถุมารวมอยู่ใน พ.ร.บ.ฉบับนี้ด้วย รวมถึงหน้าที่สถาบันวัคซีนแห่งชาติ กำหนดให้สามารถวิจัยและผลิตวัคซีนเองได้ หรือตั้งนิติบุคคลหรือบริษัทลูกขึ้นมาดำเนินการหรือลงทุนร่วมได้

เมื่อถามถึงการสรรหา ผอ.สถาบันวัคซีนแห่งชาติคนใหม่ นพ.จรุงกล่าวว่า ตนจะหมดวาระลงในกลางเดือน ม.ค. 2562 ขณะนี้ก็อยู่ระหว่างการสรรหา ผอ.สถาบันวัคซีนแห่งชาติคนใหม่ ซึ่งก็ต้องการคนที่มีความรู้ความสามารถและเข้าใจในเรื่องของวัคซีนมากพอที่จะมาขับเคลื่อนการดำเนินการต่างๆต่อไปได้ ซึ่งแม้ภาพรวมวัคซีนในประเทศไทยจะอยู่ในเกณฑ์ที่ดี แต่ก็ยังมีปัญหาเรื่องของการใช้วัคซีน การทำให้ประชาชนเข้าถึงและรับวัคซีน การบริหารจัดการวัคซีนฯลฯ และจะต้องสานต่อเรื่องของความมั่นคงทางด้านวัคซีน การพึ่งพาตนเองของประเทศ และการร่วมมือกับต่างประเทศในการดำเนินการด้านวัคซีน ตรงนี้ต้องรู้และเข้าใจพอสมควรที่จะดำเนินการ.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้