วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
บุรุษผู้โค่น “โด้-เมสซี”

บุรุษผู้โค่น “โด้-เมสซี”

โดย หมวดแซม
6 ธ.ค. 2561 05:01 น.
  • Share:

ในที่สุดก็เป็นไปตามคาด เมื่อลูกา โมดริช กองกลางทีมชาติโครเอเชียของเรอัล มาดริด ผงาดคว้ารางวัลบัลลงดอร์ “ลูกบอลทองคำ” ประจำปี 2018 ไปครองอย่างยิ่งใหญ่ ทำให้เขา หยุดการผูกขาดที่คริสเตียโน โรนัลโด และลิโอเนล เมสซี ผลัดกันซิวรางวัลอันทรงเกียรตินี้ไปเชยชมตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

เป็นอันว่า โมดริชได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ด้วยการเป็นนักเตะชาวโครแอตคนแรก ที่คว้ารางวัล “บัลลงดอร์” มาครองได้สำเร็จ และกลาย เป็นผู้เล่นคนแรกที่แย่งรางวัลนี้มาจากโรนัลโด และเมสซี ที่ผลัดกันครองมาเป็นเวลา 10 ปีเต็ม

โมดริช ได้รับคะแนนโหวตอย่างท่วมท้นจากการลงคะแนนของผู้สื่อข่าวสายฟุตบอลทั่วโลก โดยได้ไปถึง 753 คะแนน เอาชนะคริสเตียโน โรนัลโด กองหน้าซุปเปอร์สตาร์ทีมชาติโปรตุเกส ที่ได้อันดับ 2 ด้วยความห่างถึง 277 คะแนนเลยทีเดียว

ส่วนอันดับ 3 เป็นอองตวน กรีซมันน์ หัวหอกทีมชาติฝรั่งเศส ชุดแชมป์โลก 2018 จากแอตเลติโก มาดริด ซึ่งได้ไป 414 คะแนน

เพลย์เมกเกอร์ทีมเรอัล มาดริด และกัปตันทีมชาติโครเอเชีย วัย 33 ปี ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมทั้งระดับสโมสรและทีมชาติ โดยเขาช่วยให้เรอัล มาดริด สโมสรต้นสังกัด คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก เมื่อฤดูกาลที่แล้ว

นอกจากนี้ โมดริช ในฐานะกัปตันทีมชาติโครเอเชีย ยังนำทัพ “ตาหมากรุก” โครเอเชีย สร้างผลงานช็อกโลกชนิดหักปากกาเซียนทุกสำนัก ด้วยการทะลุเข้าชิงชนะเลิศศึกฟุตบอลโลกได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ในฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย ก่อนจะแพ้ต่อ “ตราไก่” ฝรั่งเศส 2-4 ในนัดชิง ได้แค่ตำแหน่งรองแชมป์โลกเป็นรางวัลปลอบใจ

โมดริชกล่าวหลังขึ้นรับรางวัลนี้ว่า “มันเป็นความรู้สึกที่ไม่เหมือนใคร ผมมีความสุข ภูมิใจ และเป็นเกียรติอย่างสูง ผมอยากขอบคุณทุกคนที่ช่วยให้ผมมาถึงจุดนี้ ขอบคุณเพื่อนร่วมทีมโค้ช และเรอัล มาดริด ขอบคุณโค้ชและเพื่อนร่วมทีมชาติ รางวัลบัลลงดอร์เป็นรางวัลที่ผมฝันมาตลอดตั้งแต่ยังเด็ก มันเป็นเกียรติที่คว้าได้ในคืนนี้”

ลูกา โมดริช เกิดเมื่อ 9 ก.ย.ปี 1985 ที่เมืองซาดาร์ ในโครเอเชีย ช่วงวัยเด็กนั้น โมดริช ต้องเผชิญกับเหตุสงครามกลางเมืองในยูโกสลาเวีย เนื่องจากโครเอเชียต้องการแยกตัวเป็นอิสระ จนทำให้เขาต้องสูญเสียคุณปู่จากเหตุการณ์ความรุนแรงในครั้งนั้น

ปี 2002 เขาเซ็นสัญญากับ ดินาโม ซาเกร็บ ทีมดังของโครเอเชีย ด้วยวัยเพียง 16 ปี และได้รับเลือกให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมโครเอเชียในปี 2007

จากนั้นปี 2008 เกิดจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในอาชีพค้าแข้งของเขา เมื่อโมดริชย้ายมาอยู่กับทอตแนม ฮอตสเปอร์ ทีมดังพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ด้วยค่าตัวเป็นสถิติสูงสุดของสโมสรในตอนนั้น 16.5 ล้านปอนด์

หลังจากนั้น เขากลายเป็นกำลังสำคัญของ “ไก่เดือยทอง” สเปอร์ส และช่วยให้ทีมคว้าตั๋วไปเล่นยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ในซีซัน 2009-10

ช่วงซัมเมอร์ปี 2012 โมดริชถอดเครื่องแบบของสเปอร์ส แล้วย้ายไปเล่นกับเรอัล มาดริด ยอด ทีมแดนกระทิงดุ ด้วยค่าตัว 30 ล้านปอนด์ ก่อนจะช่วยให้ “ราชันชุดขาว” คว้าแชมป์ลาลีกา และเป็นแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 3 สมัยซ้อน (2015-16, 2016-17, 2017-18)

แม้จะมีรูปร่างเล็ก แต่โมดริชก็ชดเชยด้วยการมีทักษะอันยอดเยี่ยม, ความคล่องตัวสูง และความทุ่มเทเกินร้อย จนทำให้เขาประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในวันนี้.

หมวดแซม

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้